Share

บทที่ 2

last update Last Updated: 2026-01-10 18:22:33

หน้าห้องดับจิตของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอันดับต้นๆ ของเมืองไทยแห่งหนึ่ง โรลส์รอยซ์ แฟนทอม (RollsRoyce Phantom) สีดำขลับวิ่งมาจอดเทียบยังหน้าตึก ชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำสองคนรีบลงจากรถแล้วหันกลับไปเปิดประตูหลังให้ผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักร่างสูงสง่าล่ำบึกของบรรณ มัณตะธารา ก็ก้าวออกมาจากพาหนะสุดหรูราคาเฉียดหกสิบล้านบาท ทันทีที่รองเท้าหนังเงาวับทั้งสองข้างเหยียบย่ำลงบนพื้นฟุตบาท สายลมอ่อนๆ พร้อมกับกลิ่นหอมบางอย่างก็พัดผ่านวูบมา ทำเอาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแถบทะเลอันดามันถึงกับหัวใจกระตุกไหว ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงราวกับเจ้าตัวกำลังสะกดกั้นความรู้สึกบ้างอย่างเอาไว้ ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นสีดำหากใครได้เห็นยามนี้มันแดงก่ำเต็มไปด้วยความเครียดแค้นและความเสียใจปนอยู่

“บรรณ…”

เสียงเรียกทำให้บรรณหันไปมอง ซึ่งเป็นจังหวะพอดีกับเอกวัตรมาถึงตัว โดยมีนายตำรวจอีกสองคนยืนอยู่ด้านหลัง

“ฉันอยากเจอยัยพัด” เสียงทุ้มที่เปล่งออกมานั้นแฝงไว้ซึ่งความเจ็บปวดอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ทำเอาเอกวัตรลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างหนักใจไม่น้อย เพราะหลังจากวันนี้เป็นต้นไปคนที่ทำกับพัดชาคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่

“ศพยัยพัดอยู่ในห้องดับจิต” เอกวัตรเดินนำเพื่อนเข้าไปด้านใน เจ้าหน้าที่ประจำห้องเดินออกมาต้อนรับและพาไปที่ช่องเก็บร่างของพัดชา บรรณมองป้ายชื่อที่ติดอยู่ในช่องเล็กๆ ด้วยประตากายแข็งกร้าว มือหนาจับที่เปิดและกำไว้แน่นก่อนจะค่อยๆ ดึงออกมาช้าๆ เอกวัตรเห็นรอยนูนของกรามแกร่งที่ปรากฏขึ้นก็รู้ว่าเพื่อนรักเจ็บปวดมากแค่ไหนกับการสูญเสียน้องสาวสุดรักไปอย่างกะทันหันแบบนี้

“ถ้าเธอบอกพี่สักคำ พี่จะไม่ให้เธอต้องโดดเดี่ยวแบบนี้พัด” คนเป็นพี่มองหน้าซีดขาวของน้องสาว ขณะกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

“น้องพัดไปสบายแล้วนะ” เอกวัตรวางมือลงบนบ่ากว้างของเพื่อนรักและบีบแรงๆ อย่างให้กำลังใจ “แต่ยัยพัดได้มอบของล้ำค่าไว้ให้ นั่นก็คือหลานชายของนาย”

“ตอนนี้หลานฉันอยู่กับใคร” บรรณถามหลังจากที่เลื่อนศพของน้องสาวเข้าไปเก็บในช่องเย็นตามเดิม

“ฉันให้แม่ช่วยเลี้ยง ตาหนูเลี้ยงง่ายไม่งอแงเลย ถ้านายอยากจะรับไปวันนี้ก็ได้นะ” เอกวัตรพูดตามคำบอกเล่าของมารดา

“ทางสามียัยพัดว่ายังไงบ้างวัตร” บรรณถามเรื่องน้องเขยที่เคยเห็นหน้ากันเพียงครั้งเดียว เพราะตั้งแต่น้องสาวตัดสินใจอยู่กินกับสามี เขาก็ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวอีกเลย จะมีเพียงโทร.ถามข่าวคราวสารทุกข์สุขดิบกันเท่านั้น จนกระทั่งสองเดือนก่อนได้ยินพัดชาพูดเป็นนัยว่าอยากกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งเขาเองก็พร้อมจะไปรับทันที แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเกิดเรื่องสุดเศร้าขึ้นเสียก่อน

