แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: ฟ้าดุษฎี
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 18:22:33

หน้าห้องดับจิตของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอันดับต้นๆ ของเมืองไทยแห่งหนึ่ง โรลส์รอยซ์ แฟนทอม (RollsRoyce Phantom) สีดำขลับวิ่งมาจอดเทียบยังหน้าตึก ชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำสองคนรีบลงจากรถแล้วหันกลับไปเปิดประตูหลังให้ผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักร่างสูงสง่าล่ำบึกของบรรณ มัณตะธารา ก็ก้าวออกมาจากพาหนะสุดหรูราคาเฉียดหกสิบล้านบาท ทันทีที่รองเท้าหนังเงาวับทั้งสองข้างเหยียบย่ำลงบนพื้นฟุตบาท สายลมอ่อนๆ พร้อมกับกลิ่นหอมบางอย่างก็พัดผ่านวูบมา ทำเอาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแถบทะเลอันดามันถึงกับหัวใจกระตุกไหว ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงราวกับเจ้าตัวกำลังสะกดกั้นความรู้สึกบ้างอย่างเอาไว้ ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นสีดำหากใครได้เห็นยามนี้มันแดงก่ำเต็มไปด้วยความเครียดแค้นและความเสียใจปนอยู่

“บรรณ…”

เสียงเรียกทำให้บรรณหันไปมอง ซึ่งเป็นจังหวะพอดีกับเอกวัตรมาถึงตัว โดยมีนายตำรวจอีกสองคนยืนอยู่ด้านหลัง

“ฉันอยากเจอยัยพัด” เสียงทุ้มที่เปล่งออกมานั้นแฝงไว้ซึ่งความเจ็บปวดอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ทำเอาเอกวัตรลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างหนักใจไม่น้อย เพราะหลังจากวันนี้เป็นต้นไปคนที่ทำกับพัดชาคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่

“ศพยัยพัดอยู่ในห้องดับจิต” เอกวัตรเดินนำเพื่อนเข้าไปด้านใน เจ้าหน้าที่ประจำห้องเดินออกมาต้อนรับและพาไปที่ช่องเก็บร่างของพัดชา บรรณมองป้ายชื่อที่ติดอยู่ในช่องเล็กๆ ด้วยประตากายแข็งกร้าว มือหนาจับที่เปิดและกำไว้แน่นก่อนจะค่อยๆ ดึงออกมาช้าๆ เอกวัตรเห็นรอยนูนของกรามแกร่งที่ปรากฏขึ้นก็รู้ว่าเพื่อนรักเจ็บปวดมากแค่ไหนกับการสูญเสียน้องสาวสุดรักไปอย่างกะทันหันแบบนี้

“ถ้าเธอบอกพี่สักคำ พี่จะไม่ให้เธอต้องโดดเดี่ยวแบบนี้พัด” คนเป็นพี่มองหน้าซีดขาวของน้องสาว ขณะกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

“น้องพัดไปสบายแล้วนะ” เอกวัตรวางมือลงบนบ่ากว้างของเพื่อนรักและบีบแรงๆ อย่างให้กำลังใจ “แต่ยัยพัดได้มอบของล้ำค่าไว้ให้ นั่นก็คือหลานชายของนาย”

“ตอนนี้หลานฉันอยู่กับใคร” บรรณถามหลังจากที่เลื่อนศพของน้องสาวเข้าไปเก็บในช่องเย็นตามเดิม

“ฉันให้แม่ช่วยเลี้ยง ตาหนูเลี้ยงง่ายไม่งอแงเลย ถ้านายอยากจะรับไปวันนี้ก็ได้นะ” เอกวัตรพูดตามคำบอกเล่าของมารดา

