Share

บทที่ 9

last update Last Updated: 2026-02-16 12:35:28

🥮ตอนที่ 9🥮

🥮ใจตรงกันสักที🥮

เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง

นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที

เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่

ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ

“เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย

เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ

ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...

“หรือว่าข้าจะชอบเจ้าเข้าแล้วจริง ๆ ” หมิงเยี่ยเอ่ย

รุ่งอรุณที่สดใสในวันต่อมาเฟิ่งหลานที่กำลังจัดเรียงผลลูกท้อพันปีกับน้ำแกงตุ๋นโสมยาบำรุงเสริมตบะเซียนเฟิ่งหลานตั้งใจที่จะนำไปให้กับเทพหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจที่เขานั้นช่วยนางถอนพิษเมื่อวาเฟิ่งหลานรีบร้อนที่จะไปหาเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้นางโดนน้ำแกงลวกมือเล็กน้อย

ณ ตำหนักมังกรเทพหมิงเยี่ยออกมานั่งรอเฟิ่งหลานที่หน้าตำหนักเหมือนกับว่าพวกเขาทั้งสองคนจะสื่อความ รู้สึกกันและกันได้

แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดเทพเหนียงซีมาหาเทพหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรก่อนที่เฟิ่งหลานจะมาถึงเทพเหนียงซีเดินเข้ามาสวมกอดเทพหมิงเยี่ยจากด้านหลังนางตั้งใจเพื่ออยากให้เฟิ่งหลานนั้นมาเห็นว่านางกับหมิงเยี่ยมีใจให้กันและซึ่งมันก็ได้ผลจริง ๆ

ในตอนนั้นเองเฟิ่งหลานก็มาถึงที่ตำหนักมังกรพอดีเฟิ่งหลานมาเห็นภาพตรงหน้าที่เทพเหนียงโอบกอดเทพ หมิงเยี่ยอย่างกับคนรักเฟิ่งหลานจึงเข้าใจว่าพวกเขาทั้งสองเป็นคนรักกันจริง ๆ

เทพหมิงเยี่ยหันมาเห็นเฟิ่งหลานที่มาหาเขาพอดีจึงรีบปัดเทพเหนียงซีออกจากตัวของเขาเฟิ่งหลานเห็นเช่นนั้นนางก็วางตะกร้าและน้ำแกงลงบนโต๊ะ

จากนั้นเฟิ่งหลานก็หายตัวหนีไปเทพหมิงเยี่ยร้องเรียกพร้อมกับหายตัวตามเฟิ่งหลานไปทันที

“เฟิ่งหลาน..เฟิ่งหลาน..เจ้าฟังข้าก่อนที่เจ้าเห็นมันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดและเข้าใจนะ”หมิงเยี่ยบอกกับนาง

เฟิ่งหลานรู้สึกเสียใจเลยไม่ได้ฟังที่หมิงเยี่ยบอกเมื่อมาถึงที่กระท่อมเฟิ่งหลานก็รีบเดินเข้าไปทันทีเทพหมิงเยี่ย ที่ตามมาถึงก็รีบบอกกับเฟิ่งหลานทันทีว่าที่นางเห็นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด

“เฟิ่งหลานเจ้าอย่าได้เข้าใจผิดข้ากับนางไม่ได้เป็นอะไรกันพวกเราทั้งสองคนเป็นแค่สหายกันเพียงเท่านั้นข้าคิดกับนางแค่สหายจริง ๆ ไม่มีอะไรที่เกินเลยกว่านั้นแน่นอน” หมิงเยี่ยบอกกับเฟิ่งหลาน

“ท่านเทพหมิงเยี่ย…ท่านไม่จำเป็นต้องแก้ตัวอะไรพวกท่านสองคนจะเป็นอะไรกันหาได้เกี่ยวข้องกับข้าไม่เพราะว่าตัวข้าก็แค่ธิดาเทพหงส์ตนนึงไม่ได้สำคัญอะไรหรอกเจ้าค่ะ” เฟิ่งหลานพูดปนน้อยใจและเสียใจที่ต้องมาเห็นเขาทั้งสองรักกันต่อหน้าต่อตา

