ログインเฮ่อรั่ว อ่านนิยายมาเยอะ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเธอตายแล้วมาเกิดใหม่ในยุคจีนโบราณ ถ้าอย่างนั้นก็ขอย้อนมาเป็นนางเอกของเรื่องเถอะนะ แต่ใครจะคิดเล่าว่า เฮ่อรั่วจะย้อนมาเป็นหลินหลันสาวน้อยอุ่นเตียงของตัวร้าย
もっと見るในห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก หญิงสาวร่างเล็กกำลังนอนแผ่หลาด้วยความหนักใจ แม้ท่วงท่าที่หญิงสาวนอนนั้นแสนสบาย สบายแค่กาย ใจของเฮ่อรั่ว คิดอยู่แต่กลับเงินทุกหยวนที่อยู่ในกระเป๋าของเธอ สถานะภาพทางการเงินของเธอนั้นอยู่ในช่วงขาลงเต็มที นอกจากจะตกงานแล้ว เงินก็ไม่มีอีก เฮ่อรั่วอาศัยว่าตนเองนั้นพอมีฝีมือในการทำงานออกแบบอยู่บ้าง
“ไม่เอาเฮ่อรั่ว อย่าเพิ่งยอมแพ้” เสียงหวานเอ่ยออกมาแบบนั้น พอคิดได้แบบนั้นหญิงสาวก็รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ใครจะคิดว่า เฮ่อรั่ว คนขยันทำงานแห่งปีจะต้องตกงานเพราะพิษเศรษฐกิจ เธอถูกเลิกจ้างอย่างไม่ได้บอกกล่าว พร้อมกับเงินค่าทำขวัญอีกนิดหน่อย เพียงพอกับการเอาชีวิตรอดแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น จะท้อก็ไม่ได้ ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไปเพียงหนทางเดียว.... เฮ่อรั่วสาวน้อยร่างเล็กในวัยยี่สิบเจ็ดยืนอยู่บนท่าเรือพร้อมกับไอแพดเครื่องเล็กที่ใช้เวลาหลายเดือนในการเก็บเงินซื้อ “แดดร้อนจัง”ปากเล็กส่งเสียงบ่นออกมา มือเรียวเช็ดเหงื่อตัวเองที่ไหลเปื้อนใบหน้าขาว ถ้าเธอมีเงินอีกสักนิดก็คงใช้เงินเรียกรถไปส่งยังจุดหมายเพื่อเสนองานให้ลูกค้า ไม่ต้องอาศัยเรือขนส่งสินค้าที่จ่ายค่าเรือเพียงน้อยนิด
“อ้าว อิหนู หลีกทางหน่อย คนจะส่งของ มายืนเกะกะอยู่ได้” เสียงของคนงานที่กำลังแบกของใส่บ่าเอ่ยไล่หญิงสาว เฮ่อรั่วไม่สะทกสะท้านกับคำพูดพวกนี้เพราะเป็นสิ่งที่เธอนั้นเจอประจำ ไม่นานเรือส่งของก็มาเทียบท่า สาวน้อยร่างเล็กรีบก้าวยาว ๆ ขึ้นเรือ โดยไม่ทันระวังหน้าระวังหลังว่ามีคนงานกำลังเข็นลังใบใหญ่มาทางเธอ กว่าจะรู้ตัวมีบางอย่างกระแทกเข้าที่ร่างกายของเฮ่อรั่ว ความรู้สึกมึนงง สายตาหรี่เล็กลงเพราะแสงแดดแยงตา หญิงสาวเสียการทรงตัวจนขาเผลอสะดุดกับกล่องเหล็ก ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที....ร่างกายของเฮ่อรั่วหล่นลงไปแม่น้ำโดยที่เธอเองก็ไม่ทันตั้งตัว ตุ๊บ...... เสียงดังไปทั่วเรียกความสนใจจากกลุ่มคนงานทันที ทุกคนหยุดกิจกรรมทุกอย่างวิ่งมาดู ก่อนเหตุการณ์จะเต็มไปด้วยความโกลาหล “มีคนตกน้ำ.....ช่วยด้วย ใครว่ายน้ำได้ ลงไปที” มีคนงานที่พอว่ายน้ำแข็งกระโดดลงไปช่วยเฮ่อรั่วอย่างรีบร้อน โดย...ไม่รู้ว่าชะตากรรมของหญิงสาวจะเป็นตายร้ายดีเช่นไร.....หญิงสาวพยายามลืมตาอันหนักอึ้งของตน ความรู้สึกหนาวเหน็บของแม่น้ำหายไปเหลือแต่ความร้อนไอแดดสัมผัสผิวกายเรียบเนียนของเธอ
