Home / รักโบราณ / ดอกเหมยสีชาด / ความรู้สึกที่หลากหลาย

Share

ความรู้สึกที่หลากหลาย

last update Last Updated: 2025-08-23 09:54:09

ดวงตาของเด็กน้อยเหม่อมองไปทางหน้าต่าง ขณะที่หมอหลวงกำลังตรวจชีพจรให้

หมอหลวงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ตอนนี้ท่านหญิงใหญ่พ้นขีดอันตรายแล้ว ให้ดื่มยาอีกสามเทียบและให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็หายดีแล้ว”

แล้วก็กำชับกับพี่เลี้ยงของท่านหญิงอีกสองสามประโยค

ชุนลี่พยักหน้า แล้วเดินออกไปส่งหมอหลวงที่หน้าตำหนัก

เมื่อไม่มีใครอยู่ในห้อง หลินเฟยหลันก็ถอนสายตาตัวเองกลับมา

สามวันก่อนหน้า นางมีเรื่องทะเลาะกับน้องสาวต่างมารดา จนเป็นเหตุให้นางตกน้ำแล้วหมดสติ

ในระหว่างที่หลับใหล นางฝันถึงเหตุการณ์หลายอย่าง ซึ่งเกี่ยวพันกับตัวนางเองทั้งสิ้น

สิ่งที่ได้เห็นในฝันนั้นน่ากลัวนัก นางพยายามที่จะลืมตาตื่นจากฝันร้าย หากแต่ทำไม่ได้ จนมาถึงเหตุการณ์สุดท้ายที่นางได้เห็นตัวเองถูกลากไปตัดหัวต่อหน้ามารดา

ราวกับว่านางและตัวของนางในฝันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อคมดาบตวัดลงมาที่ลำคอ นางก็ได้สติขึ้นมาพร้อมกับกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

หมอหลวงจึงถูกตามตัวกลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อมาตรวจอาการ

นางพยายามที่จะอธิบายสิ่งที่อยู่ในฝันร้ายให้ทุกคนฟัง หากแต่พวกเขาไม่รับฟัง และแอบไปนินทาหาว่านางสติฟั่นเฟือน

ดังนั้น นางจึงปิดปากเงียบ

อย่างไรเสีย ด้วยนิสัยเอาแต่ใจของนางก็ทำให้บ่าวไพร่เอือมระอาอยู่แล้ว

หยดน้ำตาไหลออกจากหางตาของเด็กน้อย

ในตำหนักอันกว้างใหญ่ ไม่มีอะไรที่นางอยากได้แล้วไม่ได้ หากแต่ว่าตอนนี้ เหตุใดจึงรู้สึกว่า โดดเดี่ยวเหลือเกิน

รุ่งเช้า

หลังจากดื่มยา ปากเล็กของคนป่วยก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง “วันนี้เป็นวันอะไร”

“วันที่สิบเพคะ ท่านหญิงหมดสติไปสามวัน บ่าวกังวลใจยิ่งนัก แต่พอท่านหญิงฟื้นขึ้นมา บ่าวก็โล่งใจเพคะ” ชุนลี่ตอบด้วยน้ำเสียงแช่มชื่น

เด็กน้อยถามต่อด้วยน้ำเสียงเศร้า “เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ไปไหนหมด เหตุใด...”

“พระชายายังถูกกักบริเวณที่เรือนเพคะ ส่วนท่านอ๋องพาชายารองกับท่านหญิงรอง ท่านชายสาม ไปงานล่าสัตว์เพคะ ออกเดินทางเมื่อวานนี้ ท่านหญิงอย่าน้อยพระทัยไปเพคะ ท่านอ๋องและพระชายารองล้วนเป็นห่วงท่านหญิงทั้งนั้น เพียงแต่ว่า ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้ท่านอ๋องไปร่วมงานให้จงได้ ท่านอ๋องจึงไม่อาจขัดพระประสงค์ได้เพคะ” ชุนลี่พยายามอธิบายให้ท่านหญิงของตนเข้าใจได้ง่าย

หากเป็นเมื่อก่อน หลินเฟยหลันคงเชื่อเช่นนั้น แต่หลังจากที่ตื่นจากฝันร้าย ความรู้สึกของนางก็เปลี่ยนไป

เห็นท่านหญิงพยักหน้า ชุนลี่ก็ลอบถอนหายใจ

ราวหนึ่งเค่อที่ร่างเล็กหลับ ชุนลี่กับบ่าวทั้งสองก็ถอยออกมาเพื่อให้ผู้เป็นนายได้พักผ่อน เหลือไว้เพียงบ่าวสองคนให้ยืนเฝ้าที่หน้าประตูห้อง

