LOGINบทที่ 9 พายุหิมะมาเยือนและความช่วยเหลือ3
เมื่อชิงชิงนำซาลาเปามาแจก แม้จะเริ่มเย็นแล้ว แต่ก็เป็นซาลาเปาไส้เนื้อที่ชาวบ้านไม่ได้ลิ้มลองกันบ่อยๆ บางครอบครัวปีละครั้งก็ยังมี ทำให้ชาวบ้านต่างซาบซึ้งมากยิ่งขึ้น ยกซูเม่ยขึ้นบูชาแทนเทพเซียนเสียแล้ว
แต่มีรอยยิ้มได้ไม่นานก็มีคนเจ็บถูกลำเลียงมาอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนที่หมดสติมา พร้อมร่างกายที่ผิดปกติ
“คุณหนูใหญ่ขอรับ!!! ” เสียงเรียกจากท่านลุงฮุ่ยหมิ่น ทำให้ซูเม่ยมีกิริยาตอบสนองฉับพลัน เร่งเข้าไปดูอาการหญิงผู้นั้นทันที
ซูเม่ยจับข้อมือวัดชีพจรที่แทบจะสัมผัสไม่ได้ ก่อนจะแหวกดูม่านตาของคนไข้ซึ่งไม่ตอบสนองแล้ว
“ท่านพี่ สะใภ้เฉียน นาง...” ภรรยาผู้ใหญ่บ้านเมื่อเห็นสหายรุ่นน้องที่สนิทกัน ไม่ได้สติมาด้วยสภาพกระดูกผิดรูปทั้งแขนขาก็สะท้อนใจจุกอกจนพูดไม่ออก ได้แต่ปล่อยน้ำตาแห่งความเสียใจออกมาเงียบๆ จนสามีต้องตบไหล่บางของภรรยาเบาๆ
“นางไม่หายใจแล้ว ทำใจเถิด” หัวหน้าหมู่บ้านก็สลดใจไม่แพ้กัน ตอนเขาไปถึงก็พบสะใภ้เฉียนนอนหายใจแผ่วเบาภายใต้ซากปรักหักพัง พอช่วยเหลือมาได้ระหว่างทางนางก็หมดลมหายใจไป เขาอดสะท้อนใจไม่น้อย เมื่อเห็นสะใภ้เฉียนที่สนิทกันเป็นเช่นนี้ ทั้งที่เพื่อนของเขาซึ่งเป็นสามีของนางและลูกชายได้ฝากฝังนางไว้กับครอบครัวของเขาก่อนจะเดินทางไปทำงานต่างเมือง
‘เขาจะมีหน้าไปบอกสหายได้เช่นไร’
หูฮุ่ยหมิ่นเมื่อเห็นคุณหนูกำลังจะทำการรักษาสตรีผู้บาดเจ็บ ก็กันชาวบ้านบางส่วนออกไปด้านนอกทันที เพื่อสะดวกแก่การรักษา
ซูเม่ยไม่ได้สนใจบุคคลอื่นที่รายล้อมอยู่ รีบทำ CPR ให้ท่านน้าผู้นี้ทันที เพราะชีพจรที่เต้นอ่อนเมื่อกี้หายไปแล้ว นางประสานมือลงบนหน้าอกของคนไข้ก่อนจะกดเป็นจังหวะ
“ชิงชิง นำน้ำในกระบอกของข้า ค่อยๆป้อนให้คนเจ็บ” ระหว่างทำการ CPR ซูเม่ยก็สั่งการสาวใช้ตนทันที น้ำวารีมรกตอาจจะช่วยยืดเวลาให้นางได้ทำการรักษาอย่างเต็มที่
ชาวบ้านที่เห็นวิธีการรักษาที่แปลกประหลาดก็มองดูกันอย่างกังวล และไม่ได้หวังว่าคุณหนูเพิ่งปักปิ่นคนหนึ่งจะสามารถฟื้นคืนชีพคนตายไปแล้วได้ ผิดจากคนของจวนตวนมู่ที่เห็นการรักษาแปลกประหลาดของคุณหนูใหญ่จนชิน การรักษาแต่ละครั้งล้วนได้ผลลัพธ์ที่ดี
“หายใจแล้ว กลับมาหายใจแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งเมื่อเห็นสะใภ้เฉียนที่นิ่งสนิทจู่ๆก็หอบหายใจเฮือกขึ้นมา ก็ตะโกนออกมาทันที
ซูเม่ยที่หอบหายใจถี่จากการทำ CPR หยุดมือ และถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ยื้อชีวิตสตรีผู้นี้กลับมาได้ ชิงชิงก็รู้หน้าที่หยิบจอกชาใส่น้ำวารีมรกตยื่นมาให้คุณหนูของตนเช่นกัน
