Share

๙(หากนี่คือนิยาย)

last update Last Updated: 2025-12-31 17:56:10

“เหตุใดว่านฉายยังอยู่ที่นี่”

ข้าตั้งคำถามเมื่อยามที่เดินตามแรงฉุดดึงของอดีตสามีมาที่หน้าจวน

วันนี้ข้าไปจากจวนตระกูลกงแน่ แต่ข้าต้องทราบเรื่องนี้ก่อนไป

“นี่ใช่เวลามาสงสัยหรืออวี้หวน เมื่อครู่เจ้ามีเจตนาอยากให้จิ้งเอ๋อร์เห็นเจ้าใช่หรือไม่”

กงซานปล่อยมือข้าแทบสะบัด เขาดูโมโหมาก แต่ไม่ได้แสดงความรังเกียจที่จะแตะต้องตัวข้าอย่างที่คิด

“จะให้ข้าตัดแม่ตัดลูกกับจิ้งเอ๋อร์จริงหรือเจ้าคะท่านพี่ ท่านพี่ไม่สงสารข้าหรือเจ้าคะ”

“...”

“ข้าไม่ได้อยากถูกโจรลักพาตัวไป ข้าไม่ได้อยากมีชีวิตเช่นนี้ หากย้อนเวลากลับไปได้ข้าจะไม่เสนอตัวไปจุดตะเกียงน้ำมันให้ท่านพ่อที่วัดป่าแห่งนั้น”

กงซานดวงตาไหววูบทันทีเมื่อข้ากล่าวถึงเรื่องวันเกิดเหตุ ข้าจับความรู้สึกผิดจากสายตาเขาได้

“อวี้หวน ข้ารู้สึกเสียใจที่เจ้าพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ แต่เจ้าก็รู้ว่าข้าขัดท่านแม่ไม่ได้”

เขากำลังใช้จุดอ่อนของตนเองมาเป็นจุดแข็ง!

“ท่านเป็นคนฉลาดและดื้อด้านในตัว ไม่ว่าเรื่องใดขอเพียงท่านปรารถนา ท่านจะไม่ปล่อยให้สิ่งที่ตนต้องการหลุดมือไปเป็นอันขาด”

เช่นเรื่องแต่งข้าเป็นฮูหยินเอกเป็นต้น!

“ตอนนั้นข้าเลือดร้อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”

“อ้อ! ความเลือดร้อนของท่านหายเร็วนะเจ้าคะ เพียงสี่ปีก็กลายเป็นไม่เลือดร้อนแล้ว”

กงซานหน้าตึง ท่าทางดื้อด้านเช่นนี้ของข้าคือสิ่งที่เขาย่อมไม่เคยเห็นมาก่อน

“นอกจากร่างกายจะไม่เหมือนเดิมแล้ว นิสัยใจคอยังร้ายกาจขึ้น ข้ายังจะไว้ใจให้ใกล้จิ้งเอ๋อร์ได้หรือ!”

เอาเรื่องลูกมาเล่นงานข้าอีกแล้ว!

“ข้าอยากให้ท่านพี่ลองใคร่ครวญดูอีกครั้ง จิ้งเอ๋อร์จะอยู่ได้อย่างไรเมื่อไร้มารดา”

“เขาอยู่โดยไร้มารดามาแปดเดือนแล้ว”

“แล้วข้าผิดหรือเจ้าคะ!”

ข้าคุมตัวเองไม่ได้แล้ว เผลอขึ้นเสียงใส่เขาจนกงซานฉุดข้อมือพามาสนทนาในที่ลับตากว่านี้

“ปล่อย!”

แต่ข้าก็สะบัดมือจากเขา ไม่ใช่เขาที่รังเกียจข้าเท่านั้น ข้าก็รังเกียจเขาเช่นกัน

กงซานยกมือขึ้นยอมโบกธงขาวให้

“อวี้หวน เราสนทนากันด้วยดีได้หรือไม่ เจ้าไม่ใช่สตรีดื้อดึง เราคุยด้วยเหตุผลไม่ได้หรือ”

“ข้าเป็นคนมีเหตุผล แต่ไม่อยากใช้ ข้าอยากเจอลูก ให้ข้าได้เห็นหน้าลูกไม่ได้เลยหรือ”

กงซานถอนหายใจ

“อวี้หวน ข้าคิดว่าท่านแม่พูดอย่างชัดเจนแล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้อีก”

ความหมายก็คือ…

ไม่ยอมให้ข้าได้เจอหน้าลูก!

