เข้าสู่ระบบ
เปรี้ยงงง!!!...
อสนีบาตปรากฏแสงแปลบปลาบอยู่บนเวิ้งฟ้าอันมืดมิด ก่อนที่เส้นสายลวดลายต่างๆ จะสว่างวาบพึ่บพั่บขึ้นมาเป็นระลอกใหญ่ๆ ราวกับจะนำทางให้เงาดำที่เดินแกมวิ่งอยู่บนถนนซึ่งไร้ยวดยานพาหนะได้มองเห็นจุดมุ่งหมายเบื้องหน้า
ร่างอ้อนแอ้นภายใต้ชุดสีเขียวอ่อนของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในวงแขนโอบกอดห่อผ้าสีขาวเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน พลางหันกลับไปมองด้านหลังด้วยประกายตาหวาดหวั่นตลอดเวลา
“อุแว้...อุแว้…”
เสียงร้องระงมจ้าอันไร้เดียงสาบีบคั้นหัวใจผู้เป็นแม่ยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับเอามีดที่แหลมคมกรีดลงบนเนื้อใจ ทว่าเวลานี้เธอจะอ่อนแอไม่ได้เพราะคนที่จ้องเอาชีวิตเธอกับลูกนั้นกำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ หญิงสาวพาเรือนกายที่อิดโรยของตัวเองมาถึงทางแยกสามแพร่งอย่างกระหืดกระหอบ ขณะมองซ้ายแลขวาเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหนเพื่อไปให้พ้นจากความตายในครั้งนี้
‘ขอให้เราสองแม่ลูกรอดพ้นจากคนที่หมายเอาชีวิตด้วยเถอะ’
คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายหลับตาลงเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะตัดสินใจก้มหน้าก้มตากอดลูกแน่นและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปทางด้านซ้าย แต่รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงก็เลี้ยวตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ
“เร็วๆ หน่อยสิโว้ย!” เสียงร้องสั่งดังอยู่กระบะท้าย พร้อมๆ กับความเร็วของรถคันนั้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งแล่นผ่านสองแม่ลูกไปจอดลากล้อดังเอี๊ยดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตารกไปด้วยหนวดเคราเขียวครึ้มจะรีบกระโดดลงมาจากรถแล้วกรูเข้าไปหาเป้าหมายทันที
“จะหนีไปไหนคุณพัด ยอมไปกับเราง่ายๆ ดีกว่า” หนึ่งในชายฉกรรจ์หน้าโหดบอกด้วยรอยยิ้มสุดเหี้ยม แต่เจ้าของชื่อกลับส่ายหน้าระริกไปมา ขณะที่สองมือยังคงกอดร่างจิ๋วแนบอก เท้าเรียวเล็กถอยไปด้านหลังช้าๆ
“อย่าทำอะไรฉันกับลูกเลยนะคะ ฉันขอล่ะ ฉันสัญญาจะไม่กลับไปหาคุณพศินอีกแล้ว” คนเป็นแม่พยายามร้องขอชีวิตเพื่อให้ลูกที่เพิ่งเกิดมาไม่ทันข้ามคืนยังมีลมหายใจต่อ แต่ดูเหมือนคนที่มีความชั่วในใจจะหาได้ฟังประโยคเหล่านั้นเลยสักนิด
“สายไปแล้วคุณพัด เพราะคุณกับลูกต้องตายเท่านั้น” คนพูดชักปืนสั้นที่เหน็บอยู่ซอกเอวออกมา แล้วเล็งไปยังสองแม่ลูกทันที
‘พัดชา’ หรือ ‘พัด’ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แต่ก่อนที่พวกมันจะลั่นไกสังหาร แสงไฟจากหน้ารถอีกคันก็สาดส่องมาแต่ไกล แถมมีไซเรนสีฟ้าสลับแดงอยู่บนหลังคา ทำให้คนร้ายลังเลเพราะมั่นใจว่าคงเป็นรถสายตรวจอย่างแน่นอน พัดชาได้โอกาสกอดทารกน้อยวิ่งหนี คนร้ายจึงตัดสินใจยิงใส่หนึ่งนัด
เปรี้ยงงง!!..!!??!!??
ลูกตะกั่วที่วิ่งออกจากปลายกระบอกปืน พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศราวกับยมทูตที่พุ่งขึ้นมาจากขุมนรก! เจาะเข้าไปที่กลางหลังของพัดชาจนร่างทรุดฮวบลงกับพื้น!
“โอ้ยยย…”
คนร้ายสาวเท้าเข้าไปหา หมายจะยิงซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าเป้าหมายได้ตายเรียบร้อยแล้ว แต่เสียงปืนเมื่อสักครู่ทำให้รถสายตรวจเร่งความเร็วเข้ามาหา จนกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องล่าถอยไปขึ้นรถและขับหลบหนีออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว พัดชานอนหายใจรวยริน สองมือกอดลูกน้อยไว้แน่น สายตรวจมาถึงที่เกิดเหตุก็รีบเปิดประตูลงมา
“วิทยุให้สกัดรถคนร้ายไว้จ่า อย่าให้หนีรอดไปได้เด็ดขาด” นายตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งวิ่งไปหาร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น แล้วปัดปรอยผมที่ปิดใบหน้าออก ทำให้เห็นหน้าคนเจ็บชัดขึ้น
“น้องพัด!”
เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงทำให้พัดชาพยายามลืมตาขึ้น และสูดลมหายใจยาวๆ เพื่อขอต่อชีวิตตัวเองสุดความสามารถ
“พี่วัตร...” เสียงเรียกแม้จะเบาหวิวกระท่อนกระแท่นเต็มที แต่สะท้อนเข้าไปในหัวใจของร้อยตำรวจเอกวัตรยิ่งนัก
“น้องพัดเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้...” เอกวัตรถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะคนในอ้อมแขนคือน้องสาวเพื่อนรักซึ่งมีทั้งเงินและอิทธิพลแถบทะเลอันดามันจนไปถึงประเทศเพื่อนบ้านของไทย พัดชารู้ว่าเวลาเหลือไม่มากแล้วจึงส่งทารกน้อยให้นายตำรวจหนุ่ม
“ฝากลูกของพัดไปให้พี่บรรณด้วยนะคะ พัดคงไม่มีโอกาส…เลี้ยงแกอีกต่อไปแล้ว” ประโยคท้ายเบาหวิวจนเอกวัตรใจไม่ดี หันไปมองลูกน้องที่มานั่งใกล้ๆ
“รถพยาบาลกำลังมาครับผู้กอง” จ่ายิ่งรายงานผู้บังคับบัญชา เอกวัตรบีบมือบางแน่นเพื่อกระตุ้นพัดชา
“ทำใจดีๆ ไว้นะพัด รถพยาบาลใกล้จะมาถึงแล้ว รออยู่พบไอ้บรรณก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยปลอบ ขณะที่คนเจ็บสาหัสยิ้มทั้งน้ำตาอย่างกั้นไว้ไม่อยู่
“พัดคงอยู่สู้หน้าพี่บรรณไม่ได้แล้ว ฝากขอโทษพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดเองที่ไม่ฟังคำพูดของพี่บรรณ” พัดชาพูดจบก็ไอออกมาเป็นเลือด ลมหายใจเบาหวิวลงเรื่อยๆ
“ใครทำพัด บอกพี่ได้มั้ย…”
“ขอให้ความลับตายไปกับพัดเถอะนะคะพี่วัตร พัดไม่อยากให้พี่บรรณต้องฆ่าหรือทำร้ายใครอีก...” พัดชามองเอกวัตรอย่างวิงวอนแกมขอร้อง
“บรรณไม่ยอมให้เรื่องนี้จบง่ายๆ หรอกนะพัด” เอกวัตรรู้จักนิสัยของ ‘บรรณ มัณตะธารา’ เพื่อนรักเขาดี ถ้ารู้ว่าใครทำร้ายน้องสาว รับรองได้เลยครอบครัวนั้นจะเหมือนตกนรกทั้งเป็นแน่ๆ
“เป็นเด็กดีนะคะลูกชายของแม่พัด แม่คงไม่มีโอกาสเห็นลูกเติบโตแล้ว…แม่…รัก…ลูก...” มือบางซีดขาวยกขึ้นวางบนศีรษะเล็กจิ๋วของลูกน้อยและลูบไล้ไปมาเบาๆ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะพร่าเบลอ สรรพสิ่งรอบกายค่อยๆ มืดสนิท จนในที่สุดลมหายใจสุดท้ายของพัดชาก็บิดปลิวและดับลงช้าๆ ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำรวมดังเปรี้ยงปร้างสนั่นหวั่นไหวราวกับรับรู้การจากไปของหญิงสาว...