“ทางสามียัยพัดว่ายังไงบ้างวัตร” บรรณถามเรื่องน้องเขยที่เคยเห็นหน้ากันเพียงครั้งเดียว เพราะตั้งแต่น้องสาวตัดสินใจอยู่กินกับสามี เขาก็ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวอีกเลย จะมีเพียงโทร.ถามข่าวคราวสารทุกข์สุขดิบกันเท่านั้น จนกระทั่งสองเดือนก่อนได้ยินพัดชาพูดเป็นนัยว่าอยากกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งเขาเองก็พร้อมจะไปรับทันที แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเกิดเรื่องสุดเศร้าขึ้นเสียก่อน

“ไม่มีการติดต่อใดๆ กลับมาเลย ทั้งๆ ที่ฉันให้คนไปบอกแล้วว่าพัดเสียชีวิต แม่ฝ่ายสามีก็ออกงานสังคมตามปกติราวกับว่าไม่รับรู้เรื่องของพัดกับลูก”

“ไอ้สารเลวนั่น มันเป็นสามีแบบไหนกัน” บรรณกดเสียงต่ำจนน่ากลัว “ฉันอยากรู้ผลการสอบสวนและผลชันสูตรโดยด่วน”

“ไปคุยกันในรถดีกว่า” เอกวัตรมองเจ้าหน้าที่แล้วพาบรรณเดินออกจากห้อง บรรณมองเสี้ยวหน้าเคร่งขรึมของเพื่อนก็รู้ว่าการตายของน้องสาวต้องมีอะไรมากกว่าถูกลอบยิง

“นี่คือผลการสอบสวน” เอกวัตรยื่นเอกสารให้หลังจากเข้ามานั่งในโรลส์รอยซ์ แฟนทอม “พัดถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดจุดสามแปดหนึ่งนัด ตอนที่ฉันไปเจอ พัดก็อ่อนแรงเต็มทีและไม่ยอมบอกอะไรเลย บอกแค่ว่าขอให้ความลับตายไปพร้อมกับแก ตอนนี้ฉันให้คนเก็บกล้องวงจรปิดตั้งแต่โรงพยาบาลและตามเส้นทางที่คนร้ายหนี อีกสองสามวันน่าจะได้เรื่อง”

“พัดถูกฆาตกรรม!” บรรณสรุป ขณะมือกำเอกสารแน่น

“ใช่ ฉันตั้งไว้มีแค่ประเด็นเดียวคือเรื่องชู้สาว เพราะยัยพัดไม่เคยมีศัตรูที่ไหน” เอกวัตรบอกข่าวใหม่ที่เพิ่งรับรายงานเมื่อเช้า ทำเอาคิ้วหนาของคนฟังขมวดเข้าหากัน

“คุณหญิงอมรรัตน์แม่ของนายพศินปล่อยข่าวว่าลูกชายจะหมั้นกับคุณหนูไฮโซคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่ยัยพัดกำลังตั้งท้องหลานของตัวเอง”

“มันเลวกันทั้งตระกูล ฉันไม่ปล่อยเรื่องนี้เงียบไปเฉยๆ แน่ ใครที่ทำให้ยัยพัดต้องมีอันเป็นไป พวกมันต้องชดใช้ด้วยชีวิตเช่นกัน” บรรณบอกเสียงเรียบๆ ทว่าสุดสะพรึงยิ่งนัก จนเอกวัตรได้แต่กลัวแทนคนที่ทำ

“จะทำอะไรก็รอบคอบหน่อยนะ ถ้ามีคนแจ้งความจับนาย ฉันก็คงต้องทำตามหน้าที่” เอกวัตรเตือนสติเพื่อนรัก แต่มั่นใจว่าคนอย่างบรรณไม่มีทางทิ้งหลักฐานไว้แน่นอน

“ขอบใจที่เตือน ฉันจะทำให้พวกมันเจ็บมากกว่าฉันพันเท่า!” เสียงทุ้มประกาศกร้าวด้วยเพลิงแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ และวินาทีนั้นเองก็มีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ สายตาคมกริบตวัดมองอย่างรวดเร็วเพราะรู้ดีว่าเจ้าของรถคันนั้นคือใคร

