Se connecterขณะที่พันรักเดินไปหา กันต์ เพื่อนสนิทที่ยืนรออยู่แล้ว กันต์ยิ้มรับพลางกระซิบ
"รอดตายแล้วนะมึง กูก็คิดว่ามึงจะไปต่อยกับไอ้ด้ายกลางวงซะแล้ว"
"กูไม่ได้อยากมีเรื่อง แค่ไม่ชอบอยู่ใกล้ฟีโรโมนมัน"
พันรักตอบเสียงเบา กลิ่นกาแฟจางๆ ที่ตัวเขาพยายามกดไว้เริ่มกลับมาคงที่อีกครั้งเมื่ออยู่ใกล้เบต้าที่ไม่มีฟีโรโมนอย่างกันต์
กิจกรรมดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ทั้งการวิ่งสามขา การคาบช้อนส่งลูกปิงปอง ด้ายทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมจนลูกตาลและโอเมก้าคนอื่นๆ ดูจะสนใจกับความเป็นสุภาพบุรุษนี้ไปตามๆ กัน ส่วนพันรักและกันต์ก็ทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบตามสไตล์เด็กเนิร์ดที่เอาจริงเอาจังไปซะทุกเรื่อง
จนกระทั่งมาถึงช่วงสุดท้ายของวัน กิจกรรมที่สำคัญที่สุดคือการ 'จับคู่บัดดี้แล็บ' ซึ่งรุ่นพี่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นว่า คู่บัดดี้นี้จะเป็นการจับคู่บัดดี้แบบถาวร รวมถึงต้องเป็นคู่ทำแล็บวิจัยร่วมกันไปตลอดหนึ่งปี
"เอาล่ะครับทุกคน! ฟังทางนี้!"
รุ่นพี่สันทนาการประกาศเสียงดัง
"ตอนนี้ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย เราจะให้พวกคุณเดินมาจับฉลาก 'หมายเลขบัดดี้' กันทีละคน พอได้เลขแล้ว ให้เดินตามหาเพื่อนที่มีเลขตรงกัน ใครเจอแล้วให้พากันมาลงชื่อที่โต๊ะของรุ่นพี่ข้างหน้านี้นะครับ บัดดี้นี้ห้ามเปลี่ยนนะ! เป็นคู่ทำแล็บกันยาวๆ ไปเลยนะครับ!"
พันรักถอนหายใจยาวพลางเดินต่อแถวเข้าไปหยิบแผ่นกระดาษในกล่อง เขาภาวนาในใจขอเลขอะไรก็ได้ที่คนถือน่าจะเป็นคนคุยง่ายและตั้งใจเรียน เขาคลี่แผ่นกระดาษในมือออกช้าๆ
หมายเลข 279
"เลขห้องพักเนี่ยนะ?"
พันรักขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเองก่อนจะเริ่มเดินฝ่าฝูงชนที่กำลังวุ่นวายกับการชูแผ่นกระดาษและตะโกนเรียกหาหมายเลขของตัวเอง
"ใครได้ 205 บ้าง!"
"312 อยู่ไหน!"
พันรักเดินไปรอบๆ ลานกิจกรรมพลางกวาดสายตามองหาคนที่มีเลข 279 เหมือนกัน เขาไม่อยากส่งเสียงดัง จึงทำเพียงแค่เดินดูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าใครบางคนที่กำลังยืนเกาหัวพลางมองกระดาษในมือด้วยสีหน้ามึนๆ ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาดูคุ้นตาที่เด่นมาแต่ไกล
พันรักหยุดกะทันหัน ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังกลั่นแกล้งเขาเริ่มกลับมาอีกครั้ง เขาเห็นคนตรงหน้าค่อยๆ ชูกระดาษขึ้นมาเหนือหัวหวังจะให้คนเห็นเลขได้ง่ายขึ้น
บนกระดาษใบนั้นเขียนตัวเลขเด่นหรา... 279
ด้ายเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณเมื่อรู้สึกว่ามีคนมายืนจ้อง วินาทีที่สายตาสบประสาทตากับพันรัก ด้ายก็อ้าปากค้างจนเกือบจะปล่อยกระดาษหลุดมือ
"ไม่จริงน่า..."
ด้ายพึมพำด้วยใบหน้าที่แสดงความช็อกสุดขีดไม่ต่างจากพันรัก
"อย่าบอกนะว่านาย..."
พันรักที่ยืนนิ่งเริ่มก้มลงมองกระดาษในมือตัวเองสลับกับแผ่นที่ด้ายถืออยู่ซำแล้วซ้ำเล่าเพื่อความแน่ใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป ความบังเอิญที่เกิดขึ้นหลายครั้งจนน่าขนลุกทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เจออาถรรพ์เข้าจริงๆ
"น้องด้ายกับน้องพันรักจับคู่กันได้อีกแล้วเหรอครับเนี่ย!"