“ไม่มีการติดต่อใดๆ กลับมาเลย ทั้งๆ ที่ฉันให้คนไปบอกแล้วว่าพัดเสียชีวิต แม่ฝ่ายสามีก็ออกงานสังคมตามปกติราวกับว่าไม่รับรู้เรื่องของพัดกับลูก”

“ไอ้สารเลวนั่น มันเป็นสามีแบบไหนกัน” บรรณกดเสียงต่ำจนน่ากลัว “ฉันอยากรู้ผลการสอบสวนและผลชันสูตรโดยด่วน”

“ไปคุยกันในรถดีกว่า” เอกวัตรมองเจ้าหน้าที่แล้วพาบรรณเดินออกจากห้อง บรรณมองเสี้ยวหน้าเคร่งขรึมของเพื่อนก็รู้ว่าการตายของน้องสาวต้องมีอะไรมากกว่าถูกลอบยิง

“นี่คือผลการสอบสวน” เอกวัตรยื่นเอกสารให้หลังจากเข้ามานั่งในโรลส์รอยซ์ แฟนทอม “พัดถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดจุดสามแปดหนึ่งนัด ตอนที่ฉันไปเจอ พัดก็อ่อนแรงเต็มทีและไม่ยอมบอกอะไรเลย บอกแค่ว่าขอให้ความลับตายไปพร้อมกับแก ตอนนี้ฉันให้คนเก็บกล้องวงจรปิดตั้งแต่โรงพยาบาลและตามเส้นทางที่คนร้ายหนี อีกสองสามวันน่าจะได้เรื่อง”

“พัดถูกฆาตกรรม!” บรรณสรุป ขณะมือกำเอกสารแน่น

“ใช่ ฉันตั้งไว้มีแค่ประเด็นเดียวคือเรื่องชู้สาว เพราะยัยพัดไม่เคยมีศัตรูที่ไหน” เอกวัตรบอกข่าวใหม่ที่เพิ่งรับรายงานเมื่อเช้า ทำเอาคิ้วหนาของคนฟังขมวดเข้าหากัน

“คุณหญิงอมรรัตน์แม่ของนายพศินปล่อยข่าวว่าลูกชายจะหมั้นกับคุณหนูไฮโซคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่ยัยพัดกำลังตั้งท้องหลานของตัวเอง”

“มันเลวกันทั้งตระกูล ฉันไม่ปล่อยเรื่องนี้เงียบไปเฉยๆ แน่ ใครที่ทำให้ยัยพัดต้องมีอันเป็นไป พวกมันต้องชดใช้ด้วยชีวิตเช่นกัน” บรรณบอกเสียงเรียบๆ ทว่าสุดสะพรึงยิ่งนัก จนเอกวัตรได้แต่กลัวแทนคนที่ทำ

“จะทำอะไรก็รอบคอบหน่อยนะ ถ้ามีคนแจ้งความจับนาย ฉันก็คงต้องทำตามหน้าที่” เอกวัตรเตือนสติเพื่อนรัก แต่มั่นใจว่าคนอย่างบรรณไม่มีทางทิ้งหลักฐานไว้แน่นอน

“ขอบใจที่เตือน ฉันจะทำให้พวกมันเจ็บมากกว่าฉันพันเท่า!” เสียงทุ้มประกาศกร้าวด้วยเพลิงแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ และวินาทีนั้นเองก็มีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ สายตาคมกริบตวัดมองอย่างรวดเร็วเพราะรู้ดีว่าเจ้าของรถคันนั้นคือใคร

พศินรีบเปิดประตูรถลงมาหาร่างสูงใหญ่อันน่าเกรงขามที่ก้าวออกมาจากรถเช่นเดียวกัน

“สวัสดีครับคุณบรรณ” คนเป็นน้องเขยยกมือขึ้นไหว้ แต่บรรณไม่คิดจะรับไหว้ มีเพียงแค่ปรายตามองใบหน้าหม่นคล้ำของพศินไม่วางตา

“ขอบใจที่ยังจำพี่เมียอย่างฉันได้”

