เข้าสู่ระบบเช้าวันเปิดร้านที่ควรจะสดใสกลับถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึมอย่างรวดเร็ว เมื่อรถยุโรปสีดำสนิทขบวนหนึ่งแล่นมาจอดเทียบหน้าคาเฟ่ Sirawattana Garden & Eatery บดบังทัศนียภาพอันงดงามของสวนผลไม้จำลองที่ทุกคนเพิ่งช่วยกันสร้างเสร็จ ประตูรถถูกเปิดออกโดยชายชุดสูทสีเข้มที่ดูแข็งกร้าว ก่อนที่ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ทนายความคนสนิทของพ่อภพ จะก้าวลงมาพร้อมกับพวงมาลัยดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ดูหรูหราแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนพวงหรีดมากกว่าคำยินดี ภพเดินออกมายืนที่หน้าประตูร้าน แววตาคมกริบเย็นเยียบลงในทันที ขณะที่หลินและนนนี่ก้าวมาขนาบข้างด้วยท่าทีระแวดระวัง
"ยินดีด้วยนะคุณภพ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนสวนอย่างคุณ จะเนรมิตโกดังเก่าๆให้กลายเป็นวิมานในอากาศได้ขนาดนี้" ทนายความเอ่ยพร้อมรอยยิ้มหยันพลางยื่นมาลัยดอกไม้มาให้ ภพรับมาลัยนั้นไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะวางมันลงบนถังขยะข้างประตูอย่างไม่ใยดี
"ขอบคุณสำหรับดอกไม้ แต่ถ้าจะมาเพื่อแค่นี้เชิญกลับไปได้เลย ผมมีลูกค้าที่จริงใจรออยู่อีกมาก" ชายในชุดสูทแค่นหัวเราะก้าวเข้ามาใกล้ภพจนได้ยินเสียงลมหายใจ
"ท่านประธานฝากมาบอกว่า แสงสว่างที่ส่องจ้าเกินไป มักจะดึงดูดแมลงเม่าให้มาเผาตัวตาย ร้านนี้สวยดีนะ แต่มันจะสวยได้นานแค่ไหนกันเชียว ในเมื่อรากฐานของมันถูกสร้างขึ้นมาบนความเพิกเฉยของฟรุ๊ตเอ็มไพร์"
"คุณหมายความว่าไง" หลินตวาดขึ้น เสียงสั่นด้วยความโกรธ
"คุณหนูสิริวัฒนา อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิครับ" ทนายของพ่อภพหันไปมองหลินด้วยสายตาแทะโลมเชิงดูถูก
"ท่านประธานแค่เป็นห่วง ว่าธุรกิจที่สร้างด้วยอารมณ์มากกว่าอำนาจมันมักจะล้มละลายซ้ำสองได้ง่ายๆพ่อของคุณหนูคงทราบดีกว่าใคร" ภพก้าวมาบังหน้าหลินไว้ แววตาของภพเปลี่ยนเป็นดุดันจนน่ากลัว
"กลับไปบอกพ่อผม ว่าอย่าใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกมาแตะต้องคนของผมหรือร้านของผม ถ้าท่านอยากจะล้มผมก็ให้สู้กันที่คุณภาพสินค้า ไม่ใช่การหมาลอบกัดแบบนี้" ทนายความนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวมากระซิบข้างหูภพด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก
"ท่านประธานฝากคำสั่งสุดท้ายมาสิ่งที่กูสร้างมากับมือ กูจะทำลายมันเมื่อไหร่ก็ได้ กูทำได้ทุกเมื่อ ถ้าแกยังคิดจะแข็งข้อแลกกับชีวิตของยัยคุณหนูนั่นแกก็คิดเอาเองว่าคุ้มไหม"ภพยืนตัวแข็งทื่อ หมัดที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาด้วยความโกรธที่แทบจะระเบิดออกมา ชายชุดสูทถอยหลังกลับไปขึ้นรถพลางทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ทุกคนเย็นวาบไปถึงสันหลัง
