แชร์

ดั่งเพลิงพิศวาส
ดั่งเพลิงพิศวาส
ผู้แต่ง: ฟ้าดุษฎี

บทที่ 1

ผู้เขียน: ฟ้าดุษฎี
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 18:22:14

เปรี้ยงงง!!!...

อสนีบาตปรากฏแสงแปลบปลาบอยู่บนเวิ้งฟ้าอันมืดมิด ก่อนที่เส้นสายลวดลายต่างๆ จะสว่างวาบพึ่บพั่บขึ้นมาเป็นระลอกใหญ่ๆ ราวกับจะนำทางให้เงาดำที่เดินแกมวิ่งอยู่บนถนนซึ่งไร้ยวดยานพาหนะได้มองเห็นจุดมุ่งหมายเบื้องหน้า

ร่างอ้อนแอ้นภายใต้ชุดสีเขียวอ่อนของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในวงแขนโอบกอดห่อผ้าสีขาวเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน พลางหันกลับไปมองด้านหลังด้วยประกายตาหวาดหวั่นตลอดเวลา

“อุแว้...อุแว้…”

เสียงร้องระงมจ้าอันไร้เดียงสาบีบคั้นหัวใจผู้เป็นแม่ยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับเอามีดที่แหลมคมกรีดลงบนเนื้อใจ ทว่าเวลานี้เธอจะอ่อนแอไม่ได้เพราะคนที่จ้องเอาชีวิตเธอกับลูกนั้นกำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ หญิงสาวพาเรือนกายที่อิดโรยของตัวเองมาถึงทางแยกสามแพร่งอย่างกระหืดกระหอบ ขณะมองซ้ายแลขวาเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหนเพื่อไปให้พ้นจากความตายในครั้งนี้

‘ขอให้เราสองแม่ลูกรอดพ้นจากคนที่หมายเอาชีวิตด้วยเถอะ’

คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายหลับตาลงเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะตัดสินใจก้มหน้าก้มตากอดลูกแน่นและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปทางด้านซ้าย แต่รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงก็เลี้ยวตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ

“เร็วๆ หน่อยสิโว้ย!” เสียงร้องสั่งดังอยู่กระบะท้าย พร้อมๆ กับความเร็วของรถคันนั้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งแล่นผ่านสองแม่ลูกไปจอดลากล้อดังเอี๊ยดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตารกไปด้วยหนวดเคราเขียวครึ้มจะรีบกระโดดลงมาจากรถแล้วกรูเข้าไปหาเป้าหมายทันที

“จะหนีไปไหนคุณพัด ยอมไปกับเราง่ายๆ ดีกว่า” หนึ่งในชายฉกรรจ์หน้าโหดบอกด้วยรอยยิ้มสุดเหี้ยม แต่เจ้าของชื่อกลับส่ายหน้าระริกไปมา ขณะที่สองมือยังคงกอดร่างจิ๋วแนบอก เท้าเรียวเล็กถอยไปด้านหลังช้าๆ

“อย่าทำอะไรฉันกับลูกเลยนะคะ ฉันขอล่ะ ฉันสัญญาจะไม่กลับไปหาคุณพศินอีกแล้ว” คนเป็นแม่พยายามร้องขอชีวิตเพื่อให้ลูกที่เพิ่งเกิดมาไม่ทันข้ามคืนยังมีลมหายใจต่อ แต่ดูเหมือนคนที่มีความชั่วในใจจะหาได้ฟังประโยคเหล่านั้นเลยสักนิด

“สายไปแล้วคุณพัด เพราะคุณกับลูกต้องตายเท่านั้น” คนพูดชักปืนสั้นที่เหน็บอยู่ซอกเอวออกมา แล้วเล็งไปยังสองแม่ลูกทันที

‘พัดชา’ หรือ ‘พัด’ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แต่ก่อนที่พวกมันจะลั่นไกสังหาร แสงไฟจากหน้ารถอีกคันก็สาดส่องมาแต่ไกล แถมมีไซเรนสีฟ้าสลับแดงอยู่บนหลังคา ทำให้คนร้ายลังเลเพราะมั่นใจว่าคงเป็นรถสายตรวจอย่างแน่นอน พัดชาได้โอกาสกอดทารกน้อยวิ่งหนี คนร้ายจึงตัดสินใจยิงใส่หนึ่งนัด

เปรี้ยงงง!!..!!??!!??

ลูกตะกั่วที่วิ่งออกจากปลายกระบอกปืน พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศราวกับยมทูตที่พุ่งขึ้นมาจากขุมนรก! เจาะเข้าไปที่กลางหลังของพัดชาจนร่างทรุดฮวบลงกับพื้น!

