Accueil / แฟนตาซี / ดอกหญ้าทะยานฟ้า / ผู้มีวรยุทขั้นสี่

Share

ผู้มีวรยุทขั้นสี่

Auteur: Sanassetong
last update Dernière mise à jour: 2026-01-23 22:55:49

หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา

"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"

หญิงสาวท่องแล้วท่องเล่าก็ไร้ซึ่งแรงเคลื่อนไหวใดๆ หญิงสาวจึงหยิบกำไรสูญญตาออกมาและคว้าหากริชนั้น แต่อยู่ๆก็ได้ยินเสียงตุบอยู่ด้านหน้าของตัวเอง หญิงสาวมองหน้าขึ้นทันที

"ทำอะไรอยู่จ๊ะสาวน้อยกำลังจะไปที่ใดหรือ ให้ข้าไปเป็นเพื่อนหรือไม่ล่ะ"

เสียงบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น หญิงสาวมองหน้ามองหลังแต่ก็เห็นบุรุษเพียงผู้เดียวยืนกอดอกอยู่ทำท่าราวกับหนุ่มหล่อ

"ข้า ข้าไม่ได้ไปไหนเสียหน่อยเพียงแค่เดินเล่น แล้วเจ้าล่ะมาคนเดียวหรือ"

หญิงสาวตอบหน้าตาเฉย

"5555น่าสนใจมากเลยนะสาวน้อย ข้าไม่ได้มาคนเดียวหรอก ข้ามากับสหายข้าอีกสองคน เดี๋ยวสหายของข้าก็ตามมาแล้ว ปะระหว่างรอสหายข้าข้าจะเดินเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเอง"

บุรุษที่อยู่ข้างหน้าหญิงสาวกล่าวขึ้นและเอื้อมมือไปหวังที่จะจับมือหญิงสาว หญิงสาวจึงสะบัดมือและก้าวถอยหลังหนึ่วก้าวพร้อมกับดึงอะไรสักอย่างออกจากกำไลสูญญตาและฟาดไปยังร่างของบุรุษผู้นั้น แต่บุรุษผู้นั้นมีวรยุทธ์ที่สูงกว่าเขากระโดดหลบทันและคว้าของที่หญิงสาวนั้นฟาดมาก็พบว่าเป็นแส้ยาว บุรุษผู้นั้นจับแส้ได้จึงกระชากแส้กลับไป หญิงสาวไม่รอนานรีบปล่อยแส้ และรีบวิ่งหนีไปทันที คลั่นเมื่อปล่อยแส้บุรุษนั้นยังไม่ได้ตั้งตัวจึงล้มลง หญิงสาวจึงใช้วิชาเงาดาราหนี้ คันเมื่อชายหนุ่มรู้ตัวว่าหญิงสาวนั้นสลัดตนหลุดแล้ว ก็มองไปด้านหน้าเห็นว่าสตรีที่มีวรยุทธ์เพียงขั้นสองเอง แต่นางวิ่งได้เร็วมาก บุรุษผู้นั้นไม่รอช้ากระโดดลุกขึ้นและส่งวรยุทธ์ขั้นสี่ของตัวเองออกไปทันที หญิงสาวที่เร่งวิ่งอยู่ก็รับรู้ถึงอันตรายที่อยู่ด้านหลังนางกระโดดม้วนตัวไปสามตลบ ก็พบว่าด้านหน้านั้นถูกพลังวรยุทธ์สายหนึ่งจนทำให้ต้นไม้ล้มกระจัดกระจาย หัวใจของหญิงสาวเต้นไม่เป็นจังหวะคนผู้นี้น่าจะมีวรยุทธขั้นที่สี่ถึงขั้นที่ห้าน่าได้แล้วตัวเองจะรอดได้อย่างไรก็ได้บุรุษผู้นั้นก็บอกอีกว่าเข้ามาตั้งสามคน หญิงสาวไม่ลุกขึ้นแต่อย่างใด นางได้แต่กลิ้งออกไปเพื่อที่จะเข้าพุ่มไม้ และค่อยๆลุกขึ้นก่อนที่จะพุ่งออกไปยังอีกทิศทางหนึ่ง เสียงฝีเท้าดังเข้ามาในจุดที่นางกลิ้งเข้าไปหลบซ่อน และเสียงฝีเท้านั้นเหมือนจะมีอย่างน้อยสี่เท้า หญิงสาวไม่รอฟังสถานการณ์ใดๆมุ่งวิ่งข้างหน้าเพียงอย่างเดียว ในใจของนางก็คิดไปต่างๆนานา หากว่านางตั้งใจฝึกฝนวิชาเรียกสิ่งของแล้วนางจะลำบากเพียงนี้เชียวหรือ นางเลือกที่จะเรียกอะไรออกมาก็ได้ที่ช่วยให้ต่อสู้ได้ ระหว่างที่นางวิ่งห่างไกลจากจุดนั้นมาก นางก็พยายามที่จะคว้านหาสิ่งของที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองจนในที่สุดนางก็คว้ากระบี่ออกมาได้ แสงดาบสะท้อนกับดวงอาทิตย์แต่นางจะสู้กับบุรุษทั้งสามเพียงคนเดียวได้อย่างไร บุรุษคนที่นางเห็นก็มีวรยุทธขั้นสี่ถึงขั้นห้า อีกสองคนนางก็ยังไม่ได้พบปะจึงไม่รู้ว่ามีวรยุทธ์ขั้นใดแล้ว นางกุมกระบี่และรีบวิ่งออกไปจากจุดเดิม ในสมองกันน้อยนิดของนานมันคิดว่าหากพวกนั้นรวมกลุ่มกันแล้วพุ่งเป้ามาหาตัวนาง แล้วก็จะจัดการได้ยาก ผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงสามารถที่จะแกะรอยของผู้คนได้ง่าย นางจึงจำเป็นที่จะต้องลงมือก่อน หญิงสาววิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ และใช้ความเร็วและวรยุทรวมกันตัดกิ่งไม้ระหว่างทางมา ไม่นานในแขนทั้งสองของนางก็เต็มไปด้วยไม้ นางพุ่งตัวไปหาที่กำบังและห่อหุ้มร่างกายด้วยวรยุทธก่อนทีจะจัดการกับไม้พวกนั้นไม่นานไม้พวกนั้นก็ถูกนางเหลาปลายไม้ด้านหนึ่งมีลักษณะแหลมส่วนอีกด้านหนึ่งมีลักษณะธูป และมีไม้ใหญ่อันนึงที่โค้งงอผูกด้วยกับเศษผ้า นางห่อหุ้มไม้ที่ด้านนึงแหลมนั้นใส่ผ้าไว้ผูกไว้กับเอวของตัวเอง แล้วก็จับไม้ที่โค้งงอนนั้นพุ่งตัวออกไปแล้ววิ่งย้อนกลับไปด้านหลัง ในครั้งนี้นางตัดสินใจแล้วว่าหากนางไม่ลงมือก่อน นางก็จะเป็นคนถูกล่าแต่ถ้านางลงมือแล้วสู้ไม่ได้อย่างไรนางก็ต้องหาทางหนีทีไล่ของตัวเองให้ได้และกลับมาวางแผนใหม่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เหตุที่ต้องเรียกของ