พศินรีบเปิดประตูรถลงมาหาร่างสูงใหญ่อันน่าเกรงขามที่ก้าวออกมาจากรถเช่นเดียวกัน

“สวัสดีครับคุณบรรณ” คนเป็นน้องเขยยกมือขึ้นไหว้ แต่บรรณไม่คิดจะรับไหว้ มีเพียงแค่ปรายตามองใบหน้าหม่นคล้ำของพศินไม่วางตา

“ขอบใจที่ยังจำพี่เมียอย่างฉันได้”

“ผมขอโทษที่ดูแลพัดไม่ดีจนเธอต้อง…” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ต้องเงียบเพราะมีก้อนเหนียวๆ วิ่งขึ้นไปจุกที่ลำคอ บรรณแสยะยิ้มหยันๆ แล้วเดินมาใกล้ พศินรีบถอยหลังออกห่างอย่างกลัวๆ แต่ก็ไม่ทัน เพราะถูกบรรณกระชากคอเสื้อเข้าหาตัว และมองไปที่รถของพศินเห็นผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งนั่งอยู่ ถ้าจะให้เขาเดาคงเป็นคุณหญิงอมรรัตร์

“เก็บคำขอโทษไว้ไปบอกพัดที่ยมโลกก็แล้วกัน” พูดจบผู้ที่ทรงอิทธิพลก็ใช้กำปั้นหนักๆ ชกเข้าที่หน้าของพศินจนเลือดไหลกลบปาก ก่อนจะขยับเข้าไปหมายจะซ้ำอีกสักหมัดสองหมัด แต่ก็ถูกเอกวัตรถลาเข้ามาจับตัวเอาไว้เสียก่อน

“อย่าบรรณ…”

คุณหญิงอมรรัตน์เห็นลูกชายถูกทำร้ายก็รีบเปิดประตูลงมาดู

“แกเป็นใครถึงมาชกลูกชายฉันแบบนี้” หญิงสูงวัยประคองบุตรชายไว้ขณะสายตามองบรรณอย่างไม่พอใจ “หรือแกเป็นผัวใหม่นังพัด”

“แม่...หยุดเถอะ” พศินหันไปปรามมารดา แต่ดูเหมือนคุณหญิงอมรรัตน์จะไม่รู้อะไรเอาเสียเลย

“แม่ไม่หยุด นังนั่นมันสวมเขาให้แก และผู้ชายคนนี้คงจะเป็นผัวของมันและเป็นพ่อของลูกมัน” คุณหญิงอมรรัตน์เรียกจิกหัวจนบรรณทนไม่ไหวตรงปรี่ไปหา

“บรรณหยุด…” เอกวัตรรีบเข้าไปขวางไว้ หญิงสูงวัยเห็นท่าทางบรรณเหมือนหมาบ้าก็มองด้วยสายตาเหยียดหยาม

“สันดานไพร่ นี่คงขโมยรถเจ้านายมาล่ะสิ พวกขี้ข้าอยากทำตัวเป็นผู้ดี”

“แม่…” พศินเรียกมารดาเสียงสั่นเพราะสีหน้าของบรรณเข้มจนแดงจัด “คุณบรรณไม่ทำอย่างนั่นหรอก” ชายหนุ่มแก้ต่างให้พี่ชายภรรยาไม่เต็มเสียงนัก เพราะรู้ว่ามารดาไม่ชอบพัดชาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“มันตายแล้ว แกยังโง่แก้ต่างให้อีกเหรอ เมื่อไหร่แกจะตาสว่างสักทีพศินว่านังนั่นไม่คู่ควรกับแก” คุณหญิงอมรรัตน์ตีบุตรชายแรงๆ บรรณสุดจะทนไหว หยิบปืนเก็บเสียงออกมาแล้วเล็งปลายกระบอกไปยังสองแม่ลูก

