Beranda / รักโบราณ / ณ อนันต์ / เบาะแสบางอย่าง

Share

เบาะแสบางอย่าง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-22 15:45:02

“ซื้ออาวุธหรือ” เว่ยหลาง องค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าเว่ยเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินคำรายงานของกลุ่มคนที่สั่งก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ณ อนันต์    หากประจันหน้าแล้วผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร

    “ยังไม่นอนอีกหรือ”ซุนเจิงที่กลับถึงจวนก็เอ่ยถามภรรยาที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนเตียง ทั้งๆ ที่เธอควรจะหลับใหลไปแล้ว และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น ในมือของเธอยังเต็มไปด้วยของกินอีกต่างหาก“ดึกแล้วนะ ยังจะกินอีกหรือ” บุรุษที่ทิ้งกายนั่งข้างภรรยาเอ่ยถาม“ใช่ นั่งรอคุณกลับจนหิวไปหมด”“จะรอทำไม ง่วงก็นอนไปก่อน” ซุนเจิงเอ่ยพลางยื้อแย่งขนมที่เหอลี่อิงถือไว้มาเข้าปากเช่นกัน โดยอีกฝ่ายไม่เอ่ยขัดแต่อย่างใด กลับกลายเป็นว่าเขาทั้งสองนั่งกินขนมอยู่บนเตียงเหมือนเด็กไม่รู้จักโตไปเสียได้“อยากรู้ว่ารัชทายาทเป็นอย่างไรบ้าง”“เธอเชื่อเจ้าเด็กนั่นรึ วันนี้เขาเกือบหลอกถามเอาความจากเรา จำไม่ได้หรือ” ซุนเจิงหยิบยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นขึ้นมา ยามที่เขาโดนเจ้าเด็กนั่นหลอกไม่เป็นท่าเรื่องระบบระเบียบการปกครองของที่นี่ จนพานให้อีกฝ่ายคิดว่าเขามีบางอย่างปกปิดเอาไว้ “เขาไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก ก็แค่แผนการหนึ่งของเขาเท่านั้น”“ดีแล้วที่เขาตามเล่ห์เหลี่ยมคนอื่นทัน ไม่อย่างนั้นฉันคงได้มานั่งกังวลใจอีก”“เขาฉลาดจะตายไป ไม่ต้องไปห่

  • ณ อนันต์    หากไม่รู้จักกันมาก่อน คงร้องไห้อยู่ข้างเตียงเป็นแน่

    “ใต้เท้าขอรับ!”ซุนเจิงที่กำลังจะหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรากลับต้องรีบชันกายขึ้นมาจากเตียง พร้อมๆ กับเหอลี่อิงที่ยังหลับไม่สนิทดี เขาเดินไปเปิดประตูห้องของตนเอง เมื่อได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นหู พอเปิดออกก็พบกับหลิวจวินที่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬและแววตาฉายความวิตกกังวลจนไม่อาจซ่อนเร้นเอาไว้ได้“รัชทายาทต้องพิษขอรับ! ตอนนี้เพ้อเรียกใต้เท้าไม่หยุด ข้าเลยมาตามตัวใต้เท้าเข้าตำหนักบูรพาขอรับ”“!!!”ซุนเจิงเดินเข้าตำหนักบูรพากลางดึก โดยเส้นทางลับที่หลิวจวินนำเขาเข้ามา ไม่นานเขาก็มายืนอยู่ภายในห้องที่ประทับของรัชทายาทที่ไร้คนเฝ้า มีเพียงรัชทายาทที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงหลิวจวินเมื่อพาตัวขุนนางคนสนิทมาพบรัชทายาทแล้วก็กลับออกไป เหลือเพียงรัชทายาทและซุนเจิงภายในห้องกว้าง ซุนเจิงทรุดตัวนั่งชันเข่ากับพื้นข้างเตียงของรัชทายาท พร้อมทั้งทอดถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายออกมา “บอกแล้วว่าอย่าดื่มสุรา ดื้อรั้นแล้วก็มาเพ้อเรียกหาข้าเช่นนี้”สิ้นเสียงพูดต่อว่า คนที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ก็หัวเราะขึ้นมาในทันที พร้อมทั้งลืมตามองบุรุษที่นั่งชันเข่าอยู่ข้างเตียง“ตบตาท่านไม่ได้หรือ ข้านี่เสแสร้งไม่เก่งเอาเสียเลยว่าไหม

