Partager

บทที่ 5

last update Date de publication: 2026-02-03 14:03:26

🥮 ไปเที่ยวโลกมนุษย์🥮

เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเสวียนอี้พูดแบบนั้นนางก็พลันคิดตามกับคำพูดของเขาซึ่งอาจจะเป็นจริงอย่างคำพูดของเสวียนอี้ก็เป็นได้

เพราะเทพหมิงเยี่ยนั้นไม่เคยสนใจสตรีหรือเทพธิดาตนใดเลยจริง ๆ และสตรีที่สามารถเข้าใกล้เขาได้นั้นก็มีแค่เทพสายวารีเพียงเท่านั้นแล้วเหตุใดนางถึงจะต้องมาเสียใจ ในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาแล้วด้วยเมื่อเฟิ่งหลานคิดได้เช่นนั้นนางก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“เห้อ…จริงอย่างที่เจ้าว่าตัวข้าเองจะคิดมากไปใยกันเพราะถึงอย่างไรตัวข้าก็ไม่ได้สำคัญสำหรับเขาอยู่แล้ว” เฟิ่งหลานเอ่ยออกมา

เสวียนอี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ปลอบใจนางเบา ๆ ด้วยการจับมือพร้อมกับส่งยิ้มให้กับเฟิ่งหลานอย่างอ่อนโยน

“เฟิ่งหลานแต่ว่าเจ้าอย่าลืมสิว่ายังมีข้าที่อยู่กับเจ้านะแม่หงส์น้อยของข้า”เสวียนอี้บอก

เฟิ่งหลานได้ยินเสวียนอี้เอ่ยคำปลอบใจเช่นนั้นนางก็ส่งยิ้มให้เพื่อเป็นการขอบน้ำใจเสวียนอี้

“อย่างน้อยตัวข้าก็ยังมีสหายที่ดีกับข้า”นางคิดในใจ

เสวียนอี้เห็นว่าเฟิ่งหลานนั้นยังไม่คลายความทุกข์ในใจดังนั้นเขาเลยคิดจะชวนเฟิ่งหลานไปเที่ยวเทศกาลซั่งหยวนที่โลกมนุษย์

“เฟิ่งหลานวันนี้ที่โลกมนุษย์มีการจัดงานเทศกาลซั่งหยวนข้าว่าพวกเราสองคนลงไปเปิดหูเปิดตากันหน่อยเถอะดีรึไม่”เสวียนอี้บอกนาง

เฟิ่งหลานได้ยินที่เสวียนอี้บอกนางจึงตอบตกลงไปทันทีเพราะตัวนางเองก็อยากที่จะคลายความทุกข์ในใจของนางออกไปบ้างเช่นกันนางจะได้ไม่คิดมากเรื่องของ หมิงเยี่ยจนเกินไป

หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็พากันลงไปเที่ยวงาน

เทศกาลซั่งหยวนที่โลกมนุษย์เมื่อพวกเขาทั้งสองมาถึงเมือง

หลวงเฟิ่งหลานและเสวียนอี้พวกเห็นชาวบ้านหนุ่มสาวทุกคนใส่หน้ากากกันหมดจึงถามพวกเขาว่าเหตุใดถึงต้องใส่หน้ากากกันด้วยพอพวกชาวบ้านบอกเฟิ่งหลานกับเสวียนอี้ถึงได้รู้ว่าเพื่อเป็นการรับพรจากเทพเจ้านั่นเอง

เสวียนอี้จึงดึงมือของเฟิ่งหลานเดินไปที่ร้านขายหน้า กากแล้วเขาก็บอกให้นางเลือกมาหนึ่งอัน

“เฟิ่งหลานเจ้าเลือกหน้ากากมาสักหนึ่งอันสิเราจะใส่ไปดูดอกไม้ไฟกัน” เสวียนอี้บอกนาง

เฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นนางก็เลือกหน้ากากหงส์ส่วนเสวียนอี้เองก็เลือกหน้าเทพเจ้าสายลมจากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็พากันเดินไปที่สะพานเชื่อมข้ามฝากเพื่อที่จะไปชมดอกไม้ไฟแต่ด้วยความที่ผู้คนมากมายจนทำให้เสวียนอี้ที่จับมือกับเฟิ่งหลานก็พลันหลุดออกจากกันจากนั้นพวกเขาทั้งสองจึงพลัดหลงทันที

ซึ่งเป็นจังหวะที่จู่ ๆ ก็มีมือของผู้ใดก็ไม่รู้ยื่นมือมาจับกับมือของเฟิ่งหลานแล้วจากนั้นก็พานางวิ่งไปทางอีกด้าน หนึ่งที่แทบจะไม่มีผู้คนหรือชาวบ้านเลยสักนิดไม่เหมือนกับเส้นทางหลักของเมืองหลวง

เฟิ่งหลานแปลกใจว่าผู้ใดกันเหตุใดช่างกล้าหาญพา

นางวิ่งออกมาจากฝูงผู้คนแต่ถึงแม้ว่านางจะไม่รู้ว่าเขานั้นเป็นใครแต่นางก็ดันวิ่งตามเขามาโดยไม่รู้ตัว

เฟิ่งหลานที่พยายามมองว่าภายในใต้หน้ากากมังกรของเขานั้นว่าคือผู้ใครกันแน่แต่ด้วยเพราะไฟที่มันสลัวนางจึงมองเห็นไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่

แต่เมื่อเขาพานางวิ่งมาถึงตรงที่สว่างขึ้นมาหน่อยจู่ๆเขาก็หยุดนิ่งและหันหน้ามามองใบหน้าของนางเมื่อเฟิ่งหลานเห็นแววตาที่อยู่ภายใต้หน้ากากมังกรนางก็รู้ทันทีว่าเขาเป็นใครเขาคือเทพหมิงเยี่ยนั่นเองเฟิ่งหลานนางจดจำดวงตาของเขาได้

จากนั้นเฟิ่งหลานก็ถอดหน้ากากหงส์ออกและหลุดพูดชื่อของเขาออก มาทันที

“เทพหมิงเยี่ยท่านคือเทพหมิงเยี่ยใช่หรือไม่” เฟิ่งหลานถามเขา

หมิงเยี่ยเมื่อได้ยินที่นางถามแบบนั้นเขาจึงต้องยอมถอดหน้ามังกรออกมาจากใบหน้าของเขาและก็มองที่หน้าของเฟิ่งหลานทันที

“ใช่...ข้าเองว่าแต่เจ้ามาทำอะไรที่โลกมนุษย์แล้วเหตุใดเจ้าถึงมากับเทพสายลมได้นี่เจ้ากับเขาสนิทกันมากเลยรึถึงขนาดจับมือกันด้วย” หมิงเยี่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่

เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดเทพหมิงเยี่ยต้องพูดเหมือนกับว่ากำลังโกรธและตำหนินางด้วยในเมื่อนางกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย

“เหตุใดท่านต้องทำท่าและน้ำเสียงโกรธเคืองข้าด้วยข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยนี่เจ้าคะ”เฟิ่งหลานถามเขา

หมิงเยี่ยมองใบหน้าของหงส์น้อยที่เอ่ยวาจายอก ย้อนเขากลับมานั่นสิเหตุใดข้าต้องขุ่นเคืองด้วยหมิงเยี่ยเริ่มสับสนว่าเขาเป็นอะไรกันแน่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   ตอนพิเศษ กำเนิดเฟิ่งเอ๋อร์