"ขอให้สนุกกับวันเปิดร้านวันที่สองนะครับหวังว่าพรุ่งนี้ร้านจะยังตั้งอยู่ที่เดิม" ขบวนรถสีดำแล่นจากไป ทิ้งให้ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ภพหันไปมองป้ายร้านที่เป็นความฝันของภพและหลิน บัดนี้ภพรู้แล้วว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องยอดขาย แต่มันคือการเดิมพันด้วยชีวิตและคนรักของตัวเอง
"ภพ นายโอเคไหม" หลินถามพลางเอื้อมมือมาจับแขนของภพที่สั่นเทา ภพไม่ได้ตอบอะไร แต่เลือกที่จะกระชับมือหลินไว้แน่น แววตาที่เคยมุ่งมั่นบัดนี้แฝงไปด้วยความอำมหิตที่ภพเองไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
"นนนี่ ติดต่อสายข่าวเราในฟรุ๊ตเอ็มไพร์ทั้งหมด คืนนี้เรามีงานต้องทำในเมื่อท่านอยากเล่นบท ปีศาจ ผมก็จะแสดงให้ท่านดูเองว่า ปีศาจที่ท่านสร้างมากับมือมันน่ากลัวขนาดไหน"
ข่าวการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ บริษัท สวนสิริวัฒนา กรุ๊ป กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในแวดวงธุรกิจ นักลงทุนต่างให้ความสนใจในหุ้น IPO (Initial Public Offering) ของบริษัทน้องใหม่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้อย่างล้นหลาม
ภพทำงานหนักยิ่งกว่าเดิมตัวภพเองและนนนี่ต้องเตรียมเอกสารมากมายเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และต้องเดินสายพบปะนักลงทุนสถาบันเพื่อนำเสนอแผนธุรกิจ (Roadshow)
ที่บริษัทฟรุ๊ตเอ็มไพร์ พ่อของภพติดตามข่าวของลูกชายทุกฝีก้าวพ่อของภพนั่งดูบทสัมภาษณ์ของภพในรายการทีวีธุรกิจด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
"ท่านประธานครับ ถ้าปล่อยให้สวนสิริวัฒนาเข้าตลาดได้สำเร็จ บริษัทของเราจะถูกลดความน่าเชื่อถือลงนะครับ นักลงทุนอาจจะเทขายหุ้นเราแล้วหันไปซื้อหุ้นของพวกเขาแทน" เลขาคนสนิทรายงานด้วยความกังวล
"มันยังเร็วไปร้อยปีที่จะมาโค่นฉัน ในเมื่อมันอยากจะเล่นเกมใหญ่ฉันก็จะเล่นกับมัน" พ่อของภพแสยะยิ้ม พ่อของภพออกคำสั่งลับให้ทีมการเงินของบริษัทกว้านซื้อหุ้น IPO ของสวนสิริวัฒนาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้ บริษัทนอมินี (บริษัทตัวแทน) หลายๆ แห่งเพื่อไม่ให้ใครจับได้
เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่การลงทุแต่คือการเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เพื่อแทรกแซงการบริหาร หรือแม้กระทั่ง ยึดบริษัทของลูกชายตัวเองกลับคืนมาเป็นของตัวเอง
วันแรกของการเปิดซื้อขายหุ้น "SIRI" (ชื่อย่อหุ้นของสวนสิริวัฒนา) ราคาหุ้นพุ่งทะยานขึ้นไปกว่า 200% จากราคาจองซื้อสร้างความยินดีให้กับภพและทีมงานเป็นอย่างมาก แต่ภพก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ปริมาณการซื้อขายหนาแน่นเกินไป เหมือนมี เจ้ามือรายใหญ่กำลังเก็บของอยู่
"นนนี่ มึงช่วยเช็คโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดให้หน่อย กูรู้สึกไม่ชอบมาพากล" ภพสั่งการ ผลปรากฏว่ามีกลุ่มบริษัทที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนหลายแห่ง ถือหุ้นรวมกันแล้วเกือบ 30% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากพอที่จะส่งคนเข้ามานั่งในบอร์ดบริหารได้เลย
