Masuk🥮ตอนที่ 8🥮
🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮 เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ “โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บ พอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว “นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถาม เฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถาม เฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา “เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่านจื่อเสียก่อนข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนการฝึกตบะเซียนของท่านนะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานพูดแล้วหันสายตาไปทางอื่น หมิงเยี่ยมองไปที่เฟิ่งหลานเขาแปลกใจที่นางเอาแต่ก้มหน้าอย่างเดียวเขาจึงมองไปที่เท้าของนางที่โดนหนามตำด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด จากนั้นหมิงเยี่ยก็อุ้มนางขึ้นมาในวงแขนแล้วพานางกลับไปที่กระท่อมท้ายสวนสวรรค์เฟิ่งหลานตกใจจนหน้าแดงเพราะอายที่หมิงเยี่ยต้องมาอุ้มนางแบบนี้ หมิงเยี่ยวางเฟิ่งหลานลงที่เก้าอี้หน้ากระท่อมน้อยและถอดรองเท้าของนางออกเฟิ่งหลานตกใจกับสิ่งที่หมิงเยี่ยทำให้กับนาง “เทพหมิงเยี่ยท่านไม่ต้องทำแบบนี้ให้ข้าน้อยหรอกข้าน้อยทำเองก็ได้เจ้าค่ะ” เฟิ่งหลานบอกกับเขา หมิงเยี่ยได้ยินเฟิ่งหลานพูดเช่นนั้นเขาก็เอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงที่ดุนาง “เจ้านั่งอยู่เฉย ๆ ข้าจะช่วยขับพิษให้กับเจ้าอย่าดื้อดึง” หมิงเยี่ยบอก พูดเสร็จเขาก็ร่ายพลังเวทย์ใส่ไปที่เท้าของนางเพื่อรักษาเฟิ่งหลานก้มหน้าและแอบมองหมิงเยี่ยนางอายที่เขามาช่วยรักษาให้เช่นนี้นี่คือครั้งแรกที่เขาดีกับนางหลังจากที่ต้องหลบหน้าเขามาหลายวันหมิงเยี่ยมองที่เท้าของเฟิ่งหลานด้วยความเป็นห่วง “เจ้ารู้สึกดีขึ้นรึไม่?” หมิงเยี่ยถามนาง “อืม…ข้าน้อยดีขึ้นแล้วขอบน้ำใจท่านเทพหมิงเยี่ยมากนะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกและส่งยิ้มให้เขา คำพูดและรอยยิ้มของเฟิ่งหลานทำให้หมิงเยี่ยนั้นรู้ สึกเคอะเขินจนใบหน้าของเขาเป็นสีแดง ในตอนนั้นเฟิ่งหลานกำลังจะลุกขึ้นเดินด้วยความที่ขาของนางยังติดขัดอยู่เลยทำให้เฟิ่งหลานเซจะล้มหมิงเยี่ยจึงเข้ามาช่วยรับนางไว้เลยทำให้เฟิ่งหลานล้มใส่ไปบนตัวของหมิงเยี่ยจึงทำให้ปากของทั้งสองคนประกบกันโดยไม่ตั้งใจเฟิ่งหลานตกใจตาโตลมหายใจแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ แต่พอได้สติเฟิ่งหลานก็รีบลุกขึ้นทันทีนางตกใจรีบยกมือขึ้นมาปิดที่ปากของนางเอาไว้เพราะเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นซึ่งหมิงเยี่ยเองก็ตกใจไม่ต่างกันนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่เขารู้สึกแบบนี้ “เอ่อ..ขะ..ข้ามิได้ตั้งใจขอโทษเจ้าด้วย” หมิงเยี่ยเอ่ย “เอ่อ..มิเป็นไรข้าน้อยเซล้มใส่ท่านเองข้าน้อยก็ต้องขอโทษเทพด้วย”เฟิ่งหลานบอก และพวกเขาทั้งสองต่างก็มองหน้ากันแบบเลิกลั่กก่อนที่เทพหมิงเยี่ยจะรีบเดินไปจากกระท่อมของนางทันที พวกเขาทั้งสองคนไม่ทันได้สังเกตุว่ามีคนเห็นเหตุ การณ์ทั้งหมดนั่นก็คือ “เทพเหนียงซี” นางเหลือบสายตามองมาที่เฟิ่งหลานด้วยความรู้สึกอิจฉาและเกลียดชังเป็นเพราะเฟิ่งหลานนี่เองที่ทำท่าทีของหมิงเยี่ยนั้นเปลี่ยนไปทั้งยังปฏิเสธนางและยังมีท่าทีที่เฉยชาใส่นางด้วยความโกรธ “ข้าจะทำให้เจ้าอยู่บนสรวงสวรรค์แห่งนี้ไม่ได้คอยดูนะนางธิดาหงส์ชั้นต่ำเจ้าบังอาจใช้มารยาแบบที่พวกปีศาจมาทำให้หมิงเยี่ยหวั่นไหวข้าจะทำลายเจ้าซะ” เหนียงซีเอ่ย พูดจบเทพเหนียงซีก็เดินจากไปนางไปดักรอหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเพราะเหนียงซีอยากจะรู้ว่าถ้าหมิงเยี่ยเห็นนางเขาจะทำหน้าตาเยี่ยงไรเมื่อเจอนางที่ตำหนักมังกรของเขาหลังจากตั้งป้ายศพของท่านพ่อท่านแม่เสร็จเฟิ่งหลานก็ฝันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนางช่างหน้าตางดงามราวกับเทพธิดา“ข้าจะมาอยู่กับท่านนะท่านแม่”หญิงสาวพูดและส่งยิ้มให้เฟิ่งหลาน จากนั้นร่างของหญิงสาวนั้นก็กลายร่างเป็นหงส์สีแดงพุ่งเข้าใส่ในร่างของนางเฟิ่งหลานนางสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมาทันทีจากนั้นเฟิ่งหลานก็เอามือจับกุมที่ท้องของนาง ตอนนี้ในท้องกำลังจะมีเด็กสาวตัวน้อยมาเกิดเป็นบุตรของนางกับหมิงเยี่ย เฟิ่งหลานดีใจมากเช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานที่กำลังตื่นเต้นเรื่องลููกของนางจึงคิดจะบอกกับหมิงเยี่ยทันทีที่เขากลับจากไปชุมนุมกับเจ้าสำนักเหอหยาง เฟิ่งหลานกำลังเตรียมสำรับอาหารไว้ให้หมิงเยี่ยมากมายนางรอเขาอยู่หลายชั่วยามหมิงเยี่ยก็ยังไม่กลับมาจึงทำให้เฟิ่งหลานเป็นห่วงเขานัก“เฟิ่งหลานข้ากลับมาแล้ว”หมิงเยี่ยเรียกนาง“หมิงเยี่ยทำไมท่านถึงกลับมาช้านักข้ารอท่านมาหลายขัวยาม”เฟิ่งหลานบอก“พอดีรถม้าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยข้าขอโทษเจ้าด้วย”หมิงเยี่ยกล่าวและเดินมากอดภรรยาผู้เป็นที่รัก“หมิงเยี่ยข้ามีข่าวดีจะบอกท่าน”เฟิ่งหลานเอ่ย“ข่าวดีอะไรหรือเฟิ่งหลาน”หมิงเยี่ยถามนาง“ข้า..ข้าตั้งครรภ์แล้วหมิงเยี่ย”เฟิ่งหล
...วันเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนถึง 17 ปี หมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานได้ให้กำเนิดบุตรสาวงดงามสวยไม่แพ้แม่ของนางเลยนามว่า "เฟิ่งเอ๋อร์" นางมีลักษณะนิสัยที่แสนซนและเก่งกาจไม่แพ้ท่านพ่อท่านแม่ของนางเลย เฟิ่งเอ๋อร์นางชอบแต่งตัวเป็นบุรุษ และชอบหนีออกไปเที่ยวในเมืองหลวงจนเฟิ่งหลานต้องบ่นนางอยู่บ่อยๆ... "เฟิ่งเอ๋อร์นี่เจ้าจะออกไปไหนอีก วันนี้ท่านอาเสวียนอี้จะมาเยี่ยมพวกเรา เขายังไม่เคยได้พบเจอหน้าของเจ้าเลยนะเฟิ่งเอ๋อร์ เจ้าควรจะอยู่พบเจอท่านอาเสวียนอี้สักหน่อย" เฟิ่งหลานนางนั่งบำเพ็ญเพียรตบะหลังจากที่พลังเซียนของนางกลับถึงได้หยั่งรู้ว่า บุตรสาวของนางคือเนื้อคู่ของเสวียนอี้ที่มาเกิดในรอบหลายพันปีเพราะสวรรค์ลิขิตให้นางมาเกิดในโลกมนุษย์นางเลยอยากให้พวกเขาทั้งสองได้พบเจอกันสักครั้งเพราะที่ผ่านมาพวกเขาคลาดกันตลอด แต่เฟิ่งเอ๋อร์นางมีนิสัยที่ไม่ชอบให้ให้มาบังคับเลยไม่เคยที่จะเชื่อฟังสักนิด เพราะตัวเฟิ่งเอ๋อร์เองก็พอจะรู้ว่านางตั้งใจอยากจะจับคู่ให้กับเฟิ่งเอ๋อร์ดูตัวกับเสวียนอี้ "ท่านแม่ข้ารู้นะว่าท่านคิดจะทำอะไร" เฟิ่งเอ๋อร์เอ่ยขึ้นมาเรื่องอะไรที่นางจะต้องทำตามใจท่านแม่ของนางด้วย อีกอย่างทำไมนางถึงต้องอย
...เสวียนอี้ช่วยเฟิ่งหลานจัดงานศพให้ท่านพ่อท่านแม่ของนาง ในงานเฟิ่งหลานในชุดสีขาวไว้ทุกข์นางเศร้าโศกที่ต้องสูญเสียท่านพ่อท่านแม่ไปพร้อมกัน เพราะนางไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นหลังจากที่นางและพวกเขามีความสุขกันแค่ไม่กี่วัน นางนั่งมองโลงศพของท่านพ่อท่านแม่ นางทำใจไม่ได้น้ำตาหลั่งไหลไม่หยุด อีกทั้งหมิงเยี่ยยังอาการบาดเจ็บสาหัสนางไม่รู้จะรักษาเค้าได้เช่นไร ตอนนั้นเองมีเทพเซียนองค์หนึ่งมาปรากฎกายและบอกกับนาง""หากเจ้าอยากรักษาเขาต้องเอา"ดวงหทัย"ครึ่งนึงของเจ้าแลกกับของเขาเพราะส่วนนึงมาจากคำสาปของเจ้า เจ้าจะยอมหรือไม่" เฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นนางก็ตอบทันที"อย่าว่าแต่ "ดวงหทัย" ครึ่งหนึ่งเลยแม้กระทั่งชีวิตของข้า