“สำคัญสิเจ้าสำคัญกับข้านะเฟิ่งหลานเพราะว่าบัดนี้ในใจของข้ามีเจ้าเป็นคนสำคัญเพียงผู้เดียว” หมิงเยี่ยเอ่ยออกมา

หมิงเยี่ยเดินเข้าไปหาในกระท่อมและดึงตัวของเฟิ่งหลานมาสวมกอดการกระทำของหมิงเยี่ยนั้นทำให้เฟิ่งหลานตกใจและดีใจที่หมิงเยี่ยมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับนาง

“หมิงเยี่ยท่านจะทำอะไรเจ้าคะ?..ปล่อยข้าน้อยเถิดเจ้าค่ะเดี๋ยวผู้ใดมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี” เฟิ่งหลานบอกกับเขา

“เฟิ่งหลานข้าชอบเจ้าข้าก็ไม่เข้าใจเหตุใดเจ้าถึงทำให้ข้ารู้สึกหวั่นไหวในจิตใจได้ขนาดนี้” หมิงเยี่ยบอกกับนาง

เฟิ่งหลานคิดไม่ถึงว่าเทพมังกรตนนี้จะชอบนางจนเอ่ยป้อนคำหวานออกมาได้ขนาดนี้ทั้งที่ภายนอกนั้นเทพ หมิงเยี่ยเป็นคนนิ่งและเฉยชาจนนางเคยนึกว่าเขาอาจจะไม่มองสตรีคนใดเสียแล้วเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินดีเช่นนั้นนางจึงเอ่ยคำถามกับหมิงเยี่ยเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

“เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยขอถามท่านอีกสักครั้งท่านเทพชอบข้าจริง ๆ หรือเป็นเพียงแค่คำลวงกันแน่เจ้าคะ”เฟิ่งหลานถามเขา

เทพหมิงเยี่ยมองมาที่ใบหน้าของเฟิ่งหลานพร้อมกับพยักหน้าเป็นการตอบรับนางด้วยสีหน้าที่จริงจัง

“ใช่ข้าชอบเจ้าชอบเพียงคนเดียวเท่านั้น” หมิงเยี่ย บอก

พวกเขาทั้งสองคนจ้องตากันในใจเฟิ่งหลานนั้นเต้นระรัวนางค่อย ๆ หลับตาลงเทพหมิงเยี่ยเห็นเช่นนั้นจึงประทับริมฝีปากบรรจงจุมพิตธิดาเทพหงส์น้อยตนนี้ความ รู้สึกของพวกเขาทั้งสองคนเอ่อล้นยากเกินบรรยาย

จากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ลืมสบสายตาจนเฟิ่งหลานรู้สึกเขินอายเทพหมิงเยี่ยสวมกอดนางอย่างแนบชิดกันเหมือนกับว่าบนสรวงสวรรค์นี้แค่พวกเขาทั้งสองคนเท่านั้น

เทพเสวียนอี้มาหาเฟิ่งหลานที่กระท่อมท้ายสวรรค์เพื่อเอาขนมกุ้ยฮวามาให้เขาเรียกหานางอยู่นานหลายเค่อแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาเทพเสวียนอี้จึงรู้สึกเป็นห่วงเฟิ่งหลานเพราะนางบอกกับเขาว่าจะไปหาเทพหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรแต่ป่านนี้นางก็ยังไม่กลับมาหรือว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เทพเสวียนอี้เป็นห่วงจึงออกไปตามหาเฟิ่งหลานที่ตำหนักมังกรก็ไม่เจอเขาจึงไปตามหาตามที่ต่าง ๆ ที่เพิ่งหลานนั้นชอบไปในที่สุดเทพเสวียนอี้ก็ได้เจอกับเฟิ่งหลานที่สวนท้ายสวรรค์เป็นที่ ๆ นางชอบไปเดินเก็บสมุนไพรแต่ทว่าเฟิ่งหลานกลับไม่ได้อยู่แค่เพียงผู้เดียวนางอยู่กับเทพ หมิงเยี่ยพวกเขาทั้งสองคนนั่งพิงไหล่กันและกัน