"ฉิบหายแล้วภพ บริษัทพวกนี้มันเป็นใครวะ" นนนี่หน้าซีด
“ไม่ต้องสืบก็รู้ ฝีมือพ่อผมเองท่านกำลังจะเล่นเกมสกปรกกับเรา" ภพกำหมัดแน่น หลินเดินเข้ามากุมมือภพเบาๆ
"แล้วเราจะทำยังไงดีภพ" ภพมองหน้าทุกคนด้วยสายตาที่ยังคงแน่วแน่
"ในเมื่อท่านอยากเล่นเกมชิงหุ้น เราก็จะเล่นกับท่าน" ภพวางแผนตอบโต้ทันที ภพใช้เงินสดที่ได้จากการระดมทุนส่วนหนึ่งประกาศ ซื้อหุ้นคืน(Treasury Stock) ในตลาด เพื่อลดจำนวนหุ้นและทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของตัวเองเพิ่มขึ้น เป็นการส่งสัญญาณให้นักลงทุนเห็นว่าบริษัทมีความมั่นคงและผู้บริหารเชื่อมั่นในกิจการของตัวเอง
จากนั้นภพเองก็เดินเกมที่เหนือชั้นกว่า
เขาแอบติดต่อนักลงทุนสถาบันที่เป็นพันธมิตรกับเขาอย่างเงียบๆเพื่อขอซื้อหุ้น SIRI คืนในราคาที่สูงกว่าตลาดเล็กน้อย (Over the counter) เพื่อรวบรวมหุ้นกลับมาอยู่ในมือของฝั่งตัวเองให้ได้มากที่สุด มันคือสงครามการเงินที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ดุเดือดเลือดพล่านอยู่บนกระดานหุ้น ในวันประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรก บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้บริหารจากบริษัทนอมินีของพ่อภพปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับทีมทนาย
"ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เราขอเสนอชื่อตัวแทนของเรา 3 ท่านเพื่อเข้าเป็นกรรมการบริหาร" ตัวแทนฝั่งพ่อภพประกาศกร้าว
"ขอบคุณสำหรับข้อเสนอครับ แต่ก่อนจะลงมติผมขอประกาศโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุด ณ วินาทีนี้" ภพยิ้มมุมปากอย่างใจเย็น นนนี่ฉายภาพขึ้นบนโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ ปรากฏว่าสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มภพ หลินและนนนี่ และนักลงทุนพันธมิตร รวมกันแล้วมีมากกว่า 51%
"อย่างที่คุณเห็น กลุ่มของเรายังคงเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างมาก และมีอำนาจในการตัดสินใจบริหารบริษัทอย่างสมบูรณ์" ภพกล่าวอย่างสง่างาม ตัวแทนฝั่งพ่อภพถึงกับหน้าถอดสี พวกเขาไม่คาดคิดว่าภพจะเดินเกมได้เร็วและเฉียบขาดขนาดนี้ แผนการยึดบริษัทล้มเหลวไม่เป็นท่า ภพชนะศึกครั้งสำคัญนี้อีกครั้งด้วยไหวพริบและกลยุทธ์ที่เหนือชั้น ภพมองตรงไปยังกล้องวงจรปิดในห้องประชุมที่ภพรู้ดีว่าพ่อกำลังดูอยู่ แล้วพูดขึ้นว่า
"เกมนี้ ผมยังไม่แพ้ครับพ่อ”
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ ตัวแทนจากบริษัทนอมินีของฟรุ๊ตเอ็มไพร์กัดฟันกรอดพลางขยับเนกไทอย่างอึดอัด เมื่อแผนการที่เตรียมมาอย่างดีถูกภพซ้อนกลในพริบตา
"คุณภพ การถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่งไม่ได้หมายความว่าคุณจะตัดสิทธิ์ผู้ถือหุ้นรายอื่นในการตรวจสอบได้" ทนายความฝั่งนั้นพยายามโต้แย้ง