“โอ้ยยย…”

คนร้ายสาวเท้าเข้าไปหา หมายจะยิงซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าเป้าหมายได้ตายเรียบร้อยแล้ว แต่เสียงปืนเมื่อสักครู่ทำให้รถสายตรวจเร่งความเร็วเข้ามาหา จนกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องล่าถอยไปขึ้นรถและขับหลบหนีออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว พัดชานอนหายใจรวยริน สองมือกอดลูกน้อยไว้แน่น สายตรวจมาถึงที่เกิดเหตุก็รีบเปิดประตูลงมา

“วิทยุให้สกัดรถคนร้ายไว้จ่า อย่าให้หนีรอดไปได้เด็ดขาด” นายตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งวิ่งไปหาร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น แล้วปัดปรอยผมที่ปิดใบหน้าออก ทำให้เห็นหน้าคนเจ็บชัดขึ้น

“น้องพัด!”

เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงทำให้พัดชาพยายามลืมตาขึ้น และสูดลมหายใจยาวๆ เพื่อขอต่อชีวิตตัวเองสุดความสามารถ

“พี่วัตร...” เสียงเรียกแม้จะเบาหวิวกระท่อนกระแท่นเต็มที แต่สะท้อนเข้าไปในหัวใจของร้อยตำรวจเอกวัตรยิ่งนัก

“น้องพัดเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้...” เอกวัตรถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะคนในอ้อมแขนคือน้องสาวเพื่อนรักซึ่งมีทั้งเงินและอิทธิพลแถบทะเลอันดามันจนไปถึงประเทศเพื่อนบ้านของไทย พัดชารู้ว่าเวลาเหลือไม่มากแล้วจึงส่งทารกน้อยให้นายตำรวจหนุ่ม

“ฝากลูกของพัดไปให้พี่บรรณด้วยนะคะ พัดคงไม่มีโอกาส…เลี้ยงแกอีกต่อไปแล้ว” ประโยคท้ายเบาหวิวจนเอกวัตรใจไม่ดี หันไปมองลูกน้องที่มานั่งใกล้ๆ

“รถพยาบาลกำลังมาครับผู้กอง” จ่ายิ่งรายงานผู้บังคับบัญชา เอกวัตรบีบมือบางแน่นเพื่อกระตุ้นพัดชา

“ทำใจดีๆ ไว้นะพัด รถพยาบาลใกล้จะมาถึงแล้ว รออยู่พบไอ้บรรณก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยปลอบ ขณะที่คนเจ็บสาหัสยิ้มทั้งน้ำตาอย่างกั้นไว้ไม่อยู่

“พัดคงอยู่สู้หน้าพี่บรรณไม่ได้แล้ว ฝากขอโทษพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดเองที่ไม่ฟังคำพูดของพี่บรรณ” พัดชาพูดจบก็ไอออกมาเป็นเลือด ลมหายใจเบาหวิวลงเรื่อยๆ

“ใครทำพัด บอกพี่ได้มั้ย…”

“ขอให้ความลับตายไปกับพัดเถอะนะคะพี่วัตร พัดไม่อยากให้พี่บรรณต้องฆ่าหรือทำร้ายใครอีก...” พัดชามองเอกวัตรอย่างวิงวอนแกมขอร้อง

“บรรณไม่ยอมให้เรื่องนี้จบง่ายๆ หรอกนะพัด” เอกวัตรรู้จักนิสัยของ ‘บรรณ มัณตะธารา’ เพื่อนรักเขาดี ถ้ารู้ว่าใครทำร้ายน้องสาว รับรองได้เลยครอบครัวนั้นจะเหมือนตกนรกทั้งเป็นแน่ๆ

“เป็นเด็กดีนะคะลูกชายของแม่พัด แม่คงไม่มีโอกาสเห็นลูกเติบโตแล้ว…แม่…รัก…ลูก...” มือบางซีดขาวยกขึ้นวางบนศีรษะเล็กจิ๋วของลูกน้อยและลูบไล้ไปมาเบาๆ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะพร่าเบลอ สรรพสิ่งรอบกายค่อยๆ มืดสนิท จนในที่สุดลมหายใจสุดท้ายของพัดชาก็บิดปลิวและดับลงช้าๆ ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำรวมดังเปรี้ยงปร้างสนั่นหวั่นไหวราวกับรับรู้การจากไปของหญิงสาว...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 5