เฮ่อรั่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เธออยากขอบคุณคนที่ไปช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ.... หญิงสาวพยายามลุกขึ้นจากฟูกนอนนุ่มของใครบางคน ดวงตากลมโตเบิกกว้างไปด้วยความฉงน เมื่อสถานที่ตรงหน้าช่างไม่คุ้นตาเอาเสียเลย หญิงสาวถามตนเอง เธออยู่แห่งหนใดกัน.... มันไม่ใช่ห้องของเธอ หรือ โรงพยาบาลอย่างที่ควรจะเป็น แล้วยังมีไอแดดจากด้านนอกที่เล็ดลอดเข้ามาในกระโจม กระโจม...... เสียงในหัวบอกหญิงสาวเช่นนั้น ดวงตาค่อย ๆ กะพริบเพื่อปรับแสงมองรอบกายของเธอ ก่อนสายตากวาดไปเห็นชายหนุ่มในชุดจีนโบราณ แต่งตัวราวกับตัวเองเป็นนักรบหลุดมาจากละครดัง ท่าเรือที่เธอข้ามทุกวันก็ไม่ได้ใกล้กองถ่ายละครนี่ แล้วไหนมีคนแบบนี้มาอยู่ตรงหน้าได้ “เจ้าได้สติแล้วหรือ?” เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยไอสังหารราวกับมีมีดลอยมาจ่อที่คอหอยของเฮ่อรั่ว ร่างกายบางตัวแข็งทื่อโดยทันที แทนที่หญิงสาวจะหวาดกลัวเขา นางทำเพียงสะดุ้งตัวโหยงแล้วหยุดนิ่งเพียงครู่เดียวเท่านั้น ดวงตากลมโตใส่แป๋วไม่ต่างลูกกวางน้อยที่เขาเคยล่านั้นกลับทำให้เขาประหลาดใจขึ้นมา เฮ่อรั่วมองใบหน้าที่หล่อเหลาเหมือนไม่มีอยู่จริง ดวงตาของเขาคู่นั้นกลับเย็นชาและมองหญิงสาวจนทำเอาขนลุกไปทั่วร่างกาย “ คะ คุณ...เป็นใคร...” เฮ่อรั่วเอ่ยปากถามเสียงสั่น ด้วยความกลัว เธอกลัวชายนิรนามคนนี้ทั้ง ใช่ และไม่ใช่..... “เจ้ายังจะกล้าถามข้าอีกหรือ” เขาถามพร้อมลุกขึ้นแล้วย่างก้าวมาร่างบางที่สั่นงันงกไม่ต่างไปจากกระต่ายน้อย แววตาจดจ้องมองเฮ่อรั่วประหนึ่งสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่แสนไร้ค่าสำหรับเขา “เจ้าคิดว่าปลอมตัวเข้ามาในค่ายของข้าแล้วจะหนีออกไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ หลินหลัน” เพียงได้ยินชื่อ หลินหลัน สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปในพริบตา เฮ่อรั่วเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ เธออ่านนิยายมาเยอะ ทำไมจะไม่รู้ว่าเธอตายแล้วย้อนเกิดใหม่ในยุคจีนโบราณ..... นี่มันเรื่องอะไร เธอควรย้อนมาเป็นนางเอก ไม่ใช่เพียงสาวน้อยอุ่นเตียงของท่านอ๋องจอมโหด และชายตรงหน้าคือ ท่านอ๋องเจ็ดจอมโหดผู้ไร้เมตตา...... หลงอวิ๋นเฉิน ภาพทุกอย่างลอยเข้ามาในหัวของเธอ วินาทีที่เธอตกลงในแม่น้ำ และความจริงที่ว่าเธอ....