LOGINตีสามสี่สิบห้า... ตัวเลขสีแดงบนนาฬิกาดิจิทัลจ้าจนน่ารำคาญ
ราเมศนอนถอนหายใจทิ้งเป็นรอบที่ร้อยของคืน เสียงเครื่องปรับอากาศครางหึ่งอยู่ในหู แต่มันไม่ได้ช่วยให้ใจที่ว้าวุ่นสงบลงเลย ยิ่งร่างนุ่มนิ่มข้างตัวขยับยุกยิก ลมหายใจร้อนๆ จากพิษไข้ที่เป่ารดต้นแขนเขามันยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนนอนอยู่บนกองไฟ "อือ..." เสียงครางงึมงำในคอทำให้ราเมศเกร็งตัวขึ้นมาทันที เขาก้มมองคนข้างตัวท่ามกลางความมืด แสงจันทร์สลัวๆ เผยให้เห็นใบหน้าของแพรวพรรณที่ขมวดคิ้วมุ่นเหมือนกำลังฝันร้าย "แพรว... เป็นอะไร" เขาถามเสียงกระซิบ "หนาวเหรอ?" ไม่มีเสียงตอบ แต่จู่ๆ มือเรียวเล็กก็ปัดป่ายมาวางทาบบนหน้าอกเขา... ตรงตำแหน่งหัวใจที่มันดันเต้นแรงจนน่าขายหน้า แพรวพรรณปรือตาขึ้นมองเขาในความมืด ดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้นดูเว้าแวอนจนเขาใจสั่น "พ่อยังไม่หลับเหรอคะ..." เสียงเธอแหบพร่า "ก็หนูขยับตัวตลอด พ่อจะหลับลงได้ไง" เขาโกหกคำโต ทั้งที่ความจริงเขาแทบไม่ได้หลับเลย "นอนซะ เดี๋ยวไข้ก็ไม่ลดหรอก" "มันนอนไม่หลับค่ะ... ใจมันหวิวๆ" "หวิวอะไรของเธอ ไปกินยาเพิ่มไหม" "ไม่เอา..." เธอพึมพำ ฤทธิ์ยาคงเริ่มทำให้เธอเบลอ "อยากกอดพ่อ... กอดแน่นกว่านี้ได้ไหม" พูดไม่ทันขาดคำ แพรวพรรณก็ทำในสิ่งที่ราเมศไม่คาดคิด เธอพยุงตัวขึ้นแล้วปีนขึ้นมานอนเกยทับบนตัวเขาทั้งตัว! "เฮ้ย! แพรว! ทำอะไรเนี่ย!" เขาสะดุ้งสุดตัว มือไม้ที่ตั้งใจจะผลักออกกลับค้างอยู่กลางอากาศ เพราะกลัวจะไปโดนอะไรที่ไม่ควรโดน ร่างกายเธอแนบสนิทลงมาบนอกเขาจนไม่มีช่องว่าง หน้าอกนุ่มหยุ่นบดเบียดกับแผงอกแกร่งจนเขารู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจเธอ... หรืออาจจะเป็นของเขาเองที่มันเต้นรัวเป็นกลองรบ "ชูว์... อย่าเสียงดังสิคะ เดี๋ยวป้าแจ่มตื่น" แพรวพรรณเอานิ้วแตะปากเขา แววตาเยิ้มๆ นั่นดูซุกซนจนเขาแทบคลั่ง "ลงไปเดี๋ยวนี้! มันดูไม่ดี!" ราเมศพยายามเค้นเสียงดุ แต่ใจเขามันอ่อนยวบยาบไปหมดแล้ว "ไม่ดีตรงไหน... ตอนเด็กๆ หนูก็นอนทับพ่อแบบนี้ พ่อยังชอบเลย" "นั่นมันตอนเด็ก! ตอนนี้เธอโตแล้วนะแพรว!" "โตแล้วกอดไม่ได้เหรอคะ..." เธอตัดพ้อพลางซบหน้าลงกับอกเขา "หนูแค่อยากฟังเสียงหัวใจพ่อ... เหมือนตอนนั้น... มันทำให้หนูหลับสบาย" ราเมศกัดฟันกรอด โธ่เอ๊ย... เอาเรื่องเก่ามาอ้างแบบนี้ จะให้ฉันทำยังไง เขายอมลดมือลง ปล่อยให้เธอนอนทับอยู่อย่างนั้น แขนแกร่งเผลอตวัดโอบเอวคอดกิ่วไว้เบาๆ เพราะกลัวเธอจะตกเตียง ความเงียบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันอัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดที่น่ากลัว ราเมศสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาสูดกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเธอเข้าปอดไปเต็มรัก "หัวใจพ่อเต้นแรงจัง..." เธอพึมพำพลางยิ้มใส่หน้าอกเขา "เพราะรักหนูใช่ไหมคะ..." "เพราะเธอทับพ่ออยู่ต่างหาก หนักจะตาย ยัยตัวแสบ" เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แต่แล้ว... สติเขาแทบจะกระเจิงเมื่อจมูกรั้นๆ ของเธอเริ่มซุกไซ้ไปตามซอกคอ ไล่จากไหปลาร้าขึ้นมาจนถึงติ่งหู "อึก..." ราเมศกลั้นหายใจ ร่างกายเกร็งเขม็ง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ลมหายใจร้อนๆ ของเธอเป่ารดผิวเนื้อเขาจนเขาวูบวาบไปทั้งตัว "หอมจัง..." แพรวพรรณกระซิบเหมือนละเมอ "พ่อหอมไปทั้งตัวเลย... หนูชอบกลิ่นนี้" ริมฝีปากนุ่มหยุ่นแตะเบาๆ ที่ซอกคอเขาเหมือนผีเสื้อขยับปีก แต่มันสั่นสะเทือนไปถึงจุดที่อันตรายที่สุด มือเล็กๆ เริ่มสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ต ลูบไล้หน้าท้องเขาอย่างถือวิสาสะ "พอได้แล้ว... แพรวพรรณ!" ราเมศรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ จับไหล่เธอดันขึ้นมาสบตา แววตาของเขาตอนนี้มันไม่ได้มีแค่ความเอ็นดู แต่มันเต็มไปด้วยความต้องการที่พยายามจะข่มไว้ "ถ้าไม่หยุดทำแบบนี้... พ่อจะไม่ให้นอนที่นี่แล้วนะ" "ใจร้าย..." เธอย่นจมูกใส่ แต่ก็ยอมหยุดนิ่งๆ แพรวพรรณทิ้งตัวซบลงบนอกเขาอีกครั้ง ขยับท่าทางให้นอนสบายโดยการเกี่ยวขาเรียวไว้กับขาแกร่งของเขา "หนูง่วงแล้วค่ะ... ฝันดีนะคะ... รักนะ" ไม่นานนัก เสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็บอกว่าเจ้าตัวแสบหลับไปจริงๆ ทิ้งให้ราเมศนอนตัวแข็งทื่อเป็นเบาะให้เธอนอนทับอยู่แบบนั้น เขาถอนหายใจยาวเหยียด จ้องมองเพดานห้องที่มืดสนิทด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก รักเหรอ... เขาพึมพำกับตัวเองในใจ ยัยเด็กแก่แดด... รู้ไหมว่าคำว่ารักของเธอ มันทำฉันแทบคลั่งตายอยู่แล้ว คืนนี้เขาคงไม่ได้นอนแน่ๆ ไม่ใช่เพราะน้ำหนักตัวของเธอที่ทับอยู่ แต่เป็นเพราะไอ้หัวใจเจ้ากรรมที่เต้นไม่ยอมหยุด และไอ้ส่วนที่ตื่นตัวจนปวดหนึบอยู่นี่อีก... บ้าชะมัด... จะตกนรกขุมไหนก็ช่างมันเถอะ ถ้าจะโดนลูกสาวนอกไส้เล่นงานขนาดนี้!ราเมศวางร่างที่สั่นเทาและอ่อนปวกเปียกของแพรวพรรณลงบนเตียงอย่างเบามือ เขาจ้องมองผลงานของตัวเองที่ปรากฏอยู่บนผิวขาวด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งหวงแหนและสะใจดูสิ... รอยพวกนี้กูเป็นคนทำเองกับมือ "นอนนิ่งๆ อย่าเพิ่งดิ้น"เสียงทุ้มสั่งนุ่มๆ ก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานนักเขาก็กลับออกมาพร้อมกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูสีขาวที่ชุ่มน้ำอุ่น เขาขยับมานั่งลงข้างเตียง