ลับหลังชุนลี่ร่างเล็กที่หลับก็ลืมตาขึ้นมา แววตาของเด็กน้อยสั่นไหว มือเล็กยกขึ้นมาตบที่แก้มตนอย่างแรงอยู่สองที

อูยยยย เจ็บ

ไม่ใช่ความฝันหรอกรึ

เทศกาลล่าสัตว์? เหตุใดจึงเหมือนที่อยู่ในฝัน

เสด็จแม่ถูกกักบริเวณ เพราะเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่นาง และพวกเขาสี่คนก็ไปร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ โดยไม่มีใครสนใจนางเลย

ซึ่งมันเหมือนกับในฝันของนางทุกอย่าง

สองคืนมานี้ หลินเฟยหลันรู้สึกหวาดระแวงไปหมดราวกับคนฟั่นเฟือน แต่เมื่อถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวก็ทำให้นางเริ่มได้สติ

ทุกอย่างเหมือนกับที่อยู่ในฝันของนาง แม้แต่คำพูดของชุนลี่ก็เช่นกัน

มาถึงตรงนี้ หลินเฟยหลันไม่รู้ว่าต้องจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไร

นางอายุเพียงสิบสองขวบนะ จะให้คิดอะไรได้ นางไม่ได้เก่งกาจเหมือนเสด็จแม่นี่

เสด็จแม่ เอ๊ะ...ใช่แล้ว เสด็จแม่ ข้าต้องไปหาเสด็จแม่

ว่าแล้วร่างเล็กก็ก้าวรัวๆ ออกไปจากห้อง จนบ่าวหน้าห้องวิ่งตามแทบไม่ทัน

เท้าเล็กวิ่งไปยังเรือนของมารดาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

แต่เมื่อถึงหน้าเรือนของมารดา ท่านหญิงตัวน้อยกลับถูกห้ามโดยทหารองครักษ์ “ท่านอ๋องมีรับสั่งกักบริเวณพระชายา ห้ามผู้ใดเข้าออกพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้ากล้าขวางข้างั้นรึ” ท่านหญิงตัวน้อยตวาดลั่น

แต่ทหารองครักษ์ก็ยังคงยืนกราน “ท่านหญิงใหญ่ได้โปรดกลับเรือนไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าไม่ไป ข้าจะพบเสด็จแม่” ว่าแล้วนางก็กระทืบเท้าอย่างเอาแต่ใจเหมือนเช่นเคย

เหล่าทหารต่างพากันหันหน้าหนีอย่างเอือมระอากับท่าทีของท่านหญิงใหญ่ผู้นี้

นางช่างเอาแต่ใจนัก

“เสด็จแม่ เสด็จแม่ ฮือ ฮือ คนพวกนี้รังแกลูก ฮือ เสด็จแม่ ช่วยลูกด้วย แง้”

เสียงร้องเรียกหามารดาดังลั่นเข้าไปถึงห้องด้านใน บ่าวคนสนิทของพระชายาจึงออกมาดู

เมื่อเห็นว่าเป็นท่านหญิงของตน นางก็รีบเข้าไปรายงานผู้เป็นนาย

“เกิดอะไรขึ้น” เมื่อเสียงทรงอำนาจของพระชายาเสวียนดังขึ้น เหล่าทหารและนางกำนัลต่างพากันคุกเข่าลง

แม้พระชายาจะไม่เป็นที่โปรดปราน หากแต่ตำแหน่งที่นางดำรงอยู่ก็ใช่ว่าบ่าวอย่างพวกเขาจะปฏิบัติอย่างไรก็ได้

“พระชายา”

“ฮึก เสด็จแม่” ท่านหญิงใหญ่ยกมือเช็ดน้ำตาที่เปื้อนเปรอะใบหน้า

ถ้อยคำที่กำลังจะตำหนิบุตรสาวที่แต่งกายไม่เรียบร้อยถูกกลืนลงท้องไปเมื่อเห็นน้ำตาที่เปรอะเต็มใบหน้าพร้อมกับเสียงเสียงสะอื้นไห้

และเมื่อเห็นรอยเลือดที่ซึมเปื้อนกางเกงตรงหัวเข่าของบุตรสาว นางก็ถลาเข้าไปหาร่างเล็กทันที “หลันเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้น”

ทันทีที่สัมผัสถึงมืออันอบอุ่นของมารดา ท่านหญิงตัวน้อยก็วูบลงในอ้อมกอดทันที

“หลันเอ๋อร์”