เกิดใหม่ในนิยายที่เพิ่งอ่านจบไป ทุกอย่างไม่ได้เป็นเพียงความฝัน หรือ ภาพหลอน ชายตรงหน้าคือ หลงอวิ๋นเฉิน ผู้ปลดชีพหลินหลันสตรีอุ่นเตียงผู้เดียวตั้งแต่ตอนแรกของเนื้อเรื่อง เพราะจับได้ว่านางนั้นหนีไปกับชายคนอื่น ตอนนี้คงเป็นตอนที่หลินหลันย้อนกลับมาเพื่อมาเอาของสำคัญของบิดาที่ค่ายของท่านอ๋องเจ็ด และเขาก็ฆ่าเธออย่างเลือดเย็น “อีกวันฉันต้องตายเหรอเนี่ย.....” จู่ ๆ เสียงหวานก็หวีดร้องมา ตามเนื้อเรื่องเธอต้องตายในอีกไม่กี่วันแล้ว สายตาของเขาจับจ้องมองหญิงสาวที่กำลังพ่นคำพูดแสนประหลาดออกมาจากปากของนางอย่างไม่วางตา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางเปลี่ยนไป.... หลินหลันที่เขารู้จัก สตรีชั้นต่ำในจวนที่นางมักจะหวาดกลัวแม้เสียงฝีเท้าของเขา แต่ตอนนี้นอกจากนางจะทำราวกับเขาไม่มีตัวตน ยังพึมพำคำพูดที่เขาไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก คำพูดของนางที่เพิ่งเอ่ยปากถามถึงจะสั่นเครือ แต่ก็แฝงไปด้วยความกล้าอย่างที่นางไม่เคยทำมาก่อน ฝีท้าวของเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ดวงตาของนางใสซื่อเกินกว่าจะโกหก กลิ่นอายของนางเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา และตื่นกลัว ไม่คุ้นเอาเลย “เจ้าพูดอะไรของเจ้า” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เขานึกชังแววตาไร้เดียงสาของนางในยามนี้ มันช่างไร้เดียงสาจนน่าหงุดหงิด... นางมีแผนการอะไรอย่างนั้นหรือ คิดจะมาหลอกคนอย่างหลงอวิ๋นเฉิน ไม่ตายดีสักคน... “เจ้าคิดว่าตัวเองจะรอดเพราะดวงตาคู่นั้นอย่างนั้นหรือ” เฮ่อรั่วรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เมื่อสายตาของตัวร้ายในนิยายที่เพิ่งอ่านจบมองเธอราวจะกลืนกิน..... เธอจะมีชีวิตรอดเกินวันนี้ไหมเนี่ย พอเห็นแววตาอาฆาตของหลงอวิ๋นเฉินแล้วเธอใจคอไม่ดีเอาเสียเลย เฮ่อรั่วควรแกล้งตายดีไหมนะ ....