“ข้าน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าท่านเป็นคนเช่นนี้ มารดาเป็นอย่างไรบุตรย่อมเป็นอย่างนั้น สืบทอดนิสัยผ่านสายเลือดและการปลูกฝัง”

“ระวังปากหน่อยอวี้หวน เจ้ากำลังพาดพิงถึงท่านแม่ข้าอยู่ อย่าพาดพิงถึงท่าน อีกอย่างต่อจากนี้ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ข้ากำลังมีงานมงคล”

ใครสนเรื่องงานมงคลของท่าน ข้าสนเรื่องลูก!

“คุณหนูเฉียวไม่มีทางดีกับจิ้งเอ๋อร์ นางไม่มีทางดีกับเขา ต่อไปหากนางให้กำเนิดบุตร จิ้งเอ๋อร์จะถูกปฏิบัติอย่างไร้เยื่อใย”

“คิดไปถึงไหนแล้ว จิ้งเอ๋อร์เป็นบุตรชายข้า นี่คือสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

“อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น”

ดูอย่างข้าสิ! ข้าก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเจอเรื่องเช่นนี้เหมือนกัน

“มันจะไม่เกิดขึ้น ข้าให้สัญญากับเจ้า ต่อให้ข้าจะไม่รักเจ้าแล้ว แต่ข้าจะยังรักลูกของเรา”

เผาะ!

น้ำตาข้าร่วงเผาะ ๆ ทันทีเมื่อกงซานพูดในสิ่งที่ข้าอยากได้ยินที่สุดในตอนนี้

บอกแล้วเขาไม่ใช่คนโง่ เพียงแค่หยิบเอาจุดอ่อนเรื่องเป็นลูกแหง่มาใช้ให้เป็นประโยชน์

ของที่เขาไม่ต้องการแล้ว ต่อให้ยกเหตุผลใดมาพูดเขาก็ไม่คิดจะรับมาใช้ต่อ

“เช่นนั้นข้าอวยพรให้ชีวิตคู่ของท่านไม่ราบรื่น ขอให้นางมีบุตรชายให้ท่านไม่ได้ แต่ครองรักกันให้ยาวนาน”

คำอวยพรที่ไม่ต่างจากการแช่งชักนี้คือสิ่งที่ข้ามีความหมายแฝงถึงกงจิ้งทั้งสิ้น

หากคุณหนูเฉียวไม่มีบุตรเป็นของตัวเอง สถานะบุตรชายคนโตของประมุขตระกูลจะยังมั่นคง

“นี่เจ้า…”

กงซานกัดฟันทันทีเมื่อได้ยินคำอวยพรนี้

ข้าไม่สนใจว่าเขาจะมีปฏิกิริยาใดต่อจากนี้ หมุนตัวหันหลังให้เขาทันทีเพราะน้ำตาแห่งความเสียใจกำลังไหลจากกรอบตาอีกครั้ง

เขาเห็นน้ำตาของข้ามามากแล้ว เขาไม่ควรเห็นข้าเสียใจแล้วเข้าใจผิดไปเองว่าเสียดายเขา

ไม่! ข้าไม่ได้เสียดายเขา

ข้าแค่เสียใจที่ไม่มีโอกาสเลี้ยงบุตรชายได้แล้ว

“ลาก่อนจิ้งเอ๋อร์ แม้ชีวิตแม่จะบัดซบ แต่ลูกไม่่ต้องกังวล แม่จะรออยู่ดูเจ้าจนกระทั่งเจ้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แม่จะไม่ตายตอนนี้แน่นอน”

ข้าปาดน้ำตา เดินออกมาจากจวนตระกูลกง

จากเดินเร็วกลายเป็นวิ่ง น้ำตาแห่งความเสียใจไหลอาบหน้าอีกครั้ง

จากที่คิดว่าตนจะไม่มีวันร้องไห้ให้กับเรื่องใดอีกแล้ว

สุดท้ายวันนี้ก็ต้องมาร้องไห้เรื่องลูก

ข้าวิ่งไปเรื่อย ๆ ผ่านถนน ทุ่งนาจนกระทั่งมาถึงทางใกล้แม่น้ำสายเล็กแต่ลึกพอที่จะทำให้คนที่ไม่ว่ายน้ำไม่เป็นอยู่ก้นแม่น้ำได้

“ฮือ~ข้าไม่อยากอยู่แล้ว ข้าอยากตาย!”