  • ณ อนันต์    คนฉลาดนักมักพลาดพลั้ง

    “ใจเย็นก่อนใต้เท้า” รัชทายาทเอ่ยปรามขุนนางที่มีทีท่าไม่พอใจเขาด้วยรอยยิ้ม “ข้าก็แค่มีเรื่องสงสัยเท่านั้น แต่ว่ามีเพียงท่านและฮูหยินที่จะไขความกระจ่างนี้ได้ หากท่านยังไม่อยากจะบอกข้าในตอนนี้ก็ไม่เป็นไร เรายังมีเรื่องอีกมากที่ต้องกระทำ”ซุนเจิงหันมองหน้าเหอลี่อิงพร้อมทั้งถอนหายใจออกมายาวเหยียด ส่วนเหอลี่อิงก็ได้แต่ส่ายศีรษะไม่ให้เอาความจากเว่ยหลาง“มีเรื่องมากมายที่มนุษย์อย่างเรานั้นไม่สามารถเข้าใจหรืออธิบายได้” เหอลี่อิงเป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง มองไปยังเด็กหนุ่มที่เธอทราบแล้วว่าฉลาดเฉลียวเพียงใด “แต่หากพูดไป ดีไม่ดีข้าและใต้เท้าอาจกลายเป็นคนวิกลจริตไปเสีย อย่างไรเรื่องนี้ก็คนละเรื่องกับงานของรัชทายาทและใต้เท้า เช่นนั้นก็อย่าหยิบยกมาใส่ใจกันเลย”“ข้ามิได้นำเรื่องนั้นมาเพื่อตั้งข้อบาดหมางแต่ประการใด ข้าเพียงอยากรู้จักพวกท่านเหมือนที่ท่านรู้จักข้าก็เท่านั้น เอ่ยตามตรง นอกจากพวกท่านแล้ว ก็คงจะไม่มีใครรู้จักตัวตนของข้าเลยแม้สักคนเดียว”ซุนเจิงที่ได้ยินก็มิได้คลายใบหน้าที่เคร่งขรึมลง กลับกันเขามองใบหน้าที่สลดลงถนัดตาด้วยความรู้สึกต่างออกไปจากเมื่อครู่นี้ “เอาเถอะ สนใจเรื่องของวันนี้จะดีกว่า”“วัน

  • ณ อนันต์    ท่านยัดตำแหน่งให้ข้าเสียออกหน้าออกตาเลยทีเดียว

    วังบูรพาที่ไม่เคยเปิดต้อนรับคนนอก กลับเปิดกว้างรับแขกมากมายที่หอบเอาทั้งคำครหา ข้อถกเถียงต่างๆ นานามาสนทนากันเสียจนเจ้าของตำหนักเริ่มเวียนหัว แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มอย่างคนเขลาเบาปัญญาและฟังเสียงสนทนาที่ลอยมาตามลมเท่านั้น‘ที่ซุนจ้าวเฟิงไม่รับตำแหน่งเสนาบดีกรมคลังอาจเพราะเรื่องนี้ก็เป็นได้!’เปล่าเลย ข้าเพิ่งจะจับเขานั่งตำแหน่งอัครเสนาบดีเมื่อสองวันก่อน...รัชทายาทที่นั่งจิบชาตอบเสียงสนทนาทั้งหลายที่ลอยมาตามลมภายในใจ แต่กลับยิ้มย่องด้วยความพอใจ และนั่งเงี่ยหูฟังต่อไป‘เช่นนี้แล้วรัชทายาทถือหางเขาอย่างนั้นรึ หรือว่าเขาถือหางรัชทายาทกันเล่า’ข้อนี้ข้าก็ไม่ทราบ แต่หากพวกเจ้าพูดต่อ ข้าอาจถือดาบไปฟันพวกเจ้าก็เป็นได้...เว่ยหลางแสยะยิ้มในใจ มือข้างหนึ่งโบกพัดเพื่อดับโทสะที่เหมือนจะเริ่มก่อตัวขึ้นมาเสียแล้ว“รัชทายาท”เว่ยหลางดึงสติกลับมาอยู่กับตนอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียก มองชายสูงวัยที่เข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้ม และมองสิ่งของในมือที่อีกฝ่ายหอบหิ้วมาให้แก่เขา “กระหม่อมนำสุราชั้นดีมาถวายแก่รัชทายาท โปรดทรงรับไว้ด้วยเถิด”“ไม่เห็นใต้เท้าต้องลำบากเลย งานวันนี้เป็นของใต้เท้าซุน แต่กลับมีคนเอาของมาให้ข