หลินเฟยหลันค่อยๆ ปรือตาขึ้น แสงจากดวงจันทร์ที่ส่องลอดหน้าต่างทำให้พอจะมองเห็นได้บ้าง

นี่ไม่ใช่ห้องของนาง แต่เป็นห้องของมารดา

และตัวนางนอนอยู่ใต้อ้อมกอดของมารดา

คิ้วน้อยๆ ย่นเข้าหากัน และต้องสะดุ้งเมื่อมารดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “น้องชายไม่สบาย อย่าได้ส่งเสียงดัง”

ร่างเล็กจึงขยับเข้าไปกอดมารดาเอาไว้แน่น แล้วซุกใบหน้าเจ้าหาอกนุ่มอันอบอุ่น

พระชายาเสวียนขมวดคิ้ว เมื่อสัมผัสได้ถึงร่างบางของบุตรสาวที่สั่นสะท้านราวกับกำลังกลัวอะไรบางอย่าง นางจึงกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม พลางลูบหลังเพื่อปลอบ

เสียงเพลงกล่อมจากมารดา ทำให้หลินเฟยหลันรู้สึกสงบใจจนหลับไปในอีกครึ่งเค่อต่อมา

เมื่อคืนกว่าจะได้หลับจริงๆ ก็เลยครึ่งคืน ทำให้พระชายาเสวียนตื่นสายกว่าปกติ เมื่อร่างเล็กในอ้อมกอดหายไป ก็พาให้หัวใจบีบรัดขึ้นมาเล็กน้อย

ได้แต่ปลอบใจตัวเอง

หนิงอ้ายได้ยินเสียงขยับกายของผู้เป็นนาย จึงเข้าไปปรนนิบัติ “บ่าวดีใจเหลือเกินที่พระชายาหลับได้สนิท เป็นเช่นนี้ทุกวันคงจะดีไม่น้อยเพคะ”

แต่เสวียนเยี่ยนฟางกลับถอนหายใจยาว 

จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อ...

คิดแล้วก็ถามหาบุตรชาย “ฉีเอ๋อร์เล่า”

บ่าวคนสนิทจึงตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี “เสวยมื้อเช้ากับท่านหญิงใหญ่เพคะ ท่านหญิงใหญ่ลงมือทำด้วยพระองค์เอง ล้วนมีแต่ของโปรดของท่านชายน้อยทั้งนั้น แล้วก็ยังมีของโปรดของพระชายาด้วยนะเพคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดอกเหมยสีชาด   ท่านหญิงใหญ่มิใช่คนเช่นนั้น

    หลินเฟยหลันยืนรอคอยผู้เป็นบิดาด้วยความตื่นเต้น ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างยิ้มออกกับท่าทีกระตือรือร้นของท่านหญิงใหญ่ตัวน้อย“ท่านหญิงใหญ่ช่างน่าเอ็นดูนัก”“ใครว่านางเอาแต่ใจกัน ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนสักนิด”“ใช่ๆ ถ้าข้ามีลูกหลานเช่นนี้ ข้าคงจะหลงหัวปักหัวปำเลยทีเดียว”“แต่ไม่เห็นพระชายาเลย”แววตาของหลินเฟยหลันไหววูบนางจึงเดินออกมาที่ถนน แล้วเข้าไปกระซิบกับคนที่เอ่ยถามหามารดาตน“เสด็จแม่ต้องดูแลน้องชายเจ้าค่ะ หลันเอ๋อร์ไม่อยากให้เสด็จแม่เหน็ดเหนื่อย จึงอาสามารับเสด็จพ่อแทน”แล้วคิ้วน้อยๆ ก็ขมวดย่นเข้าหากัน พลางกระซิบถาม “ไม่เหมาะหรือเจ้าคะ ที่หลันเอ๋อร์มารับเสด็จพ่อ แต่เสด็จแม่ไม่มา ทั้งๆ ที่เสด็จแม่เองก็อยากมา แต่หลันเอ๋อร์สงสารเสด็จแม่ จึง..จึง..อึก”สองประโยคท้ายน้ำเสียงของท่านหญิงตัวน้อยสั่นสะอื้น จนเหล่าชาวเมืองอดที่จะเห็นใจไม่ได้“มิได้เพคะ ท่านหญิงใหญ่ พระชายาทรงเหน็ดเหนื่อยมากพอแล้ว ท่านหญิงทำเช่นนี้ ถือว่ากตัญญูยิ่งเพคะ”“จริงนะ” หลินเฟยหลันถามย้ำด้วยน้ำเสียงดีใจ“จริงเพคะ/จริงพ่ะย่ะค่ะ” หลายคนจึงช่วยกันยืนยันได้รับรอยยิ้มจากท่านหญิงใหญ่ ทำเอาหลายคนถึงกับอยากจะดึงร่างเล็กนั่นเข้ามาก