    “โยม…พาเด็กไปเปลี่ยนยางรถเถอะ” หลวงตาบอกอย่างเมตตา ดึงสติของอลินดาให้กลับมา ก่อนที่หญิงสาวจะเดินนำเด็กวัดไปที่รถเมื่อเปลี่ยนยางเสร็จเรียบร้อย อลินดาก็กล่าวขอบคุณหลวงตา จากนั้นก็ขับรถออกจากวัดไปด้วยความหวั่นวิตกกับคำขู่สุดท้ายของบรรณ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำไมเขาทำเหมือนโกรธเกลียดเธอมาสักสิบปีสิบชาติ ทั้งๆ ที่เธอกับเขาเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก หรือผู้ชายคนนั้นจำคนผิดกันแน่นะ…คิ้วโก่งสวยขมวดเข้าหากันเป็นโบว์ผูกผมตลอดเส้นทางที่ขับรถกลับบ้าน ขณะที่สมองกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น อลินดาจึงเอื้อมไปหยิบแล้วยกขึ้นมาแนบข้างใบหูเล็ก“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีครับน้องดา” เสียงทักทายดังมาตามสายทำให้หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ คล้ายรำคาญ แต่ก็ทำได้เพียงทักทายกลับไป“สวัสดีค่ะ พี่พศินโทร.มามีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า พอดีดาขับรถอยู่ค่ะ”“พี่ไม่สบายใจครับก็เลยอยากเจอน้องดา เย็นนี้เราทานข้าวเย็นด้วยกันนะครับ” พศินเอ่ยชวนด้วยสุ้มเสียงหวานๆ แต่อลินดาไม่อยากฝืนตัวเองที่จะไปกับชายหนุ่ม“พอดีดาเข้าเวรค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะรถเยอะดาเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ” หญิงสาวตัดบทแล้วกดสายทิ้งไปดื้อๆ โดยไม่สนใจคนปลายส

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 4

    ณ โรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ร่างระหงสมส่วนภายใต้ชุดเดรสสีเปลือกไข่เดินออกจากห้องตรวจด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม คนไข้ที่นั่งรออยู่ในห้องโถงต่างหันไปมองและส่งยิ้มให้คุณหมอคนสวยอย่างชื่นชม“หมอดาออกเวรแล้วเหรอคะ”“ค่ะพี่อี๊ด” แพทย์หญิงอลินดา สุวัฒนา แพทย์ประจำแผนกสูตินารีเวชยิ้มให้หัวหน้าพยาบาล “วันนี้คนไข้เยอะนะคะ คุณหมออีกสองท่านคงรับมือได้”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณหมอก็เข้าเวรมาทั้งคืนแล้ว แล้วนี่จะไปไหนต่อหรือเปล่าคะ” หัวหน้าพยาบาลก้มมองถังสังฆทานที่อลินดาถืออยู่ในมืออย่างแปลกใจ“จะไปทำบุญที่วัดค่ะแล้วก็จะเลยกลับบ้าน ไปนะคะพี่อี๊ด” อลินดาบอกแล้วเดินไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล พอมาถึงลานโล่งก็รู้สึกเหมือนมีคนแอบดูเธออยู่ คุณหมอสาวจึงมองรอบๆ ตัวเผื่อจะเจอคนรู้จัก แต่ก็ไร้เงา...“เดี๋ยวนี้คิดมากนะเรา” อลินดาส่ายหน้ายิ้มๆ กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งในรถก่อนจะขับออกไป หากอลินดามองกระจกหลังสักนิดก็คงเห็นรถโรลส์รอยซ์ แฟนทอมสีดำวิ่งตามมา และสายตาคมกริบมองท้ายรถของเธอด้วยแววตานิ่งลึกอย่างยากแก่การคาดเดา บรรณนั่งอ่านรายละเอียดประวัติต่างๆ ของอลินดา ริมฝีปา

