Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2025-07-11 01:23:04

เมื่อสือซานกับเสี่ยวหนานปั่นจักรยานมาถึงบริเวณท่าเรือ เขาเลี้ยวเข้าไปจอดบริเวณหน้าร้านของลุงกู้ ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน

"อ้าวสือซาน ทำไมมากับเสี่ยวหนานได้ล่ะ?"

ป้ากู้ทักทายสือซานอย่างเป็นกันเอง แต่นางก็มีความสงสัยอยู่หลายส่วน เพราะคนในหมู่บ้านต่างก็รู้ดีว่าเสี่ยวหนานเป็นคู่หมั้นของหานเจา แต่น่าแปลกที่วันนี้ทั้งสองคนซ้อนจักรยานมาด้วยกัน แถมยังมีท่าทีสนิทชิดเชื้อกว่าปกติ

"ป้ากับลุงออกบ้านแต่เช้า เข้าบ้านก็มืดค่ำน่าจะยังไม่รู้ เสี่ยวหนานถอนหมั้นกับหานเจาแล้วครับ เมื่อวานเธอก็แต่งเข้าบ้านโจวของเราแล้ว"

สือซานตอบคำถามแบบไม่เข้าเนื้อหามากเท่าไหร่ อีกไม่นานผู้อาวุโสทั้งสองก็คงรู้เรื่องนี้เอง

"อ้อ อย่างนั้นเอง ว่าแต่วันนี้พากันมาทำอะไรที่นี่ล่ะ หรือว่ามาซื้อของ?"

"ภรรยาของผมอยากทำกับข้าวขายครับ วันนี้พวกเราก็เลยมาหาที่เปิดร้าน ลุงกับป้าพอจะมีที่ไหนแนะนำไหมครับ?"

ผู้อาวุโสทั้งสองยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่ม พลางคิดในใจว่า..เจ้าเด็กนี่คงอยากประกาศให้โลกรู้สินะว่าเสี่ยวหนานเป็นภรรยาของตัวเอง

"มีสิ..มี เอ้านั่นหยุนฮวามาพอดี มา ๆ หยุนฮวา มาเปิดห้องข้าง ๆ ให้ลูกชายกับลูกสะใภ้บ้านโจวดูหน่อย พวกเขาอยากหาที่ขายกับข้าว"

หยุนฮวาที่เพิ่งเดินมาถึง พอได้ยินสรรพนามที่ป้าของเธอเรียกหนุ่มสาวทั้งสองก็หัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อวานหลังจากเลิกงานกลับบ้านไป เธอก็ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเสี่ยวหนานจากผู้เป็นพ่อ ที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว เสียงส่วนใหญ่ยังไปในทิศทางที่สงสารหญิงสาวมากกว่า

"ดีใจด้วยนะเสี่ยวหนาน ในที่สุดก็เจอคนดี ๆ อย่างสือซาน อยากขายกับข้าวก็ดีเลย ที่นี่แขกมาเยอะ คนงานก็เยอะ แต่ไม่มีใครขายข้าวสักที ทุกคนต้องปั่นกลับเข้าเมืองกันหมด มานี่ เดี๋ยวพี่พาไปดู"

"ขอบคุณค่ะพี่หยุนฮวา"

เสี่ยวหนานจำได้ว่าหยุนฮวาคือลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้าน และเธอก็ยังรับหน้าที่สำคัญในท่าเรือแห่งนี้ แถมยังเป็นคนดีทั้งครอบครัว

เมื่อประตูเหล็กถูกรูดเปิดออก กลิ่นอับบางเบาของห้องโชยมาตามอากาศ ห้องกว้างจุใจ พื้นปูนเรียบ ถึงจะเก่าไปนิดแต่ยังแน่นหนา มีแสงลอดจากหน้าต่างด้านหน้าและช่องลมด้านหลัง เสี่ยวหนานเดินสำรวจด้วยดวงตาเป็นประกาย เมื่อเปิดห้องครัว ห้องเก็บของและห้องน้ำ เธอก็ยิ้มอย่างพอใจ