“ผมขอโทษที่ดูแลพัดไม่ดีจนเธอต้อง…” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ต้องเงียบเพราะมีก้อนเหนียวๆ วิ่งขึ้นไปจุกที่ลำคอ บรรณแสยะยิ้มหยันๆ แล้วเดินมาใกล้ พศินรีบถอยหลังออกห่างอย่างกลัวๆ แต่ก็ไม่ทัน เพราะถูกบรรณกระชากคอเสื้อเข้าหาตัว และมองไปที่รถของพศินเห็นผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งนั่งอยู่ ถ้าจะให้เขาเดาคงเป็นคุณหญิงอมรรัตร์

“เก็บคำขอโทษไว้ไปบอกพัดที่ยมโลกก็แล้วกัน” พูดจบผู้ที่ทรงอิทธิพลก็ใช้กำปั้นหนักๆ ชกเข้าที่หน้าของพศินจนเลือดไหลกลบปาก ก่อนจะขยับเข้าไปหมายจะซ้ำอีกสักหมัดสองหมัด แต่ก็ถูกเอกวัตรถลาเข้ามาจับตัวเอาไว้เสียก่อน

“อย่าบรรณ…”

คุณหญิงอมรรัตน์เห็นลูกชายถูกทำร้ายก็รีบเปิดประตูลงมาดู

“แกเป็นใครถึงมาชกลูกชายฉันแบบนี้” หญิงสูงวัยประคองบุตรชายไว้ขณะสายตามองบรรณอย่างไม่พอใจ “หรือแกเป็นผัวใหม่นังพัด”

“แม่...หยุดเถอะ” พศินหันไปปรามมารดา แต่ดูเหมือนคุณหญิงอมรรัตน์จะไม่รู้อะไรเอาเสียเลย

“แม่ไม่หยุด นังนั่นมันสวมเขาให้แก และผู้ชายคนนี้คงจะเป็นผัวของมันและเป็นพ่อของลูกมัน” คุณหญิงอมรรัตน์เรียกจิกหัวจนบรรณทนไม่ไหวตรงปรี่ไปหา

“บรรณหยุด…” เอกวัตรรีบเข้าไปขวางไว้ หญิงสูงวัยเห็นท่าทางบรรณเหมือนหมาบ้าก็มองด้วยสายตาเหยียดหยาม

“สันดานไพร่ นี่คงขโมยรถเจ้านายมาล่ะสิ พวกขี้ข้าอยากทำตัวเป็นผู้ดี”

“แม่…” พศินเรียกมารดาเสียงสั่นเพราะสีหน้าของบรรณเข้มจนแดงจัด “คุณบรรณไม่ทำอย่างนั่นหรอก” ชายหนุ่มแก้ต่างให้พี่ชายภรรยาไม่เต็มเสียงนัก เพราะรู้ว่ามารดาไม่ชอบพัดชาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“มันตายแล้ว แกยังโง่แก้ต่างให้อีกเหรอ เมื่อไหร่แกจะตาสว่างสักทีพศินว่านังนั่นไม่คู่ควรกับแก” คุณหญิงอมรรัตน์ตีบุตรชายแรงๆ บรรณสุดจะทนไหว หยิบปืนเก็บเสียงออกมาแล้วเล็งปลายกระบอกไปยังสองแม่ลูก

“ไปให้พ้นหน้าฉัน และอย่ามายุ่งเกี่ยวกับยัยพัดอีก ไป๊ให้พ้น!” บรรณตวาดลั่น สองแม่ลูกผวาเข้าหากันอย่างหวาดกลัว เอกวัตรขยับตัวและภาวนาให้เพื่อนรักใจเย็นๆ

“แต่ผม…เอ่อ” พศินพยายามจะอธิบายต่อ หากพอเห็นสายตาแข็งกร้าวของอีกฝ่ายก็สั่นเป็นเจ้าเข้า

“ไม่ต้องไปต่อปากต่อคำคนแบบนี้ ไปกลับ ถ้ามันไม่มีญาติมารับศพก็ให้มันเป็นศพอนาถาต่อไป” คุณหญิงอมรรัตน์บังคับบุตรชายไปที่รถและขับออกไป

“สารเลว! พวกมึงไม่ตายดีแน่!” บรรณสบถอย่างโมโห ขณะมองตามท้ายรถของสองแม่ลูกคู่นั้นตาไม่กะพริบ “เจตต์ ฉันต้องการรู้เรื่องของครอบครัวนี้อย่างละเอียด” คนเป็นนายหันมาสั่งงานกับลูกน้อง เจตต์ก้มศีรษะรับคำแล้วรีบไปจัดการทันที