“จบสิ้นกันสักที ผมขออโหสิกรรมให้คุณหญิงทั้งหมด...” บรรณพึมพำแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เจตต์มองเลือดที่ไหลออกมาจากต้นแขนของผู้เป็นนายก็ไม่สบายใจ“ฉันไปล่ะ ฝากด้วยนะวัตร หายไปนานๆ เดี๋ยวเมียสงสัย” เจ้าพ่อหนุ่มหันไปบอกเอกวัตรที่ยืนข้างๆ ทำเอาทุกคนพากันอมยิ้มกับอาการกลัวเมียของนายใหญ่แห่งมัณตะธารา“ฉันว่านายไปทำแผลก่อนดีกว่า ไปแบบนี้คุณดาอาจจะช็อคเอาได้” ผู้กองหนุ่มแนะนำ แล้วมองเลยไปที่คนางค์ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างพี่ชาย“ดีเหมือนกัน” บรรณตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ เจตต์ตามไปอารักขา ส่วนคนางค์ได้แต่หันรีหันขวางก่อนจะเตรียมเดินตามพี่ชายไป ทว่ากลับถูกเอกวัตรคว้ามือไว้ได้ทัน“จะไปไหนหืม...”“ฉันก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะสิ งานเสร็จแล้วนี่” เธอบิดข้อมือออกจากมือนายตำรวจหนุ่ม เอกวัตรมองสีระเรื่อที่ผุดขึ้นบนแก้มนวลก็เอ่ยแซวยิ้มๆ“อายเป็นด้วยเหรอเรา”“ฉันเป็นผู้หญิงนะคุณ มารยาหญิงก็มี แต่ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง” หญิงสาวบอกแล้วเดินหนีไปที่ลิฟต์ เอกวัตรอมยิ้มแล้วเดินตามไป“เย็นนี่ว่างหรือเปล่า...”คนางค์ชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองร่างสูงสมาร์ท แววตาแพรวพราวทำให้เอกวัตรรู้สึกแปลกๆ จนกระทั่งร
อีกสองวันต่อมา...รถกระบะเก่าๆ วิ่งไปจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาล ก่อนที่หญิงสาวที่แต่งตัวสะสวย รูปร่าง ผิวพรรณดี เหมือนกับลูกไฮโซจะเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์“ฉันเป็นเพื่อนหมออลินดา เธอพักอยู่ห้องไหนคะ” หญิงสาวสาวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล“อ๋อ คุณหมอออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”“ทำไมออกเร็วจังคะ หมออลินดาแข็งแรงดีแล้วเหรอ”“ยังหรอกค่ะ แต่สามีของเธอกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็เลยขอออกก่อน แล้วจ้างพยาบาลพิเศษไปดูแลค่ะ”“น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เลยไม่ได้เจอหมอดาเลย แบบนี้คงต้องไปเยี่ยมที่บ้านสินะคะ”“คุณบรรณไม่ได้พาคุณหมอกลับบ้านหรอก ได้ยินว่าจะไปพักฟื้นต่อคอนโดฯ ของคุณบรรณ แถวๆ สาทรน่ะค่ะ”“อ้อ...งั้นเหรอคะ ขอบคุณนะคะ”“ค่ะ”จบการสนทนาแค่นั้น สาวสวยก็เดินออกจากเคาน์เตอร์ ตรงดิ่งไปยังรถกระบะเก่าๆ แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับคนในรถ ก่อนจะรับเงินมา เป็นอันหมดหน้าที่ณ คอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร...หญิงรูปร่างอวบท้วมในชุดแม่บ้านของคอนโดฯ เดินถือกระเป๋าเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ข้างๆ กันเปิดออก พิงค์กี้กับปีเตอร์ก้าวออกมาพอดีคุณหญิงอมรรัตน์มาถึงชั้นที่อลิน