"ห้องนี้เป็นห้องใหญ่ 2 ห้อง ทะลุเข้าหากัน ค่าเช่าเดือนละ 20 หยวน ถ้าจะเช่าก็จ่ายเงินทำสัญญาแล้วเข้าอยู่ได้เลย"

หลังจากพาทั้งคู่เดินดูรอบ ๆ ร้านแล้ว หยุนฮวาก็บอกรายละเอียดค่าเช่าให้สองสามีภรรยาได้รู้และตัดสินใจ

"หนานหนาน น้องชอบไหม?" สือซานหันไปถามภรรยา

"ชอบค่ะ ที่นี่เหมาะมาก เราเช่าเลยดีไหม แม่ให้เงินมาพอดี 20 หยวน ส่วนของอย่างอื่นฉันมีครบ"

สือซานยิ้มให้ภรรยา เขาเข้าในความหมายที่บอกว่าเธอมีของครบ ก็คงเป็นของที่ติดตัวเธอมานั่นเอง

"เช่าเลยครับพี่หยุนฮวา!"

เมื่อกลับมานั่งทำสัญญา เสี่ยวหนานก็เห็นว่าสามีหยิบเงินเก็บจากกระเป๋าผ้าออกมา กองเป็นปึก ๆ ราวกับมีอยู่ถึงพันกว่าหยวน

"พี่สือซาน...ทำไมพี่มีเงินเยอะจัง?" เธอถามเบา ๆ ขณะเดินกลับออกจากห้องสำนักงานของท่าเรือ

"พี่กับพ่อออกเรือวันเว้นวัน ขายของที่สมาคมประมงไงก็พอมีเงินเก็บอยู่นิดหน่อย"

พอได้ยินแบบนั้นคนฟังก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

"จริงสิ ไป๋ลี่เหยาลูกสาวหัวหน้าสมาคมนั่นชอบพี่นี่นา เธอถึงให้ราคาดีเป็นพิเศษ"

"ไม่ใช่! ไม่ใช่นะ ถึงเธอจะให้เยอะกว่าคนอื่น แต่พี่ก็เอาคืนเธอ รับเท่าที่ควรได้นั่นแหละ!" สือซานรีบแก้ตัว

เสี่ยวหนานไม่ตอบอะไร เธอเพียงแอบยิ้มและปล่อยให้เขาร้อนรนจนต้องดึงเธอไปคุยใต้ต้นไม้ใหญ่

"พี่พูดจริง ๆ นะเสี่ยวหนาน พี่สาบานก็ได้ พี่กับเธอไม่ได้มีอะไรเกินเลย..."

คำสารภาพแบบคนซื่อ ๆ ทำให้หญิงสาวยิ้ม ใจหนึ่งก็อยากแกล้งอีก ใจหนึ่งก็อ่อนโยนเกินกว่าจะปล่อยให้เขาร้อนใจไปมากกว่านี้ เสี่ยวหนานเขย่งขึ้นแล้วจูบปากเขาเบา ๆ

"ฉันเชื่อค่ะสามีของฉัน พี่สบายใจได้"

"สะ...เสี่ยวหนาน น้องทำไม..."

"ทำไมล่ะ ฉันจุ๊บปากสามีตัวเองไม่ได้เหรอ?"

"ได้...ได้สิ!"

"งั้นเราไปซื้อขนมฝากให้เด็ก ๆ กันดีกว่า คืนนี้พี่ออกทะเลต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ นะ ไว้คืนพรุ่งนี้ฉันจะนวดให้พี่หายเหนื่อย"