    หลินซือหยาไม่รอช้ารีบไปหาตัวคนที่จะทำร้ายตัวเองถึงยังไงวันนั้นเองก็คงจะหนีไม่พ้นทั้งสามแต่ถ้าให้สู้ก็ดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามรีบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันเพราะถ้าสามคนอยู่ด้วยกันแล้วนางก็จะลำบากมากขึ้น ในชีวิตนี้นะไม่เคยต่อสู้กับคนเลยส่วนมากก็จะต่อสู้กับสัตว์อสูร และเคยต่อสู้กับอาจารย์บ้างแต่นั้นก็ยังไม่ถึงชีวิต แต่ครั้งนี้ดูๆแล้วเหมือนจะถูกหมายปองเอาชีวิตให้เป็นแน่ เป็นดังที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดทั้งสามรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และเหมือนจะรับรู้ได้แล้วว่านางอยู่แถวๆนั้น"เฮ้ นั้นไงสตรีผู้นั้นไง อยู่ตรงนู้นเร็วๆรีบจัดการเถอะ"เสียงบุรุษผู้ที่เจอกับหลินซือหยาเมื่อก่อนนั้นดังขึ้น นางเองไม่รอช้าทะยานวิ่งออกไปทันที พลังวรยุทธแล้ววรยุทธเล่าพุ่งเข้าไปหานางจนในที่สุดต้นไม้แถบนั้นก็ล้มระนาวแต่ทั้งสามก็มองไม่เห็นหลินซือหยาแล้ว หญิงสาวทยานตัวไปด้านข้างเนื่องจากว่านางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นอยู่แต่ด้านหน้า เมื่อนางทยานหนีไปได้ก็กระอักเลือดออกมาถึงสามคราก่อนที่นางจะกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ พลังวรยุทธของทั้งสามช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน ขนาดยังไม่โดนจังๆนางยังรู้สึกกระทบกระเท