“ไม่ต้องกลัว พัดมาลาและอยากขอบคุณคุณหมอมากๆ เลยนะคะ ที่รักและเมตตาน้องพอร์ต” พัดชาพูดเนิบนาบแต่น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังแก้ว“คุณจะไปไหนคะ”“ถึงเวลาที่พัดต้องไปอยู่ในที่ของพัดแล้ว ฝากลาพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดต่อพี่ชายมากและอยากขอร้องคุณให้ห้ามพี่บรรณอย่าทำร้ายใครเพราะพัดอีกเลย พศินได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพัดแล้ว คุณหญิงอมรรัตน์ก็ต้องรับผลกรรมที่ทำเช่นกัน”“ฉันจะพยายามห้ามเขานะคะ แต่พี่ชายคุณพัดก็ดื้อเหลือเกิน” อลินดาบางครั้งก็อ่อนใจกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม พัดชายิ้มหวานมองอลินดาอย่างชื่นชม“พี่บรรณไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเอง และมีคุณเท่านั้นที่จะห้ามพี่บรรณได้ ฝากน้องพอร์ตและพี่บรรณด้วยนะคะ ถึงเวลาที่พัดจะต้องไปจริงๆ แล้ว…”สิ้นประโยคดังกล่าว ร่างของพัดชาจะค่อยๆ กลาย เป็นแสงระยิบระยับมลังเมลืองสีทอง และจางหายไปตามอากาศธาตุต่อหน้าต่อตาอลินดา“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพัด อย่าเพิ่งไป”เสียงพูดละเมอของคนที่หลับอยู่บนเตียงทำเอาบรรณรีบถลามาหาอย่างตกใจ มือกุมมืออลินดาแน่นพร้อมกับเรียกขานให้เธอรู้สึกตัว“ดา…ดา...”เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้า และเห็นใบหน้าคมที่วันนี้รกครึ้มไปด้วยเคราลอยเหนือใบ
“พัด ช่วยดาด้วยนะ ช่วยดาด้วย อย่าให้ดาต้องเป็นอะไรไป เพราะพี่คงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีดา...” บรรณพึมพำ มือประสานกันไว้บนเข่าเวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนหนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงก็ผ่านไปอีก ทีมแพทย์หรือใครก็ไม่ออกมาส่งข่าว ทำให้หัวใจแกร่งรุ่มร้อนจนอยากจะพังประตูเสียตอนนั้น เจตต์และเอกวัตรเสร็จสิ้นภารกิจก็พากันตามมาสมทบ ผู้กองหนุ่มมองหน้าเครียดๆ ของเพื่อนรักพร้อมบีบบ่ากว้างให้กำลังใจ“คุณหญิงอมรรัตน์หนีไปได้ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาให้เราจับตัวแน่ๆ”“ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหญิงป้าแกจะร้ายได้ถึงขนาดนี้” พิงค์กี้นั่งถอนหายใจเบาๆ อยู่ข้างบรรณเวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ เสียงสวรรค์ที่เจ้าพ่อหนุ่มและทุกคนรอคอยก็มาถึง ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกจากด้านใน แพทย์เดินออกมา ในขณะที่บรรณรีบถลาเข้าไปถึงตัวเป็นคนแรก“หมอครับ! เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ!”คุณหมอวัยกลางคนยิ้มให้กับญาติคนไข้อย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันได้ตอบ บรรณก็เขย่าตัวหมอแรงๆ อย่างร้อนใจ จนแว่นสายตาหลุดจากดั้งจมูก“บอกผมสิหมอ เมียกับลูกผมปลอดภัยใช่ไหม”“บรรณใจเย็นๆ” เอกวัตรจับเพื่อนห่างจากคุณหมอ คุณหมอขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง แล้วตอบออกมาด้วยน้ำเ