"เงินที่คุณใช้ซื้อหุ้นคืนเป็นเงินระดมทุนที่ควรนำไปขยายกิจการ การใช้เงินส่วนนี้มาเพื่อรักษาอำนาจตัวเองถือเป็นการบริหารงานที่สุ่มเสี่ยง" ภพก้าวเดินช้าๆไปหยุดอยู่ที่หัวโต๊ะประชุม ภพโน้มตัวลงใช้มือสองข้างยันโต๊ะไว้ แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ทนายความคนนั้นจนอีกฝ่ายต้องหลบตา
"เสี่ยงงั้นเหรอ" ภพแค่นหัวเราะ "สิ่งที่เสี่ยงกว่าคือการปล่อยให้คนที่มีจุดประสงค์แอบแฝงเข้ามานั่งในบอร์ดบริหารเพื่อจ้องจะกัดกินบริษัทจากภายในมากกว่ามั้งครับ พวกคุณไม่ได้อยากให้ SIRI โต แต่พวกคุณอยากให้เราตายเพื่อที่ฟรุ๊ตเอ็มไพร์จะได้กลับมาผูกขาดตลาดเหมือนเดิม" ภพหันไปมองกล้องวงจรปิดที่มุมห้องอีกครั้ง คราวนี้ภพแสยะยิ้มที่ดูเยือกเย็นและทรงอำนาจไม่ต่างจากพ่อของภพในอดีต
"พ่อครับพ่อสอนผมเองว่าอย่าไว้ใจใครในการทำธุรกิจ และวันนี้ผมก็กำลังแสดงให้พ่อเห็นว่า ผมเรียนรู้มาดีแค่ไหน”
ณ ห้องทำงานประธานใหญ่ ฟรุ๊ตเอ็มไพร์
ปัง เสียงทุบโต๊ะไม้โอ๊คดังสนั่นจนแจกันราคาแพงสั่นสะเทือน พ่อของภพจ้องหน้าจอโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดสดบรรยากาศในห้องประชุมด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธจัด แต่ลึกๆ ในใจกลับมีความรู้สึกหนึ่งที่ตีตื้นขึ้นมา มันคือความภูมิใจที่ปนมากับความแค้น
"ไอ้ลูกชายคนนี้ มันใช้เงินส่วนตัวที่ได้จากนักลงทุนสถาบันมาบล็อกทางกู" ท่านประธานใหญ่พึมพำเสียงรอดไรฟัน
"มันไม่ได้แค่ป้องกัน แต่มันกำลังขังกูไว้ข้างนอก"
"ท่านครับ เราจะทำยังไงต่อดีครับหุ้นที่เรากว้านซื้อมาในราคาพรีเมียม ตอนนี้ถ้าเทขายออกไปเราจะขาดทุนมหาศาลนะครับ" เลขารายงานด้วยอาการตัวสั่น
"ขายเหรอใครบอกว่าฉันจะขาย" พ่อของภพหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมา
"ในเมื่อมันอยากเล่นบทเจ้าของกิจการที่ใจเด็ด ฉันก็จะเล่นบทนักล่าที่เลือดเย็นที่สุดให้ดู ต่อสายหาธนาคารพันธมิตรของเรา บอกว่าฉันจะใช้สินทรัพย์ทั้งหมดค้ำประกัน เพื่อเตรียมทำ Tender Offer ยึดหุ้น SIRI ทั้งหมดในตลาดคืนมา"
ฝั่งสวนสิริวัฒนา (หลังจบการประชุม)
หลินและนนนี่เดินเข้ามาหาภพที่กำลังยืนพิงหน้าต่างมองออกไปข้างนอกอย่างเหนื่อยล้า ภพถอดสูทตัวนอกออกแล้วพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น แววตาของภพไม่ได้มีความดีใจเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่า
"ภพ นายโอเคไหมเราชนะแล้วนะ" หลินแตะบ่าภพเบาๆ
"มันเพิ่งเริ่มครับหลิน พ่อไม่ยอมจบง่ายๆแบบนี้แน่ ท่านเป็นนักล่าและตอนนี้ท่านกำลังบาดเจ็บ นักล่าที่บาดเจ็บจะอันตรายที่สุด" ภพหันกลับมาสบตาเธอ แววตาของเขาดูเคร่งเครียดกว่าเดิม นนนี่มองดูรายงานการซื้อขายในไอแพด
"ภพ มึงพูดถูกว่ะมีสัญญาณว่ามีเม็ดเงินมหาศาลกำลังไหลเข้ามารอช้อนหุ้นเราต่อทันทีที่ตลาดเปิดพรุ่งนี้ พ่อมึงกะจะทุ่มเงินซื้อทุกหุ้นที่มีเพื่อขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่กว่ามึงให้ได้" ภพมองมือตัวเองที่สั่นเล็กน้อย ภพไม่ได้กลัวแต่ภพเองกำลังสลดใจที่ต้องมาฟาดฟันกับคนในสายเลือดถึงขนาดนี้ แต่เมื่อภพมองไปที่หลิน มองไปที่ป้ายชื่อ สวนสิริวัฒนา ภพก็รู้ว่าถอยไม่ได้