    หลังจากตั้งป้ายศพของท่านพ่อท่านแม่เสร็จเฟิ่งหลานก็ฝันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนางช่างหน้าตางดงามราวกับเทพธิดา“ข้าจะมาอยู่กับท่านนะท่านแม่”หญิงสาวพูดและส่งยิ้มให้เฟิ่งหลาน จากนั้นร่างของหญิงสาวนั้นก็กลายร่างเป็นหงส์สีแดงพุ่งเข้าใส่ในร่างของนางเฟิ่งหลานนางสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมาทันทีจากนั้นเฟิ่งหลานก็เอามือจับกุมที่ท้องของนาง ตอนนี้ในท้องกำลังจะมีเด็กสาวตัวน้อยมาเกิดเป็นบุตรของนางกับหมิงเยี่ย เฟิ่งหลานดีใจมากเช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานที่กำลังตื่นเต้นเรื่องลููกของนางจึงคิดจะบอกกับหมิงเยี่ยทันทีที่เขากลับจากไปชุมนุมกับเจ้าสำนักเหอหยาง เฟิ่งหลานกำลังเตรียมสำรับอาหารไว้ให้หมิงเยี่ยมากมายนางรอเขาอยู่หลายชั่วยามหมิงเยี่ยก็ยังไม่กลับมาจึงทำให้เฟิ่งหลานเป็นห่วงเขานัก“เฟิ่งหลานข้ากลับมาแล้ว”หมิงเยี่ยเรียกนาง“หมิงเยี่ยทำไมท่านถึงกลับมาช้านักข้ารอท่านมาหลายขัวยาม”เฟิ่งหลานบอก“พอดีรถม้าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยข้าขอโทษเจ้าด้วย”หมิงเยี่ยกล่าวและเดินมากอดภรรยาผู้เป็นที่รัก“หมิงเยี่ยข้ามีข่าวดีจะบอกท่าน”เฟิ่งหลานเอ่ย“ข่าวดีอะไรหรือเฟิ่งหลาน”หมิงเยี่ยถามนาง“ข้า..ข้าตั้งครรภ์แล้วหมิงเยี่ย”เฟิ่งหล

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 30

    ...วันเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนถึง 17 ปี หมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานได้ให้กำเนิดบุตรสาวงดงามสวยไม่แพ้แม่ของนางเลยนามว่า "เฟิ่งเอ๋อร์" นางมีลักษณะนิสัยที่แสนซนและเก่งกาจไม่แพ้ท่านพ่อท่านแม่ของนางเลย เฟิ่งเอ๋อร์นางชอบแต่งตัวเป็นบุรุษ และชอบหนีออกไปเที่ยวในเมืองหลวงจนเฟิ่งหลานต้องบ่นนางอยู่บ่อยๆ... "เฟิ่งเอ๋อร์นี่เจ้าจะออกไปไหนอีก วันนี้ท่านอาเสวียนอี้จะมาเยี่ยมพวกเรา เขายังไม่เคยได้พบเจอหน้าของเจ้าเลยนะเฟิ่งเอ๋อร์ เจ้าควรจะอยู่พบเจอท่านอาเสวียนอี้สักหน่อย" เฟิ่งหลานนางนั่งบำเพ็ญเพียรตบะหลังจากที่พลังเซียนของนางกลับถึงได้หยั่งรู้ว่า บุตรสาวของนางคือเนื้อคู่ของเสวียนอี้ที่มาเกิดในรอบหลายพันปีเพราะสวรรค์ลิขิตให้นางมาเกิดในโลกมนุษย์นางเลยอยากให้พวกเขาทั้งสองได้พบเจอกันสักครั้งเพราะที่ผ่านมาพวกเขาคลาดกันตลอด แต่เฟิ่งเอ๋อร์นางมีนิสัยที่ไม่ชอบให้ให้มาบังคับเลยไม่เคยที่จะเชื่อฟังสักนิด เพราะตัวเฟิ่งเอ๋อร์เองก็พอจะรู้ว่านางตั้งใจอยากจะจับคู่ให้กับเฟิ่งเอ๋อร์ดูตัวกับเสวียนอี้ "ท่านแม่ข้ารู้นะว่าท่านคิดจะทำอะไร" เฟิ่งเอ๋อร์เอ่ยขึ้นมาเรื่องอะไรที่นางจะต้องทำตามใจท่านแม่ของนางด้วย อีกอย่างทำไมนางถึงต้องอย