ว่าแล้วร่างกายของเธอก็นึกอ่อนแรงลงดื้อ ๆ หลงอวิ๋นเฉินถอนหายใจกับการกระทำแสแสร้งของสตรีตรงหน้า คิดว่าเขาดูไม่ออกหรืออย่างไรว่านางใช้กลมารยาของนางด้วยแกล้งหลับ ถ้าอยากจะหลับก็หลับไป เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าหลินหลันแสนประหลาดคนนี้จะทำอะไรให้เขาประหลาดใจได้อีก..... หลงอวิ๋นเฉินเอื้อมมือไปรับร่างบางที่แสร้งล้มลงบนพื้น เขาอุ้มนางขึ้นมาก่อนวางลงบนฟูกนอนในกระโจม รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากของเขา รอยยิ้มที่แม้แต่องรักษ์คนสนิทไม่เคยพบพานมาก่อน สตรีในอ้อมกอดพยายามกลั้นหายใจ แพขนตางอนขยับไหวไม่ต่างจากลูกนกที่กำลังสั่นเครืออย่างหวาดกลัว อ๋องเจ็ดนึกถูกใจที่ได้กลั่นแกล้งนาง...... หลงอวิ๋นเฉินโน้มใบหน้าเขาไปใกล้นาง ลมหายใจร้อนเป่าริดรดแก้มนวลของนางจนร่างเล็กเผลอปิดตาแน่น ก่อนเขาจะกระซิบข้างหูเล็ก “หากเจ้าจะกลั้นหายใจ เจ้าควรลืมตามองข้านะ น่าขันเสียจริง” กล่าวจบเช่นนั้น ร่างกายใหญ่โตสมกับบุรุษชาตินักรบเดินออกไปจากกระโจม ทิ้งเอาไว้เพียงเฮ่อรั่วที่รีบกุลีกุจอลุกขึ้นมาเอามือทาบอกด้วยความตื่นตระหนก “พระเจ้าช่วยเถอะ....คนอะไรจะจับคนโป๊ะได้เก่งขนาดนี้ สมกับเป็นตัวร้ายจริง ๆ ฉันจะมีชีวิตรอดเกินสองวันไหมเนี่ย“ทูลท่านอ๋อง ฮูหยินไม่ได้ล้มป่วยแต่อย่างใดเพคะ หากแต่...กำลังมีชีวิตน้อย ๆ ก่อเกิดอยู่ในครรภ์” คำกล่าวนั้นราวกับเสียงสวรรค์ หลงอวิ๋นเฉินชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมที่เคยแข็งดั่งเหล็กกล้ากลับสั่นระริก เขาเงยหน้าขึ้นมองหมอหลวงเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้ฟังผิด “เจ้าว่าอย่างไรนะ...นางกำลังตั้งครรภ์หรือ” “เพคะ เป็นสัญญาณแห่งมงคลยิ่ง ขอเพียงพักผ่อนมาก ๆ และอย่าคร่ำเคร่งเรื่องใด ฮูหยินก็จะปลอดภัยรวมถึงบุตรในครรภ์” หมอหลวงก้มคำนับอีกครั้งก่อนขอตัวออกจากเรือน เหลือเพียงความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความปีติ “เจ้าได้ยินหรือไม่ หลินหลัน เจ้ากำลังมีบุตรให้ข้า” หลงอวิ๋นเฉินกล่าวออกมาด้วยความดีใจ เสียงของเขาแผ่วเบาแต่สั่นด้วยความตื้นตัน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง โน้มตัวกอดหญิงสาวไว้แนบอก มือหนาแตะหน้าท้องแผ่วเบาราวกับสัมผัสสิ่งล้ำค่า หลินหลันเองก็พลันตระหนกไปชั่วขณะ หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ดวงหน้างามซีดเผือดก่อนจะแดงระเรื่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว ยังไม่ทันตั้งสติ ร่างบอบบางก็ถูกหลงอวิ๋นเฉินโอบกอดแน่นเสียจนแทบหายใจไม่ออก อ้อ