  • ดอกเหมยสีชาด   ชินอ๋องผู้น่าสมเพช

    ณ ลานกว้างในป่าหลังจากที่ช่วงเช้ามีการแข่งประชันยิงธนู ช่วงบ่าย เหล่าบุรุษกล้าทั้งหลายก็ต่างควบม้าเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์กันเสียส่วนใหญ่ และมีสตรีที่สนใจเข้าร่วมอยู่ไม่น้อยส่วนคนที่เหลือก็เลือกที่จะออกไปชมนกชมไม้ หรือไม่ก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ซึ่งส่วนใหญ่เลือกที่จะจับกลุ่มพูดคุยกันเสียมากกว่า“ชายารองลู่ มิคิดว่าท่านจะกล้าเข้าร่วมงานนี้ด้วย” พระสนมหวางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหมิ่นเหยียดชินอ๋องผู้นี้ ช่างลำเอียงจนไม่แยกแยะว่าอะไรควรไม่ควร ให้ชายารองออกงานแทนพระชายาเอกเป็นที่ขบขันยิ่งนักดีแล้วที่ข้าไม่แต่งเข้าตำหนักตงหยางนางเคยหมายตาตำแหน่งชายาเอกของชินอ๋อง หากแต่เมื่อตกเป็นของเสวียนเยี่ยนฟางก็แล้วไปเถอะ เพราะพื้นเพตระกูลเสวียนต่อให้อยากอยู่ในตำแหน่งฮองเฮา ใต้หล้าก็ไม่รังเกียจหากแต่ว่าตำแหน่งชายารองที่คิดว่าจะเป็นของนาง กลับมีลูกอนุของหมอหลวงมาโฉบไปแทนใจนางล้วนไม่ยอมรับเมื่อไม่อาจทำใจไปอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับดอกบัวขาวเปื้อนโคลนตรงหน้า นางจึงเลือกที่จะมาอยู่ในตำแหน่งที่สตรีคนนี้ต้องก้มหัวให้นางแทน จะดีกว่า“ท่านชายเล็กร่างกายไม่แข็งแรง พระชายาจึงต้องอยู่ดูแล ท่านอ๋องจึงให้หม่อมฉันมาแทนเพคะ

  • ดอกเหมยสีชาด   ปรับความเข้าใจ

    พระชายาเสวียนแทบไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อเห็นภาพของสองพี่น้องที่คีบอาหารส่งให้กัน“เสด็จแม่” หลินเฟยหลันเอ่ยทักทายมารดาพลางจัดแจงเก้าอี้ให้อย่างรู้งานด้วยความคล่องแคล่ว ปากน้อยๆ ก็เอ่ยไปด้วย “เชิญเสด็จแม่ประทับนั่งตรงนี้เพคะ”ตรงนี้ที่ว่า คือตรงกลางระหว่างบุตรทั้งสองเสวียนเยี่ยนฟางยิ้มให้กับบุตรสาวตัวน้อยจะดีแค่ไหน หากบุตรสาวของนางเป็นเช่นนี้ตลอดไป“เสด็จแม่ลองชิมปลานึ่งเพคะ ลูกทำเองกับมือเลยนะเพคะ” ว่าพลางคีบเนื้อปลาวางที่ถ้วยข้าวของมารดา“หืมมมม หลันเอ๋อร์ของแม่เข้าครัวเป็นด้วยหรือนี่ เก่งจริง” ผู้เป็นมารดาเอ่ยชมอย่างให้กำลังใจหลินเฟยหลันถอนหายใจห้วน “ก็ที่ครัวใหญ่อาหารไม่อร่อยนี่เพคะ แถมชุนลี่ก็ไม่สนใจลูกด้วย ลูกจึงต้องแอบไปทำกินเอง ตอนเช้าลูกเห็นคนเอาปลามาส่ง ท่านป้าหนิงบอกว่าเสด็จแม่โปรดเสวยปลานึ่ง ลูกจึงอาสาทำเองเพคะ อ๊ะ..ลูกทำเองจริงๆ นะเพคะ แม่ครัวเพียงแค่บอกวิธีทำ”เสียงเจื้อยแจ้วของบุตรสาวตัวน้อยเล่าเรื่องราวไปเรื่อย ด้วยน้ำเสียงสบาย แต่มารดากลับรับรู้ได้ถึงความผิดปกติชุนลี่อยู่กับตระกูลเสวียนมานาน แม้ไม่ได้ขายตัวเป็นบ่าว หากแต่ก็รับเงินจากนางโดยตรงเมื่อบุตรสาวแยกเรือน น