ประโยคหลังกับสายตาของภรรยาช่างทำให้เขาใจเต้นรัว พูดได้เรื่องว่าเรื่องนั้นเธอช่างท้าทายและซุกซนจริง ๆ ใบหน้าของสือซานตอนนี้เปล่งประกายเหมือนต้นไม้ที่เคยเหี่ยวเฉา ถูกชโลมด้วยปุ๋ยยาชั้นดี จนทำให้ต้นไม้ใหญ่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ในอีกด้านหนึ่งของหมู่บ้าน บ้านสกุลไป๋ตั้งตระหง่านริมเชิงเขา ล้อมรอบด้วยรั้วหินสูงใหญ่ ด้านหน้าเป็นสวนดอกไม้หอมลอยอ้อยอิ่ง เป็นเครื่องบ่งชี้ฐานะของครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในละแวกนั้น

ไป๋ลี่เหยาในชุดผ้าฝ้ายปักดิ้นทองแนบลู่กับเรือนร่างสูงเพรียว ผมยาวถูกมัดไว้ด้วยแถบไหม เสียงแตกกระจายจากถ้วยชาดังขึ้น เมื่อเธอเหวี่ยงมันทิ้งลงบนโต๊ะน้ำชาอย่างไม่พอใจ

"อะไรนะ? ซูเสี่ยวหนานแต่งงานกับโจวสือซานแล้ว? นังนั่น...มันกล้าดียังไงถึงมายุ่งกับผู้ชายของฉัน!"

หานเวยนั่งจิบชาเย็นอย่างอ้อยอิ่ง ใบหน้าแต่งแป้งบางเผยยิ้มเหยียดอย่างสะใจ เสี่ยวหนานขนของที่บ้านเธอไปหมด เรื่องอะไรเธอจะยอมให้หล่อนได้อยู่อย่างสงบสุข

"ไม่เพียงแต่งงานนะลี่เหยา มันยังไปอยู่ที่บ้านโจว ช่วยเลี้ยงลูกสาวเขา ทำอาหาร ทำงานบ้าน ตอนนี้ยังได้ยินว่าอยากออกไปเปิดร้านขายกับข้าว พี่สือซานก็หลงหล่อนหัวปักหัวปำตามใจหล่อนทุกอย่าง"

ไป๋ลี่เหยาเชิดหน้า ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความเกลียดชัง

"ก็แค่ผู้หญิงชาวบ้านหน้าตาธรรมดา คิดหรือว่าจะสู้ฉันได้? ถ้าไม่มีแผนต่ำ ๆ อย่างวางยา เขาคงไม่เหลียวแลเลยด้วยซ้ำ!"

หานเวยพยักหน้าเชื่องช้าพลางคิดในใจว่า..ความรักช่างทำให้คนโง่งมสิ้นดี โดนเธอเป่าหูนิดหน่อยก็แยกแยะถูกผิดไม่ได้เสียแล้ว ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่น่าหวาดหวั่น

"ว่าไป...ฉันก็ได้ยินมาว่าคืนนั้นน่ะแปลกนัก โจวสือซานไม่เคยพาใครเข้าบ้านง่าย ๆ แต่กับเสี่ยวหนาน เขากลับพาเข้าตั้งแต่วันแรก น่าคิดนะ ว่ามันใช้กลอะไร วางยา? หรืออะไรบางอย่างที่ผู้หญิงอย่างพวกเราไม่ควรใช้?"

ไป๋ลี่เหยาหัวเราะเบา ๆ ดวงตาเปล่งประกายแข็งกร้าว

"ดี...ถ้าอย่างนั้น ฉันจะไปเอาสิ่งที่เป็นของฉันกลับมาเอง ไม่ว่านังซูเสี่ยวหนานจะเล่นตลกแบบไหน มันจะต้องร้องไห้วันหนึ่งแน่!"

ยามบ่ายคล้อยฟ้าเริ่มแต่งตัวด้วยม่านสีทองอ่อนของดวงตะวัน ไอทะเลพัดโบกจากชายฝั่งเยี่ยนเทียน ส่งกลิ่นเค็มจาง ๆ มาปะทะปลายจมูก บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ตามเนินหินริมทะเลเริ่มปิดหน้าต่างรับลมเย็นเฉียบ ริมท่าเทียบเรือ เรือประมงไม้ขนาดกลางของไต้ก๋งโจวกำลังตระเตรียมออกเดินทางอีกครา

"สือซาน ลูกเช็กเสาอวนแล้วใช่ไหม?"