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 29

    ...เสวียนอี้ช่วยเฟิ่งหลานจัดงานศพให้ท่านพ่อท่านแม่ของนาง ในงานเฟิ่งหลานในชุดสีขาวไว้ทุกข์นางเศร้าโศกที่ต้องสูญเสียท่านพ่อท่านแม่ไปพร้อมกัน เพราะนางไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นหลังจากที่นางและพวกเขามีความสุขกันแค่ไม่กี่วัน นางนั่งมองโลงศพของท่านพ่อท่านแม่ นางทำใจไม่ได้น้ำตาหลั่งไหลไม่หยุด อีกทั้งหมิงเยี่ยยังอาการบาดเจ็บสาหัสนางไม่รู้จะรักษาเค้าได้เช่นไร ตอนนั้นเองมีเทพเซียนองค์หนึ่งมาปรากฎกายและบอกกับนาง""หากเจ้าอยากรักษาเขาต้องเอา"ดวงหทัย"ครึ่งนึงของเจ้าแลกกับของเขาเพราะส่วนนึงมาจากคำสาปของเจ้า เจ้าจะยอมหรือไม่" เฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นนางก็ตอบทันที"อย่าว่าแต่ "ดวงหทัย" ครึ่งหนึ่งเลยแม้กระทั่งชีวิตของข้า ข้าก็ให้เขาได้ เพราะข้ารักเขามากยิ่งนัก" เฟิ่งหลานกล่าวทั้งน้ำตาชีวิตนี้หากไม่มีหมิงเยี่ยนางก็พร้อมจะตายกับเขาดีกว่าอยู่แบบทรมานโดยที่ไม่เหลือใคร เสวียนอี้ได้ยินเช่นนั้นก็สงสารนางเหลือเกินยิ่งเห็นนางร้องไห้ไม่หยุด เขาก็เจ็บปวดใจที่ช่วยอะไรนางไม่ได้เลยได้แต่พยายามปลอบใจนางเท่านั้น เฟิ่งหลานกลับเดินไปที่ห้องนอนของนางกับเขา นางลงนั่งข้างกายหมิงเยี่ยที่นอนหลับไม่รู้สึกตั

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 28

    "หลังจากที่ทั้งสองตื่นนอน ก็พากันไปที่ห้องโถงของจวนเพื่อกินข้าวเช้า เฟิ่งเซียงและฮูหยินเฟยสั่งให้พ่อครัวทำอาหารเพื่อมาบำรุงทั้งสองคน อาหารเต็มโต๊ะมีอาหารที่ช่วยบำรุงทั้งนั้น""พวกเจ้าทั้งสองคนต้องกินเยอะๆนะจะได้แข็งแรงแม่กับพ่อของเจ้าอยากอุ้มหลานแล้วจะชายหรือหญิงได้หมด" หลังจากที่ทั้งสองได้ยินก็เขินอายเพราะคิดไม่ถึงว่าท่านพ่อกับท่านแม่จะรีบเร่งเช่นนี้ "ท่านพ่อท่านแม่พวกท่านอย่าเร่งบำรุงพวกข้าแบบนี้สิเจ้าคะ ก่อนที่ลูกจะมีหลานให้พวกท่านลูกกับหมิงเยี่ยคงสมบรูณ์อ้วนเป็นหมูอย่างแน่นอนเจ้าคะ"เฟิ่งหลานพูดจบทุกคนก็หัวเราะบรรยากาศบนโต๊ะอาหารของจวนสกุลเฟิ่งอบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าความสุขนั้นกำลังจะหายไปจนเหลือแต่ความเศร้าโศกและการสูญเสีย ...เหนียงซีที่ทุกคนเห็นว่าร่างนางได้สลายหายไปนั้นแท้จริงแล้วดวงจิตของนางยังอยู่มิได้แตกสลายไปด้วย ดวงจิตของนางเคียดแค้นทั้งเฟิ่งหลานและ หมิงเยี่ย ดวงจิตของนางจึงไปอาศัยร่างของปีศาจแมวตัวหนึ่งเพื่อที่จะกลับมาฆ่าเฟิ่งหลาน เหนียงซีในร่างของปีศาจแมวมาที่จวนของสกุลเฟิ่ง นางไล่ทำร้ายคนรับใช้จนบาดเจ็บล้มตายหลายคน ฮุยเอ๋อร์เห็นว่า

