เข้าสู่ระบบ🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮
เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้ “เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขา เพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ “หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมา จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดี จู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทน ผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหลานก็มาเจอพวกเขาทั้งสองคนยืนอยู่ด้วยกันเสวียนอี้ที่ไม่คิดว่าจะเจอเทพหมิงเยี่ยลงมาที่โลกมนุษย์เขาจึงรู้สึกตกใจที่เห็นเทพหมิงเยี่ยอยู่กับเฟิ่งหลาน “เฟิ่งหลาน..เทพหมิงเยี่ย..เหตุใดพวกท่านทั้งสองถึงมาอยู่ที่ตรงนี้ด้วยกันได้แล้วท่านเทพหมิงเยี่ยท่านลงมาที่โลกมนุษย์ด้วยรึท่านเทพไม่ต้องเฝ้าประตูสวรรค์อย่างงั้นรึ” เสวียนอี้ถามเขา เพราะเสวียนอี้รู้สึกสงสัยที่เทพหมิงเยี่ยมาอยู่กับเฟิ่งหลานพอหมิงเยี่ยได้ยินที่เสวียนอี้ถามแบบนั้นตัวเขาก็เข้า ใจทันทีว่าเทพเสวียนอี้ผู้นี้น่าจะมีใจชอบพอเฟิ่งหลานอย่างแน่นอน “เอ่อ..พอดีข้าลงมาตรวจตราที่โลกมนุษย์ตามคำสั่งของท่านเง็กเซียนทเพราะกลัวว่าพวกจอมมารจะมาก่อความวุ่นวายในโลกมนุษย์ว่าแต่ทำไมท่านเทพเสวียนอี้ถึงได้พาธิดาหงส์น้อยตนนี้ลงมาที่โลกมนุษย์กันเล่า?” หมิงเยี่ยถามเสวียนอี้กลับไปบ้าง เสวียนอี้ได้ยินคำถามเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าเทพหมิงเยี่ย นั้นน่าจะเริ่มมีใจชอบพอในตัวเฟิ่งหลานเหมือนกันถึงได้สน ใจว่านางทำอะไรอยู่ที่ไหน เพราะเสวียนอี้เขาเคยได้ยินมาว่าเทพหมิงเยี่ยนั้นไม่เคยคิดสนใจธิดาเทพองค์ใดแต่กลับให้ความสนใจถามเรื่องของเฟิ่งหลานเหมือนอยากจะรู้ความสัมพันธ์ของเขากับนาง “ข้ากับเฟิ่งหลานรู้จักกันมาหลายร้อยปีตั้งแต่นางยังวัยเยาว์เมื่อข้าเห็นนางทุกข์ใจจึงยากที่จะทำใจปล่อยผ่านไม่สนใจนางได้ข้าจึงอยากให้นางคลายทุกข์ในใจลงจึงได้พานางมาเที่ยวที่โลกมนุษย์ก็เพียงเท่านั้น” เสวียนอี้บอกกับหมิงเยี่ย เมื่อหมิงเยี่ยได้ยินเช่นนั้นจึงหันกลับไปมองหน้าของ เฟิ่งหลานจึงทำให้หมิงเยี่ยรู้สึกผิดที่ทำให้นางต้องทุกข์ใจและคิดมากกับคำพูดที่นางพูดออกมากับเขา “ถ้าเช่นนั้นท่านก็พานางไปเที่ยวให้หายทุกข์ใจเถิดส่วนข้าจะกลับขึ้นไปบนสวรรค์แล้วหวังว่าพวกท่านทั้งสองคนจะมีความสุขข้าไปล่ะ” พูดจบหมิงเยี่ยก็หายตัวไปทันที เฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นนางก็รู้สึกผิดหวังเพราะนางอยากให้หมิงเยี่ยมาเที่ยวชมดอกไม้ไฟกับนางสักครั้งก็ยังดีแต่ในเมื่อเขาไปแล้วเฟิ่งหลานก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา “เสวียนอี้พวกเราไปชมดอกไฟกันเถิดเมื่อดูเสร็จข้าอยากจะกลับสวรรค์เพื่อไปพักผ่อนเสียหน่อย” เฟิ่งหลานบอกเขา เมื่อเฟิ่งหลานพูดเสร็จนางก็เดินนำเสวียนอี้ไปยังที่สะพานเชื่อมฝั่งเพื่อชมดอกไฟเมื่อหลังจากที่ชมเสร็จพวกเขาทั้งสองก็พากันกลับสวรรค์เสวียนอี้มาส่งเฟิ่งหลานที่กระท่อมจากนั้นเสวียนอี้ก็กลับตำหนักสายลมของตนเองไปทันที🥮ตอนที่ 11🥮🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที“ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โล
🥮ตอนที่ 10🥮🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ยเฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า“ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอกเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา“ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกหมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กั
🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...
🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ“โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บพอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว“นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา“เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่าน
🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จับกับมือของนางมันช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนนั้นเองเทพเหนียงซีก็เดินเข้ามาหาหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเหนียงซีมาพร้อมกับสำรับอาหารมากมายหลายอย่างนางตั้งใจนำมาให้หมิงเยี่ยทาน“หมิงเยี่ยวันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารมาให้ท่าน…ท่านลองชิมดูหน่อยว่าถูกปากของท่านหรือไม่อย่างไร” เหนียงซีบอกกับเขา“เหนียงซีที่จริงเจ้าไม่น่าลำบากทำมาให้ข้าเลยที่นี่ข้ามีนางกำนัลมากมายจัดทำมาให้ข้าอยู่แล้ว” หมิงเยี่ยบอกกับนางหมิงเยี่ยพยายามที่จะเลี่ยงเพื่อเป็นการปฏิเสธกับนางทางอ้อมแต่เทพเหนียงซีหาได้สนใจในคำพูดของหมิงเยี่ยและนางยังคงวางสำรับอาหารและคีบอาหารใส่ในจานให้กับหมิงเยี่ย หมิงเยี่ยเลยคิดว่าจะพูดให้เหนียซีเข้าใจและตัดใจจากเขาด้วยดีก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขา
🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขาเพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ“หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมาจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดีจู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทนผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหล







