Masukหลินรีบก้มหน้าก้มตาคว้าผ้ากันเปื้อนแล้วจ้ำอ้าวเข้าไปในโซนครัวหลังร้านทันที ทิ้งให้ภพยืนมองตามด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม ทันทีที่แผ่นหลังบางพ้นสายตาและประตูครัวปิดลง หลินก็ทิ้งตัวพิงขอบเคาน์เตอร์สแตนเลสที่เย็นเฉียบ พยายามปรับอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเป็นกลองรบให้กลับมาเป็นปกติ แต่พอยิ่งพยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ สัมผัสอุ่นๆที่หน้าผากและความใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของภพก็ย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวเหมือนฟิล์มวนลูป
"บ้า บ้าที่สุดเลยนายภพ" หลินยกมือสองข้างขึ้นกุมแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง ผิวหน้าของหลินตอนนี้คงแดงยิ่งกว่าซอสมะเขือเทศในตู้เย็นเสียอีก หลินเริ่มหยิบชามผสมแป้งและวัตถุดิบออกมาเตรียมทำเค้กสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วยท่าทางเก้ๆกังๆมือบางสั่นน้อยๆขณะหยิบเนยออกมาวาง
‘ทำไมหัวใจมันถึงได้เต้นแรงขนาดนี้นะ’ หลินคิดในใจพลางเผลอใช้ปลายนิ้วลูบหน้าผากตรงจุดที่ภพเพิ่งจะประทับจุมพิตลงมาแผ่วเบา ความรู้สึกนุ่มนวลนั้นยังคงติดตรึงอยู่ราวกับสลักลงไปในผิวเนื้อ ความรู้สึกของหลินตอนนี้มันก้าวข้ามความประทับใจในตัวผู้ช่วยหรือคนที่คอยช่วยตัวเองไปไกลแสนไกล หลินเริ่มมองข้ามภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดิบเถื่อนและขวางโลกของภพไปจนหมดสิ้น ตอนนี้ในสายตาของหลิน ภพคือผู้ชายที่แสนจะอบอุ่นและแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่หลินเคยเจอมา ภพคือคนที่มองเห็นคุณค่าในตัวเธอในวันที่คนทั้งโลกหันหลังให้
"ยัยหลินเอ๊ย เธอชอบเขาเข้าแล้วจริงๆใช่ไหม" หลินพึมพำกับตัวเองเสียงเบาๆขณะนวดแป้ง "ชอบ ชอบนายกรรมกรปากเสียคนนั้นเข้าแล้วจริงๆสินะ" หลินก้มหน้ายิ้มกับชามแป้งอย่างห้ามไม่ได้ ความรู้สึกโหยหาที่อยากจะกลับไปยืนตรงจุดเมื่อครู่อีกครั้งมันรบกวนสมาธิหลินจนแทบทำขนมไม่ได้ หลินพยายามสะบัดหัวไล่ความเขินอายแต่รอยยิ้มกลับกว้างขึ้นเรื่อยๆ
"ถ้าภพรู้ว่าฉันใจสั่นขนาดนี้ นายนั้นต้องล้อฉันไปจนตายแน่ๆ แต่ทำไมนะทำไมรู้สึกว่าการถูกนายล้อมันก็น่ารักดีเหมือนกัน" เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะรักอยู่กลางห้องครัวที่เงียบสงัด เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าต่อจากนี้ไป พื้นที่ในดวงใจของคุณหนูสิริวัฒนาคงไม่มีที่ว่างให้ใครอีกแล้ว นอกจากผู้ชายที่ชื่อภพเพียงคนเดียวเท่านั้น
ฝั่งภพ
ภพมองตามแผ่นหลังบางของหลินที่หายวับเข้าไปในครัว ก่อนจะค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมอย่างคนหมดแรง มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆหนึ่งทีเพื่อเรียกสติแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พยายามปั้นให้ดูแข็งกร้าวกลับพังทลายกลายเป็นยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
"เกือบไปแล้วไหมล่ะ" ภพพึมพำกับความเงียบแววตาคมกริบที่เคยขวางโลกบัดนี้กลับสั่นระริก "ถ้าไอ้นนไม่ตะโกนขึ้นมา กูจะหยุดตัวเองไหวไหมว่ะ" ชายหนุ่มก้มมองมือตัวเองที่เพิ่งสัมผัสใบหน้าเนียนละเอียดของหลินมาหมาดๆ ความรู้สึกนุ่มนวลและกลิ่นหอมอ่อนๆ ยังคงอบอวลอยู่ที่ปลายจมูกภพหัวเราะออกมาเบาๆอย่างคนบ้าพลางพึมพำด่าตัวเอง
"ทำแบบนั้นลงไปได้ไงวะแมร่ง มือไวฉิบหายเลยไอ้ภพ" ภพสบถออกมาด้วยความเขินอายที่ปิดไม่มิดภพที่เคยเป็นคนปากแข็ง ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และตั้งใจไว้ตั้งแต่วันแรกว่าจะเข้ามาเพื่อ ดัดนิสัย ยัยคุณหนูขี้วีนคนนี้ให้เข็ดหลาบ แต่ดูเหมือนตอนนี้คนที่ เสียอาการ ที่สุดกลับกลายเป็นตัวของภพเองซะแล้ว
ความรู้สึกที่เคยอยากเอาชนะ อยากเห็นยัยคุณหนูตกที่นั่งลำบากบัดนี้มันถูกกลืนกินด้วยความรู้สึกอยากปกป้อง อยากดูแล และอยากเห็นรอยยิ้มหวานๆนั่นเป็นของตัวเองเพียงคนเดียว
"ตลกฉิบหาย จากที่คิดจะมาสั่งสอนเขา กลับกลายเป็นว่ากูตกหลุมที่ขุดไว้เองซะงั้น" ภพเอามือยันคางพลางมองไปทางประตูครัว แววตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย ภพเองจำได้ทุกรายละเอียด ท่าทางตื่นๆตอนที่ภพเข้าไปใกล้ กลิ่นฝนจางๆที่ติดอยู่บนตัวของหลิน และสายตาที่หลินมองภพเองเหมือนภพคือโลกทั้งใบของหลิน ความรู้สึกนี้มันรุนแรงกว่าตอนชนะประมูลธุรกิจหรืองานเทคโอเวอร์ไหนๆในโลกซะอีก
"หึ ปากดีไปเถอะไอ้ภพ สุดท้ายก็แพ้ทางยัยคุณหนูจนได้สินะ" ภพส่ายหน้ายิ้มๆพร้อมกับหัวใจที่พองโตจนคับอก
"สงสัยงานนี้ ผมคงต้องยอมให้คุณหนูวีนใส่ไปตลอดชีวิตซะแล้วล่ะมั้ง" ภพนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวกลางร้านคาเฟ่ที่เงียบสงัด ความรู้สึกขวางโลกที่เคยแบกไว้จนหนักอึ้งบัดนี้เบาบางลงเหลือ เพียงความหวานละมุนที่ค่อยๆ ซึมลึกเข้าสู่หัวใจของอดีตกรรมกรปากแข็งคนนี้อย่างสมบูรณ์
อีกด้านของห้องครัว
บรรยากาศภายในร้านช่วงค่ำดูเหมือนจะวุ่นวายอยู่แค่ที่โซนหน้าร้านและในครัว แต่ที่จริงแล้วยังมีสายตาคู่หนึ่งที่มองเห็นเหตุการณ์ น้ำจิ้มหัวใจ มาตั้งแต่วันต้นจนจบ ท่านเดชยืนกอดอกอมยิ้มอยู่ตรงมุมมืดของชั้นวางของ ท่านไม่ได้โกรธเคืองที่เห็นอดีตคนสวนกับลูกสาวทำท่าทางจะเกินเลยกัน แต่กลับรู้สึกเบาใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นว่ามีคนอย่างภพคอยดูแลหัวใจของหลิน ท่านเดชค่อยๆ เดินเลี่ยงออกมาทางโซนเก็บของเพื่อไม่ให้เด็กสองคนนั้นเสียอาการไปมากกว่านี้ จนกระทั่งมาเจอนนนี่ที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดสต็อกของอย่างขะมักเขม้น
"อ้าวท่าน มาได้ไงครับเนี่ยตกใจหมดเลย" นนนี่สะดุ้งจนปากกาเกือบหลุดมือเมื่อเห็นเจ้าของบ้านเดินเข้ามาหา
"อือ ฉันมาตั้งนานแล้วล่ะมาทันเห็นอะไรดีๆด้วย" ท่านเดชเอ่ยพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ แววตามีเลศนัยทำเอาคนหัวไวอย่างนนนี่ถึงกับร้อง
"อ๋อ" ในใจทันที
"ท่าทางจะเป็นข่าวดีนะครับท่าน" นนนี่แอบกระซิบถาม ท่านเดชไม่ได้ตอบแต่ยิ้มรับกว้างๆ
"เอาเถอะ เรื่องคนกำลังมีความรักเราอย่าไปยุ่งเลย ว่าแต่นนนี่งานนับสต็อกนี่ให้ฉันช่วยไหม นั่งเฉยๆมันเบื่ออยากทำตัวให้เป็นประโยชน์กับร้านบ้าง" ท่านเดชพูดขึ้น
"โธ่ท่านจะดีเหรอครับ งานมันเหนื่อยนะ"
"ดีสิ ฉันยังแรงดีอยู่จะให้ฉันทำอะไรก็ว่ามา" ท่านเดชขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ นนนี่เห็นความตั้งใจจริงของท่านเดชจึงยื่นสมุดจดให้
"งั้นท่านจดนะครับ เดี๋ยวผมจะปีนขึ้นไปนับลังข้างบนเอง เราจะได้รีบสรุปยอดสั่งของวันพรุ่งนี้กันครับ"
"ได้เลย เริ่มมาเลยนนนี่ฉันพร้อมแล้ว" ภาพของอดีตเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน ยืนถือปากกาจดจำนวนลังมะม่วงและกล่องบรรจุภัณฑ์ตามคำบอกของเด็กหนุ่มรุ่นลูก เป็นภาพที่อบอุ่นและเรียบง่ายอย่างที่สุด ท่านเดชจดไปพลางฮัมเพลงไปพลางด้วยความสบายใจ
ในขณะที่กำลังนับของไป นนนี่ก็แอบเหลือบมองไปทางครัวทีทางหน้าร้านทีแล้วหันมาซุบซิบกับท่านเดช
“ท่านครับผมว่าพรุ่งนี้เราอาจจะต้องสั่งน้ำตาลเพิ่มนะครับ"
"ทำไมล่ะนนนี่ ของเก่ายังไม่หมดไม่ใช่เหรอ" ท่านเดชถามอย่างสงสัย
"ก็ดูท่าทางประธานบริษัทกับเชฟขนมหวานเขาสิครับท่าน หวานกันขนาดนั้น ผมกลัวว่ามดจะรุมกินร้านเราจนหมดก่อนลูกค้าจะเข้าน่ะสิครับ" ทั้งสองคนหัวเราะประสานเสียงกันดังลั่นโกดังเก็บของ เป็นเสียงหัวเราะของความสุขที่อบอวลไปทั่วสวนสิริวัฒนา แม้ในยามค่ำคืนที่ลมพัดเย็น แต่หัวใจของทุกคนในที่นี้กลับอบอุ่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
งานแต่งงานของภพและหลินถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่นที่คาเฟ่ "Sirawattana Garden & Eatery" สาขาแรก สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและความรักของพวกเขาทั้งสอง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติซึ่งก็คือครอบครัวและพนักงานที่ร่วมต่อสู้กันมานนนี่รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนยิ้มอย่างมีความสุขมองเพื่อนรักที่ในที่สุดก็ได้พบกับความสุขที่แท้จริง หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาด้วยกัน"ผมขอสัญญาว่า จะดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด จะรักและซื่อสัตย์ต่อเธอเพียงคนเดียวตลอดไป" ภพกล่าวคำปฏิญาณ"ฉันก็ขอสัญญาว่า จะเป็นภรรยาที่ดี จะอยู่เคียงข้างคุณไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขตลอดไปเช่นกันค่ะ" หลินกล่าวตอบทั้งน้ำตาทั้งสองแลกแหวนและจุมพิตกันท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีของทุกคนหลังแต่งงาน ภพและหลินก็ยังคงทำงานหนักเพื่อพัฒนาอาณาจักรของพวกเขาต่อ
ท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นพายุฝนและเหตุการณ์อันตรายมาได้ไม่นาน คฤหาสน์สิริวัฒนากลับถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์ขนาดย่อม ภพรีบอาบน้ำชำระล้างคราบเขม่าและหยิบชุดที่ดูดีที่สุดที่ภพแอบสั่งตัดไว้มาสวมใส่ แม้ใจจะยังเต้นแรงจากเหตุการณ์ที่ท่าเรือ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลิน ความนิ่งขรึมของ CEO จอมดุก็ละลายหายไปกลายเป็นชายหนุ่มที่ประหม่าที่สุดในโลกภพจูงมือหลินเดินออกมาที่ระเบียงกว้างซึ่งมองเห็นสวนทุเรียนและทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา แสงจันทร์หลังฝนตกสว่างนวลตา และที่สำคัญคือกลิ่นดินกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ภพสั่งให้คนสวนเตรียมไว้เป็นพิเศษ"ภพ นายพาฉันออกมาทำไมคะดึกๆ แบบนี้ ลมเย็นนะ เดี๋ยวคุณไม่สบาย" หลินเอ่ยถามพลางกระชับเสื้อคลุม แววตาของหลินยังมีความกังวลเล็กๆ หลงเหลืออยู่ภพหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับหลิน ภพจับมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา
ความตึงเครียดในอาณาจักรสิริวัฒนาพุ่งขึ้นสู่จุดเดือดสูงสุด บรรยากาศรอบตัวภพแผ่ซ่านไปด้วยรังสีอำมหิตที่แม้แต่นนนี่เองยังรู้สึกเสียวสันหลัง การที่สิงห์หนีไปได้เปรียบเสมือนการปล่อยเสือเข้าป่า และนั่นหมายความว่าชีวิตของหลินยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายตราบใดที่คนบงการยังลอยนวล ภพและนนนี่เริ่มปฏิบัติการพลิกแผ่นดินโดยใช้ทุกสรรพกำลังที่มีในมือห้องทำงานของภพถูกเปลี่ยนเป็นวอร์รูม นนนี่สั่งการทีมไอทีและสายสืบจากเครือข่ายตลาดเก่าให้กระจายตัวออกไปทั่วทุกมุมเมือง ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับฟ้าถูกขุดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ฟ้าเกิดจนถึงปัจจุบัน"ทุกรายชื่อที่นังนั่นเคยโทรหา ทุกพิกัด GPS ที่โทรศัพท์มันเคยไป กูต้องการภายใน 10 นาที" นนนี่ตะโกนใส่ลูกน้อง แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้กร้าวระคายเหมือนสิงห์ร้าย ภพนั่งนิ่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ฉายภาพวงจรปิดจากทั่วเมือง นิ้วของภพกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน"มันไม่มีทางห
ภพก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยสีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ แม้จะวางใจได้เปลาะหนึ่งที่หลินอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อและแม่ที่คฤหาสน์ แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขายังคงเตือนว่าพายุกำลังจะมา เขาเรียกนนนี่เข้าพบในห้องทำงานทันที“นนนี่ เรื่องที่กูสั่ง จัดการไปถึงไหนแล้ว” ภพถามเสียงต่ำ สายตาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอาคารสูง นนนี่วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ สีหน้าเปลี่ยนจากขี้เล่นเป็นจริงจัง“กูจัดทีมรปภ มือดีที่สุดชุดละ 6 คน วนเฝ้ารอบบ้านพักพิกัดคฤหาสน์สิริวัฒนาตลอด 24 ชั่วโมงแล้วภพ ทุกจุดบอดมีกล้อง CCTV เชื่อมต่อตรงเข้ามือถือกูและทีมรักษาความปลอดภัยกลางแต่กูมีเรื่องจะบอกมึงเพิ่มว่ะ”“เรื่องอะไร” ภพหันกลับมา“กูส่งคนไปตามดูไอ้ฟ้า มันไม่ได้กลับบ้านว่ะภพ มันหายเข้าไปในย่านสลัมแถวชานเมืองตั้งแต่เมื่อคืน และมีคนเห็นมันอยู่กับ ไอ้สิงห์ มือปืนรับจ้างที่
"อย่าดื้อนะครับเด็กดี" สิงห์พูดขึ้นและบรรจงถอดเสื้อผ้าของฟ้าออกจนหมด"อื้ออ อ่าาส์โคตรสวย" สิงห์ที่หน้าตาหื่นกระหายเอาลิ้นเลียวนรอบหัวนมของฟ้า ฟ้าเริ่มมีอารมณืร่วม เสียวซ่าน ขนลุกไปทั้งตัวแต่มันกลับทำให้ฟ้ารู้สึกดี"อ่าาส์ ฉันจะอดใจไม่ไหวเวลาอยู่ใกล้เธอ เป็นของฉันเถอะ" สิงหืผู้หื่นกระหายับเรื่องแบบนี้พูดกระซิบข้างหูของฟ้าทำให้ ที่ตอนนี้ใจเต้นแรงและยิ้มให้สิงห์อย่างอัตโนมัติ สิงห์ใช้นิ้วกลางชักเข้าชักออกที่ร่องรักของฟ้า ปากก็ดูด เลียหัวนมของฟ้าไปพร้อมๆกัน"อ้าาาา เสียวอ้าาาา" ฟ้าครางอกมา"น้ำเยอะมากเลยนะครับคุณฟ้า หวานด้วย" สิงห์ยังทำหน้าหท่นกระหายพูดพร้อมกับเลียน้ำที่มือของตัวเองจนหมด"ขนาดนิ้วยังแน่นขนาดนี้ อ้าาาถ้าเอามันยัดเข้าไปจะแน่นขนาดไหนว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ" สิงห์พูดเสียงกระเส้าพร้อมถอดเสื้อผ้าออกหมดจนเห็นมังกรขนาดใหญ่ ตั้งโด่ช
เช้าวันต่อมา ณ บริษัท สิริวัฒนา เอ็มไพร์ฟ้าเดินเข้ามาในบริษัทด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ฟ้าแต่งตัวสวยจัดเป็นพิเศษเพราะมั่นใจในไพ่ในมือ ฟ้าตั้งใจจะหาจังหวะที่หลินยังไม่เข้าบริษัท ซึ่งฟ้าคาดว่าน่าจะแฮงค์โอเวอร์หนัก เข้าไปหาภพเพื่อเตือนเรื่องภาพหลุดแต่ทว่า เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าห้องทำงาน CEO ฟ้ากลับพบว่าประตูห้องประชุมเล็กข้างๆ เปิดรออยู่ และคนที่นั่งไขว่ห้างรออยู่บนโต๊ะไม่ใช่ภพ แต่เป็น นนนี่ที่นั่งหมุนควงกุญแจรถเล่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย"อ้าว น้องฟ้า มาเช้าจังนะครับเชิญข้างในก่อนสิ พี่มี พอดแคสต์ สนุกๆอยากให้ลองฟัง" นนนี่ทักด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ"พอดีฟ้ามีธุระจะคุยกับท่านประธานค่ะพี่นนนี่ ไว้วันหลังนะ" ฟ้าหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ยังฝืนยิ้ม"เข้า-มา-นั่ง" นนนี่เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นดุดันทันทีจนฟ
เงินก้อนแรกที่ได้มาถูกนำไปใช้เป็นค่าจ้างคนงานในสวนที่ต่างจังหวัดและค่าขนส่งผลไม้ล็อตแรก ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลเหมือนจะไม่รอดแต่ก็รอด ภพต้องสวมบทบาททุกอย่าง ตั้งแต่คน
คืนแล้วคืนเล่าที่แสงสว่างจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของภพ ภพใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียนโค้ตสร้างแพลตฟอร์บางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบๆ ในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นท
ความเงียบเข้าปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ที่บัดนี้เหลือผู้อยู่อาศัยเพียงสามคนเท่านั้น คือ ท่านเดช, หลิน และภพ ไม่มีเสียงหัวเราะของเหล่าคนใช้ ไม่มีเสียงรถหรูเข้าออก มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านสวนกว้างอย่างว้าเหว่ หลินขังตัวเองอยู่ในห้องนอน หลินไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่ทำอะไรเลยเอาแต่ร้องไห้กับการเปลี่ยนแปลงที่โหดร้า
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปี ภพกลายเป็นส่วนหนึ่งของคฤหาสน์สิริวัฒนาไปโดยสมบูรณ์ภพเริ่มสนิทกับคนงานทุกคนและได้รับความไว้วางใจจากท่านเดชให้ช่วยดูแลเรื่องจิปาถะต่างๆ ในบ้านมากขึ้น สงครามประสาทระหว่างภพกับหลินยังคงดำเนินต่อไป แต่ความรุนแรงลดน้อยลง กลายเป็นเหมือนการหยอกเย้าประจำวันที่ทุกคนในบ้านเริ่มคุ้นชิน แ







