แชร์

เคล็ดวิชาเงาดารา

ผู้เขียน: Sanassetong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-21 23:11:02

เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง

"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"

เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนางกระตุกเพียงเล็กน้อยแต่ไร้สิ่งของออกมา นางเป็นเปล่งเสียงออกราวๆ 3-4 ครั้งก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น กำไรของนางกระตุกครั้งเดียวอีก 3-4 ครั้งต่อมาก็ไม่มีสิ่งใด นางจึงถอดกำไรสีใสออกมามันก็จะเป็นสีเทาเงินนางจึงลงมือคว้านหากระบอกน้ำที่อยู่ข้างในสักพักใหญ่ๆนางก็ได้กระบอกน้ำออกมา และจิบน้ำไปหนึ่งอึก

"เห้อ ทำไมแค่เรียกของออกวันนั้นก็ยากจริงๆหาแบบนี้ยังจะง่ายเสียวกว่า"

เด็กสาวพึมพร่ำแ และนั่งพักผ่อน หญิงสาวไม่ได้รีบเร่งที่จะเดินทางไปทันทีหญิงสาวนั่งสมาธิเผื่อฝึกวรยุท หลังจากที่นางนั่งสมาธิเราๆยังชั่วยามแล้วก็ลืมตาขึ้นและคว้านหาหยกเชิงหมิงที่ท่านอาจารย์นั้นมอบไว้ให้ออกมาดูต่างหน้า และมองไปเรื่อยๆเพราะว่าท่านอาจารย์กล่าวว่ามีเกร็ดวิชาเงาดารา

"มันคือเคล็ดวิชาอะไรกันนะ มองก็ไม่ออกว่ามีเคล็ดวิชาได้อย่างไร"

หญิงสาวพึมพร่ำและพลิกป้ายสีน้ำเงินดูก็ไม่เห็นมีตำรับอยู่ตรงไหนยังถึงพิจารณาดูอีกครั้งและร้องทุบมันเบาๆบนก้อนหินแต่มาส่องดูอีกรอบก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น นางพยายามเงาะก็ไม่สามารถออกได้

"หรือของพันนี้มันต้องเปิดออก แต่มันเป็นพวกของท่านอาจารย์ให้จะเปิดออกง่ายดายหญ้าอย่างไรหรือว่าต้องใช้วรยุทธในการเปิดนะ"

ในการเปิดมันเมื่อนางถ่ายวรยุทธ์เข้าไป ก็เป็นดังที่นางคิดไม่มีผิด พอถ่ายวรยุทเข้าไปอักขระบนแผ่นหยกสีน้ำเงินก็เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวมองไปเรื่อยๆ

“จิตคือแก่น กายคือเงา หนักเบาอยู่ที่ใจ เมื่อใจไม่ยึด กายย่อมต้องถลาไปไม่มีย้อนคืน"

ในใบหยกจะขึ้นเป็นข้อความสั้นๆเพียงเท่านี้หญิงสาวพยายามท่องหลายรอบเพื่อที่จะให้ตัวเองจำได้ ว่าจำได้แล้วนางจึงถ่ายวรยุทธ์เข้าไปใหม่ก็พบว่าเป็นแผ่นหยกธรรมดาว่างเปล่าเป็นเพียงสีน้ำเงินเปล่งประกายออกมาไม่มีข้อความที่นางเคยท่องไปสักครู่เลยและไม่มีข้อความอื่นใด

"เตะตาเท่านี้ต้องหลอกอีกเป็นแน่ไหนบอกว่าหากฝึกเข็ดวิชาไม่สำเร็จแล้วยุคนี้ทำลายไปก็จะไม่สามารถฝึกจิตวิชาต่อได้เพียงไม่กี่ประโยคนี้ก็สำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ"

หญิงสาวพึมพำด่าท่านอาจารย์และนั่งลงเข้าสู่สมาธิและท่องเกล็ดวิชานี้ออกไป นางนั่งอยู่ราวๆ สี่ชั่วยามพอนางลืมตาขึ้นมานางก็ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ เมื่อเวลานี้เป็นเวลาค่ำแล้วนางจัดสินใจเดินต่อไปอีกสักพัก เพื่อหาทำเลที่เหมาะสมก่อนที่จะใช้วรยุทธหอหุ้มร่างกายและนั่งขัดสมาธิต่อนางคิดว่าน่าจะเป็นการที่นางยังทำได้ไม่ดีพอจึงไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆในเคล็ดวิชานี้ นางจึงพยายามที่จะท่องเคล็ดวิชาที่อยู่ในหยกเชิงหมิงต่อ

“จิตคือแก่น กายคือเงา หนักเบาอยู่ที่ใจ เมื่อใจไม่ยึด กายย่อมต้องถลาไปไม่มีย้อนคืน"