“ไปให้พ้นหน้าฉัน และอย่ามายุ่งเกี่ยวกับยัยพัดอีก ไป๊ให้พ้น!” บรรณตวาดลั่น สองแม่ลูกผวาเข้าหากันอย่างหวาดกลัว เอกวัตรขยับตัวและภาวนาให้เพื่อนรักใจเย็นๆ

“แต่ผม…เอ่อ” พศินพยายามจะอธิบายต่อ หากพอเห็นสายตาแข็งกร้าวของอีกฝ่ายก็สั่นเป็นเจ้าเข้า

“ไม่ต้องไปต่อปากต่อคำคนแบบนี้ ไปกลับ ถ้ามันไม่มีญาติมารับศพก็ให้มันเป็นศพอนาถาต่อไป” คุณหญิงอมรรัตน์บังคับบุตรชายไปที่รถและขับออกไป

“สารเลว! พวกมึงไม่ตายดีแน่!” บรรณสบถอย่างโมโห ขณะมองตามท้ายรถของสองแม่ลูกคู่นั้นตาไม่กะพริบ “เจตต์ ฉันต้องการรู้เรื่องของครอบครัวนี้อย่างละเอียด” คนเป็นนายหันมาสั่งงานกับลูกน้อง เจตต์ก้มศีรษะรับคำแล้วรีบไปจัดการทันที

“แรกๆ ฉันตั้งใจจะห้ามแกนะบรรณ แต่พอเห็นท่าทีคุณหญิงนั่น ฉันสนับสนุนเต็มที่ แต่แกต้องรอบคอบให้มากๆ ส่วนเรื่องคนร้ายฉันจะจัดการเอง”

“ขอบใจมากนะวัตร” บรรณเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนรัก จากนั้นทั้งสองก็ทำเรื่องของรับศพของพัดชาไปบำเพ็ญกุศล

แม้ร่างของพัดชาจะเหลือเพียงเถ้าธุลี หากแรงแค้นในใจของบรรณยิ่งทบทวีเป็นหลายเท่า และรอวันที่จะเอาคืนคนที่ทำร้ายน้องสาวเขาอย่างสาสม!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 5

    “โยม…พาเด็กไปเปลี่ยนยางรถเถอะ” หลวงตาบอกอย่างเมตตา ดึงสติของอลินดาให้กลับมา ก่อนที่หญิงสาวจะเดินนำเด็กวัดไปที่รถเมื่อเปลี่ยนยางเสร็จเรียบร้อย อลินดาก็กล่าวขอบคุณหลวงตา จากนั้นก็ขับรถออกจากวัดไปด้วยความหวั่นวิตกกับคำขู่สุดท้ายของบรรณ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำไมเขาทำเหมือนโกรธเกลียดเธอมาสักสิบปีสิบชาติ ทั้งๆ ที่เธอกับเขาเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก หรือผู้ชายคนนั้นจำคนผิดกันแน่นะ…คิ้วโก่งสวยขมวดเข้าหากันเป็นโบว์ผูกผมตลอดเส้นทางที่ขับรถกลับบ้าน ขณะที่สมองกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น อลินดาจึงเอื้อมไปหยิบแล้วยกขึ้นมาแนบข้างใบหูเล็ก“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีครับน้องดา” เสียงทักทายดังมาตามสายทำให้หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ คล้ายรำคาญ แต่ก็ทำได้เพียงทักทายกลับไป“สวัสดีค่ะ พี่พศินโทร.มามีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า พอดีดาขับรถอยู่ค่ะ”“พี่ไม่สบายใจครับก็เลยอยากเจอน้องดา เย็นนี้เราทานข้าวเย็นด้วยกันนะครับ” พศินเอ่ยชวนด้วยสุ้มเสียงหวานๆ แต่อลินดาไม่อยากฝืนตัวเองที่จะไปกับชายหนุ่ม“พอดีดาเข้าเวรค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะรถเยอะดาเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ” หญิงสาวตัดบทแล้วกดสายทิ้งไปดื้อๆ โดยไม่สนใจคนปลายส