เสียงห้าวของไต้ก๋งโจวดังขึ้นจากหัวเรือ ชายวัยห้าสิบเศษที่แม้แผ่นหลังจะเริ่มโค้งงอ แต่สายตายังเฉียบคมพอจะจ้องไกลเกินเส้นขอบน้ำ

"เช็กเรียบร้อยแล้วครับพ่อ ผมผูกเชือกสองชั้นแบบที่พ่อสอนไว้เป๊ะเลยครับ"

สือซาน ลูกชายคนเดียววัยยี่สิบกว่า ขานตอบพลางปัดเหงื่อจากหน้าผาก มือของเขามีแผลถลอกเล็ก ๆ จากเชือกหยาบ—รอยเดียวกับที่ไต้ก๋งเคยมีเมื่อวัยยังหนุ่ม

เรือลำนี้บรรทุกได้ถึงสามพันกิโลฯ ท้องเรือทำจากไม้สนเคลือบยางดิน น้ำหนักแน่นหนาแต่ยังลอยลำได้คล่อง ตัวเรือยาวเกือบสิบห้าเมตร เสากระโดงสองต้นพาดอวนขนาดใหญ่ไว้แน่นหนา

ใต้ผ้าใบเก่าคลุมลังน้ำแข็ง ถังไม้ลายน้ำเค็มและกระสอบเกลือวางเป็นระเบียบ ลำเรือรับลูกเรือทั้งห้าคนไว้ในท้องของมันเหมือนแม่โอบลูกไว้ในอกอุ่น

"คืนนี้ขอให้ได้หมึกตัวโต ๆ เหมือนคืนก่อนนะลุงโจว ผมยังอยากกินหมึกแล่สด ๆ จิ้มซอสอยู่เลย หวานมา..กินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ"

เจียงเฉิงเพื่อนสนิทของสือซาน ชายร่างผอมผิวแทนจัดกำลังจัดคันเบ็ดกับเหยื่อปลาอย่างตั้งใจ เขาหัวเราะพลางสะบัดเชือกเกลียวใหญ่พาดตะขอเหล็ก

"เจ้าเด็กตะกละ เมื่อวันก่อนกินหมดเป็นกิโลยังไม่เบื่ออีกเหรอ?"พ่อโจวกล่าวอย่างขำขัน

ฉุนกัง หนุ่มตัวอวบหัวเราะลั่นขณะเอนหลังพิงถังน้ำแข็ง พลางหยิบมันหมักมาดูดทีละอึก

"ของอร่อยพวกเราจะเบื่อได้ยังไงครับไต้ก๋ง ดูสภาพพี่ฉุนกังสิ ต่อให้งานหนักก็ทำให้น้ำหนักของพี่ฉุนกังลดลงไม่ได้"

หมิงหลงคนงานในเรือพูดขึ้นอย่างขำขัน พูดพลางเหลือบตามองไต้ก๋งที่ยืนกอดอกจ้องเส้นขอบน้ำ บนเรือนี้ทุกวันที่ออกทะเล นอกจากจะได้ค่าแรง ไต้ก๋งโจวยังแบ่งของสดให้พวกเขาเอากลับไปกินที่บ้านทุกวัน เขาจึงเป็นที่รักของคนงานเสมือนพ่ออีกคนหนึ่ง

ไต้ก๋งโจวขยับมุมปากเล็กน้อย นั่นเทียบได้กับเสียงหัวเราะของคนทั่วไป จากนั้นก็เริ่มสั่งงานลูกชายให้เตรียมพร้อม

"คืนนี้ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดแรง ปลาหมึกมันจะลอยขึ้นมาหาแสงไฟ อย่าให้เสียเวลา เดี๋ยวพ่อจะหักหัวเรือออกจากท่าตอนฟ้าเปลี่ยนสี เตรียมตัวให้ดีนะสือซาน"

"ครับพ่อ"

เมื่อดวงตะวันเริ่มอ้อยอิ่งลงจากฟากฟ้า เครื่องยนต์ดีเซลในเรือส่งเสียงคำรามดังก้อง ควันสีเทาพวยพุ่งจากปล่องเรือ เรือโยกเบา ๆ แล้วค่อย ๆ เร่งความเร็ว ลำเรือแล่นออกจากท่า รอยเกลียวคลื่นตามท้ายเรือฟองฟอดเหมือนสายไหมน้ำทะเล

"ทุกคนจับเสาไว้ให้ดีนะ เดี๋ยวคลื่นตีตลบ!"