ข้าก็ให้เขาได้ เพราะข้ารักเขามากยิ่งนัก" เฟิ่งหลานกล่าวทั้งน้ำตาชีวิตนี้หากไม่มีหมิงเยี่ยนางก็พร้อมจะตายกับเขาดีกว่าอยู่แบบทรมานโดยที่ไม่เหลือใคร เสวียนอี้ได้ยินเช่นนั้นก็สงสารนางเหลือเกินยิ่งเห็นนางร้องไห้ไม่หยุด เขาก็เจ็บปวดใจที่ช่วยอะไรนางไม่ได้เลยได้แต่พยายามปลอบใจนางเท่านั้น เฟิ่งหลานกลับเดินไปที่ห้องนอนของนางกับเขา นางลงนั่งข้างกายหมิงเยี่ยที่นอนหลับไม่รู้สึกตั
"หลังจากที่ทั้งสองตื่นนอน ก็พากันไปที่ห้องโถงของจวนเพื่อกินข้าวเช้า เฟิ่งเซียงและฮูหยินเฟยสั่งให้พ่อครัวทำอาหารเพื่อมาบำรุงทั้งสองคน อาหารเต็มโต๊ะมีอาหารที่ช่วยบำรุงทั้งนั้น""พวกเจ้าทั้งสองคนต้องกินเยอะๆนะจะได้แข็งแรงแม่กับพ่อของเจ้าอยากอุ้มหลานแล้วจะชายหรือหญิงได้หมด" หลังจากที่ทั้งสองได้ยินก็เขินอายเพราะคิดไม่ถึงว่าท่านพ่อกับท่านแม่จะรีบเร่งเช่นนี้ "ท่านพ่อท่านแม่พวกท่านอย่าเร่งบำรุงพวกข้าแบบนี้สิเจ้าคะ ก่อนที่ลูกจะมีหลานให้พวกท่านลูกกับหมิงเยี่ยคงสมบรูณ์อ้วนเป็นหมูอย่างแน่นอนเจ้าคะ"เฟิ่งหลานพูดจบทุกคนก็หัวเราะบรรยากาศบนโต๊ะอาหารของจวนสกุลเฟิ่งอบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าความสุขนั้นกำลังจะหายไปจนเหลือแต่ความเศร้าโศกและการสูญเสีย ...เหนียงซีที่ทุกคนเห็นว่าร่างนางได้สลายหายไปนั้นแท้จริงแล้วดวงจิตของนางยังอยู่มิได้แตกสลายไปด้วย ดวงจิตของนางเคียดแค้นทั้งเฟิ่งหลานและ หมิงเยี่ย ดวงจิตของนางจึงไปอาศัยร่างของปีศาจแมวตัวหนึ่งเพื่อที่จะกลับมาฆ่าเฟิ่งหลาน เหนียงซีในร่างของปีศาจแมวมาที่จวนของสกุลเฟิ่ง นางไล่ทำร้ายคนรับใช้จนบาดเจ็บล้มตายหลายคน ฮุยเอ๋อร์เห็นว่า
"เช้าวันรุ่งขึ้นในวันนี้ทุกคนจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะตกห้องโถงเพื่อสำหรับงานแต่งของทั้งสอง เฟิ่งหลานกับหมิงเยี่ยเดินมามองเห็นห้องโถงเป็นสีแดงไปหมด ทุกคนหันมาทักทายพวกเขาทั้งคู่""เฟิ่งหลานแม่จัดแบบนี้เจ้าชอบหรือไม่อยากเปลี่ยนตรงไหนแม่จะได้บอกให้คนรับใช้จัดแจงเปลี่ยนทันที" เฟิ่งหลานมองไปรอบๆทุกอย่างสวยถูกใจ"ท่านแม่ข้าถูกใจมากเลย ข้าขอบคุณท่านแม่มากๆเลยเจ้าค่ะ" เฟิ่งหลานพูดเสร็จก็โอบกอดมารดาของนาง จากนั้นนางก็หันไปส่งยิ้มให้หมิงเยี่ย"หมิงเยี่ยเจ้าล่ะชอบไหมการตกแต่งแบบนี้" หมิงเยี่ยได้ยินที่แม่ยายบอกเขาก็พยักหน้าตอบรับว่าสวยงามที่สุด"มาๆพวกเจ้าคงหิวกันแล้วเด็กๆไปยกกับข้าวออกมาวันนี้พวกเจ้าทั้งสองต้องกินเยอะๆเลยนะแม่จัดเตรียมไว้ให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ มีทั้งผัดหูฉลาม หมูผัดน้ำแดง ผักดหอยเป๋าฮื้อ ไก่ตุ๋นโสมร้อยปี " เฟิ่งหลาน กับหมิงเยี่ยต่างมองหน้ากันแล้วแอบขำเบาๆ เฟิ่งหลานคิดในใจนี่ท่านแม่จะบำรุงพวกเขาหรือนี่"ท่านพ่อ..