ดูเหมือนสิ่งที่หลงอวิ๋นเฉินคาดการณ์ไว้ จะไม่ผิดไปเท่าใดนัก เมื่อเขาถูกเสนอชื่อให้ขึ้นเป็นรัชทายาท ทว่ากลับปฏิเสธพระราชโองการนั้นไปทันที ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดจึงตกอยู่กับ เจิ้นอ๋อง ซึ่งเหล่าขุนนางทั่วทั้งราชสำนักต่างเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกัน ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวที่เขากราบทูลต่อฮ่องเต้ คือ ขอเพียงได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายร่วมกับ ฮูหยินของเขา ดังเดิมแม้จะต้องพำนักอยู่ห่างไกลจากวังหลวง ทว่ากลับอบอวลด้วยความสุขอันเงียบสงบ สิ่งที่ฮ่องเต้เคยติดค้างต่อมารดาของเขาในอดีต บัดนี้ได้รับการชดใช้จนหมดสิ้น ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดต่างได้รับผลกรรมตามครรลอง หลงเหวินอี้... แม้จะยังมีลมหายใจอยู่ในร่าง ทว่าเมื่อถูกส่งไปอยู่ในตำหนักเย็นแล้ว ก็ไม่ต่างจากการตายทั้งเป็น ฮ่องเต้เองก็ยากนักจะทัดทานต่อความปรารถนาอันเรียบง่ายของหลงอวิ๋นเฉิน เขาได้แต่ปล่อยให้หลงอวิ๋นเฉินผู้นี้ไปตามชะตากรรมที่หลงอวิ๋นเฉินเลือกเอง สิ่งเดียวที่เขาขอไว้ในฐานะบิดา คือการจัดพิธีอภิเษกสมรสให้แก่หลงอวิ๋นเฉินและหลินหลันอย่างน้อยนั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ฮ่องเต้ผู้
ความเย็นเฉียบลอยมาสัมผัสผิวพรรณขาวสะอาดของหลินหลัน ร่างบางสะดุ้งตัวเล็กน้อย รู้ตัวอีกคราอาภรณ์ของหลินหลันก็ปลิวลอยลงข้างเตียงนอนเสียแล้ว ฝ่ามือใหญ่กอบกุมความนุ่มนวลคู่นั้นด้วยความหลงใหล ดวงตาคมกริบเปี่ยมล้มไปด้วยความไฟแห่งความปรารถนา “ท่านอ๋อง” เสียงครางแผ่วเบาทำให้หลงอวิ๋นเฉินแทบทนไม่ไหว เร่งเร้าให้กระชากอาภรณ์ของตนในทันที เพียงชั่วพริบตาร่างกายแข็งแกร่งของหลงอวิ๋นเฉินกลับเปลือยเปล่าไร้สิ่งใดขวางกั้น แสงสว่างจากเปลวไฟของตะเกียงมาพอที่ทำให้หลงอวิ๋นเฉินครึ้มอกครึ้มใจเมื่อเห็นสายตากลมโตราวกับลูกกวางคู่นั้นเปี่ยมล้มไปด้วยอยากรู้อยากเห็น “เจ้าไม่ต้องกลัว...” เสียงกระซิบปลอบโยนข้างหูช่วยบรรเทาความหวั่นกลัวในใจของนางลดน้อยลง นางหลงระเริงกับการปลอบประโลมของเขาได้เพียงไม่นาน ความร้อนชื้นจากริมฝีปากกำลังดูดกลืนยอดทรวงอย่างหนักหน่วง ความรู้สึกที่มิอาจห้ามได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ลำแขนเรียวเล็กโอบกอดร่างใหญ่เอาไว้แน่นฝ่ามือลูบไล้สำรวจเรือนร่างของเขาไม่ต่างกัน หลินหลันไม่คิดเลยว่าเรือนร่างของบุรุษเบื้องหน้าจะทำให้นางหวั่นไหวถึงเพียง