เสียงของไต้ก๋งดังขึ้นอีกครั้ง เจือความห่วงใยที่ลูกเรือทั้งสี่ได้ยินจนคุ้นเคย ลมผิวทะเลตีหน้าแรงจนเสื้อปลิวไสว เส้นผมของสือซานเปียกเหงื่อจับหน้าผาก เขาหันไปมองพ่อที่ยืนอยู่หัวเรือ แล้วถามเบา ๆ

"พ่อ คืนนี้เราจะไปที่อ่าวปลาเมาใช่ไหม?"

"ใช่ ที่เดิม จุดที่ลูกล้มครั้งแรกนั่นแหละ" ไต้ก๋งตอบเรียบ ๆ แต่ลูกชายหัวเราะเบา ๆ

"ผมยังจำได้ว่าหัวฟาดลังปลา เลือดโชกจนแม่บ่นไปหลายวัน"

"แต่ลูกก็ไม่เข็ด ตามพ่อกับพี่ชายออกทะเลตลอด" คำพูดสั้น ๆ ของพ่อ แทรกความภูมิใจที่ทำให้สือซานยิ้มได้

"คืนนี้ผมจะล่อหมึกด้วยไฟท้าย ดูซิว่ามันจะเลือกแสงหรือหน้าผม!"

ที่ท้ายเรือ ลูกเรืออีกสามคนยังเล่นหัวกันเหมือนพี่น้อง เจียงเฉิงตะโกนเสียงใส

"หมึกมันไม่โง่ขนาดนั้นหรอกไอ้น้อง"

ฉุนกังแซวกลับเสียงขำ หมิงหลงได้ยินก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย คู่นี้ขอแค่ให้ได้แข่งกัน แข่งอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ก็เป็นสีสันในช่วงเวลาที่ยังว่างอยู่ แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องทำงาน พวกเขาก็จริงจังและเต็มที่ทุกคน

"เฮ้อ เถียงกันได้ทั้งคืน"

เสียงหัวเราะ เสียงคลื่น เสียงลม ผสมกับเสียงเครื่องยนต์เรือที่กำลังทะยานสู่กลางมหาสมุทรหลอมรวมกันเป็นเสียงเดียว...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 95

    ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หน่วนหน่วน หยวนเปา หยวนเป่ย ต่างก็วิ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างกระตือรือร้น ไม่นานนัก พวกเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งตุ๊กตาตัวโปรด ของเล่นชิ้นโปรด สมุดวาดรูป สมุดเขียน และดินสอสีสารพัดสีสัน แต่ละคนขนออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วนำมากองรวมกันที่ห้อ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 94

    หน่วนหน่วน เห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้อง ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเตือนสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วง "คุณลุงคะ น้องอิงลั่ว ถ้าจะใช้กระทะไฟฟ้าหรือกาน้ำร้อน ห้ามใช้ช้อนที่ทำจากสเตนเลสหรือเหล็กลงไปสัมผัสโดยตรงเด็ดขาดนะคะ ให้ใช้กระบวยที่มีด้ามจับแบบนี้แทน ไม่อย่างนั้นไฟจะดูดเอาได้ ไฟดูดน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 93

    เธอเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเองเซ่าเวินเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวหนานด้วยความเกรงใจ เขาวางตะเกียบลงแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "ผม...ผมชื่อเซ่าเวินครับ นี่ลูกสาวของผม เซ่าอิงลั่ว พวกเราเป็นคนกว่างโจวครับ" เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้เสี่ยวหนานฟังด้วยความเจ็บ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 92