วินาทีนั้นเองจู่ๆ อลินดาก็เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายอ่อนเหลว ก่อนจะค่อยๆ ทรุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยังดีที่บรรณเหลือบเห็นเสียก่อน จึงรีบหันไปประคองเอาไว้ได้ทัน“ดา…ดาเป็นอะไร???”“ลูก…ลูกของเรา” อลินดาบอกเสียงสั่นเทา บรรณกอดภรรยาแนบอกแล้วมองหาเจตต์ที่อยู่บริเวณมุมอับของโกดัง ซึ่งเจตต์ก็คือคนที่ยิงพศินเมื่อครู่นั่นเองขณะนั้นเอกวัตรก็ได้นำกำลังตำรวจวิ่งเข้ามา คุณหญิงอมรรัตน์ถึงกับผงะด้วยความคาดไม่ถึง สมองเริ่มคิดหาทางรอด เพราะตัวเองจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ แบบนี้เป็นแน่“รีบพาคุณดาไปโรงพยาบาลเร็ว!” เอกวัตรบอกเพื่อนรัก บรรณไม่รอช้ารีบอุ้มอลินดาตรงไปยังรถที่จอดรออยู่ด้านนอก ส่วนคุณหญิงอมรรัตน์ได้แต่มองตามด้วยประกายแข็งกร้าว‘ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง!!!’หญิงสูงวัยอาฆาตในใจ ตอนนี้ต้องหาทางรอดจากที่นี่เสียก่อน แล้วค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สาย“ยอมมอบตัวกับผมเถอะครับคุณหญิง เรื่องหนักจะได้กลายเป็นเบา” เอกวัตรบอกเสียงนุ่ม พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ“ไม่มีทาง!”แล้วคุณหญิงอมรรัตน์ก็งัดหมัดเด็ดด้วยการยกปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเอง พร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ“ใจเย็นๆ นะครับคุณหญิง เราตกลงกันได้...”เอกวัต
“ปล่อยดาก่อน แล้วยื่นหมูยื่นแมว”“มึงไม่มีสิทธิมาต่อรองโว้ย เพราะคนที่จะกำหนดความเป็นความตายของมึงกับอลินดาคือกูกับแม่เท่านั้น” พศินตะโกนลั่นอย่างชิงชัง “แต่กูจะบอกเอาบุญก่อนที่มึงจะตาย กูจะฆ่าลูกของมึง แล้วเอาเมียมึงมาเป็นนางบำเรอ ตามด้วยการยึดทุกอย่างที่เป็นของมึงมาในฐานะพ่อของไอ้เด็กพอร์ต”เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว บรรณถึงกับขบกรามแน่น แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธ“พวกชั่ว โกรธฉันก็ต้องมาลงที่ฉันสิวะ ความแค้นระหว่างเราจะได้จบสิ้นสักที” เจ้าพ่อหนุ่มคำรามอย่างสุดทน คุณหญิงอมรรัตน์แสยะยิ้มแววตาแข็งกระด้างน่ากลัว“แม่เพิ่งเห็นแกฉลาดก็วันนี้” จากนั้นนางก็หยิบห่อกระดาษเล็กๆ จากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้บุตรชาย “เอายานี่กรอกปากอลินดาซะ มันจะได้มีชะตากรรมเหมือนนังพัดชา”บรรณเย็นวาบไปทั่วตัว ตาจ้องมองห่อกระดาษเล็กๆ ในมือพศิน“คิดเอาไว้ไม่มีผิด แกเป็นคนวางยาพัดชาจริงๆ”ความแค้นสุมแน่นในอกจนแทบระเบิด ลำพังตัวเองคนเดียวเขาไม่กังวลอะไรหรอก แต่ตอนนี้เมียและลูกเขาอยู่บนความเป็นความตาย ยังไงก็ต้องรอบคอบให้ดีๆ“น้องแกมันโง่เอง ฉันทำดีด้วยหน่อยก็คิดว่าฉันยอมรับเป็นลูกสะใภ้ ฉันเลยจัดการมันง่ายกว่าที่คิด” หญ