"นนนี่ ติดต่อกลุ่มเกษตรกรพันธมิตรของเราทุกคน บอกว่าผมต้องการให้พวกเขาถือหุ้นในส่วนของ พนักงานและคู่ค้า ไว้ให้แน่นที่สุด และผมจะออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) ให้พวกเขาเพิ่ม เราจะกระจายหุ้นไปอยู่ในมือคนที่รักเราจริงๆพ่อมีเงิน แต่ผมมีพวกและผมจะดูสิว่า ระหว่างกระดาษสีเทาในธนาคารกับหยาดเหงื่อของชาวสวน ใครมันจะขลังกว่ากัน"
"จัดไปเพื่อน" นนนี่รับคำอย่างฮึกเหิม หลินกระชับมือภพไว้แน่น
"ไม่ว่าครั้งหน้าพ่อของนายจะมาไม้ไหน ฉันจะยืนอยู่ข้างนายแม้จะต้องสู้จนเหลือศูนย์ ฉันก็จะไม่ยอมให้พวกเขาพรากบ้านหลังนี้ไปจากเรา"
ศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขกำไรขาดทุน แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง อาณาจักรที่สร้างด้วยเงิน กับ บ้านที่สร้างด้วยหัวใจ และการเดิมพันครั้งหน้าจะไม่มีที่ว่างให้สำหรับคนขี้ขลาดเด็ดขาด
งานแต่งงานของภพและหลินถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่นที่คาเฟ่ "Sirawattana Garden & Eatery" สาขาแรก สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและความรักของพวกเขาทั้งสอง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติซึ่งก็คือครอบครัวและพนักงานที่ร่วมต่อสู้กันมานนนี่รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนยิ้มอย่างมีความสุขมองเพื่อนรักที่ในที่สุดก็ได้พบกับความสุขที่แท้จริง หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาด้วยกัน"ผมขอสัญญาว่า จะดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด จะรักและซื่อสัตย์ต่อเธอเพียงคนเดียวตลอดไป" ภพกล่าวคำปฏิญาณ"ฉันก็ขอสัญญาว่า จะเป็นภรรยาที่ดี จะอยู่เคียงข้างคุณไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขตลอดไปเช่นกันค่ะ" หลินกล่าวตอบทั้งน้ำตาทั้งสองแลกแหวนและจุมพิตกันท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีของทุกคนหลังแต่งงาน ภพและหลินก็ยังคงทำงานหนักเพื่อพัฒนาอาณาจักรของพวกเขาต่อ
ท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นพายุฝนและเหตุการณ์อันตรายมาได้ไม่นาน คฤหาสน์สิริวัฒนากลับถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์ขนาดย่อม ภพรีบอาบน้ำชำระล้างคราบเขม่าและหยิบชุดที่ดูดีที่สุดที่ภพแอบสั่งตัดไว้มาสวมใส่ แม้ใจจะยังเต้นแรงจากเหตุการณ์ที่ท่าเรือ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลิน ความนิ่งขรึมของ CEO จอมดุก็ละลายหายไปกลายเป็นชายหนุ่มที่ประหม่าที่สุดในโลกภพจูงมือหลินเดินออกมาที่ระเบียงกว้างซึ่งมองเห็นสวนทุเรียนและทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา แสงจันทร์หลังฝนตกสว่างนวลตา และที่สำคัญคือกลิ่นดินกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ภพสั่งให้คนสวนเตรียมไว้เป็นพิเศษ"ภพ นายพาฉันออกมาทำไมคะดึกๆ แบบนี้ ลมเย็นนะ เดี๋ยวคุณไม่สบาย" หลินเอ่ยถามพลางกระชับเสื้อคลุม แววตาของหลินยังมีความกังวลเล็กๆ หลงเหลืออยู่ภพหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับหลิน ภพจับมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา
ความตึงเครียดในอาณาจักรสิริวัฒนาพุ่งขึ้นสู่จุดเดือดสูงสุด บรรยากาศรอบตัวภพแผ่ซ่านไปด้วยรังสีอำมหิตที่แม้แต่นนนี่เองยังรู้สึกเสียวสันหลัง การที่สิงห์หนีไปได้เปรียบเสมือนการปล่อยเสือเข้าป่า และนั่นหมายความว่าชีวิตของหลินยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายตราบใดที่คนบงการยังลอยนวล ภพและนนนี่เริ่มปฏิบัติการพลิกแผ่นดินโดยใช้ทุกสรรพกำลังที่มีในมือห้องทำงานของภพถูกเปลี่ยนเป็นวอร์รูม นนนี่สั่งการทีมไอทีและสายสืบจากเครือข่ายตลาดเก่าให้กระจายตัวออกไปทั่วทุกมุมเมือง ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับฟ้าถูกขุดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ฟ้าเกิดจนถึงปัจจุบัน"ทุกรายชื่อที่นังนั่นเคยโทรหา ทุกพิกัด GPS ที่โทรศัพท์มันเคยไป กูต้องการภายใน 10 นาที" นนนี่ตะโกนใส่ลูกน้อง แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้กร้าวระคายเหมือนสิงห์ร้าย ภพนั่งนิ่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ฉายภาพวงจรปิดจากทั่วเมือง นิ้วของภพกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน"มันไม่มีทางห
ภพก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยสีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ แม้จะวางใจได้เปลาะหนึ่งที่หลินอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อและแม่ที่คฤหาสน์ แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขายังคงเตือนว่าพายุกำลังจะมา เขาเรียกนนนี่เข้าพบในห้องทำงานทันที“นนนี่ เรื่องที่กูสั่ง จัดการไปถึงไหนแล้ว” ภพถามเสียงต่ำ สายตาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอาคารสูง นนนี่วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ สีหน้าเปลี่ยนจากขี้เล่นเป็นจริงจัง“กูจัดทีมรปภ มือดีที่สุดชุดละ 6 คน วนเฝ้ารอบบ้านพักพิกัดคฤหาสน์สิริวัฒนาตลอด 24 ชั่วโมงแล้วภพ ทุกจุดบอดมีกล้อง CCTV เชื่อมต่อตรงเข้ามือถือกูและทีมรักษาความปลอดภัยกลางแต่กูมีเรื่องจะบอกมึงเพิ่มว่ะ”“เรื่องอะไร” ภพหันกลับมา“กูส่งคนไปตามดูไอ้ฟ้า มันไม่ได้กลับบ้านว่ะภพ มันหายเข้าไปในย่านสลัมแถวชานเมืองตั้งแต่เมื่อคืน และมีคนเห็นมันอยู่กับ ไอ้สิงห์ มือปืนรับจ้างที่