    ในระหว่างนั้น เสี่ยวเปากับอันเจ๋อ ก็ช่วยกันยกถาดอาหารที่แม่ตักให้มาวางไว้ที่โต๊ะ อาหารร้อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งเต็มโต๊ะไปหมด ส่วน เสี่ยวเป่ย ก็รีบไปหยิบน้ำอัดลมที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกับนมอีก 4 กล่อง รวมถึงขนมปังที่แม่เตรียมไว้ให้เป็นขนมของพวกเขา เสี่ยวเป่ยก็แบ่งส่วนหนึ่งมาวางไว้ให้ด้วยพอหน่วนหน่วนพาสองพ่อลู

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 91

    ห้าปีต่อมาห้าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1988 ซูจื่ออัน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาได้สักพักใหญ่แล้ว ด้วยความรู้และความสามารถที่ร่ำเรียนมา เขาได้เข้ามาช่วยงานในโรงงานของพี่สาวอย่างเต็มตัว โรงงานแห่งใหม่ ของ ซูเสี่ยวหนาน กำลังเริ่มก่อสร้างบนที่ดินที่เธอซื้อสะสมไว้ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 90

    สายตาของพนักงานสาวมองผ่านเพียงแค่วูบเดียว ก็ทำให้กิริยาของพนักงานเปลี่ยนไปในทันใด เธอกะพริบตาถี่ รีบยกมือขึ้นประสานพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย"เชิญคุณลูกค้าทางนี้เลยนะคะ ห้องพิเศษของเราพร้อมแล้วค่ะ!"พนักงานผายมืออย่างนอบน้อม แล้วเดินนำแขกกลุ่มใหญ่ผ่านโถงกลางร้านเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 86

    "หน่วนหน่วนยิ่งโตก็ยิ่งเก่ง ยิ่งน่ารัก.." เสี่ยวหนานกล่าว"แน่นอนสิ ก็น้องสอนมาเองกับมือ จะไม่ดีได้ยังไง" สือซานตอบกลับพร้อมกับรับขวดนมไปให้ลูก ๆสองปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1985 ซูจื่ออัน กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยชิงหัว เขาแทบไม่มีเวลาได้กลับบ้านเลยใ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 83

    แสงจันทร์สีนวลสาดส่องเข้ามาในห้องนอนของเสี่ยวหนานและสือซาน ส่องกระทบผ้าม่านบางเบาที่พลิ้วไหวตามแรงลม เสี่ยวหนานนั่งอยู่ริมหน้าต่าง พลางเหม่อมองออกไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด ความสำเร็จทางธุรกิจในวันนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสุขใจได้อย่างเต็มที่ ในใจของเธอเต็มไปด้วยคำ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 81

    ที่โรงพยาบาล ทันทีที่รถของสือซานจอดสนิทที่ทางเข้าห้องฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลก็รีบเอารถเข็นมารับร่างของคนป่วย แล้วพาเสี่ยวหนานเข้าไปยังห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์และพยาบาลเข้ามารับช่วงต่อทันที พวกเขาพยุงร่างของเสี่ยวหนานขึ้นนอนบนเตียงเข็น และพาเธอเข้าไปในห้องตรวจ หลังจากเก็บรถเสร็จสือซานก็รีบมายืน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 76

    หลายสัปดาห์ต่อมา การสอบเกาเข่าผ่านพ้นไปด้วยดี ซูจื่ออัน ได้คะแนนสอบมากถึง 748 คะแนน ถือว่าสูงสุดในเมืองเยี่ยนเทียนแถมยังได้ประกาศนียบัตรจากการแข่งขันระดับมณฑล จนได้รับหนังสือเชิญเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง วันนี้เป็นวันที่จื่ออันจะต้องเดินทาง เขาเลือกแล้วว่าจะเรียนที่ มหาวิทยาลัยชิงหัว ครั้งนี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status