นี่ไม่ใช่คำพูดของข้า!

น้ำเสียงคุ้นหูทำให้้ข้าหยุดฝ่าเท้าที่กำลังวิ่ง หันหน้าไปมองยังต้นเสียง

“นี่มัน…”

“ข้าไม่อยากอยู่แล้ว ข้าอยากตาย”

“เหลียนจื่อ…อย่า!”

ข้าตะโกนห้ามเหลียนจื่อ รีบวิ่งไปยังสะพานเมื่อเห็นเหลียนจื่อกำลังปีนขึ้นเพื่อจะกระโดดลงไป

จุดประสงค์คือการปลิดชีพตนเอง!

“ข้า…กรี๊ด!”

เหลียนจื่อหลุดเสียงกรี๊ดเมื่อโดนขัดขวางการกระทำ

ข้าไม่ประสงค์ให้นางตาย ต่อให้นางไม่อยากมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นแล้วก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองให้ได้

แม้ตอนนี้นางจะหาสิ่งที่ทำให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อไม่เจอ แต่ต่อไปจะต้องหาเจออย่างแน่นอน

“เหลียนจื่อ ทำอันใดของเจ้า!”

เหลียนจื่อปล่อยโฮทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่ดึงนางมาจากราวกั้นสะพานคือข้า

“ฮือ~อวี้หวน ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ข้าอยากตาย ข้าจะตายตามท่านแม่”

ยะ อย่าบอกว่ามารดานางจากไปแล้ว!

“เหลียนจื่อ เรื่องมันอย่างไรกันแน่”

พอเจอเรื่องของนางไป ข้าจึงไม่มีเวลามาเสียใจเรื่องตัวเองอีก

แม้ชีวิตข้าจะบัดซบ แต่อย่างน้อยคนที่ข้ารักก็ยังมีชีวิตอยู่!

“อวี้หวน ท่านน้าทราบเรื่องที่ข้าอยู่ที่พักพิงจึงมาหา เขาบอกว่่าท่านแม่ตรอมใจตาย เขาต่อว่าข้าทีี่ทำให้ท่านแม่ตรอมใจตาย ฮือ~”

ต่อว่าหรือ เพราะเรื่องที่เราหายไปจากบ้านแน่ เหตุใดทุกคนต้องโทษเราเพราะสิ่งที่พวกเราไม่ได้อยากให้เป็นด้วย เหตุใดจึงเอาแต่โทษเหยื่ออย่างพวกเรา

“เหลียนจื่อ! ข้าอยู่ตรงนี้กับเจ้า ตายไปตอนนี้ก็ไม่ได้เจอมารดา ใจเจ้ายอมแพ้แล้วแต่ร่างกายส่วนอื่นของเจ้าไม่ได้ยอมแพ้ เจ้าหลั่งน้ำตาออกมาเพราะร่างกายรับรู้ว่าเจ้าไม่ปรกติ ไม่สู้เพื่อคนอื่นแล้วสู้เพื่อตัวเองไม่ได้หรือ”

เหลียนจื่อร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่ไม่ได้ขืนตัวจะกระโดดสะพานต่อ

ข้าจึงลูบหลังนางเบา ๆ กอดปลอบนางเอาไว้แน่นจนกว่านางจะรู้สึกดี

“ขอโทษนะเหลียนจื่อ เจ้ากล่าวว่าท่านแม่ตรอมใจเรื่องเจ้า นั่นเป็นเพราะท่านแม่คิดว่าเจ้าไม่อยู่แล้วมิใช่หรือ”

เหลียนจื่อไม่กล่าวสิ่งใด ปล่อยให้ตนเองสะอื้น

“เจ้าต้องมีชีวิตอยู่สิ หากท่านแม่ในร่างเทพเซียนมองลงมาจากฟากฟ้าไม่เห็นเจ้าจะว่าอย่างไร”

“เมื่อครู่ยังบอกว่าตายไปก็ไม่เจอกันอยู่เลย เจ้ากำลังเอาคำปลอบของเด็กน้อยมาใช้กับข้า…”

เสียงอู้อี้ของนางทำให้ข้าเห็นถึงความหวังที่จะปลอบนางให้มีชีวิตต่อไป

“ฟังข้านะเหลียนจื่อ ในเมื่อโชคชะตาไม่ใจดีต่อเรา เช่นนั้นเราก็อย่าใจร้ายกับตัวเองเลย”