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 4

    ณ โรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ร่างระหงสมส่วนภายใต้ชุดเดรสสีเปลือกไข่เดินออกจากห้องตรวจด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม คนไข้ที่นั่งรออยู่ในห้องโถงต่างหันไปมองและส่งยิ้มให้คุณหมอคนสวยอย่างชื่นชม“หมอดาออกเวรแล้วเหรอคะ”“ค่ะพี่อี๊ด” แพทย์หญิงอลินดา สุวัฒนา แพทย์ประจำแผนกสูตินารีเวชยิ้มให้หัวหน้าพยาบาล “วันนี้คนไข้เยอะนะคะ คุณหมออีกสองท่านคงรับมือได้”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณหมอก็เข้าเวรมาทั้งคืนแล้ว แล้วนี่จะไปไหนต่อหรือเปล่าคะ” หัวหน้าพยาบาลก้มมองถังสังฆทานที่อลินดาถืออยู่ในมืออย่างแปลกใจ“จะไปทำบุญที่วัดค่ะแล้วก็จะเลยกลับบ้าน ไปนะคะพี่อี๊ด” อลินดาบอกแล้วเดินไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล พอมาถึงลานโล่งก็รู้สึกเหมือนมีคนแอบดูเธออยู่ คุณหมอสาวจึงมองรอบๆ ตัวเผื่อจะเจอคนรู้จัก แต่ก็ไร้เงา...“เดี๋ยวนี้คิดมากนะเรา” อลินดาส่ายหน้ายิ้มๆ กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งในรถก่อนจะขับออกไป หากอลินดามองกระจกหลังสักนิดก็คงเห็นรถโรลส์รอยซ์ แฟนทอมสีดำวิ่งตามมา และสายตาคมกริบมองท้ายรถของเธอด้วยแววตานิ่งลึกอย่างยากแก่การคาดเดา บรรณนั่งอ่านรายละเอียดประวัติต่างๆ ของอลินดา ริมฝีปา

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 3

    หนึ่งปีต่อมา...บนพื้นน้ำสีครามอันกว้างใหญ่รายล้อมไปด้วยเกาะส่วนตัวของตระกูลมัณตะธารา ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่และทรงอิทธพลมากที่สุดในน่านน้ำทะเลอันดามัน มัณตะธาราเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายมูลค่ารวมกันหลายหมื่นล้าน โดยผู้ที่กุมบังเหียนทุกอย่างคือทายาทคนโต ‘บรรณ มัณตะธารา’ นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ที่มากไปด้วยความสามารถเต็มรูปแบบ ความดุดันและความร้ายกาจในชั้นเชิงธุรกิจทำให้ไม่มีใครอยากมีปัญหากับเขา แต่ทุกครั้งที่ชายหนุ่มขยับหรือทำอะไรมักจะเป็นข่าวดังตามหน้าสื่อต่างๆ อยู่เสมอคฤหาสน์หลังใหญ่รูปทรงยุโรป ซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าของเกาะตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาหันหน้าเข้าหาทะเล ระเบียงโล่งยื่นออกไปรับลมชายหาด ร่างสูงสง่าของบรรณยืนทอดสายตามองพื้นน้ำสีครามด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนกระทั่งเสียงร้องของเด็กน้อยดังแว่วมาทำให้ชายหนุ่มต้องหันกลับไปมอง“แอ้…แอ้…” เสียงร้องของหลานชายตัวน้อยทำให้ร่างสูงก้าวยาวๆ เข้าไปหา พยาบาลที่จ้างมาดูแลอุ้มน้องพอร์ตหรือเด็กชายชลลัมพี มัณตะธารา วัยหนึ่งขวบเดินไปเดินมา แต่เจ้าหนูพอร์ตตัวกลมก็ไม่ยอมหยุดร้อง พอเห็นคุณลุงตัวใหญ่จึงยื่นมือป้อมๆ ไปหา ริมฝีปากแดงเรื่อเบะออกพร้อมกับ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 2