ภาพที่เทพเสวียนอี้เห็นนั้นทำให้เขาเข้าใจว่าพวกทั้งสองคนคงสารภาพความรู้สึกของกันและกันให้ได้รับรู้แล้วเทพเสวียนอี้ได้แต่มองดูพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลออกมา

“ดีแล้วที่เจ้าได้สมหวังเสียทีเฟิ่งหลานส่วนเทพหมิงเยี่ยถ้าหากว่าท่านทำให้นางเสียใจข้าจะพานางหนีจากท่านไปไม่ให้ได้พบเจออีกเลย” เสวียนอี้เอ่ยออกมาเบาๆ

แล้วเทพเสวียนอี้ก็เดินจากกลับไปที่ตำหนักวายุของเขาโดยที่พวกเขาทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าเทพเสวียนอี้นั้นยืนมองดูพวกเขาทั้งสองก่อนจะจากไปด้วยความเสียใจเทพเสวียนอี้จึงตั้งใจที่จะบำเพ็ญเพียรตบะเซียนและไม่คิดจะออกจากตำหนักวายุจนกว่าจะลืมเฟิ่งหลานธิดาเทพหงส์ให้ได้แม้จะเป็นไปได้ยากก็ตาม

อยู่ ๆ เทพเสวียนอี้ก็หวนนึกถึงเรื่องราวระหว่างเขากับเฟิ่งหลานภาพความทรงจำยังคงวนเวียนอยู่ภายในจิต ใจของเทพเสวียนอี้นั่นเป็นเพราะว่าเขากับนางเติบโตมาด้วยกันและสนิทสนมกันมาหลายร้อยปี

ในหลายร้อยปีมานี้เขาทั้งรักนางและเอ็นดูเฟิ่งหลานมาตลอดจวบจนตอนนี้ที่นางนั้นได้สมหวังในความรักกับ หมิงเยี่ยต่อจากนี้นางคงไม่ต้องการความรักและความหวังดีจากเขาอีกแล้วอย่างแน่นอนเมื่อเทะเสวียนอี้คิดได้เช่นนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นมา

“ข้าขอให้เจ้ามีความสุขที่ได้อยู่กับคนที่เจ้ารักนะเฟิ่งหลาน” ก่อนหายเข้าไปในตำหนักวายุเพียงลำพัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 11

    🥮ตอนที่ 11🥮🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที“ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โล

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 10

    🥮ตอนที่ 10🥮🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ยเฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า“ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอกเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา“ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกหมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กั

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 9

    🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 8

    🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ“โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บพอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว“นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา“เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่าน

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 7

    🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จับกับมือของนางมันช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนนั้นเองเทพเหนียงซีก็เดินเข้ามาหาหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเหนียงซีมาพร้อมกับสำรับอาหารมากมายหลายอย่างนางตั้งใจนำมาให้หมิงเยี่ยทาน“หมิงเยี่ยวันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารมาให้ท่าน…ท่านลองชิมดูหน่อยว่าถูกปากของท่านหรือไม่อย่างไร” เหนียงซีบอกกับเขา“เหนียงซีที่จริงเจ้าไม่น่าลำบากทำมาให้ข้าเลยที่นี่ข้ามีนางกำนัลมากมายจัดทำมาให้ข้าอยู่แล้ว” หมิงเยี่ยบอกกับนางหมิงเยี่ยพยายามที่จะเลี่ยงเพื่อเป็นการปฏิเสธกับนางทางอ้อมแต่เทพเหนียงซีหาได้สนใจในคำพูดของหมิงเยี่ยและนางยังคงวางสำรับอาหารและคีบอาหารใส่ในจานให้กับหมิงเยี่ย หมิงเยี่ยเลยคิดว่าจะพูดให้เหนียซีเข้าใจและตัดใจจากเขาด้วยดีก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขา

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 6

    🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขาเพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ“หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมาจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดีจู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทนผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status