“แต่ข้าเสียใจ ข้าต้องอยู่กับคำว่าทำท่านแม่ตรอมใจตายไปตลอดชีวิต”

“หากจะโทษใครสักคนก็ต้องโทษเจ้าโจรชั่วทั้งหลาย พวกนางต่างหากที่ทำให้ชีวิตเราบัดซบเช่นนี้”

เหลียนจื่อดันไหล่ข้าออกเพื่อจะสบตากัน

“เจ้าเพิ่งกลับมาจากจวนสามีหรือ”

“ใช่! เห็นเจ้าแล้วข้าอยากปลิดชีพตัวเองตาม ห้ามความคิดช่างยากเย็นนัก…โอ๊ย!”

“อย่าพูดบ้า ๆ เจ้าจะปลิดชีพตัวเองตามข้าไม่ได้นะ ข้าไม่ยอม”

สุดท้ายก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นข้าทำแบบเดียวกัน สหายดี ๆ เจอได้เมื่อยามตกทุกข์ได้ยากหรือ

“เหลียนจื่อ แม่น้ำสายนี้ไม่ตอบรับความตายของเจ้า เช่นนั้นเรามาขอพรจากแม่น้ำสายนี้กันดีหรือไม่”

ข้าพูดเล่น ๆ ไม่คิดว่าเหลียนจื่อจะดึงข้ายืนขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินเข้าไปใกล้ราวสะพานอีกครั้ง

“ทำอันใดเหลียนจื่อ!”

“ขอพรอย่างไรเล่า ข้าจะขอพรให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเราเป็นเพียงความฝัน”

เฮ้อ~ก็คิดว่าจะพากระโดดน้ำ!

“จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าต่างหากที่มาช่วยเจ้าทันเวลา ที่ข้าพูดว่าแม่น้ำไม่ตอบรับความตายของเจ้าก็แค่พูดเล่นเท่านั้น”

“แต่ข้าคิดจริงจัง เพราะฉะนั้นแล้วหากแม่น้ำแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์จริง ได้โปรดทำให้พวกเราย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

เหลียนจื่อพนมมือ หลับตานิ่งอธิษฐานอย่างจริงจัง ข้ากวาดตามองแวดล้อมเพื่อหาความผิดปรกติที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสายลมพัด น้ำในแม่น้ำกระเพื่อมขึ้น

เอาเถอะ! ลองดูก็ไม่เสียหาย

‘ข้าขออธิษฐานต่อแม่น้ำสายนี้ หากข้าสามารถแก้ไขชีวิตของตัวเองได้ ข้าขอย้อนเวลากลับไปตอนอายุ 15 หนาวก่อนที่ข้าจะได้เจอกับกงซาน ข้าขอ…’

ตู้ม!

ข้าลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงของหนักหล่นลงน้ำ เมื่อลืมตาดูก็ใจหายเพราะไม่เห็นเหลียนจื่อยืนอยู่ข้างกาย

“เหลียนจื่อ!”

ข้าเรียกเหลียนจื่อเต็มเสียงเมื่อเห็นนางลอยคออยู่ในน้ำ ตอนนั้นข้าทำอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจาก…

ตู้ม!

กระโดดลงไปช่วยนาง!

ข้าควรรู้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถพึ่งพาได้ เช่นนั้นข้าขอกล่าวไว้ตรงนี้เลย หากไม่อยากให้แม่น้ำสายนี้ชื่อว่า หวนจื่อซื่อหวาง [1]

อย่าตอบรับความตายของพวกเรา!


[1] หวนจื่อ นำมาจากชื่อของอวี้หวนและเหลียนจื่อ ซื่อหวาง (死亡) หมายถึง ความตาย ตั้งชื่อแม่น้ำเพราะสตรีทั้งสองปลิดชีพที่แม่น้ำแห่งนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษจบ) ๙ บุปผาดอกนี้บานแล้ว