ท่านดูท่านแม่สิ สั่งทำอาหารเยอะแยะเช่นนี้จะบำรุงลูกกับหมิงเยี่ยให้อ้วนหรือไงเจ้าคะ" นางถามขึ้นมาแล้วขำเบาๆ"แหมเจ้าลูกคนนี้นี่เจ้ายังบาดเจ็บแม่และพ่อของเจ้าก็อยากบำรุงเจ้า
..วันนี้เสวียนอี้เดินเข้าไปเพื่อปรึกษากับท่านพ่อของเขาเพื่อจะขอยกเลิกงานหมั้นหมายระหว่างเขากับเฟิ่งหลาน ตอนแรกท่านพ่อของเขาไม่เห็นด้วยแต่เสวียนอี้บอกเหตุผลที่ต้องยกเลิกท่านพ่อของเขาจึงต้องตกลง ทั้งเสวียนอี้และท่านพ่อของเขาขึ้นรถม้าเดินทางไปที่จวนสกุลเฟิ่งเพื่อขอยุติงานหมั้นเฟิ่งเซียงกับฮูหยินเฟยต่างก็ขอโทษกันทั้งสองตระกูลเลยไม่ติดใจเรื่องราวที่ผ่านมาและเมื่อฮูหยินเฟยทราบข่าวว่าเฟิ่งหลานบาดจึงขอไปหานางที่จวนสกุลเหิง" เฟิ่งเซียงกับฮูหยินเฟยขึ้นรถม้าเพื่อไปรับตัวเฟิ่งหลานมารักษาต่อที่จวนสกุลเฟิ่ง ครั้นเมื่อไปถึงทั้งสองคนเห็นหมิงเยี่ยกำลังนั่งเฝ้าเฟิ่งหลานอยู่ข้างกายไม่ห่าง แล้วทั้งสองคนก็เดินมาที่เตียงที่เฟิ่งหลานกำลังนอน ฮูหยินเฟยเรียกเฟิ่งหลานให้รู้สึกตัว "เฟิ่งหลาน เจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง" ฮูหยินเฟยจับที่แขนของนาง เฟิ่งหลานลืมตามองมาเห็นเป็นท่านพ่อท่านแม่ของนาง นางก็ดีใจมากรีบบอกให้หมิงเยี่ยช่วยพยุงนางลุกนัั่ง"ท่านพ่อท่านแม่! หมิงเยี่ยท่านพยุงข้าลุกนั่งหน่อยสิ" หมิงเยี่ยค่อยๆพยุงนางลุกขึ้น"เจ้าค่อยๆลุกนั่งไม่ต้องรีบหรอกบุตรสาวของข้า ทำไมเจ้าถึงได้บาดเจ็บขนาดนี้ลูกสาวของข้าฮือๆ" ฮูหย
🥮 ไปเที่ยวโลกมนุษย์🥮 เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเสวียนอี้พูดแบบนั้นนางก็พลันคิดตามกับคำพูดของเขาซึ่งอาจจะเป็นจริงอย่างคำพูดของเสวียนอี้ก็เป็นได้เพราะเทพหมิงเยี่ยนั้นไม่เคยสนใจสตรีหรือเทพธิดาตนใดเลยจริง ๆ และสตรีที่สามารถเข้าใกล้เขาได้นั้นก็มีแค่เทพสายวารีเพียงเท่านั้นแล้วเหตุใดนางถึงจะต้องมาเสี
🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เ
🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จั
🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว







![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)