หญิงสาวนั่งฝึกสมาธิและท่องอัขระนี้ไปเรื่อยๆจนในที่สุดนางก็เข้าสู่ห่วงการฝึกฝน เมื่อเช้าพอนางลืมตาตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าวรยุทของนางก็เท่าเดิมไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปอยู่ นางจึงหยิบหยกนันมาอีกครั้ง

"เจ้าเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าเป็นอะไรกันแน่มันเป็นวิชาแบบไหน ทำไมถึงดูปกติยิ่งนัก ข้าท่องเจ้ามาหนึ่งคืนเต็มๆแล้วยังไม่ได้อะไรเลย"

หญิงสาวพึงทำเบาๆกับหยกสีน้ำเงินนั้นทและลองถ่ายทอดวรยุทธเข้าไปอีกก็พบว่ามีอักขระปรากฎขึ้นมาใหม่อีกแล้ว แต่ไม่ใช่อักขระเดิมที่เมื่อวานปรากฏขึ้น

"เจ้าจะทำสำเร็จได้อย่างไรในเมื่อเจ้ายังไม่ได้ทำให้จิตเป็นแก่นหลักของเจ้าเลย เจ้ามัวอตาท่องเคล็ดวิชาซ้ำๆไปเรื่อยๆมันเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เจ้าจำได้แต่เจ้ายังไม่ฝึกปฏิบัติจิตหลักของตัวเองเลย"

ขอความที่ปรากฏขึ้นนั้นมันเป็นข้อความที่มันกำลังตอบนางกลับมามากกว่า หญิงสาวตกใจเล็กน้อยมันจะรู้ได้อย่างไรว่านางคิดอะไรอยู่หรือว่าหยกแผ่นนี้มันมีจิตรวิญญาณ ไม่นานข้อความเหล่านั้นก็หายไป หญิงสาวจึงพยายามที่จะถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปอีกเผื่อมีสิ่งใดเพิ่มเติมก็ปรากฏว่าแผ่นยกนั้นก็เป็นเพียงหยกสีน้ำเงินธรรมดาที่สะท้อนสีน้ำเงินออกมาเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นหญิงสาวจึงตัดสินใจเดินต่อไปเรื่อยๆเพื่อที่จะหาที่เหมาะสมและกำลังคิดว่าทำให้จิตเป็นแก่นหลักได้อย่างไร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เหตุที่ต้องเรียกของ

    หลินซือหยาไม่รอช้ารีบไปหาตัวคนที่จะทำร้ายตัวเองถึงยังไงวันนั้นเองก็คงจะหนีไม่พ้นทั้งสามแต่ถ้าให้สู้ก็ดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามรีบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันเพราะถ้าสามคนอยู่ด้วยกันแล้วนางก็จะลำบากมากขึ้น ในชีวิตนี้นะไม่เคยต่อสู้กับคนเลยส่วนมากก็จะต่อสู้กับสัตว์อสูร และเคยต่อสู้กับอาจารย์บ้างแต่นั้นก็ยังไม่ถึงชีวิต แต่ครั้งนี้ดูๆแล้วเหมือนจะถูกหมายปองเอาชีวิตให้เป็นแน่ เป็นดังที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดทั้งสามรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และเหมือนจะรับรู้ได้แล้วว่านางอยู่แถวๆนั้น"เฮ้ นั้นไงสตรีผู้นั้นไง อยู่ตรงนู้นเร็วๆรีบจัดการเถอะ"เสียงบุรุษผู้ที่เจอกับหลินซือหยาเมื่อก่อนนั้นดังขึ้น นางเองไม่รอช้าทะยานวิ่งออกไปทันที พลังวรยุทธแล้ววรยุทธเล่าพุ่งเข้าไปหานางจนในที่สุดต้นไม้แถบนั้นก็ล้มระนาวแต่ทั้งสามก็มองไม่เห็นหลินซือหยาแล้ว หญิงสาวทยานตัวไปด้านข้างเนื่องจากว่านางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นอยู่แต่ด้านหน้า เมื่อนางทยานหนีไปได้ก็กระอักเลือดออกมาถึงสามคราก่อนที่นางจะกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ พลังวรยุทธของทั้งสามช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน ขนาดยังไม่โดนจังๆนางยังรู้สึกกระทบกระเท