“แรกๆ ฉันตั้งใจจะห้ามแกนะบรรณ แต่พอเห็นท่าทีคุณหญิงนั่น ฉันสนับสนุนเต็มที่ แต่แกต้องรอบคอบให้มากๆ ส่วนเรื่องคนร้ายฉันจะจัดการเอง”

“ขอบใจมากนะวัตร” บรรณเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนรัก จากนั้นทั้งสองก็ทำเรื่องของรับศพของพัดชาไปบำเพ็ญกุศล

แม้ร่างของพัดชาจะเหลือเพียงเถ้าธุลี หากแรงแค้นในใจของบรรณยิ่งทบทวีเป็นหลายเท่า และรอวันที่จะเอาคืนคนที่ทำร้ายน้องสาวเขาอย่างสาสม!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 73 จบบริบูรณ์

    “จบสิ้นกันสักที ผมขออโหสิกรรมให้คุณหญิงทั้งหมด...” บรรณพึมพำแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เจตต์มองเลือดที่ไหลออกมาจากต้นแขนของผู้เป็นนายก็ไม่สบายใจ“ฉันไปล่ะ ฝากด้วยนะวัตร หายไปนานๆ เดี๋ยวเมียสงสัย” เจ้าพ่อหนุ่มหันไปบอกเอกวัตรที่ยืนข้างๆ ทำเอาทุกคนพากันอมยิ้มกับอาการกลัวเมียของนายใหญ่แห่งมัณตะธารา“ฉันว่านายไปทำแผลก่อนดีกว่า ไปแบบนี้คุณดาอาจจะช็อคเอาได้” ผู้กองหนุ่มแนะนำ แล้วมองเลยไปที่คนางค์ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างพี่ชาย“ดีเหมือนกัน” บรรณตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ เจตต์ตามไปอารักขา ส่วนคนางค์ได้แต่หันรีหันขวางก่อนจะเตรียมเดินตามพี่ชายไป ทว่ากลับถูกเอกวัตรคว้ามือไว้ได้ทัน“จะไปไหนหืม...”“ฉันก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะสิ งานเสร็จแล้วนี่” เธอบิดข้อมือออกจากมือนายตำรวจหนุ่ม เอกวัตรมองสีระเรื่อที่ผุดขึ้นบนแก้มนวลก็เอ่ยแซวยิ้มๆ“อายเป็นด้วยเหรอเรา”“ฉันเป็นผู้หญิงนะคุณ มารยาหญิงก็มี แต่ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง” หญิงสาวบอกแล้วเดินหนีไปที่ลิฟต์ เอกวัตรอมยิ้มแล้วเดินตามไป“เย็นนี่ว่างหรือเปล่า...”คนางค์ชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองร่างสูงสมาร์ท แววตาแพรวพราวทำให้เอกวัตรรู้สึกแปลกๆ จนกระทั่งร

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 72

    อีกสองวันต่อมา...รถกระบะเก่าๆ วิ่งไปจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาล ก่อนที่หญิงสาวที่แต่งตัวสะสวย รูปร่าง ผิวพรรณดี เหมือนกับลูกไฮโซจะเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์“ฉันเป็นเพื่อนหมออลินดา เธอพักอยู่ห้องไหนคะ” หญิงสาวสาวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล“อ๋อ คุณหมอออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”“ทำไมออกเร็วจังคะ หมออลินดาแข็งแรงดีแล้วเหรอ”“ยังหรอกค่ะ แต่สามีของเธอกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็เลยขอออกก่อน แล้วจ้างพยาบาลพิเศษไปดูแลค่ะ”“น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เลยไม่ได้เจอหมอดาเลย แบบนี้คงต้องไปเยี่ยมที่บ้านสินะคะ”“คุณบรรณไม่ได้พาคุณหมอกลับบ้านหรอก ได้ยินว่าจะไปพักฟื้นต่อคอนโดฯ ของคุณบรรณ แถวๆ สาทรน่ะค่ะ”“อ้อ...งั้นเหรอคะ ขอบคุณนะคะ”“ค่ะ”จบการสนทนาแค่นั้น สาวสวยก็เดินออกจากเคาน์เตอร์ ตรงดิ่งไปยังรถกระบะเก่าๆ แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับคนในรถ ก่อนจะรับเงินมา เป็นอันหมดหน้าที่ณ คอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร...หญิงรูปร่างอวบท้วมในชุดแม่บ้านของคอนโดฯ เดินถือกระเป๋าเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ข้างๆ กันเปิดออก พิงค์กี้กับปีเตอร์ก้าวออกมาพอดีคุณหญิงอมรรัตน์มาถึงชั้นที่อลิน