ชาวบ้านต่างฮือฮากันขึ้นมา เมื่อเห็นสะใภ้เฉียนหายใจอีกครั้ง โดยเฉพาะภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านที่ทรุดกายลงร่ำไห้พร้อมรอยยิ้มทันทีอย่างดีใจ
ซูเม่ยจึงรีบรักษากระดูกที่ผิดรูปต่อทันที ส่วนใหญ่จะผิดรูปจากบริเวณข้อต่อจึงไม่ยากในการรักษาแค่จัดให้เข้าที่เท่านั้น เพราะกระดูกไม่ได้แตกหักเสียหาย
ทุกคนเห็นการจัดกระดูกก็หวาดเสียว แต่เมื่อการรักษาเสร็จสิ้นก็มองอย่างตกตะลึง เพราะสภาพก่อนรักษากับหลังรักษาช่างแตกต่างกันจนเหมือนสะใภ้เฉียนได้เกิดใหม่อีกครั้ง
“ขอบพระคุณ คุณหนูใหญ่มาก ขอบพระคุณจริงๆ” ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านเมื่อเห็นการรักษาที่จบลงก็ปรี่เข้ามาผงกหัวขอบคุณซูเม่ยถี่ๆ จนซูเม่ยต้องเข้าไปกุมมือที่สั่นเทานั้นเบาๆ
“อย่าทำเช่นนี้เลยท่านป้า ข้าจักอายุสั้นเอา” ซูเม่ยที่ไม่คุ้นชินกับการคารวะของคนที่นี่นักก็เอ่ยห้าม
“..” ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านยิ่งได้ฟังน้ำเสียงอ่อนนุ่มจากหญิงสาวก็ยิ่งร่ำไห้ออกมา จนเดือดร้อนผู้เป็นสามีต้องเข้ามาพาภรรยาของตนไปสงบสติอารมณ์ เมื่อทั้งสองออกมาอีกครั้งซูเม่ยก็แจ้งอาการผู้บาดเจ็บแก่ทั้งสองรวมถึงการดูแล เพราะชาวบ้านบอกว่าสะใภ้เฉียนผู้นี้อาศัยอยู่คนเดียวมีแค่ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านเทียวไปดูแลความเป็นอยู่
“ท่านป้าเจ้าคะ ท่านน้าสะใภ้เฉียนเมื่อฟื้นขึ้นมาอาจจะมีอาการปวดกระดูกที่เคยบาดเจ็บ น้ำมันขวดนี้จะบรรเทาอาการได้ ทาบริเวณที่บาดเจ็บแล้วนวดเบาๆทุกวัน ไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็จะเดินเหินได้ปกติเช่นเดิม”
“ดียิ่งๆ” หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยามองหน้ากันก่อนจะรับยาขวดนั้นมา อาการประคองขวดยาอย่างทะนุถนอม เรียกรอยยิ้มจากบุคคลรอบข้างได้ หากเป็นพวกเขาคงทำเช่นเดียวกับหัวหน้าหมู่บ้านเป็นแน่
“และนี่เป็นยารักษาบาดแผลภายนอก ยาลดไข้หนาวสั่น รบกวนหัวหน้าหมู่บ้านเก็บไว้ให้ชาวบ้านที่บาดเจ็บด้วยเจ้าค่ะ ส่วนวิธีการใช้ข้าเขียนไว้ข้างๆขวดแล้ว”
“ขอบพระคุณขอรับ” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวขอบคุณและรับยาทั้งสองอย่างมาด้วยรอยยิ้ม ลูกบ้านของเขาแม้บาดเจ็บแต่ไม่มีคนล้มตาย สร้างความภูมิใจให้เขาได้มากเลยที่เดียว