    ๙บุปผาดอกนี้บานแล้ว‘อวี้เจินระวังสะดุดล้ม’‘พี่ฉงฉงวางใจ ข้าไม่สะดุดหรอก…โอ๊ย!’ไม่ทันขาดคำ อวี้เจินในวัย 12 หนาวที่ยังวิ่งเล่นเหมือนเด็กน้อยก็สะดุดชายกระโปรงตนล้มเสิ่นฉงชือที่ออกปากห้ามรีบโยนตำราที่อยู่ในมือ วิ่งเข้าไปหาอวี้เจินด้วยความรวดเร็ว‘อวี้เจิน เป็นอย่างไรบ้าง’อวี้เจินมองสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของเสิ่นฉงชือในวัย 17 หนาว ลืมความเจ็บปวดที่อยู่ตรงหัวเข่าไปชั่วขณะจนเสิ่นฉงชือต้องถามอีกครั้ง‘อวี้เจิน พี่ถามเจ้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดเอาแต่มองหน้าพี่เช่นนี้’ปากเสิ่นฉงชือดุอวี้เจินก็จริง แต่กลบความห่วงใยในดวงตาไม่มิด ความห่วงใยนี้หญิงสาวรับรู้ได้อย่างชัดเจน‘ข้าไม่เป็นไร…เฮือก!’อวี้เจินปฏิเสธ ทว่าในตอนที่นางเลิกกระโปรงขึ้นแล้วเห็นเข่าตนถลอกก็ตกใจจนสะดุ้งโหยงไม่นานดวงตาก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา หยาดน้ำใสไหลอาบใบหน้า เบะปากตอนเงยหน้ามองเสิ่นฉงชือ‘ข้าขอคืนคำเจ้าค่ะ…ซี๊ด~เจ็บ!’‘พี่จะพาเจ้าไปล้างแผล’ชายหนุ่มเอ่ยเพียงเท่านั้นก็อุ้มร่างบางขึ้นพานางไปยังเรือนใหญ่ ระหว่างทางเห็นสาวใช้เดินผ่านมาก็ตะโกนบอกพวกนางให้เตรียมน้ำสะอาดและยาสมานแผลพวกนางต่างตกอกตกใจเพราะไม่เคยเห็นคุณชายมีท่าทาง

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๘ แต่งงานกับข้านะเจ้าคะ

    ๘แต่งงานกับข้านะเจ้าคะ“กลับมาอยู่ด้วยกันสักทีนะเด็ก ๆ ของข้า”ภาพตรงหน้าทำข้าน้ำตารื้นขอบตาจนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเบา ๆ“เป็นความดีใจปนความเศร้าเจ้าค่ะ บ่าวก็รู้สึกไม่ต่างจากฮูหยิน”สาวใช้คนสนิทของข้ากล่าวเสริม ซึ่งคำพูดของนางทำข้าเห็นต่างจนต้องส่ายหน้าในใจไม่! ข้ากับเจ้ารู้สึกไม่เท่ากันอย่างแน่นอนพวกเขาไม่ได้จากกันเพียงห้าปีนี้เท่านั้น แล้วที่ห่างกันก็ไม่ใช่เพียงระยะทางแต่เป็นความตาย!“ฮูหยิน…”ข้าดึงสายตาจากภาพตรงหน้า ชูนิ้วแนบริมฝีปากห้ามไม่ให้สามีส่งเสียงดังสามีข้าที่ไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับนิมิตเลยทำสีหน้างงงวยเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้ข้าดึงแขนพาเดินออกไปจากเรือนรับแขก“ทำไมหรือฮูหยิน ทำลับ ๆ ล่อ ๆ ด้านในเกิดอันใดขึ้น เสี่ยวฉงชือมามิใช่หรือ”“กำลังปรับความเข้าใจกับเจินเอ๋อร์อยู่เจ้าค่ะ เราอย่าเข้าไปยุ่งตอนนี้เลย ท่านพี่หิวหรือไม่ ข้าจะพาไปทานอะไรที่เรือนของข้า”สามีของข้าเป็นอาจารย์ที่เข้มงวดกับลูกศิษย์เคร่งเรื่องวัยวุฒิ แต่พออยู่กับข้าแล้วจะมีความเป็นเด็กหนุ่ม“ฮะ ฮูหยินกล่าวอันใดเช่นนั้น ชวนพี่ตอนกลางวันเช่นนี้เลยหรือ”ข้าห้ามความเขินอายจนปวดแก้มไปหมด ยื่นมือไปตีไหล่เขา