    หน้าห้องดับจิตของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอันดับต้นๆ ของเมืองไทยแห่งหนึ่ง โรลส์รอยซ์ แฟนทอม (RollsRoyce Phantom) สีดำขลับวิ่งมาจอดเทียบยังหน้าตึก ชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำสองคนรีบลงจากรถแล้วหันกลับไปเปิดประตูหลังให้ผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักร่างสูงสง่าล่ำบึกของบรรณ มัณตะธารา ก็ก้าวออกมาจากพาหนะสุดหรูราคาเฉียดหกสิบล้านบาท ทันทีที่รองเท้าหนังเงาวับทั้งสองข้างเหยียบย่ำลงบนพื้นฟุตบาท สายลมอ่อนๆ พร้อมกับกลิ่นหอมบางอย่างก็พัดผ่านวูบมา ทำเอาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแถบทะเลอันดามันถึงกับหัวใจกระตุกไหว ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงราวกับเจ้าตัวกำลังสะกดกั้นความรู้สึกบ้างอย่างเอาไว้ ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นสีดำหากใครได้เห็นยามนี้มันแดงก่ำเต็มไปด้วยความเครียดแค้นและความเสียใจปนอยู่“บรรณ…”เสียงเรียกทำให้บรรณหันไปมอง ซึ่งเป็นจังหวะพอดีกับเอกวัตรมาถึงตัว โดยมีนายตำรวจอีกสองคนยืนอยู่ด้านหลัง“ฉันอยากเจอยัยพัด” เสียงทุ้มที่เปล่งออกมานั้นแฝงไว้ซึ่งความเจ็บปวดอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ทำเอาเอกวัตรลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างหนักใจไม่น้อย เพราะหลังจากวันนี้เป็นต้นไปคนที่ทำกับพัดชาคงอยู่ไ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 1

    เปรี้ยงงง!!!...อสนีบาตปรากฏแสงแปลบปลาบอยู่บนเวิ้งฟ้าอันมืดมิด ก่อนที่เส้นสายลวดลายต่างๆ จะสว่างวาบพึ่บพั่บขึ้นมาเป็นระลอกใหญ่ๆ ราวกับจะนำทางให้เงาดำที่เดินแกมวิ่งอยู่บนถนนซึ่งไร้ยวดยานพาหนะได้มองเห็นจุดมุ่งหมายเบื้องหน้าร่างอ้อนแอ้นภายใต้ชุดสีเขียวอ่อนของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในวงแขนโอบกอดห่อผ้าสีขาวเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน พลางหันกลับไปมองด้านหลังด้วยประกายตาหวาดหวั่นตลอดเวลา“อุแว้...อุแว้…”เสียงร้องระงมจ้าอันไร้เดียงสาบีบคั้นหัวใจผู้เป็นแม่ยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับเอามีดที่แหลมคมกรีดลงบนเนื้อใจ ทว่าเวลานี้เธอจะอ่อนแอไม่ได้เพราะคนที่จ้องเอาชีวิตเธอกับลูกนั้นกำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ หญิงสาวพาเรือนกายที่อิดโรยของตัวเองมาถึงทางแยกสามแพร่งอย่างกระหืดกระหอบ ขณะมองซ้ายแลขวาเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหนเพื่อไปให้พ้นจากความตายในครั้งนี้‘ขอให้เราสองแม่ลูกรอดพ้นจากคนที่หมายเอาชีวิตด้วยเถอะ’คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายหลับตาลงเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะตัดสินใจก้มหน้าก้มตากอดลูกแน่นและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปทางด้านซ้าย แต่รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงก็เลี้ยวตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ“เร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status