  • ดอกเหมยสีชาด   ความรู้สึกที่หลากหลาย

    ดวงตาของเด็กน้อยเหม่อมองไปทางหน้าต่าง ขณะที่หมอหลวงกำลังตรวจชีพจรให้หมอหลวงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ตอนนี้ท่านหญิงใหญ่พ้นขีดอันตรายแล้ว ให้ดื่มยาอีกสามเทียบและให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็หายดีแล้ว”แล้วก็กำชับกับพี่เลี้ยงของท่านหญิงอีกสองสามประโยคชุนลี่พยักหน้า แล้วเดินออกไปส่งหมอหลวงที่หน้าตำหนักเมื่อไม่มีใครอยู่ในห้อง หลินเฟยหลันก็ถอนสายตาตัวเองกลับมาสามวันก่อนหน้า นางมีเรื่องทะเลาะกับน้องสาวต่างมารดา จนเป็นเหตุให้นางตกน้ำแล้วหมดสติในระหว่างที่หลับใหล นางฝันถึงเหตุการณ์หลายอย่าง ซึ่งเกี่ยวพันกับตัวนางเองทั้งสิ้นสิ่งที่ได้เห็นในฝันนั้นน่ากลัวนัก นางพยายามที่จะลืมตาตื่นจากฝันร้าย หากแต่ทำไม่ได้ จนมาถึงเหตุการณ์สุดท้ายที่นางได้เห็นตัวเองถูกลากไปตัดหัวต่อหน้ามารดาราวกับว่านางและตัวของนางในฝันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อคมดาบตวัดลงมาที่ลำคอ นางก็ได้สติขึ้นมาพร้อมกับกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งหมอหลวงจึงถูกตามตัวกลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อมาตรวจอาการนางพยายามที่จะอธิบายสิ่งที่อยู่ในฝันร้ายให้ทุกคนฟัง หากแต่พวกเขาไม่รับฟัง และแอบไปนินทาหาว่านางสติฟั่นเฟือนดังนั้น นางจึงปิดปากเงียบอย่างไรเสีย ด้ว

  • ดอกเหมยสีชาด   นักโทษกบฏ

    ร่างผอมโซในชุดนักโทษสีซีดถูกกระชากอย่างไร้ความปราณีพร้อมกับเสียงตวาดจากผู้คุม“คุกเข่า!”ตลอดหนึ่งเดือนที่ถูกกักขังแล้วนำตัวมา ณ ที่แห่งนี้ลานประหารที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตแดนระหว่างแคว้นเยว่และแคว้นเว่ยผู้คนต่างสาบแช่งอดีตพระชายาขององค์ชายเจ็ดแห่งแคว้นเว่ย ที่เป็นตัวต้นเหตุให้เกิดการนองเลือดขึ้นในทั้งสองแคว้นเพราะองค์ชายเจ็ดที่มีตระกูลเสวียนหนุนหลังคิดการก่อกบฏโค่นล้มรัชทายาท จึงทำให้เกิดการนองเลือดล้างแผ่นดินขึ้นในแคว้นเว่ยขณะเดียวกัน กองทัพตระกูลเสวียนก็คิดการใหญ่ต้องการราชบัลลังก์แคว้นเยว่มาไว้ในมือ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะรวมแผ่นดินให้กลายเป็นแคว้นเดียวกันองค์ชายเจ็ดขึ้นเป็นฮ่องเต้ ส่วนพระชายาเสวียนก็ขึ้นเป็นฮองเฮา ปกครองแคว้นใหม่ร่วมกันกว่าที่ทั้งสองแคว้นจะสามารถปราบกบฏลงได้ ย่อมต้องสูญเสียเหล่าทหารกล้าไปไม่น้อยหลายครอบครัวต้องสูญเสียบิดาและบุตรชายไป จึงทำให้พวกเขาโกรธแค้นองค์ชายเจ็ดกับพระชายา และตระกูลเสวียนเข้ากระดูกองค์ชายเจ็ดถูกสำเร็จโทษที่แคว้นเว่ยตระกูลเสวียนก็ถูกประหารต่อหน้าชาวเมืองไปก่อนหน้าเหลือเพียงพระชายาผู้นี้ที่ผู้คนทั้งสองแคว้นอยากเห็นการตายของนางแคว้นเว่ยจึงส่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status