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผู้มีวรยุทขั้นสี่

    หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เคล็ดวิชาเงาดารา

    เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ของดีมีเต็มโต๊ะ

    เมื่อทั้งสองจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสร็จท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นและกวาดมือไปหนึ่งครั้งทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะนั้นหายไปทันที และกวาดมือกลับมาอีกหนึ่งครั้ง บนโต๊ะก็มีของกองอยู่มากมาย หญิงสาวมองด้วยความสนใจ"อะไรหรือท่านอาจารย์ ท่านเอาอะไรออกมาหรือท่านจะแบ่งสมบัติให้ข้าหรือ"หญิงสาวกล่าวถาม"จะแบ่งสมบัติอะไรละ นี่ยกให้เจ้าหมดเลยแหละ เจ้าเก็บปลายเผื่อเวลาอันตรายเจ้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอันนี้คือหยกเชิงหมิงเจ้าลองมองดูในนั้นมีเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าลองฝึกฝนระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนหมื่นอสูร หากเจ้ามีภัยเพียงเจ้าทำลายหยกเชิงหมิงนี้ เจ้าก็จะปลอดภัยแต่หยกมีมันจะสามารถช่วยเจ้าได้เพียงครั้งเดียวและมันก็จะสลายหายไปหากว่าเจ้าศึกษาเคล็ดวิชาเงาดาราไม่สำเร็จเจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"ชายชรากล่าวกับหญิงสาวและยื่นหยกสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งให้กับหญิงสาว หญิงสาวพิจารณาดูหยกสีน้ำเงินเข้มที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษเอาเสียเลย เป็นหยกที่ห้อยเชือกธรรมดาเท่านั้น นางส่องซ้ายส่องขวาก็ไม่มองเห็นถึงความพิเศษของมัน"หยกอะไรหรือท่านอาจารย์ ทำไมมันเหมือนของธรรมดา สีก็พิลึกปกติหยกจะเป็นสีเขียวไม่ใช่หรืออันนี้มันเป็นสีน้ำเงิน"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   อาหารมื้อสุดท้าย

    ภายในกระต๊อบที่อบอุ่นที่แตกต่างจากเมื่อคืนและสามวันที่ผ่านมามากนัก หญิงสาววัยแรกแย้มนอนห่มผ้าหนาอยู่บนเตียงตัวน้อยตัวเดิมของตัวเอง เกือบจะสิบปีแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่นางไม่มีวรยุทธ์ใดๆแต่วันนี้นางมีวรยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว แม้ที่ผ่านมานั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสกว่าที่จะผ่านมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ณเวลานี้นางเองก็อยู่สุขสบายแล้ว และการฝึกฝนในทุกๆวันในตอนนี้ก็เหมือนจะแตกต่างออกไป นางเคยเจ็บปวดจนเข้ากระดูกเหมือนว่าร่างกายของนางจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่สามวันที่ผ่านมาที่นางออกไปฝึกฝนนั้น นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นตั้งหนึ่งขั้นถือว่านางเร็วกว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำ"เจ้าเด็กน้อยออกมากินข้าวได้แล้วกะมัง "เสียงชายชราดังขึ้นจากตัวเรือนชั้นบน หญิงสาวลืมตาขึ้นเล็กน้อย"เฮ้อข้าก็โตเป็นสาวแล้วท่านอาจารย์ก็ยังเรียกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นแหละ"เด็กสาวพรึมพรำเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นและบิดขี้เกียจก่อนที่จะออกจากเรือนไปชำระร่างกายล้างหน้าล้างตา และขึ้นไปกินข้าวกับท่านอาจารย์เช่นเคย พอนางขึ้นไปข้างบนแล้วก็มองกับข้าวที่ท่านอาจารย์กำลังทำและอีกส่วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ วันนี้ท่านอาจารย์ทำกับข้าวมากมายหลายอย่าง เด็กสาวมอง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผจญป่าฝึกใจ

    แสงอรุณแรกสาดลอดหมู่ไม้ ทาบเงาทาบพื้นดินเป็นริ้วทองอ่อนเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดัง “ซู่ซู่” คล้ายเสียงกระซิบจากวิญญาณโบราณในหุบเขาหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหมอกขาวบาง ลึกลับราวม่านแห่งสวรรค์ที่กั้นระหว่างคนกับพลังลมปราณ หลินซื้อหยาย่างเท้าเข้าขึ้นอีกครั้งหลังจากพักผ่อนไปได้เล็กน้อย มือกำดาบไม้แน่น ในหัวใจไม่มีสิ่งใด นอกจากคำอาจารย์ที่ว่า“หากเจ้ามิอาจฝึกจิตให้สงบในหมู่ความวิเวก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตวรยุทธได้”ทุกย่างก้าว นางต้องเผชิญทั้งความเงียบ ความหิว และความกลัวบางคืน เสียงสัตว์คำรามดังก้องในหุบเขาบางยาม ลมเย็นพัดผ่านจนเหมือนมีเงาผู้คนเดินตามอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหลับตาและปล่อยใจเข้าสู่สมาธิ นางกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะของลมหายใจที่ผสานกับเสียงป่า ใบไม้ไหว คือการเต้นของพลังชีวิตสายน้ำที่ไหล คือการหมุนเวียนแห่งลมปราณและในที่สุด นางก็เข้าใจว่า “วรยุทธ มิได้อยู่ในคัมภีร์ แต่อยู่ในหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้”ในป่า จากเด็กสาวที่กลัวเสียงสัตว์กลายเป็นนักยุทธที่ยืนหยัดได้กลางพายุฝนมือขวาจับดาบนิ่งสงบ ดวงตาแน่วแน่พลังภายในพลุ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นธาร ราตรีนั้น ฟ้าปิดเงียบไร้ดา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status