บรรจงซับไปตามผิวเนื้อที่ชื้นเหงื่อและคราบร่องรอยของบทเรียนเมื่อครู่"อือ... พ่อขา... มันเย็น..." แพรวพรรณครางงัวเงีย พยายามขยับขาหนีสัมผัสเปียกชื้นนั้น"อยู่นิ่งๆ สิแพรว เดี๋ยวก็ไม่สบายตัวหรอก" ราเมศดุเบาๆ แต่แววตากลับอ่อนโยนผิดกับตอนที่เขา ‘กระแทก’ เธอหน้ากระจกเมื่อครู่ มือหนาเช็ดซับไปตามซอกคอ เนินอกที่ยังมีรอยแดงจางๆ และหน้าท้องที่เกร็งกระตุกน้อยๆแพรวพรรณปรือตามองเขาอย่างสำรวจ ผู้ชายคนนี้... เมื่อกี้เพิ่งจะดุร้ายเหมือนเสืออยู่เลย ทำไมตอนนี้กลับมาอ่อนโยนได้ขนาดนี้กันนะ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังถูกหลอมละลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า"พ่อ..." เธอเรียกเสียงแผ่ว เอื้อมมือไปคว้าข้อมือหนาที่กำลังเช็ดแขนให้ "ตอนนี้... เราเป็นอะไรกันค
"คืนนี้หนูต้องโดนลงโทษจนกว่าจะร้องขอชีวิต... จำไว้ว่านี่คือรางวัลของเด็กดีที่สอบได้เกรดเอ"ราเมศกระซิบข้างหูพลางถอนกายออกช้าๆ เสียงลมหายใจของเขายังหนักหน่วงพอๆ กับแพรวพรรณที่นอนระทดระทวยอยู่บนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ ร่างกายของเธอขึ้นสีระเรื่อและชุ่มไปด้วยเหงื่อจนผิวเนียนลื่นมือ"ลุกไหวไหม... ยัยตัวดี?" เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาวทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว"ว้าย! พ่อขา... จะพาหนูไปไหนคะ?" แพรวพรรณหวีดร้องเบาๆ รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่ง ขาเรียวเกี่ยวพันรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ"ไปดูผลการเรียนของหนูไง..." ราเมศเอ่ยเสียงเข้ม แววตาคมกริบจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของเธอ "ไปดูความจริง... ว่าตอนนี้หนูเป็นของใคร"เขาพาเธอเดินตรงไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งพื้นอยู่มุมห้อง แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงส่องกระทบให้เห็นภาพสะท้อนของ 'ครู' และ 'ลูกศิษย์' ในสภาพเปลือยเปล่าภาพชายวัยสี่สิบสามที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามและประสบการณ์ กำลังอุ้มเด็กสาววัยสิบแปดที่บอบบางและขาวผ่อง... มันเป็นภาพที่ตัดกันจนแพรวพรรณต้องหน้าร้อนผ่าว"ลืมตาซะ แพรว... แล้วมองเข้าไปในนั้น" เขาออกคำสั่งพลางค่อยๆ ปล่อยขาเธอล