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ) ๗ ใจพี่บอบบางกว่าที่คิด

    ๗ใจพี่บอบบางกว่าที่คิด“ก่อนจะให้คำตอบท่าน ข้าขอสนทนากับท่านเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่เจ้าคะ”ข้ารู้ว่าพี่ฉงชือกำลังเฝ้ารอเอาคำตอบ แต่คำถามนี้ไม่ถามไม่ได้จริง ๆ“อีกแล้ว ขอสนทนาส่วนตัวกับใครเมื่อใดได้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นตลอดเลย”พี่ฉงชือทำหน้าสงสัย จนกระทั่งท่านแม่เดินออกไปจากห้องเหลือเพียงเราสองคนแล้ว ข้าจึงกล่าวอย่างไม่ปิดบัง“ครั้งก่อนตอนข้าขอท่านแม่สนทนาเป็นการส่วนตัวด้วยก็คือกงซาน พี่ฉงชือทราบหรือไม่ว่าเขาเป็นใคร”เสิ่นฉงชือไม่แสดงท่าทางแปลกใจราวกับว่าเขาทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว“พี่ทราบเรื่องนี้คร่าว ๆ จากท่านลุง ยอมรับว่าตกใจไม่น้อย แต่นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่พี่กลับมาแคว้นต้าหยวน อวี้เจินเปลี่ยนชะตาชีวิตพี่สาวเจ้าโดยการไม่ให้นางแต่งกับกงซานใช่หรือไม่”ข้าบีบมือตนเองแน่น ที่แท้เขาก็ทราบเรื่องนี้จริง ๆ ในนิมิตข้าทำผิดกับเขาเพียงนั้นจะให้ข้าทนมองหน้าเขาได้อย่างไร หากเขาไม่ทราบเรื่องในนิมิตก็ว่าไปอย่างแต่นี่…“อวี้เจินอย่าคิดฟุ้งซ่าน”ข้าชะงักไปทันทีเมื่อโดนประโยคนี้ เขาพูดเหมือนกับว่าเดาความคิดข้าออก“พี่ฉงชือ…”“วันนั้นเจ้าถามพี่ว่าผมสีดอกเลาได้มาอย่างไร วันนี้พี่จะบอกเจ้าทั้งหม

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๖ ใจสตรีเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด

    ๖ใจสตรีเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด‘ไยใจร้ายกับพี่เช่นนี้อวี้เจิน เจ้าทิ้งเราไปหาครอบครัว แล้วเราไม่ใช่ครอบครัวเจ้าหรือ’‘กลับมาหาพี่อวี้เจิน อย่าทิ้งกันไปแบบนี้…ฮึก! ฟื้นสิอวี้เจิน ฟื้นมาคุยกับพี่สตรีใจร้าย ฟื้นเดี๋ยวนี้…’เฮือก!ข้าสะดุ้งเฮือก จิตใจทนรับความเจ็บปวดไม่ไหวจนกลไกการปกป้องร่างกายทำงาน ปลุกข้าให้ตื่นมาจากความฝันอันน่าเศร้าหมอง“ฝันอีกแล้ว…”ไม่สิ! จะว่าฝันก็ไม่ถูกในเมื่อเรื่องทั้งหมดมาจากนิมิตเชื่อหรือไม่ ข้าเห็นนิมิตของตนเองในอีกห้าปีข้างหน้ารู้ว่าตนจะตายอย่างไรรู้ว่าใครคือคนที่เลือกเป็นคู่ชีวิตและรู้ว่าตนปฏิบัติตัวเช่นไรต่อสามีและลูกน้อยก่อนตายเดิมทีข้าคิดว่าตนได้เห็นนิมิตเพราะสวรรค์อยากให้ข้าช่วยเหลือพี่สาวผู้มีโชคชะตาน่าอดสูหลังจากที่ช่วยนางให้ผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านั้นได้แล้ว ข้าถึงได้มีเวลามาคิดเรื่องของตนเองซึ่งตอนนั้นประจวบเหมาะกับข้ากำลังอยู่ในช่วงปักปิ่น ข้าเฝ้ารอให้เสิ่นฉงชือมาร่วมงานนี้ด้วยแต่แล้วเขาก็ผิดสัญญาไม่มาร่วมงานปักปิ่น มิหนำซ้ำยังปล่อยให้ข้ารอเขาต่ออีกสองปีข้าอยากโกรธเขาให้นานกว่านี้ แต่พอเห็นภาพนิมิตในความฝันนี้อีกครั้ง ที่เคยวางแผนไว้เป็นลำดับ

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๕ ใครจะอยู่ก็อยู่ข้าไม่อยู่แล้ว