  • ณ อนันต์    อัครเสนาบดี

    “ยังไม่เตรียมตัวอีกหรือขอรับ” แขกที่ซุนเจิงเชื้อเชิญให้นั่งเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“ประเดี๋ยวค่อยไปเปลี่ยนชุดก็ได้ ชุดของบุรุษมิได้ยุ่งยากอะไร”“รัชทายาทให้ข้ามารับใต้เท้ากับฮูหยินด้วยตนเอง”ซุนเจิงพยักหน้ารับ แม้ว่ารัชทายาทจะกระทำกับเขาเหมือนเด็กน้อยที่เดินเข้าตำหนักบูรพาไม่ถูก“งานวันนี้คงลือไปทั่วเมืองหลวงกระมัง”“ขอรับ ความจริงไม่มีใครคิดด้วยซ้ำไปว่ารัชทายาทจะใช้พระราชอำนาจที่จักรพรรดิมอบให้ก่อนหน้านี้ นำตัวท่านเข้ามาอยู่ในสำนักตรวจสอบ”“คงจะอย่างนั้น แต่มีอำนาจแล้วไม่ใช้ ก็จะมีไปทำไมกัน”“เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็ก อัครเสนาบดีแห่งต้าเว่ยมีเพียงสามคน และท่านกำลังเป็นหนึ่งในนั้น”“ฮะ! อัครเสนาบดี!” คนที่ได้ยินชื่อตำแหน่งของตนทำตาโต เอ่ยถามราชองครักษ์ด้วยความฉงนสนเท่ห์“ขอรับ ตำแหน่งที่รัชทายาทจะแต่งตั้งให้แก่ท่านคืออัครเสนาบดี ทั้งแผ่นดินนี้มีเพียงสามคน คุมทั้งสามสำนัก และดูแลทั้งหกกรม ก่อนหน้านี้ตำแหน่งนี้ร้างราเพราะจักรพรรดิแต่งตั้งให้รัชทายาทเข้ามาควบคุม แต่บัดนี้รัชทายาทกลับแต่งตั้งใต้เท้าขึ้นมาแทน”“ไหนรัชทายาทเอ่ยว่าเอาข้าไปแทนที่ชายชราอย่างไรเล่า”“เกรงว่าที่สำนักตรวจสอบจะไม่มีชายช

  • ณ อนันต์    เรื่องนั้นบางทีก็ต้องพึ่งบุญวาสนา

    ซุนเจิงมองใบหน้าที่ยับยู่ราวกับใคร่ครวญสิ่งที่ยากเหลือหลาย อีกทั้งยังพูดสิ่งใดออกมาไม่ได้ศัพท์ราวกับวิกลจริตพูดกับอากาศธาตุ หรือไม่ก็กำลังสนทนากับเง็กเซียนฮ่องเต้บนสวรรค์ชั้นฟ้า จนท้ายที่สุดชายชราที่เขาเฝ้ารอเอาคำตอบก็พลันลืมตาพร้อมกับเสียงร้องประหนึ่งตกใจนักหนา และหันมายิ้มแฉ่งให้เขา“ใต้เท้าแข็งแรงดีทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล”“อย่างนั้นหรือ” ซุนเจิงชักมือกลับเมื่อได้ยินคำตอบจากหมอชราที่เขาดั้นด้นมาหา “แล้วเหตุใดฮูหยินข้าจึงไม่ตั้งครรภ์เสียที”“โธ่ ใต้เท้า เรื่องนั้นบางทีก็ต้องพึ่งบุญวาสนา ดูอย่างตระกูลสวีที่อยู่ตรงหัวมุมถนน พวกเขาแต่งงานกันมาเป็นสิบปี ฮูหยินของเขาเพิ่งจะตั้งครรภ์เอาตอนอายุสามสิบ”“แต่ข้าก็รอมานานแล้ว” นานมากเสียด้วย เหตุใดหนอบุญวาสนาที่ว่านั้นจึงไม่บังเกิดแก่เขาเสียที“ใจเย็นก่อนใต้เท้า หากท่านกังวลใจเรื่องนี้ ข้าจะจัดเทียบยาบำรุงให้ดีหรือไม่”“ไม่ต้อง ข้าจะรอบุญวาสนาต่อไปก็แล้วกัน” ซุนเจิงเอ่ยตัดบท ส่งเงินจำนวนหนึ่งให้แก่หมอชรา และกลับออกมาจากบ้านไม้เก่าที่พักอาศัยของหมอผู้นี้เมื่อออกมายืนอยู่ด้านหน้าก็บิดขี้เกียจอย่างคนเกียจคร้าน มองไปรอบกายก็เห็นแต่ผู้คนวิ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status