"ร้ายนักนะเรา... ได้! คืนนี้พ่อจะติวเข้มให้ยันเช้าเลยคอยดู!"ราเมศทวนคำกระซิบแผ่วพร่า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำเยิ้มของยัยเด็กใจกล้าที่กำลังใช้ปลายนิ้วซนๆ ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามหน้าท้องของเขา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปกุมส่วนแข็งขึงที่กำลังขยายตัวโชว์ความพร้อมอีกครั้งในอุ้งมือเล็กแม่่งเอ๊ย... ยัยนี่มันยาเสพติดชัดๆ "หนูไหวแน่เหรอแพรว" เขาถามพลางขยับกายเข้าไปชิดจนยอดอกสีหวานของเธอเสียดสีกับแผงอกกว้าง "เมื่อกี้ยังร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่เลยนะ""หนูไม่ได้ขี้แยขนาดนั้นเสียหน่อย..." แพรวพรรณเถียงเสียงอู้อี้ แต่กลับจงใจบีบกระชับท่อนเอ็นร้อนฉ่าในมือแรงๆ เป็นการประท้วง "เมื่อกี้มันแค่ตกใจ... แต่ตอนนี้หนูอยากรู้มากกว่า ว่าถ้าพ่อทำแรงกว่านี้... หนูจะรู้สึกยังไง"เธอยิ้มท้าทาย ทั้งที่ใบหน้ายังแดงซ่าน ร่องรอยรักจากรอบแรกยังปรากฏเด่นชัดอยู่บนตัว"หึ... ปากดี" ราเมศแค่นหัวเราะในลำคอที่แห้งผาก เขาคว้าข้อมือเล็กที่กำลังป่วนอยู่เบื้องล่างแล้วกดมันลงกับเตียง "งั้นเตรียมตัวรับรางวัลของเด็กดีได้เลย เพราะบทเรียนนี้... พ่อจะไม่สอนแบบถนอมตัวเหมือนรอบแรกแล้วนะ""อื้อ... พ่อขา..."เสียงครางหวานหลุดออกมาทันทีที่รา
แสงไฟจากโคมตั้งโต๊ะส่องกระทบบนหน้าหนังสือ ที่แพรวพรรณพยายามเพ่งอ่าน แต่วันนี้สมาธิเธอมันไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือเลยสักนิด...แกร๊ก... กริ๊ก!เสียงล็อคกลอนประตูห้องนอนดังขึ้นทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว แพรวพรรณรีบหันขวับไปมองที่ประตู ร่างสูงของราเมศยืนปักหลักอยู่ตรงนั้น เขาถอดเนกไททิ้งไปแล้ว กระดุมเชิ้ตสามเม็ดบนถูกปลดออกจนเห็นแผงอกตึงแน่น แขนเสื้อพับขึ้นลวกๆ จนเห็นเส้นเลือดที่ท่อนแขนปูดโปนสายตาแบบนี้... พ่อจะกินหนูจริงๆ ใช่ไหม"คุณพ่อ..." เธอวางปากกาลง มือไม้เริ่มสั่นจนต้องถอดแว่นออกวาง "มาดึกจังค่ะ... จะมาตรวจการบ้านหนูเหรอ?"เธอยิ้มยั่ว พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น "หนูอ่านถึงบทที่สี่แล้วนะ ขยันไหมคะ... แบบนี้พ่อน่าจะให้รางวัลมัดจำเพิ่มนะ"ราเมศไม่ขำด้วย เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาช้าๆ จนมาหยุดยืนค้ำหัวเธอที่โต๊ะญี่ปุ่น กลิ่นวิสกี้จางๆ ผสมกลิ่นบุหรี่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศมันหนักอึ้ง"พ่อไม่ได้มาตรวจการบ้าน" เสียงเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่า "แต่เรามีเรื่องต้องคุยกัน... คุยให้มันจบๆ ไปแพรว""คุยเรื่องอะไรคะ? ทำไมต้องทำหน้าดุเหมือนจะฆ่ากันแบบนั้น"ราเมศทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นพรมตรงหน้าเธอ มีเพียงโต๊ะญี่ป