    ๕ใครจะอยู่ก็อยู่ข้าไม่อยู่แล้วเสิ่นฉงชืออยู่ฝั่งนั้น!เขาคือเพื่อนบ้านคนใหม่ที่กลับมาจากโพ้นทะเล เจ้าของวัตถุดิบมื้อเย็นทั้งหมดตุบ!เพราะรีบร้อนลงจากบันไดแล้วไม่ทันระวัง ข้าจึงตกบันไดจนหลุดเสียงร้องเจ็บปวดเพราะก้นกระแทกพื้น“โอ๊ย~”“คุณหนู!”เพียนเย่ตกใจ ไม่นานก็ดึงสติตัวเองมาได้ รีบเข้ามาช่วยข้าพร้อมถามอาการด้วยน้ำเสียงร้อนใจ“คุณหนูเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ…ฮึก! คุณหนู”ข้ายังไม่รู้สึกว่าเลือดตกยางออกเพียนเย่ก็ร้องไห้เสียงดังเสียแล้ว กำลังจะเอ่ยตอบว่าไม่เป็นอันใดก็ได้ยินเสียงตุบของของหนักกระทบพื้นเมื่อหันไปมองยังต้นเสียงดวงตาพลันเบิกโพลงเพราะร่างสูงที่ข้าเห็นอยู่อีกฝั่งนั้นได้กระโดดข้ามมาฝั่งนี้แล้ว“อวี้เจินเป็นอันใดหรือไม่!”ท่าทางเสิ่นฉงชือดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด นานแค่ไหนกันแล้วนะที่ข้าไม่ได้รับความห่วงใยจากเขา นานแค่…“อวี้เจิน! พี่ถามว่าเจ็บมากหรือไม่”ข้าดึงสติตัวเองกลับมาจึงเห็นว่ายามนี้ตนแทบจะอยู่ในอ้อมอกอุ่นรีบเอามือดันอกเขาออกในทันที!“ขะ ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ”ข้ารักษาระยะห่างกับเขา ขยับก้นออกห่างแล้วยื่นมือให้เพียนเย่ช่วยดึงแขนขึ้น“ดึงข้าขึ้นที”เพียนเย่ปาดน้ำตา รีบ

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๔ เพื่อนบ้านจากโพ้นทะเล

    ๔เพื่อนบ้านจากโพ้นทะเลข้ากลับเรือนตนเองแล้วงีบหลับตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงช่วงค่ำ ท่านแม่ให้คนมาเชิญไปทานอาหารค่ำที่เรือนใหญ่ อาหารทะเลที่ตั้งโต๊ะละลานตาทำข้าตะลึงไปครู่หนึ่ง“เจินเอ๋อร์นั่ง ๆ รอท่านพ่อเจ้ามาก่อนเราก็ทานอาหารกันได้เลย”ท่านแม่ผายมือเชิญข้านั่งเมื่อเห็นข้าเดินเข้ามาด้านใน น้ำเสียงและสีหน้าที่สดใสต่างจากเมื่อเช้าทำให้ข้าอดสงสัยไม่ได้“เมื่อเช้าท่านแม่ยังหลั่งน้ำตาตอนบอกลาพี่หญิงใหญ่อยู่เลย ไยค่ำนี้สีหน้าสดใสขึ้นแล้วเจ้าคะ”พี่หญิงใหญ่ของข้าเป็นบุตรสาวอนุภรรยาท่านพ่อแต่ท่านแม่ซึ่งเป็นฮูหยินใหญ่ให้การเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กเพราะอนุหลินจากโลกนี้ไปเร็วท่านแม่รักท่านพ่อมากจึงเห็นพี่หญิงใหญ่ไม่ต่างจากบุตรสาวคนหนึ่ง เมื่อเช้านางจึงหลั่งน้ำตาเป็นสาย แต่พอตกเย็นกลับมีสีหน้าสดใสอย่างกับไม่เคยผ่านการร้องไห้มาก่อนปรับอารมณ์ได้เร็วเกินไปหรือไม่!“ท่านแม่ มีเรื่องอันใดมากกว่านี้หรือไม่เจ้าคะ”ท่านแม่ส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ดวงตากลับแวววาวปิดความตื่นเต้นไม่มิดต้องมีเรื่องใดแน่!เหตุใดวันนี้ถึงมีคนปิดบังข้าเยอะเพียงนี้ เสิ่นฉงชือไม่พอ ยังมาท่านแม่อีก“ท่านแม่…”ข้านั่งลงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status