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 71

    “ไม่ต้องกลัว พัดมาลาและอยากขอบคุณคุณหมอมากๆ เลยนะคะ ที่รักและเมตตาน้องพอร์ต” พัดชาพูดเนิบนาบแต่น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังแก้ว“คุณจะไปไหนคะ”“ถึงเวลาที่พัดต้องไปอยู่ในที่ของพัดแล้ว ฝากลาพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดต่อพี่ชายมากและอยากขอร้องคุณให้ห้ามพี่บรรณอย่าทำร้ายใครเพราะพัดอีกเลย พศินได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพัดแล้ว คุณหญิงอมรรัตน์ก็ต้องรับผลกรรมที่ทำเช่นกัน”“ฉันจะพยายามห้ามเขานะคะ แต่พี่ชายคุณพัดก็ดื้อเหลือเกิน” อลินดาบางครั้งก็อ่อนใจกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม พัดชายิ้มหวานมองอลินดาอย่างชื่นชม“พี่บรรณไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเอง และมีคุณเท่านั้นที่จะห้ามพี่บรรณได้ ฝากน้องพอร์ตและพี่บรรณด้วยนะคะ ถึงเวลาที่พัดจะต้องไปจริงๆ แล้ว…”สิ้นประโยคดังกล่าว ร่างของพัดชาจะค่อยๆ กลาย เป็นแสงระยิบระยับมลังเมลืองสีทอง และจางหายไปตามอากาศธาตุต่อหน้าต่อตาอลินดา“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพัด อย่าเพิ่งไป”เสียงพูดละเมอของคนที่หลับอยู่บนเตียงทำเอาบรรณรีบถลามาหาอย่างตกใจ มือกุมมืออลินดาแน่นพร้อมกับเรียกขานให้เธอรู้สึกตัว“ดา…ดา...”เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้า และเห็นใบหน้าคมที่วันนี้รกครึ้มไปด้วยเคราลอยเหนือใบ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 70

    “พัด ช่วยดาด้วยนะ ช่วยดาด้วย อย่าให้ดาต้องเป็นอะไรไป เพราะพี่คงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีดา...” บรรณพึมพำ มือประสานกันไว้บนเข่าเวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนหนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงก็ผ่านไปอีก ทีมแพทย์หรือใครก็ไม่ออกมาส่งข่าว ทำให้หัวใจแกร่งรุ่มร้อนจนอยากจะพังประตูเสียตอนนั้น เจตต์และเอกวัตรเสร็จสิ้นภารกิจก็พากันตามมาสมทบ ผู้กองหนุ่มมองหน้าเครียดๆ ของเพื่อนรักพร้อมบีบบ่ากว้างให้กำลังใจ“คุณหญิงอมรรัตน์หนีไปได้ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาให้เราจับตัวแน่ๆ”“ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหญิงป้าแกจะร้ายได้ถึงขนาดนี้” พิงค์กี้นั่งถอนหายใจเบาๆ อยู่ข้างบรรณเวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ เสียงสวรรค์ที่เจ้าพ่อหนุ่มและทุกคนรอคอยก็มาถึง ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกจากด้านใน แพทย์เดินออกมา ในขณะที่บรรณรีบถลาเข้าไปถึงตัวเป็นคนแรก“หมอครับ! เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ!”คุณหมอวัยกลางคนยิ้มให้กับญาติคนไข้อย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันได้ตอบ บรรณก็เขย่าตัวหมอแรงๆ อย่างร้อนใจ จนแว่นสายตาหลุดจากดั้งจมูก“บอกผมสิหมอ เมียกับลูกผมปลอดภัยใช่ไหม”“บรรณใจเย็นๆ” เอกวัตรจับเพื่อนห่างจากคุณหมอ คุณหมอขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง แล้วตอบออกมาด้วยน้ำเ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 69

