Masuk🥮ตอนที่ 9🥮
🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง... “หรือว่าข้าจะชอบเจ้าเข้าแล้วจริง ๆ ” หมิงเยี่ยเอ่ย รุ่งอรุณที่สดใสในวันต่อมาเฟิ่งหลานที่กำลังจัดเรียงผลลูกท้อพันปีกับน้ำแกงตุ๋นโสมยาบำรุงเสริมตบะเซียนเฟิ่งหลานตั้งใจที่จะนำไปให้กับเทพหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจที่เขานั้นช่วยนางถอนพิษเมื่อวาเฟิ่งหลานรีบร้อนที่จะไปหาเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้นางโดนน้ำแกงลวกมือเล็กน้อย ณ ตำหนักมังกรเทพหมิงเยี่ยออกมานั่งรอเฟิ่งหลานที่หน้าตำหนักเหมือนกับว่าพวกเขาทั้งสองคนจะสื่อความ รู้สึกกันและกันได้ แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดเทพเหนียงซีมาหาเทพหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรก่อนที่เฟิ่งหลานจะมาถึงเทพเหนียงซีเดินเข้ามาสวมกอดเทพหมิงเยี่ยจากด้านหลังนางตั้งใจเพื่ออยากให้เฟิ่งหลานนั้นมาเห็นว่านางกับหมิงเยี่ยมีใจให้กันและซึ่งมันก็ได้ผลจริง ๆ ในตอนนั้นเองเฟิ่งหลานก็มาถึงที่ตำหนักมังกรพอดีเฟิ่งหลานมาเห็นภาพตรงหน้าที่เทพเหนียงโอบกอดเทพ หมิงเยี่ยอย่างกับคนรักเฟิ่งหลานจึงเข้าใจว่าพวกเขาทั้งสองเป็นคนรักกันจริง ๆ เทพหมิงเยี่ยหันมาเห็นเฟิ่งหลานที่มาหาเขาพอดีจึงรีบปัดเทพเหนียงซีออกจากตัวของเขาเฟิ่งหลานเห็นเช่นนั้นนางก็วางตะกร้าและน้ำแกงลงบนโต๊ะ จากนั้นเฟิ่งหลานก็หายตัวหนีไปเทพหมิงเยี่ยร้องเรียกพร้อมกับหายตัวตามเฟิ่งหลานไปทันที “เฟิ่งหลาน..เฟิ่งหลาน..เจ้าฟังข้าก่อนที่เจ้าเห็นมันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดและเข้าใจนะ”หมิงเยี่ยบอกกับนาง เฟิ่งหลานรู้สึกเสียใจเลยไม่ได้ฟังที่หมิงเยี่ยบอกเมื่อมาถึงที่กระท่อมเฟิ่งหลานก็รีบเดินเข้าไปทันทีเทพหมิงเยี่ย ที่ตามมาถึงก็รีบบอกกับเฟิ่งหลานทันทีว่าที่นางเห็นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด “เฟิ่งหลานเจ้าอย่าได้เข้าใจผิดข้ากับนางไม่ได้เป็นอะไรกันพวกเราทั้งสองคนเป็นแค่สหายกันเพียงเท่านั้นข้าคิดกับนางแค่สหายจริง ๆ ไม่มีอะไรที่เกินเลยกว่านั้นแน่นอน” หมิงเยี่ยบอกกับเฟิ่งหลาน “ท่านเทพหมิงเยี่ย…ท่านไม่จำเป็นต้องแก้ตัวอะไรพวกท่านสองคนจะเป็นอะไรกันหาได้เกี่ยวข้องกับข้าไม่เพราะว่าตัวข้าก็แค่ธิดาเทพหงส์ตนนึงไม่ได้สำคัญอะไรหรอกเจ้าค่ะ” เฟิ่งหลานพูดปนน้อยใจและเสียใจที่ต้องมาเห็นเขาทั้งสองรักกันต่อหน้าต่อตา “สำคัญสิเจ้าสำคัญกับข้านะเฟิ่งหลานเพราะว่าบัดนี้ในใจของข้ามีเจ้าเป็นคนสำคัญเพียงผู้เดียว” หมิงเยี่ยเอ่ยออกมา หมิงเยี่ยเดินเข้าไปหาในกระท่อมและดึงตัวของเฟิ่งหลานมาสวมกอดการกระทำของหมิงเยี่ยนั้นทำให้เฟิ่งหลานตกใจและดีใจที่หมิงเยี่ยมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับนาง “หมิงเยี่ยท่านจะทำอะไรเจ้าคะ?..ปล่อยข้าน้อยเถิดเจ้าค่ะเดี๋ยวผู้ใดมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี” เฟิ่งหลานบอกกับเขา “เฟิ่งหลานข้าชอบเจ้าข้าก็ไม่เข้าใจเหตุใดเจ้าถึงทำให้ข้ารู้สึกหวั่นไหวในจิตใจได้ขนาดนี้” หมิงเยี่ยบอกกับนาง เฟิ่งหลานคิดไม่ถึงว่าเทพมังกรตนนี้จะชอบนางจนเอ่ยป้อนคำหวานออกมาได้ขนาดนี้ทั้งที่ภายนอกนั้นเทพ หมิงเยี่ยเป็นคนนิ่งและเฉยชาจนนางเคยนึกว่าเขาอาจจะไม่มองสตรีคนใดเสียแล้วเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินดีเช่นนั้นนางจึงเอ่ยคำถามกับหมิงเยี่ยเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยขอถามท่านอีกสักครั้งท่านเทพชอบข้าจริง ๆ หรือเป็นเพียงแค่คำลวงกันแน่เจ้าคะ”เฟิ่งหลานถามเขา เทพหมิงเยี่ยมองมาที่ใบหน้าของเฟิ่งหลานพร้อมกับพยักหน้าเป็นการตอบรับนางด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ใช่ข้าชอบเจ้าชอบเพียงคนเดียวเท่านั้น” หมิงเยี่ย บอก พวกเขาทั้งสองคนจ้องตากันในใจเฟิ่งหลานนั้นเต้นระรัวนางค่อย ๆ หลับตาลงเทพหมิงเยี่ยเห็นเช่นนั้นจึงประทับริมฝีปากบรรจงจุมพิตธิดาเทพหงส์น้อยตนนี้ความ รู้สึกของพวกเขาทั้งสองคนเอ่อล้นยากเกินบรรยาย จากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ลืมสบสายตาจนเฟิ่งหลานรู้สึกเขินอายเทพหมิงเยี่ยสวมกอดนางอย่างแนบชิดกันเหมือนกับว่าบนสรวงสวรรค์นี้แค่พวกเขาทั้งสองคนเท่านั้น เทพเสวียนอี้มาหาเฟิ่งหลานที่กระท่อมท้ายสวรรค์เพื่อเอาขนมกุ้ยฮวามาให้เขาเรียกหานางอยู่นานหลายเค่อแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาเทพเสวียนอี้จึงรู้สึกเป็นห่วงเฟิ่งหลานเพราะนางบอกกับเขาว่าจะไปหาเทพหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรแต่ป่านนี้นางก็ยังไม่กลับมาหรือว่าจะเกิดอะไรขึ้น เทพเสวียนอี้เป็นห่วงจึงออกไปตามหาเฟิ่งหลานที่ตำหนักมังกรก็ไม่เจอเขาจึงไปตามหาตามที่ต่าง ๆ ที่เพิ่งหลานนั้นชอบไปในที่สุดเทพเสวียนอี้ก็ได้เจอกับเฟิ่งหลานที่สวนท้ายสวรรค์เป็นที่ ๆ นางชอบไปเดินเก็บสมุนไพรแต่ทว่าเฟิ่งหลานกลับไม่ได้อยู่แค่เพียงผู้เดียวนางอยู่กับเทพ หมิงเยี่ยพวกเขาทั้งสองคนนั่งพิงไหล่กันและกัน ภาพที่เทพเสวียนอี้เห็นนั้นทำให้เขาเข้าใจว่าพวกทั้งสองคนคงสารภาพความรู้สึกของกันและกันให้ได้รับรู้แล้วเทพเสวียนอี้ได้แต่มองดูพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลออกมา “ดีแล้วที่เจ้าได้สมหวังเสียทีเฟิ่งหลานส่วนเทพหมิงเยี่ยถ้าหากว่าท่านทำให้นางเสียใจข้าจะพานางหนีจากท่านไปไม่ให้ได้พบเจออีกเลย” เสวียนอี้เอ่ยออกมาเบาๆ แล้วเทพเสวียนอี้ก็เดินจากกลับไปที่ตำหนักวายุของเขาโดยที่พวกเขาทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าเทพเสวียนอี้นั้นยืนมองดูพวกเขาทั้งสองก่อนจะจากไปด้วยความเสียใจเทพเสวียนอี้จึงตั้งใจที่จะบำเพ็ญเพียรตบะเซียนและไม่คิดจะออกจากตำหนักวายุจนกว่าจะลืมเฟิ่งหลานธิดาเทพหงส์ให้ได้แม้จะเป็นไปได้ยากก็ตาม อยู่ ๆ เทพเสวียนอี้ก็หวนนึกถึงเรื่องราวระหว่างเขากับเฟิ่งหลานภาพความทรงจำยังคงวนเวียนอยู่ภายในจิต ใจของเทพเสวียนอี้นั่นเป็นเพราะว่าเขากับนางเติบโตมาด้วยกันและสนิทสนมกันมาหลายร้อยปี ในหลายร้อยปีมานี้เขาทั้งรักนางและเอ็นดูเฟิ่งหลานมาตลอดจวบจนตอนนี้ที่นางนั้นได้สมหวังในความรักกับ หมิงเยี่ยต่อจากนี้นางคงไม่ต้องการความรักและความหวังดีจากเขาอีกแล้วอย่างแน่นอนเมื่อเทะเสวียนอี้คิดได้เช่นนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นมา “ข้าขอให้เจ้ามีความสุขที่ได้อยู่กับคนที่เจ้ารักนะเฟิ่งหลาน” ก่อนหายเข้าไปในตำหนักวายุเพียงลำพังหลังจากตั้งป้ายศพของท่านพ่อท่านแม่เสร็จเฟิ่งหลานก็ฝันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนางช่างหน้าตางดงามราวกับเทพธิดา“ข้าจะมาอยู่กับท่านนะท่านแม่”หญิงสาวพูดและส่งยิ้มให้เฟิ่งหลาน จากนั้นร่างของหญิงสาวนั้นก็กลายร่างเป็นหงส์สีแดงพุ่งเข้าใส่ในร่างของนางเฟิ่งหลานนางสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมาทันทีจากนั้นเฟิ่งหลานก็เอามือจับกุมที่ท้องของนาง ตอนนี้ในท้องกำลังจะมีเด็กสาวตัวน้อยมาเกิดเป็นบุตรของนางกับหมิงเยี่ย เฟิ่งหลานดีใจมากเช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานที่กำลังตื่นเต้นเรื่องลููกของนางจึงคิดจะบอกกับหมิงเยี่ยทันทีที่เขากลับจากไปชุมนุมกับเจ้าสำนักเหอหยาง