เคร้ง...เสียงวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ ราเมศทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างแรง เขาถอดแว่นสายตาเหวี่ยงทิ้งไว้บนกองเอกสารอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้นิ้วหนานวดคลึงขมับที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะความเครียดในหัวกลิ่นแป้งเด็ก... กลิ่นตัวยัยนั่น... เขาสูดลมหายใจเข้าลึก แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นให้ภาพสัมผัสนุ่มนิ่มของสะโพกที่บดเบียดอยู่บนหน้าขาเมื่อครู่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ผิวเนื้อที่เสียดสีผ่านกางเกงทำงานยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนรุ่มเอาไว้จนเขาสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด"บ้าเอ๊ย..."เขาสบถออกมาเสียงพร่า พลางเอื้อมมือไปคว้าวิสกี้ก้นแก้วขึ้นมากระดกพรวดเดียวจนหมด แต่มันกลับไม่ช่วยให้ไฟที่สุมอยู่ในอกมอดลงเลยแม้แต่นิดเดียวกูจะขย้ำเด็กที่กูเลี้ยงมาเองจริงๆ เหรอวะ... ถ้าทำแบบนั้น กูจะต่างอะไรกับสัตว์ป่าก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เขาต้องรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบขรึม บานประตูถูกผลักเปิดออก ป้าแจ่มเดินถือถาดเครื่องดื่มที่มีควันลอยกรุ่นเข้ามา พร้อมกลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์"ดึกแล้วนะคะคุณท่าน... รับชาร้อนๆ สักหน่อยไหมคะ จะได้หลับสบายขึ้นบ้าง"ราเมศเงยหน้ามองหญิงชราที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
"แกรก... แกรก..."เสียงปลายปากกาหมึกซึมขีดลงบนกระดาษดังสะท้อนสลับกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ราเมศโยนแฟ้มงสนเล่มที่สามลงบนโต๊ะพลางยกมือขึ้นนวดขมับ ปมเนกไทถูกรั้งให้คลายออกตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ตัวเลขดิจิทัลบนโต๊ะกะพริบบอกเวลา 21:14 น. เขาสูดหายใจเข้าลึก ดึงสมาธิกลับมาจดจ่อกับตัวเลขตรงหน้าต่อ...แกร๊ก!ประตูห้องทำงานถูกผลักเข้ามาโดยไม่มีเสียงเคาะ"พ่อขา..."เสียงหวานใสลากยาวมาก่อนตัว ราเมศชะงักปลายปากกา เขาไม่ได้เงยหน้า แต่หางตาทันเห็นร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัวก้าวเข้ามาหยุดยืนชิดขอบโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกลิ่นแป้งเด็กที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูก สองเดือนมานี้... ยัยเด็กนี่ชักจะรับมือยากขึ้นทุกวัน"พ่อทำงานอยู่" เขากดเสียงเรียบ สายตายังจับจ้องที่แฟ้มเอกสาร "มีอะไร""หนูเอาของมาส่งค่ะ"กระดาษแผ่นหนึ่งถูกเลื่อนมาทับตัวเลขงบดุลตรงหน้าเขาพอดี ราเมศหลุบตามองวิชา: Introduction to Businessเกรด: Aเขาจ้องตัวอักษร A ตัวเป้งนั่นนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะกระแอมในลำคอแล้วดันกระดาษคืนไป "ก็ดี... ตั้งใจเรียนดีนี่""แค่นี้เหรอคะ?" สองแขนเล็กเท้าขอบโต๊ะ โน้มตัวข้ามมาจนผมประบ่าระลงมาปรกแฟ้มงาน "ชมแค่นี้เองเห