    วินาทีนั้นเองจู่ๆ อลินดาก็เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายอ่อนเหลว ก่อนจะค่อยๆ ทรุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยังดีที่บรรณเหลือบเห็นเสียก่อน จึงรีบหันไปประคองเอาไว้ได้ทัน“ดา…ดาเป็นอะไร???”“ลูก…ลูกของเรา” อลินดาบอกเสียงสั่นเทา บรรณกอดภรรยาแนบอกแล้วมองหาเจตต์ที่อยู่บริเวณมุมอับของโกดัง ซึ่งเจตต์ก็คือคนที่ยิงพศินเมื่อครู่นั่นเองขณะนั้นเอกวัตรก็ได้นำกำลังตำรวจวิ่งเข้ามา คุณหญิงอมรรัตน์ถึงกับผงะด้วยความคาดไม่ถึง สมองเริ่มคิดหาทางรอด เพราะตัวเองจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ แบบนี้เป็นแน่“รีบพาคุณดาไปโรงพยาบาลเร็ว!” เอกวัตรบอกเพื่อนรัก บรรณไม่รอช้ารีบอุ้มอลินดาตรงไปยังรถที่จอดรออยู่ด้านนอก ส่วนคุณหญิงอมรรัตน์ได้แต่มองตามด้วยประกายแข็งกร้าว‘ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง!!!’หญิงสูงวัยอาฆาตในใจ ตอนนี้ต้องหาทางรอดจากที่นี่เสียก่อน แล้วค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สาย“ยอมมอบตัวกับผมเถอะครับคุณหญิง เรื่องหนักจะได้กลายเป็นเบา” เอกวัตรบอกเสียงนุ่ม พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ“ไม่มีทาง!”แล้วคุณหญิงอมรรัตน์ก็งัดหมัดเด็ดด้วยการยกปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเอง พร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ“ใจเย็นๆ นะครับคุณหญิง เราตกลงกันได้...”เอกวัต

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 68

    “ปล่อยดาก่อน แล้วยื่นหมูยื่นแมว”“มึงไม่มีสิทธิมาต่อรองโว้ย เพราะคนที่จะกำหนดความเป็นความตายของมึงกับอลินดาคือกูกับแม่เท่านั้น” พศินตะโกนลั่นอย่างชิงชัง “แต่กูจะบอกเอาบุญก่อนที่มึงจะตาย กูจะฆ่าลูกของมึง แล้วเอาเมียมึงมาเป็นนางบำเรอ ตามด้วยการยึดทุกอย่างที่เป็นของมึงมาในฐานะพ่อของไอ้เด็กพอร์ต”เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว บรรณถึงกับขบกรามแน่น แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธ“พวกชั่ว โกรธฉันก็ต้องมาลงที่ฉันสิวะ ความแค้นระหว่างเราจะได้จบสิ้นสักที” เจ้าพ่อหนุ่มคำรามอย่างสุดทน คุณหญิงอมรรัตน์แสยะยิ้มแววตาแข็งกระด้างน่ากลัว“แม่เพิ่งเห็นแกฉลาดก็วันนี้” จากนั้นนางก็หยิบห่อกระดาษเล็กๆ จากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้บุตรชาย “เอายานี่กรอกปากอลินดาซะ มันจะได้มีชะตากรรมเหมือนนังพัดชา”บรรณเย็นวาบไปทั่วตัว ตาจ้องมองห่อกระดาษเล็กๆ ในมือพศิน“คิดเอาไว้ไม่มีผิด แกเป็นคนวางยาพัดชาจริงๆ”ความแค้นสุมแน่นในอกจนแทบระเบิด ลำพังตัวเองคนเดียวเขาไม่กังวลอะไรหรอก แต่ตอนนี้เมียและลูกเขาอยู่บนความเป็นความตาย ยังไงก็ต้องรอบคอบให้ดีๆ“น้องแกมันโง่เอง ฉันทำดีด้วยหน่อยก็คิดว่าฉันยอมรับเป็นลูกสะใภ้ ฉันเลยจัดการมันง่ายกว่าที่คิด” หญ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status