หลงอวิ๋นเฉินมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอื้อมมือเกลี่ยกลีบดอกที่ติดบนไหล่บางเบา ๆ “ของพวกนั้น ข้ามิอาจรับไว้ได้ หากเจ้าไม่อาจยิ้มอย่างสบายใจ” หลินหลันอมยิ้ม หัวใจหวั่นไหวกับคำพูดของบุรุษผู้นี้ “เพราะสิ่งใดเล่าจะมีค่ามากกว่าความสุขของเจ้า” เขาเอ่ยเบา ริมฝีปากแตะรอยยิ้มจาง “ข้าปรารถนาเพียงให้เจ้าอยู่กับข้า...โดยไม่ต้องหวั่นสิ่งใดอีกแล้ว” “ข้าไม่คิดว่าคำหวานหูเช่นนี้จะออกมาจากปากคนหน้าหนาเช่นท่าน” ผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่าหลงอวิ๋นเฉินผู้เหี้ยมโหด ผู้ที่ชื่อกระหึ่มไปทั่วใต้หล้า จะมีวันกลายเป็นบุรุษผู้ใช้วาจาอ่อนโยนหลอกล่อสตรีได้ถึงเพียงนี้ และแม้นางจะรู้ดีว่านั่นอาจเป็นเพียงถ้อยคำเอาใจ แต่หัวใจของหลินหลันกลับเต้นแรงจนไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า นางพ่ายแพ้ให้กับสายตาและคำพูดของหลงอวิ๋นเฉินโดยสิ้นเชิง “เช่นนั้น...คืนนี้ ข้าจะทำให้เจ้าประจักษ์เองว่า คนหน้าหนาเช่นข้า มิได้มีเพียงถ้อยคำแสนหวานเท่านั้น” เสียงทุ้มต่ำของหลงอวิ๋นเฉินคล้ายต้องมนตร์ยามแผ่วลอดริมฝีปาก นัยน์ตาคมทอดมองนางด้วยแววตาอ่อนลึก ราวจะกลืนกินความงามตรงหน
หลังเหตุการณ์ในงานเลี้ยงค่ำคืนนั้น ข่าวการปลดรัชทายาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งราชสำนัก ขุนนางผู้ใหญ่ต่างแตกตื่น ร่ำลือกันไปต่างถ้อยคำว่าฮ่องเต้ทรงเลือกผู้ใดขึ้นดำรงตำแหน่งรัชทายาทคนใหม่ เช้าวันต่อมา บรรยากาศในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม รายพระนามของผู้ที่ถูกพิจารณามีอยู่เพียงไม่
ฮูหยิน ฮูหยินอย่างนั้นหรือ เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว “เอ่อ เถ้าแก่ ข้ามิใช่ ฮูหยินของท่านอ๋อง..” “ขอบใจเถ้าแก่มาก เอาเป็นว่าข้าไม่ปฏิเสธน้ำใจก็แล้วกัน” หลินหลันยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกหลงอวิ๋นเฉินกระชากข้อมือเบา ๆ ก่อนลากขึ้นบันไดไปยังห้อ
บ่ายคล้อยแสงอาทิตย์เริ่มอ่อนลง หลงอวิ๋นเฉินพาหลินหลันเดินจนทั่วตลาดโดยมีทหารองครักษ์ค่อยตามอยู่ห่าง ๆ ทั้งสองเดินมาถึงโรงเตี๊ยมขนาดเล็กแถวชานเมืองด้วยความอ่อนล้า หลินหลันถือวิสาสะลากแขนแกร่งของหลงอวิ๋นเฉินเข้าไปในโรงเตี๊ยมทันที “เถ้าแก่ ๆ ขอน้ำชาเย็น ๆ หน่อยเจ้าค่ะ” หลิ
หลินหลันนั่งรถม้าครั้งแรกในชีวิต...ย่อมต้องตื่นตาเป็นธรรมดา มือบางแวกม่านขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนตัวตามถนน และความตื่นเต้นในแววตาของนางฉายชัดจนปิดไม่มิด ดวงตากลมโตเบิกกว้างรูม่านตาขยายเมื่อภาพเบื้องหน้าเผยให้เห็นชุมชนคึกคัก ชาวบ้านตั้งแฝงขายของริมถนน ตลอดจนเสียงจอแจของผู้คนในตลาด