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผู้มีวรยุทขั้นสี่

    หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เคล็ดวิชาเงาดารา

    เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ของดีมีเต็มโต๊ะ

    เมื่อทั้งสองจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสร็จท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นและกวาดมือไปหนึ่งครั้งทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะนั้นหายไปทันที และกวาดมือกลับมาอีกหนึ่งครั้ง บนโต๊ะก็มีของกองอยู่มากมาย หญิงสาวมองด้วยความสนใจ"อะไรหรือท่านอาจารย์ ท่านเอาอะไรออกมาหรือท่านจะแบ่งสมบัติให้ข้าหรือ"หญิงสาวกล่าวถาม"จะแบ่งสมบัติอะไรละ นี่ยกให้เจ้าหมดเลยแหละ เจ้าเก็บปลายเผื่อเวลาอันตรายเจ้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอันนี้คือหยกเชิงหมิงเจ้าลองมองดูในนั้นมีเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าลองฝึกฝนระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนหมื่นอสูร หากเจ้ามีภัยเพียงเจ้าทำลายหยกเชิงหมิงนี้ เจ้าก็จะปลอดภัยแต่หยกมีมันจะสามารถช่วยเจ้าได้เพียงครั้งเดียวและมันก็จะสลายหายไปหากว่าเจ้าศึกษาเคล็ดวิชาเงาดาราไม่สำเร็จเจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"ชายชรากล่าวกับหญิงสาวและยื่นหยกสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งให้กับหญิงสาว หญิงสาวพิจารณาดูหยกสีน้ำเงินเข้มที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษเอาเสียเลย เป็นหยกที่ห้อยเชือกธรรมดาเท่านั้น นางส่องซ้ายส่องขวาก็ไม่มองเห็นถึงความพิเศษของมัน"หยกอะไรหรือท่านอาจารย์ ทำไมมันเหมือนของธรรมดา สีก็พิลึกปกติหยกจะเป็นสีเขียวไม่ใช่หรืออันนี้มันเป็นสีน้ำเงิน"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   อาหารมื้อสุดท้าย

    ภายในกระต๊อบที่อบอุ่นที่แตกต่างจากเมื่อคืนและสามวันที่ผ่านมามากนัก หญิงสาววัยแรกแย้มนอนห่มผ้าหนาอยู่บนเตียงตัวน้อยตัวเดิมของตัวเอง เกือบจะสิบปีแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่นางไม่มีวรยุทธ์ใดๆแต่วันนี้นางมีวรยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว แม้ที่ผ่านมานั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสกว่าที่จะผ่านมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ณเวลานี้นางเองก็อยู่สุขสบายแล้ว และการฝึกฝนในทุกๆวันในตอนนี้ก็เหมือนจะแตกต่างออกไป นางเคยเจ็บปวดจนเข้ากระดูกเหมือนว่าร่างกายของนางจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่สามวันที่ผ่านมาที่นางออกไปฝึกฝนนั้น นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นตั้งหนึ่งขั้นถือว่านางเร็วกว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำ"เจ้าเด็กน้อยออกมากินข้าวได้แล้วกะมัง "เสียงชายชราดังขึ้นจากตัวเรือนชั้นบน หญิงสาวลืมตาขึ้นเล็กน้อย"เฮ้อข้าก็โตเป็นสาวแล้วท่านอาจารย์ก็ยังเรียกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นแหละ"เด็กสาวพรึมพรำเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นและบิดขี้เกียจก่อนที่จะออกจากเรือนไปชำระร่างกายล้างหน้าล้างตา และขึ้นไปกินข้าวกับท่านอาจารย์เช่นเคย พอนางขึ้นไปข้างบนแล้วก็มองกับข้าวที่ท่านอาจารย์กำลังทำและอีกส่วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ วันนี้ท่านอาจารย์ทำกับข้าวมากมายหลายอย่าง เด็กสาวมอง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผจญป่าฝึกใจ

    แสงอรุณแรกสาดลอดหมู่ไม้ ทาบเงาทาบพื้นดินเป็นริ้วทองอ่อนเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดัง “ซู่ซู่” คล้ายเสียงกระซิบจากวิญญาณโบราณในหุบเขาหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหมอกขาวบาง ลึกลับราวม่านแห่งสวรรค์ที่กั้นระหว่างคนกับพลังลมปราณ หลินซื้อหยาย่างเท้าเข้าขึ้นอีกครั้งหลังจากพักผ่อนไปได้เล็กน้อย มือกำดาบไม้แน่น ในหัวใจไม่มีสิ่งใด นอกจากคำอาจารย์ที่ว่า“หากเจ้ามิอาจฝึกจิตให้สงบในหมู่ความวิเวก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตวรยุทธได้”ทุกย่างก้าว นางต้องเผชิญทั้งความเงียบ ความหิว และความกลัวบางคืน เสียงสัตว์คำรามดังก้องในหุบเขาบางยาม ลมเย็นพัดผ่านจนเหมือนมีเงาผู้คนเดินตามอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหลับตาและปล่อยใจเข้าสู่สมาธิ นางกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะของลมหายใจที่ผสานกับเสียงป่า ใบไม้ไหว คือการเต้นของพลังชีวิตสายน้ำที่ไหล คือการหมุนเวียนแห่งลมปราณและในที่สุด นางก็เข้าใจว่า “วรยุทธ มิได้อยู่ในคัมภีร์ แต่อยู่ในหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้”ในป่า จากเด็กสาวที่กลัวเสียงสัตว์กลายเป็นนักยุทธที่ยืนหยัดได้กลางพายุฝนมือขวาจับดาบนิ่งสงบ ดวงตาแน่วแน่พลังภายในพลุ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นธาร ราตรีนั้น ฟ้าปิดเงียบไร้ดา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status