“บ้านเรือนที่เสียหายหัวหน้าหมู่บ้านคงต้องรอเจ้าหน้าที่ทางการเข้ามาช่วยเหลือ พวกเราคงได้แต่ช่วยเหลือด้านเสบียงอาหาร วันพรุ่งนี้ข้าจะให้คนในจวนนำมามอบให้ในระหว่างที่ต้องรอความช่วยเหลือจากทางการจะได้ไม่ลำบากมากนัก” ซูเม่ยแม้อยากช่วยเหลือให้ถึงที่สุด แต่ไม่อาจข้ามหน้าข้ามตาคนของทางการได้จึงได้แต่สนับสนุนบางส่วนเท่านั้น
เมื่อการช่วยเหลือผู้คนในหมู่บ้านซีอานเสร็จสิ้น ขบวนการช่วยเหลือก็เร่งเดินทางไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านเบื้องต้น 1 วันหมดลงขบวนช่วยเหลือชาวบ้านของจวนตระกูลตวนมู่ก็ได้ช่วยชาวบ้านไปทั้งสิ้น 2 หมู่บ้าน ระหว่างเดินทางกลับก็สวนทางกับเจ้าหน้าที่ทางการจึงได้แจ้งความช่วยเหลือเบื้องต้นที่พวกเขาได้ทำไป จึงได้รับคำขอบคุณจากเจ้าหน้าที่ไปหลายคำ
ทางการแม้แบ่งกำลังคนไปช่วยในหลายหมู่บ้าน แต่กว่าจะเข้าถึงหมู่บ้านที่ห่างไกลย่อมใช้เวลา แต่ถ้าเทียบกันแล้วหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เมืองจะได้รับผลกระทบไม่มากเท่าหมู่บ้านที่อยู่รอบนอก เพราะบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่รอบนอกมักสร้างไม่ค่อยแข็งแรงนักนั่นเอง
ท่ามกลางหิมะที่ยังตกลงมาประปราย ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางกลับมากนัก เนื่องจากทางการได้เกลี่ยหิมะออกจากเส้นทางไปแล้วบางช่วง
ดวงตากลมโตแหงนมองไปบนท้องฟ้าที่ยังปกคลุมด้วยความหนาวเย็น ก็ถอนหายใจออกมา วันเวลาในช่วงนี้ช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน มือบางลูบหน้าท้องที่เริ่มโตขึ้นเบาๆ เพราะรับรู้การตอบสนองที่แผ่วเบาจากทารกในครรภ์
“ตัวแค่นี้ซุกซนเสียแล้ว” ซูเม่ยพูดออกมาเสียงเบา แต่ชิงชิงที่นั่งอยู่ใกล้ได้ยินประโยคนั้นอย่างชัดเจน ก็มองตามมือบางของเจ้านายสาวที่บัดนี้มีแรงเคลื่อนน้อยๆเกิดขึ้น
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน4“ท่านพี่......” เสียงอ่อนของทั้งสามสาวดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่ไม่ได้ทำให้พี่ชายทั้งสองใจอ่อนได้เลย“กลับไปพวกเจ้าทั้งสามต้องโดนลงโทษ เรื่องนี้พี่คงต้องแจ้งเสด็จแม่โดยตรง” ซื่อจื่อโอวหยางเทียนหยูเอ่ยคาดโทษน้องสาวทั้งสาม“เสร็จศึกคราวนี้ น้องจะไปรับโทษกับเสด็จแม่โดยการไม่แต่งงานตลอดชีวิตเอง” เยว่ซินเอ่ยตอบอย่างองอาจจนได้รับมะเหงกจากพี่ชายใหญ่ ยามหน้าสิ่วหน้าขวานน้องสาวเขายังทำเป็นเล่นอีก“ท่านพี่...น้องแค่อยากช่วย” เยว่ชิงเอ่ยกับพี่ชายเสียงอ่อย“ใช่เพคะ ดูสิเรือนี้ใหญ่มากเสด็จทวดโจวจิ้งห่าวมอบให้ แต่พวกเรามาติดตั้งปืนใหญ่เอง” เยว่ชื่อกล่าวอย่างภาคภูมิใจในผลงานนี้ของทั้งนางและพี่สาวทั้งสองปังงงงงง บึ้มมมมมมเสียงปืนจากเรือกลไฟของศัตรูที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ซื่อจื่อเข้าประชิดตัวน้องสาวก่อ