"อย่าดื้อนะครับเด็กดี" สิงห์พูดขึ้นและบรรจงถอดเสื้อผ้าของฟ้าออกจนหมด"อื้ออ อ่าาส์โคตรสวย" สิงห์ที่หน้าตาหื่นกระหายเอาลิ้นเลียวนรอบหัวนมของฟ้า ฟ้าเริ่มมีอารมณืร่วม เสียวซ่าน ขนลุกไปทั้งตัวแต่มันกลับทำให้ฟ้ารู้สึกดี"อ่าาส์ ฉันจะอดใจไม่ไหวเวลาอยู่ใกล้เธอ เป็นของฉันเถอะ" สิงหืผู้หื่นกระหายับเรื่องแบบนี้พูดกระซิบข้างหูของฟ้าทำให้ ที่ตอนนี้ใจเต้นแรงและยิ้มให้สิงห์อย่างอัตโนมัติ สิงห์ใช้นิ้วกลางชักเข้าชักออกที่ร่องรักของฟ้า ปากก็ดูด เลียหัวนมของฟ้าไปพร้อมๆกัน"อ้าาาา เสียวอ้าาาา" ฟ้าครางอกมา"น้ำเยอะมากเลยนะครับคุณฟ้า หวานด้วย" สิงห์ยังทำหน้าหท่นกระหายพูดพร้อมกับเลียน้ำที่มือของตัวเองจนหมด"ขนาดนิ้วยังแน่นขนาดนี้ อ้าาาถ้าเอามันยัดเข้าไปจะแน่นขนาดไหนว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ" สิงห์พูดเสียงกระเส้าพร้อมถอดเสื้อผ้าออกหมดจนเห็นมังกรขนาดใหญ่ ตั้งโด่ช
เช้าวันต่อมา ณ บริษัท สิริวัฒนา เอ็มไพร์ฟ้าเดินเข้ามาในบริษัทด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ฟ้าแต่งตัวสวยจัดเป็นพิเศษเพราะมั่นใจในไพ่ในมือ ฟ้าตั้งใจจะหาจังหวะที่หลินยังไม่เข้าบริษัท ซึ่งฟ้าคาดว่าน่าจะแฮงค์โอเวอร์หนัก เข้าไปหาภพเพื่อเตือนเรื่องภาพหลุดแต่ทว่า เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าห้องทำงาน CEO ฟ้ากลับพบว่าประตูห้องประชุมเล็กข้างๆ เปิดรออยู่ และคนที่นั่งไขว่ห้างรออยู่บนโต๊ะไม่ใช่ภพ แต่เป็น นนนี่ที่นั่งหมุนควงกุญแจรถเล่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย"อ้าว น้องฟ้า มาเช้าจังนะครับเชิญข้างในก่อนสิ พี่มี พอดแคสต์ สนุกๆอยากให้ลองฟัง" นนนี่ทักด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ"พอดีฟ้ามีธุระจะคุยกับท่านประธานค่ะพี่นนนี่ ไว้วันหลังนะ" ฟ้าหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ยังฝืนยิ้ม"เข้า-มา-นั่ง" นนนี่เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นดุดันทันทีจนฟ
ภายในรถหรูที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก มีเพียงแสงไฟจากถนนที่สาดสลับเข้ามาเป็นระยะ แอร์เย็นฉ่ำอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของหลินที่ผสมกับกลิ่นไวน์จางๆ กลายเป็นกลิ่นที่ทำให้คนขับอย่างภพเริ่มนั่งไม่ติดที่
หลังจากเหตุการณ์ ศึกสายตา ในห้องทำงาน ภพที่เคยรับมือกับวิกฤตหุ้นหมื่นล้านได้อย่างเยือกเย็น กลับพบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับโจทย์ที่ยากที่สุดในชีวิต นั่นคือการทำยังไงให้หลินอยู่กับภพไปตลอดชีวิตในฐานะภรรยา
พริบตาที่ความหวานกำลังอบอวลจนเกือบจะลืมโลกภายนอก เสียงเคาะประตูที่จังหวะพอดิบพอดีก็ดังขึ้นเบาๆแต่สม่ำเสมอตามด้วยเสียงอินเตอร์คอมที่ขัดจังหวะทุกอย่างให้หยุดชะงัก“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน” หลินรีบผละออกจาก
การกลับมาของนนนี่และการเทคะแนนเสียงจากผู้ถือหุ้นรายย่อย ทำให้สถานการณ์พลิกกลับอย่างสิ้นเชิง ภพไม่เพียงแต่รักษาตำแหน่ง CEO ไว้ได้ แต่ยังได้หุ้นในส่วนของนนนี่กลับคืนมา ทำให้ภพกลายเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากที่เด็ดขาดอีกครั้ง วิกฤตครั้งนี้ไม่เพียงแต่ท