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 27

    "เช้าวันรุ่งขึ้นในวันนี้ทุกคนจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะตกห้องโถงเพื่อสำหรับงานแต่งของทั้งสอง เฟิ่งหลานกับหมิงเยี่ยเดินมามองเห็นห้องโถงเป็นสีแดงไปหมด ทุกคนหันมาทักทายพวกเขาทั้งคู่""เฟิ่งหลานแม่จัดแบบนี้เจ้าชอบหรือไม่อยากเปลี่ยนตรงไหนแม่จะได้บอกให้คนรับใช้จัดแจงเปลี่ยนทันที" เฟิ่งหลานมองไปรอบๆทุกอย่างสวยถูกใจ"ท่านแม่ข้าถูกใจมากเลย ข้าขอบคุณท่านแม่มากๆเลยเจ้าค่ะ" เฟิ่งหลานพูดเสร็จก็โอบกอดมารดาของนาง จากนั้นนางก็หันไปส่งยิ้มให้หมิงเยี่ย"หมิงเยี่ยเจ้าล่ะชอบไหมการตกแต่งแบบนี้" หมิงเยี่ยได้ยินที่แม่ยายบอกเขาก็พยักหน้าตอบรับว่าสวยงามที่สุด"มาๆพวกเจ้าคงหิวกันแล้วเด็กๆไปยกกับข้าวออกมาวันนี้พวกเจ้าทั้งสองต้องกินเยอะๆเลยนะแม่จัดเตรียมไว้ให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ มีทั้งผัดหูฉลาม หมูผัดน้ำแดง ผักดหอยเป๋าฮื้อ ไก่ตุ๋นโสมร้อยปี " เฟิ่งหลาน กับหมิงเยี่ยต่างมองหน้ากันแล้วแอบขำเบาๆ เฟิ่งหลานคิดในใจนี่ท่านแม่จะบำรุงพวกเขาหรือนี่"ท่านพ่อ..ท่านดูท่านแม่สิ สั่งทำอาหารเยอะแยะเช่นนี้จะบำรุงลูกกับหมิงเยี่ยให้อ้วนหรือไงเจ้าคะ" นางถามขึ้นมาแล้วขำเบาๆ"แหมเจ้าลูกคนนี้นี่เจ้ายังบาดเจ็บแม่และพ่อของเจ้าก็อยากบำรุงเจ้า