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน3ชาวบ้านเมืองหยางถูกอพยพออกจากเมืองทั้งหมดอย่างรวดเร็วเมื่อกองทัพหลวงมาถึง จวนตระกูลตวนมู่ที่ยามนี้อยู่ในความดูแลของกัวเหวินชาง และเจียงลู่คงจึงปิดจวนตะกูลตวนมู่ พาคนไปอาศัยในหมู่บ้านเฟยซานและเอ้อซานเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง“ซื่อจื่อพะยะค่ะ ยามนี้พวกมันทอดสมอห่างจากท่าเรือของเมืองหยางราว 6 ลี้ จะทำเช่นไรดีพะยะค่ะ” รองแม่ทัพเตียวลี่จ้ง (หลานชายของอดีตแม่ทัพอุดรเตียวเหลียง)“รอก่อน เมื่อพวกมันหันกระบอกปืนกลไฟใส่เราเมื่อใด ก็ลงมือได้ทันที” ซื่อจื่อกล่าวเสียงเรียบ ยามนี้เขาอยู่ในชุดเกราะสีดำทมิฬที่พัฒนาขึ้นให้ป้องกันกระสุนปืนได้ทุกชนิด“ท่านพี่จะมาเล่นโดยไม่ชวนข้าได้เช่นไร” เสียงราวกับบุรุษขี้เล่นดังขึ้นด้านหลังทำให้ซื่อจื่อหนุ่มหันไปมองน้องชายคนรองที่ยามนี้กำลังนั่งอยู่บนหลังเจ้าเสี๋ยวไป๋อย่างสบาย ซึ่งเจ้าพยัคฆ์หนุ่มยามนี้ตัวโตเต็มวัยจนใหญ่กว
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน2“พะยะค่ะ ท่านอ๋อง” เฟยเทียนหมุนกายจากไป ก่อนจะชำเลืองมองฮูหยินของเขาที่ยังคงรับใช้พระชายาไม่ไปไหนเช่นกัน แม้พระชายาจะมอบจวนให้หรือกิจการให้ ชิงชิงก็ไม่คิดจากจากไปไหน ยังคงรับใช้สตรีที่ฉุดนางออกมาจากกรงขังทาสที่ไร้อิสระ“ลูกจะส่งข่าวให้พี่ชายรองด้วยเพคะ” เยว่ซินพูดจบก็ได้รับการพยักหน้าจากมารดา ก็หมุนกายจากไปทำตามที่พูดทันทียามนี้ท่านชายโอวหยางเทียนหยูขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แทนบิดาและมีฐานะเป็นซื่อจื่อที่ต้องสืบทอดตำแหน่งอ๋องต่อจากบิดาในอนาคต ส่วนท่านชายโอวหยางหยู่หลงชอบอิสระในชีวิตจึงก่อตั้งสำนักยุทธ์ขึ้นมาและมีลูกน้องภายใต้การดูแลนับหมื่นคนส่วนท่านหญิงฝาแฝดทั้งสองยามนี้กลายเป็นปรมาจารย์แพทย์โอสถที่อายุน้อยที่สุด และยังคงออกท่องเที่ยวเดินทางไปยังแคว้นต่างๆ แต่คาดว่าอีกไม่กี่เดือนคงกลับมา เพราะใกล้จะถึงวัยปักปิ่นเต็มทีค่ายทหารนอกเมืองหลวง
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน1วังชินอ๋องแคว้นซ่งวังชินอ๋องที่เคยเงียบเหงาเพราะเจ้านายของวังไม่เคยได้พำนักที่วังนัก แต่หลังจากที่ชินอ๋องโอวหยางหนิ่งเฉิงได้แต่งชินหวางเฟยก็ทำให้วังที่เคยเงียบสงบจนน่าขนลุกกลับกลายเป็นมีชีวิตชีวา แต่กลับมีชีวิตชีวาจนเกินไปเสียแล้ว...“ท่านชายหยู่หลงช้าลงหน่อยพะยะค่ะ แฮ่กๆๆ” หยู่หลงที่ยามนี้อยู่บนหลังเจ้าพยัคฆ์ที่เขาเพิ่งตั้งชื่อให้มันว่าเสี่ยวไป๋ กระโจนซ้ายทีขวาทีหลีกหนีเหล่าบรรดาขันทีพี่เลี้ยงอย่างสนุกสนาน“ท่านพี่รอซินซินด้วย!!!”โฮกกกกกกกกกก พยัคฆ์อีกตัวถูกตั้งชื่อว่าเสี่ยวเฮยวิ่งกระโจนมาอย่างรวดเร็วพาเจ้านายสาวตัวน้อยข้ามศีรษะของบรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลายก่อนที่มันจะวิ่งมุ่งตรงไปทางตำหนักใหญ่“ท่านชาย!!! ท่านหญิง!!!!” พี่เลี้ยงขันทีต่างลอบปาดเหงื่อกับบรรดาเจ้านายน้อยๆ ที่คล้ายจะไม่ได้ยินเสียงพวกเขาแม้แต่น้อยขบวนนางกำนัลขันทีต่างมุ่งไปตำห
ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)5มู่หว่านชิงผลักองครักษ์หนุ่มที่ทาบทับตัวนางแต่ร่างสูงกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย แต่ไม่นานนักคนตัวโตก็รู้สึกตัวจึงขยับลุกขึ้น ร่างบางของมู่หว่านชิงจึงผุดลุกขึ้นและเช็ดริมฝีปากของตนเองทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ“แม่นางชิงชิงข้าขออภัย มันเป็นอุบัติเหตุ แต่ข้ายินดีรับผิดชอบ” เฟยเทียนเอ่ยเสียงเรียบหนักแน่นเมื่อได้รับโอกาส หากสำเร็จแล้วละก็...เขาจะตอบแทนสหายทั้งสองอย่างดีแน่นอน อันที่จริงแล้วก็สามารถพลิกกายหลบได้แต่เขาจงใจให้เป็นเช่นนั้น...หึหึ“ข...ข้า..ข้าไม่รู้!!!” มู่หว่านชิงที่ไม่รู้จะทำเช่นไรกับเหตุการณ์เช่นนี้จึงถอยหลังก่อนจะซอยเท้าวิ่งหนีไปด้วยความเขินอาย“พี่ชิงชิง/พี่ชิงชิง” หลานมี่อิงกับหลานมี่อันเรียกพี่สาวที่วิ่งหนีหายไป ก่อนจะโค้งกายคำนับองครักษ์หนุ่มที่หมุนกายตามพี่สาวไปเช่นกันเฟยเทียนที่ตอนแรกยังคงหน้าตายแ
ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)4“พี่ลืมไม่ได้หรอก เพราะเรื่องราวเหล่านั้นคือแรงผลักดันที่ทำให้พี่มีวันนี้ วันที่ไม่ต้องเห็นคนที่รักโดนทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะจะมีพี่คอยเป็นแรงสนับสนุนทั้งพี่หญิงสี่หรือน้องหญิงเจ็ดเองก็ตาม” หนานซูเหวินมองหน้าน้องสาวของเขา จนซูเจียวถึงกับน้ำตารื้นขึ้นมา ก่อนจะเข้ากอดพี่ชายเบาๆ โดยไม่สนใจขนบธรรมเนียมใดๆ เพราะต่อให้นางเติบโตเพียงใดบุรุษตรงหน้านี้ก็ยังคงเป็นพี่ชายของนางตลอดไป“อันใดกันจะแต่งงานอยู่อีกไม่กี่เดือนแล้ว ยังร้องไห้เป็นเด็กๆอีก” หนานซูเหวินเอ่ยหยอกเย้าน้องสาว ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้น้องน้อยอย่างแผ่วเบา“....” หนานซูเจียวค้อนพี่ชายก่อนจะสูดน้ำมูกเบาๆ“ขี้แยเช่นนี้ หากพี่หลิวเหว่ยส่งเจ้ากลับมา...ขายหน้าแย่”“เขากล้าหรือ!!!!”ไม่กี่เดือนต่อมาท่านหญิงหนานซูเจียวก็เข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้บรรดาพี่สาวคนใดเลย โดยมี