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 3

    หนึ่งปีต่อมา...บนพื้นน้ำสีครามอันกว้างใหญ่รายล้อมไปด้วยเกาะส่วนตัวของตระกูลมัณตะธารา ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่และทรงอิทธพลมากที่สุดในน่านน้ำทะเลอันดามัน มัณตะธาราเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายมูลค่ารวมกันหลายหมื่นล้าน โดยผู้ที่กุมบังเหียนทุกอย่างคือทายาทคนโต ‘บรรณ มัณตะธารา’ นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ที่มากไปด้วยความสามารถเต็มรูปแบบ ความดุดันและความร้ายกาจในชั้นเชิงธุรกิจทำให้ไม่มีใครอยากมีปัญหากับเขา แต่ทุกครั้งที่ชายหนุ่มขยับหรือทำอะไรมักจะเป็นข่าวดังตามหน้าสื่อต่างๆ อยู่เสมอคฤหาสน์หลังใหญ่รูปทรงยุโรป ซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าของเกาะตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาหันหน้าเข้าหาทะเล ระเบียงโล่งยื่นออกไปรับลมชายหาด ร่างสูงสง่าของบรรณยืนทอดสายตามองพื้นน้ำสีครามด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนกระทั่งเสียงร้องของเด็กน้อยดังแว่วมาทำให้ชายหนุ่มต้องหันกลับไปมอง“แอ้…แอ้…” เสียงร้องของหลานชายตัวน้อยทำให้ร่างสูงก้าวยาวๆ เข้าไปหา พยาบาลที่จ้างมาดูแลอุ้มน้องพอร์ตหรือเด็กชายชลลัมพี มัณตะธารา วัยหนึ่งขวบเดินไปเดินมา แต่เจ้าหนูพอร์ตตัวกลมก็ไม่ยอมหยุดร้อง พอเห็นคุณลุงตัวใหญ่จึงยื่นมือป้อมๆ ไปหา ริมฝีปากแดงเรื่อเบะออกพร้อมกับ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 2

    หน้าห้องดับจิตของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอันดับต้นๆ ของเมืองไทยแห่งหนึ่ง โรลส์รอยซ์ แฟนทอม (RollsRoyce Phantom) สีดำขลับวิ่งมาจอดเทียบยังหน้าตึก ชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำสองคนรีบลงจากรถแล้วหันกลับไปเปิดประตูหลังให้ผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักร่างสูงสง่าล่ำบึกของบรรณ มัณตะธารา ก็ก้าวออกมาจากพาหนะสุดหรูราคาเฉียดหกสิบล้านบาท ทันทีที่รองเท้าหนังเงาวับทั้งสองข้างเหยียบย่ำลงบนพื้นฟุตบาท สายลมอ่อนๆ พร้อมกับกลิ่นหอมบางอย่างก็พัดผ่านวูบมา ทำเอาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแถบทะเลอันดามันถึงกับหัวใจกระตุกไหว ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงราวกับเจ้าตัวกำลังสะกดกั้นความรู้สึกบ้างอย่างเอาไว้ ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นสีดำหากใครได้เห็นยามนี้มันแดงก่ำเต็มไปด้วยความเครียดแค้นและความเสียใจปนอยู่“บรรณ…”เสียงเรียกทำให้บรรณหันไปมอง ซึ่งเป็นจังหวะพอดีกับเอกวัตรมาถึงตัว โดยมีนายตำรวจอีกสองคนยืนอยู่ด้านหลัง“ฉันอยากเจอยัยพัด” เสียงทุ้มที่เปล่งออกมานั้นแฝงไว้ซึ่งความเจ็บปวดอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ทำเอาเอกวัตรลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างหนักใจไม่น้อย เพราะหลังจากวันนี้เป็นต้นไปคนที่ทำกับพัดชาคงอยู่ไ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 1

    เปรี้ยงงง!!!...อสนีบาตปรากฏแสงแปลบปลาบอยู่บนเวิ้งฟ้าอันมืดมิด ก่อนที่เส้นสายลวดลายต่างๆ จะสว่างวาบพึ่บพั่บขึ้นมาเป็นระลอกใหญ่ๆ ราวกับจะนำทางให้เงาดำที่เดินแกมวิ่งอยู่บนถนนซึ่งไร้ยวดยานพาหนะได้มองเห็นจุดมุ่งหมายเบื้องหน้าร่างอ้อนแอ้นภายใต้ชุดสีเขียวอ่อนของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในวงแขนโอบกอดห่อผ้าสีขาวเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน พลางหันกลับไปมองด้านหลังด้วยประกายตาหวาดหวั่นตลอดเวลา“อุแว้...อุแว้…”เสียงร้องระงมจ้าอันไร้เดียงสาบีบคั้นหัวใจผู้เป็นแม่ยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับเอามีดที่แหลมคมกรีดลงบนเนื้อใจ ทว่าเวลานี้เธอจะอ่อนแอไม่ได้เพราะคนที่จ้องเอาชีวิตเธอกับลูกนั้นกำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ หญิงสาวพาเรือนกายที่อิดโรยของตัวเองมาถึงทางแยกสามแพร่งอย่างกระหืดกระหอบ ขณะมองซ้ายแลขวาเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหนเพื่อไปให้พ้นจากความตายในครั้งนี้‘ขอให้เราสองแม่ลูกรอดพ้นจากคนที่หมายเอาชีวิตด้วยเถอะ’คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายหลับตาลงเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะตัดสินใจก้มหน้าก้มตากอดลูกแน่นและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปทางด้านซ้าย แต่รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงก็เลี้ยวตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ“เร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status