Compartir

บทที่ 5

last update Última actualización: 2026-02-03 14:03:26

🥮 ไปเที่ยวโลกมนุษย์🥮

เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเสวียนอี้พูดแบบนั้นนางก็พลันคิดตามกับคำพูดของเขาซึ่งอาจจะเป็นจริงอย่างคำพูดของเสวียนอี้ก็เป็นได้

เพราะเทพหมิงเยี่ยนั้นไม่เคยสนใจสตรีหรือเทพธิดาตนใดเลยจริง ๆ และสตรีที่สามารถเข้าใกล้เขาได้นั้นก็มีแค่เทพสายวารีเพียงเท่านั้นแล้วเหตุใดนางถึงจะต้องมาเสียใจ ในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาแล้วด้วยเมื่อเฟิ่งหลานคิดได้เช่นนั้นนางก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“เห้อ…จริงอย่างที่เจ้าว่าตัวข้าเองจะคิดมากไปใยกันเพราะถึงอย่างไรตัวข้าก็ไม่ได้สำคัญสำหรับเขาอยู่แล้ว” เฟิ่งหลานเอ่ยออกมา

เสวียนอี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ปลอบใจนางเบา ๆ ด้วยการจับมือพร้อมกับส่งยิ้มให้กับเฟิ่งหลานอย่างอ่อนโยน

“เฟิ่งหลานแต่ว่าเจ้าอย่าลืมสิว่ายังมีข้าที่อยู่กับเจ้านะแม่หงส์น้อยของข้า”เสวียนอี้บอก

เฟิ่งหลานได้ยินเสวียนอี้เอ่ยคำปลอบใจเช่นนั้นนางก็ส่งยิ้มให้เพื่อเป็นการขอบน้ำใจเสวียนอี้

“อย่างน้อยตัวข้าก็ยังมีสหายที่ดีกับข้า”นางคิดในใจ

เสวียนอี้เห็นว่าเฟิ่งหลานนั้นยังไม่คลายความทุกข์ในใจดังนั้นเขาเลยคิดจะชวนเฟิ่งหลานไปเที่ยวเทศกาลซั่งหยวนที่โลกมนุษย์

“เฟิ่งหลานวันนี้ที่โลกมนุษย์มีการจัดงานเทศกาลซั่งหยวนข้าว่าพวกเราสองคนลงไปเปิดหูเปิดตากันหน่อยเถอะดีรึไม่”เสวียนอี้บอกนาง

เฟิ่งหลานได้ยินที่เสวียนอี้บอกนางจึงตอบตกลงไปทันทีเพราะตัวนางเองก็อยากที่จะคลายความทุกข์ในใจของนางออกไปบ้างเช่นกันนางจะได้ไม่คิดมากเรื่องของ หมิงเยี่ยจนเกินไป

หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็พากันลงไปเที่ยวงาน

เทศกาลซั่งหยวนที่โลกมนุษย์เมื่อพวกเขาทั้งสองมาถึงเมือง

หลวงเฟิ่งหลานและเสวียนอี้พวกเห็นชาวบ้านหนุ่มสาวทุกคนใส่หน้ากากกันหมดจึงถามพวกเขาว่าเหตุใดถึงต้องใส่หน้ากากกันด้วยพอพวกชาวบ้านบอกเฟิ่งหลานกับเสวียนอี้ถึงได้รู้ว่าเพื่อเป็นการรับพรจากเทพเจ้านั่นเอง

เสวียนอี้จึงดึงมือของเฟิ่งหลานเดินไปที่ร้านขายหน้า กากแล้วเขาก็บอกให้นางเลือกมาหนึ่งอัน

“เฟิ่งหลานเจ้าเลือกหน้ากากมาสักหนึ่งอันสิเราจะใส่ไปดูดอกไม้ไฟกัน” เสวียนอี้บอกนาง

เฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นนางก็เลือกหน้ากากหงส์ส่วนเสวียนอี้เองก็เลือกหน้าเทพเจ้าสายลมจากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็พากันเดินไปที่สะพานเชื่อมข้ามฝากเพื่อที่จะไปชมดอกไม้ไฟแต่ด้วยความที่ผู้คนมากมายจนทำให้เสวียนอี้ที่จับมือกับเฟิ่งหลานก็พลันหลุดออกจากกันจากนั้นพวกเขาทั้งสองจึงพลัดหลงทันที