เฟิ่งหลานกำลังเตรียมสำรับอาหารไว้ให้หมิงเยี่ยมากมายนางรอเขาอยู่หลายชั่วยามหมิงเยี่ยก็ยังไม่กลับมาจึงทำให้เฟิ่งหลานเป็นห่วงเขานัก“เฟิ่งหลานข้ากลับมาแล้ว”หมิงเยี่ยเรียกนาง“หมิงเยี่ยทำไมท่านถึงกลับมาช้านักข้ารอท่านมาหลายขัวยาม”เฟิ่งหลานบอก“พอดีรถม้าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยข้าขอโทษเจ้าด้วย”หมิงเยี่ยกล่าวและเดินมากอดภรรยาผู้เป็นที่รัก“หมิงเยี่ยข้ามีข่าวดีจะบอกท่าน”เฟิ่งหลานเอ่ย“ข่าวดีอะไรหรือเฟิ่งหลาน”หมิงเยี่ยถามนาง“ข้า..ข้าตั้งครรภ์แล้วหมิงเยี่ย”เฟิ่งหล
...วันเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนถึง 17 ปี หมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานได้ให้กำเนิดบุตรสาวงดงามสวยไม่แพ้แม่ของนางเลยนามว่า "เฟิ่งเอ๋อร์" นางมีลักษณะนิสัยที่แสนซนและเก่งกาจไม่แพ้ท่านพ่อท่านแม่ของนางเลย เฟิ่งเอ๋อร์นางชอบแต่งตัวเป็นบุรุษ และชอบหนีออกไปเที่ยวในเมืองหลวงจนเฟิ่งหลานต้องบ่นนางอยู่บ่อยๆ... "เฟิ่งเอ๋อร์นี่เจ้าจะออกไปไหนอีก วันนี้ท่านอาเสวียนอี้จะมาเยี่ยมพวกเรา เขายังไม่เคยได้พบเจอหน้าของเจ้าเลยนะเฟิ่งเอ๋อร์ เจ้าควรจะอยู่พบเจอท่านอาเสวียนอี้สักหน่อย" เฟิ่งหลานนางนั่งบำเพ็ญเพียรตบะหลังจากที่พลังเซียนของนางกลับถึงได้หยั่งรู้ว่า บุตรสาวของนางคือเนื้อคู่ของเสวียนอี้ที่มาเกิดในรอบหลายพันปีเพราะสวรรค์ลิขิตให้นางมาเกิดในโลกมนุษย์นางเลยอยากให้พวกเขาทั้งสองได้พบเจอกันสักครั้งเพราะที่ผ่านมาพวกเขาคลาดกันตลอด แต่เฟิ่งเอ๋อร์นางมีนิสัยที่ไม่ชอบให้ให้มาบังคับเลยไม่เคยที่จะเชื่อฟังสักนิด เพราะตัวเฟิ่งเอ๋อร์เองก็พอจะรู้ว่านางตั้งใจอยากจะจับคู่ให้กับเฟิ่งเอ๋อร์ดูตัวกับเสวียนอี้ "ท่านแม่ข้ารู้นะว่าท่านคิดจะทำอะไร" เฟิ่งเอ๋อร์เอ่ยขึ้นมาเรื่องอะไรที่นางจะต้องทำตามใจท่านแม่ของนางด้วย อีกอย่างทำไมนางถึงต้องอย
...เสวียนอี้ช่วยเฟิ่งหลานจัดงานศพให้ท่านพ่อท่านแม่ของนาง ในงานเฟิ่งหลานในชุดสีขาวไว้ทุกข์นางเศร้าโศกที่ต้องสูญเสียท่านพ่อท่านแม่ไปพร้อมกัน เพราะนางไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นหลังจากที่นางและพวกเขามีความสุขกันแค่ไม่กี่วัน นางนั่งมองโลงศพของท่านพ่อท่านแม่ นางทำใจไม่ได้น้ำตาหลั่งไหลไม่หยุด อีกทั้งหมิงเยี่ยยังอาการบาดเจ็บสาหัสนางไม่รู้จะรักษาเค้าได้เช่นไร ตอนนั้นเองมีเทพเซียนองค์หนึ่งมาปรากฎกายและบอกกับนาง""หากเจ้าอยากรักษาเขาต้องเอา"ดวงหทัย"ครึ่งนึงของเจ้าแลกกับของเขาเพราะส่วนนึงมาจากคำสาปของเจ้า เจ้าจะยอมหรือไม่" เฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นนางก็ตอบทันที"อย่าว่าแต่ "ดวงหทัย" ครึ่งหนึ่งเลยแม้กระทั่งชีวิตของข้า ข้าก็ให้เขาได้ เพราะข้ารักเขามากยิ่งนัก" เฟิ่งหลานกล่าวทั้งน้ำตาชีวิตนี้หากไม่มีหมิงเยี่ยนางก็พร้อมจะตายกับเขาดีกว่าอยู่แบบทรมานโดยที่ไม่เหลือใคร เสวียนอี้ได้ยินเช่นนั้นก็สงสารนางเหลือเกินยิ่งเห็นนางร้องไห้ไม่หยุด เขาก็เจ็บปวดใจที่ช่วยอะไรนางไม่ได้เลยได้แต่พยายามปลอบใจนางเท่านั้น เฟิ่งหลานกลับเดินไปที่ห้องนอนของนางกับเขา นางลงนั่งข้างกายหมิงเยี่ยที่นอนหลับไม่รู้สึกตั
"หลังจากที่ทั้งสองตื่นนอน ก็พากันไปที่ห้องโถงของจวนเพื่อกินข้าวเช้า เฟิ่งเซียงและฮูหยินเฟยสั่งให้พ่อครัวทำอาหารเพื่อมาบำรุงทั้งสองคน อาหารเต็มโต๊ะมีอาหารที่ช่วยบำรุงทั้งนั้น""พวกเจ้าทั้งสองคนต้องกินเยอะๆนะจะได้แข็งแรงแม่กับพ่อของเจ้าอยากอุ้มหลานแล้วจะชายหรือหญิงได้หมด" หลังจากที่ทั้งสองได้ยินก็เขินอายเพราะคิดไม่ถึงว่าท่านพ่อกับท่านแม่จะรีบเร่งเช่นนี้ "ท่านพ่อท่านแม่พวกท่านอย่าเร่งบำรุงพวกข้าแบบนี้สิเจ้าคะ ก่อนที่ลูกจะมีหลานให้พวกท่านลูกกับหมิงเยี่ยคงสมบรูณ์อ้วนเป็นหมูอย่างแน่นอนเจ้าคะ"เฟิ่งหลานพูดจบทุกคนก็หัวเราะบรรยากาศบนโต๊ะอาหารของจวนสกุลเฟิ่งอบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าความสุขนั้นกำลังจะหายไปจนเหลือแต่ความเศร้าโศกและการสูญเสีย ...เหนียงซีที่ทุกคนเห็นว่าร่างนางได้สลายหายไปนั้นแท้จริงแล้วดวงจิตของนางยังอยู่มิได้แตกสลายไปด้วย ดวงจิตของนางเคียดแค้นทั้งเฟิ่งหลานและ หมิงเยี่ย ดวงจิตของนางจึงไปอาศัยร่างของปีศาจแมวตัวหนึ่งเพื่อที่จะกลับมาฆ่าเฟิ่งหลาน เหนียงซีในร่างของปีศาจแมวมาที่จวนของสกุลเฟิ่ง นางไล่ทำร้ายคนรับใช้จนบาดเจ็บล้มตายหลายคน ฮุยเอ๋อร์เห็นว่า
"เช้าวันรุ่งขึ้นในวันนี้ทุกคนจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะตกห้องโถงเพื่อสำหรับงานแต่งของทั้งสอง เฟิ่งหลานกับหมิงเยี่ยเดินมามองเห็นห้องโถงเป็นสีแดงไปหมด ทุกคนหันมาทักทายพวกเขาทั้งคู่""เฟิ่งหลานแม่จัดแบบนี้เจ้าชอบหรือไม่อยากเปลี่ยนตรงไหนแม่จะได้บอกให้คนรับใช้จัดแจงเปลี่ยนทันที" เฟิ่งหลานมองไปรอบๆทุกอย่างสวยถูกใจ"ท่านแม่ข้าถูกใจมากเลย ข้าขอบคุณท่านแม่มากๆเลยเจ้าค่ะ" เฟิ่งหลานพูดเสร็จก็โอบกอดมารดาของนาง จากนั้นนางก็หันไปส่งยิ้มให้หมิงเยี่ย"หมิงเยี่ยเจ้าล่ะชอบไหมการตกแต่งแบบนี้" หมิงเยี่ยได้ยินที่แม่ยายบอกเขาก็พยักหน้าตอบรับว่าสวยงามที่สุด"มาๆพวกเจ้าคงหิวกันแล้วเด็กๆไปยกกับข้าวออกมาวันนี้พวกเจ้าทั้งสองต้องกินเยอะๆเลยนะแม่จัดเตรียมไว้ให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ มีทั้งผัดหูฉลาม หมูผัดน้ำแดง ผักดหอยเป๋าฮื้อ ไก่ตุ๋นโสมร้อยปี " เฟิ่งหลาน กับหมิงเยี่ยต่างมองหน้ากันแล้วแอบขำเบาๆ เฟิ่งหลานคิดในใจนี่ท่านแม่จะบำรุงพวกเขาหรือนี่"ท่านพ่อ..ท่านดูท่านแม่สิ สั่งทำอาหารเยอะแยะเช่นนี้จะบำรุงลูกกับหมิงเยี่ยให้อ้วนหรือไงเจ้าคะ" นางถามขึ้นมาแล้วขำเบาๆ"แหมเจ้าลูกคนนี้นี่เจ้ายังบาดเจ็บแม่และพ่อของเจ้าก็อยากบำรุงเจ้า
..วันนี้เสวียนอี้เดินเข้าไปเพื่อปรึกษากับท่านพ่อของเขาเพื่อจะขอยกเลิกงานหมั้นหมายระหว่างเขากับเฟิ่งหลาน ตอนแรกท่านพ่อของเขาไม่เห็นด้วยแต่เสวียนอี้บอกเหตุผลที่ต้องยกเลิกท่านพ่อของเขาจึงต้องตกลง ทั้งเสวียนอี้และท่านพ่อของเขาขึ้นรถม้าเดินทางไปที่จวนสกุลเฟิ่งเพื่อขอยุติงานหมั้นเฟิ่งเซียงกับฮูหยินเฟยต่างก็ขอโทษกันทั้งสองตระกูลเลยไม่ติดใจเรื่องราวที่ผ่านมาและเมื่อฮูหยินเฟยทราบข่าวว่าเฟิ่งหลานบาดจึงขอไปหานางที่จวนสกุลเหิง" เฟิ่งเซียงกับฮูหยินเฟยขึ้นรถม้าเพื่อไปรับตัวเฟิ่งหลานมารักษาต่อที่จวนสกุลเฟิ่ง ครั้นเมื่อไปถึงทั้งสองคนเห็นหมิงเยี่ยกำลังนั่งเฝ้าเฟิ่งหลานอยู่ข้างกายไม่ห่าง แล้วทั้งสองคนก็เดินมาที่เตียงที่เฟิ่งหลานกำลังนอน ฮูหยินเฟยเรียกเฟิ่งหลานให้รู้สึกตัว "เฟิ่งหลาน เจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง" ฮูหยินเฟยจับที่แขนของนาง เฟิ่งหลานลืมตามองมาเห็นเป็นท่านพ่อท่านแม่ของนาง นางก็ดีใจมากรีบบอกให้หมิงเยี่ยช่วยพยุงนางลุกนัั่ง"ท่านพ่อท่านแม่! หมิงเยี่ยท่านพยุงข้าลุกนั่งหน่อยสิ" หมิงเยี่ยค่อยๆพยุงนางลุกขึ้น"เจ้าค่อยๆลุกนั่งไม่ต้องรีบหรอกบุตรสาวของข้า ทำไมเจ้าถึงได้บาดเจ็บขนาดนี้ลูกสาวของข้าฮือๆ" ฮูหย
🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมอง
🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จั
🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว
🥮 ไปเที่ยวโลกมนุษย์🥮 เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเสวียนอี้พูดแบบนั้นนางก็พลันคิดตามกับคำพูดของเขาซึ่งอาจจะเป็นจริงอย่างคำพูดของเสวียนอี้ก็เป็นได้เพราะเทพหมิงเยี่ยนั้นไม่เคยสนใจสตรีหรือเทพธิดาตนใดเลยจริง ๆ และสตรีที่สามารถเข้าใกล้เขาได้นั้นก็มีแค่เทพสายวารีเพียงเท่านั้นแล้วเหตุใดนางถึงจะต้องมาเสี