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 26

    ..วันนี้เสวียนอี้เดินเข้าไปเพื่อปรึกษากับท่านพ่อของเขาเพื่อจะขอยกเลิกงานหมั้นหมายระหว่างเขากับเฟิ่งหลาน ตอนแรกท่านพ่อของเขาไม่เห็นด้วยแต่เสวียนอี้บอกเหตุผลที่ต้องยกเลิกท่านพ่อของเขาจึงต้องตกลง ทั้งเสวียนอี้และท่านพ่อของเขาขึ้นรถม้าเดินทางไปที่จวนสกุลเฟิ่งเพื่อขอยุติงานหมั้นเฟิ่งเซียงกับฮูหยินเฟยต่างก็ขอโทษกันทั้งสองตระกูลเลยไม่ติดใจเรื่องราวที่ผ่านมาและเมื่อฮูหยินเฟยทราบข่าวว่าเฟิ่งหลานบาดจึงขอไปหานางที่จวนสกุลเหิง" เฟิ่งเซียงกับฮูหยินเฟยขึ้นรถม้าเพื่อไปรับตัวเฟิ่งหลานมารักษาต่อที่จวนสกุลเฟิ่ง ครั้นเมื่อไปถึงทั้งสองคนเห็นหมิงเยี่ยกำลังนั่งเฝ้าเฟิ่งหลานอยู่ข้างกายไม่ห่าง แล้วทั้งสองคนก็เดินมาที่เตียงที่เฟิ่งหลานกำลังนอน ฮูหยินเฟยเรียกเฟิ่งหลานให้รู้สึกตัว "เฟิ่งหลาน เจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง" ฮูหยินเฟยจับที่แขนของนาง เฟิ่งหลานลืมตามองมาเห็นเป็นท่านพ่อท่านแม่ของนาง นางก็ดีใจมากรีบบอกให้หมิงเยี่ยช่วยพยุงนางลุกนัั่ง"ท่านพ่อท่านแม่! หมิงเยี่ยท่านพยุงข้าลุกนั่งหน่อยสิ" หมิงเยี่ยค่อยๆพยุงนางลุกขึ้น"เจ้าค่อยๆลุกนั่งไม่ต้องรีบหรอกบุตรสาวของข้า ทำไมเจ้าถึงได้บาดเจ็บขนาดนี้ลูกสาวของข้าฮือๆ" ฮูหย

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 4

    🥮ความรู้สึกใต้ต้นท้อ🥮 หลังจากที่ทักทายเสร็จแล้วเฟิ่งหลานก็ลงมาจากอ้อมแขนของหมิงเยี่ยและยืนลงตรงหน้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาให้กับเขา จู่ ๆ หมิงเยี่ยก็รู้สึกใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจากนั้นก็มีรอยแดงๆบนใบหน้าขึ้นมาบนหน้าของเขา “เอ่อ..เทพหมิงเยี่ยท่านไม่ค่อยสบายหรือเหตุใด

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 3

    🥮กระท่อมท้ายสวรรค์🥮 เสวียนอี้ได้ยินสิ่งที่เฟิ่งหลานเอ่ยพรรณาถึงเทพหมิงเยี่ยเขาก็เริ่มรู้สึกอิจฉาเทพหมิงเยี่ยเหลือเกินที่เทพธิดาน้อยใหญ่ต่างพากันหลงเสน่ห์เทพมังกรตนนี้รวมถึงเฟิ่งหลานธิดาหงส์ที่เขาแอบรักมาเนิ่นนานด้วย“ที่เจ้าดีใจขนาดนี้แสดงว่าเจ้าคงจะชอบเขามากจริงๆ” เสวียนอี้ถามเฟิ่งหลานด้

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 2

    🥮เจอกันครั้งแรก🥮 หมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบ่นออกมาเขาจึงหันไปมองนางและส่งสายตาที่ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ “นี่!ทำไมเจ้าถึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้กันเหตุใดเจ้าไม่เก็บแล้วเอาลงมากินดี ๆ ” หมิงเยี่ยถามเฟิ่งหลาน เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินที่เทพหมิงเยี่ยนั้นเอ่ยตำหนิเฟิ่งหลานจึงเอ่ยวาจายอกย้อนใส่เขาทั

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 1

    🥮ดินแดนสรวงสวรรค์🥮ณ ตำหนักสวรรค์เมื่อหนึ่งพันปีก่อนมีดินแดนสรวงสวรรค์ที่สวยงดงามและมีเหล่าทวยเทพอาศัยอยู่ซึ่งสรวงสวรรค์แห่งนี้สงบสุขเพราะมีเทพมังกรรัตติกาลหนุ่มอยู่ตนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่คอยดูแลปกปักรักษาอยู่ที่ประตูทางเข้าของแดนสวรรค์และโลกมนุษย์ซึ่งเทพมังกรรัตติกาลหนุ่มตนนี้มีนามว่า “เทพหมิง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status