ซึ่งเป็นจังหวะที่จู่ ๆ ก็มีมือของผู้ใดก็ไม่รู้ยื่นมือมาจับกับมือของเฟิ่งหลานแล้วจากนั้นก็พานางวิ่งไปทางอีกด้าน หนึ่งที่แทบจะไม่มีผู้คนหรือชาวบ้านเลยสักนิดไม่เหมือนกับเส้นทางหลักของเมืองหลวง

เฟิ่งหลานแปลกใจว่าผู้ใดกันเหตุใดช่างกล้าหาญพา

นางวิ่งออกมาจากฝูงผู้คนแต่ถึงแม้ว่านางจะไม่รู้ว่าเขานั้นเป็นใครแต่นางก็ดันวิ่งตามเขามาโดยไม่รู้ตัว

เฟิ่งหลานที่พยายามมองว่าภายในใต้หน้ากากมังกรของเขานั้นว่าคือผู้ใครกันแน่แต่ด้วยเพราะไฟที่มันสลัวนางจึงมองเห็นไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่

แต่เมื่อเขาพานางวิ่งมาถึงตรงที่สว่างขึ้นมาหน่อยจู่ๆเขาก็หยุดนิ่งและหันหน้ามามองใบหน้าของนางเมื่อเฟิ่งหลานเห็นแววตาที่อยู่ภายใต้หน้ากากมังกรนางก็รู้ทันทีว่าเขาเป็นใครเขาคือเทพหมิงเยี่ยนั่นเองเฟิ่งหลานนางจดจำดวงตาของเขาได้

จากนั้นเฟิ่งหลานก็ถอดหน้ากากหงส์ออกและหลุดพูดชื่อของเขาออก มาทันที

“เทพหมิงเยี่ยท่านคือเทพหมิงเยี่ยใช่หรือไม่” เฟิ่งหลานถามเขา

หมิงเยี่ยเมื่อได้ยินที่นางถามแบบนั้นเขาจึงต้องยอมถอดหน้ามังกรออกมาจากใบหน้าของเขาและก็มองที่หน้าของเฟิ่งหลานทันที

“ใช่...ข้าเองว่าแต่เจ้ามาทำอะไรที่โลกมนุษย์แล้วเหตุใดเจ้าถึงมากับเทพสายลมได้นี่เจ้ากับเขาสนิทกันมากเลยรึถึงขนาดจับมือกันด้วย” หมิงเยี่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่

เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดเทพหมิงเยี่ยต้องพูดเหมือนกับว่ากำลังโกรธและตำหนินางด้วยในเมื่อนางกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย

“เหตุใดท่านต้องทำท่าและน้ำเสียงโกรธเคืองข้าด้วยข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยนี่เจ้าคะ”เฟิ่งหลานถามเขา

หมิงเยี่ยมองใบหน้าของหงส์น้อยที่เอ่ยวาจายอก ย้อนเขากลับมานั่นสิเหตุใดข้าต้องขุ่นเคืองด้วยหมิงเยี่ยเริ่มสับสนว่าเขาเป็นอะไรกันแน่

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 11

    🥮ตอนที่ 11🥮🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที“ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โล

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 10

    🥮ตอนที่ 10🥮🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ยเฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า“ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอกเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา“ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกหมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กั

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 9

    🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 8

    🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ“โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บพอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว“นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา“เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่าน

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 7

    🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จับกับมือของนางมันช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนนั้นเองเทพเหนียงซีก็เดินเข้ามาหาหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเหนียงซีมาพร้อมกับสำรับอาหารมากมายหลายอย่างนางตั้งใจนำมาให้หมิงเยี่ยทาน“หมิงเยี่ยวันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารมาให้ท่าน…ท่านลองชิมดูหน่อยว่าถูกปากของท่านหรือไม่อย่างไร” เหนียงซีบอกกับเขา“เหนียงซีที่จริงเจ้าไม่น่าลำบากทำมาให้ข้าเลยที่นี่ข้ามีนางกำนัลมากมายจัดทำมาให้ข้าอยู่แล้ว” หมิงเยี่ยบอกกับนางหมิงเยี่ยพยายามที่จะเลี่ยงเพื่อเป็นการปฏิเสธกับนางทางอ้อมแต่เทพเหนียงซีหาได้สนใจในคำพูดของหมิงเยี่ยและนางยังคงวางสำรับอาหารและคีบอาหารใส่ในจานให้กับหมิงเยี่ย หมิงเยี่ยเลยคิดว่าจะพูดให้เหนียซีเข้าใจและตัดใจจากเขาด้วยดีก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขา

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 6

    🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขาเพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ“หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมาจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดีจู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทนผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหล

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status