รุ่นพี่ที่คอยสังเกตอยู่เดินเข้ามาตะโกนใส่ไมค์ด้วยความตื่นเต้น
"ดูสิครับทุกคน! เมื่อกี้ก็ได้เลขเดียวกัน ตอนนี้ยังจับได้เลขเดียวกันอีกต่างหาก! นี่มันบุพเพสันนิวาสชัดๆ! ล็อคมงตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนจบเลยนะ!"
ท่ามกลางเสียงโห่และเสียงแซวที่ดังระงม มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาอย่างร่าเริง
"เฮ้ย! ด้าย! พันรัก! ยินดีด้วยเพื่อน!"
ร่างของเด็กหนุ่มหน้าทะเล้นในเสื้อช็อปคณะบริหารธุรกิจเดินเข้ามาหาพวกเขา เขาคือ เซน เพื่อนสนิทของด้ายที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน เซนหัวเราะร่วนพลางตบไหล่ด้ายแรงๆ
"พวกมึงนี่เหมือนคู่ในตำนานคณะกูเลยว่ะ พี่ซันกับพี่ลูนน่ะ เมื่อ 3 ปีก่อนก็จับได้เป็นพี่รหัสกันจนเป็นข่าวดังไปทั้งมหาลัย สงสัยจะเป็นพวกนายจะได้เป็นคู่ชะตาของรุ่นนี้จริงๆ สินะเนี่ย"
เซนแซวพลางหันไปหาพันรัก
"กูรู้นะว่าพวกมึงเป็นรูมเมทกันน่ะ ด้ายมันโทรไปบ่นให้กูฟังเป็นชั่วโมงว่าซวยแค่ไหนที่ได้อยู่ห้องเดียวกับมึง"
พันรักตวัดสายตาเขียวปัดไปมองด้ายที่ทำหน้าไม่ถูก
"ฉ..ฉันแค่ระบายความอัดอั้นใจกับเพื่อนสนิทเว้ย!"
ด้ายโต้กลับ
"แล้วนายจะหงุดหงิดทำไม ฉันต่างหากที่ต้องไม่พอใจที่ต้องมาเป็นบัดดี้ทำแล็บกับนายเนี่ย!"
"ทำอย่างกับฉันเต็มใจ!"
พันรักรีบตอบปฏิเสธ
"แหม...พอๆ ไม่ต้องทะเลาะกันเพื่อกลบเกลื่อน"
เซนยังไม่หยุดกวน
"บัดดี้เปลี่ยนไม่ได้นะเพื่อน กฎคือกฎ แถมต้องทำแล็บคู่กันด้วยอีก กลิ่นกาแฟกับกลิ่นกุหลาบ งู๊ย... เข้ากั๊นเข้ากัน!"
"หุบปากไปเลยไอ้เซน!"
ด้ายตะโกนใส่เพื่อนรัก
พันรักถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ เขาหันไปมองพวกรุ่นพี่ที่กำลังยิ้มกริ่ม
"รุ่นพี่ครับ ขอเปลี่ยนคู่ได้ไหมครับ พวกผมไม่สะดวกใจ?"
"เสียใจด้วยนะจ๊ะน้องพันรัก กฎคือห้ามเปลี่ยนเด็ดขาด! บัดดี้คือคนที่จะช่วยเราเรียนจนจบ เตรียมตัวเตรียมใจทำแล็บคู่กันได้เลยจ้า!"
รุ่นพี่สาวประเภทสองคนหนึ่งตะโกนตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี
พันรักหันกลับมามองด้าย ที่ตอนนี้ดูจะเริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้างแล้วแต่หน้ายังบูดบึ้ง
"นาย... พรุ่งนี้มีแล็บของอาจารย์อรุณตอนบ่าย อย่ามาสายล่ะ"
"เออ รู้แล้วน่า! ไม่เห็นต้องสั่งเลย"
ด้ายตอบพลางสะบัดหน้าหนี แต่ในใจเขากลับมีความรู้สึกแปลกๆ ผุดขึ้นมา เป็นความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ ที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไม
"นาย... นายโอเคไหม?""โอเคสิ" พันรักตอบเรียบๆ พลางกลับไปสนใจหนังสือต่อ "บอกแล้วไงว่าฟีโรโมนอัลฟ่าไม่มีผลกับฉัน... ยกเว้นของนายคนเดียว"คำตอบที่ได้รับนั้นทำให้ด้ายรู้สึกดีจนอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มชอบใจก่อนที่จะกลับไปนั่งลงที่ข้างๆพันรักตามเดิม"งั้นบอดี้การ์ดคนนี้จะคอยระวังไว้ให้มากกว่าเดิมแล้วกันนะ เผื่อมีอัลฟ่าที่นิสัยแย่กว่ายัยนั่นโผล่มาอีก"พันรักไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับลอบยิ้มเล็กๆ โดยที่ไม่ให้ด้ายเห็นเมื่อถึงเช้าวันครบกำหนดส่งงานของศาสตราจารย์มารุต บรรยากาศในห้องเรียนเต็มไปด้วยความกดดัน นักศึกษาหลายกลุ่มนั่งหน้าตาซีดเซียวจากการไม่ได้นอนมาหลายคืน และสายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่ร่างโปร่งที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด พันรักยังคงรักษามาดนิ่งๆ ได้เหมือนเดิม แม้ใบหน้าจะดูซีดเซียวลงกว่าปกติเล็กน้อยไม่ต่างจากเพื่อนๆ ในห้อง ตรงข้ามกับด้าย ที่ตอนนี้นั่งกอดอกด้วยท่าทีระแวดระวัง สายตาของเขาคอยกวาดมองไปรอบๆ ราวกับราชสีห์ที่กำลังปกป้องอาณาเขต เพราะเขาแอบสังเกตเห็นมือของพันรักที่กำขอบโต๊ะแน่นจนสั่นระริก"พันรัก ถ้าไม่ไหวบอกนะ" ด้ายกระซิบเบาๆ"ฉันโอเค" พันรักตอบเสียงเรียบ ด้ายรู้ดีว่าภายใต้คำว่าโอเคนั้น พ
ช่วงสายของวันดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างเงียบสงบและผ่อนคลายอย่างที่ด้ายหวังไว้แต่หลังจากนั้นไม่นานบรรยากาศที่เคยสงบในตอนแรกก็ถูกพังทลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มมาจากหน้าตึกคณะเภสัชศาสตร์ เรียกความสนใจจากนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาให้หันไปมองเป็นตาเดียว ประตูรถสปอร์ตสีแดงสดถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบางระหงในชุดนักศึกษารัดรูปที่ทำให้เห็นทรวดทรงที่น่ามองของอัลฟ่าสาวดีกรีดาวคณะบริหารธุรกิจ ไหม คู่หมั้นที่ตระกูลของด้ายหมายตาไว้ เธอเดินนวยนาดเข้ามาในโถงคณะ จนคนที่อยู่แถวนั้นต่างก็จ้องมองเธออย่างไม่วางตา การมาถึงของหญิงสาวในวันนี้มีเป้าหมายเดียวคือ การมาตามหาว่าที่คู่ครองในอนาคต ที่ช่วงนี้ทำตัวห่างเหินราวกับจะหายสาบสูญไปจากวงสังคมของเธอ"ด้ายคะ!" เสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยความเอาแต่ใจของไหมเรียกขึ้นทันทีที่สายตาเธอปะทะเข้ากับชายหนุ่มที่เธอตามหา ซึ่งเขากำลังนั่งติวหนังสืออยู่กับพันรักที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ตึกคณะด้ายขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าคนที่ตะโกนเรียกเขาอย่างสนิทสนม ความรู้สึกผ่อนคลายก่อนหน้านี้เมื่ออยู่กับพันรักสองคนกลับสลายหายไปในทันที"ไหม? มาทำอะไรที่นี่?""ก็ด้ายไม่ยอมรับสายไหม
หลังจากวันที่พวกเขาจับมือและทำข้อตกลงร่วมกัน ห้องปฏิบัติการคณะเภสัชศาสตร์ก็เริ่มเปลี่ยนไป จากปกติที่เพื่อนๆ ในห้องต่างก็เห็นว่าทั้งสองคนดูไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่ ก็กลับต้องมาแปลกใจกับการกระทำที่ไม่ปกติ ของด้ายที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ "พันรัก เมื่อเช้านายกินข้าวหรือยัง?"เสียงทุ้มของ ด้าย ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องแล็บช่วงสาย พันรักที่กำลังจดจ่อกับการส่องกล้องจุลทรรศน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองรูมเมทที่ตอนนี้กลายมาเป็นคนดูแลส่วนตัวควบตำแหน่งผู้ช่วยวิจัย"กินแล้ว" พันรักตอบสั้นๆ พลางขยับแว่น "นายถามรอบที่สามแล้วนะ จะหยุดได้หรือยัง""อ้าวเหรอ นึกว่ายังไม่ได้ถาม" ด้ายยักไหล่ ท่าทางดูไม่ยี่หระกับคำประชดประชัน เขาเดินเข้ามาใกล้พันรักมากขึ้นจนกลิ่นกุหลาบลาฟอนจางๆ วนเวียนอยู่รอบตัว "ก็วันนี้นายดูหน้าซีดๆ ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ เดี๋ยวฉันจัดการคีย์ข้อมูลต่อให้เอง"ภาพที่ด้าย อัลฟ่าหนุ่มสุดฮอตเดินตามติดพันรัก คอยหยิบน้ำ ส่งสมุดบันทึก หรือแม้แต่การกันนักศึกษาคนอื่นไม่ให้เข้ามาใกล้โต๊ะแล็บในรัศมีหนึ่งเมตร กลายเป็นภาพชินตาที่ทำให้เพื่อนๆ ในคณะเริ่มซุบซิบกันอย่างสนุกปาก"แก... ฉันว่า
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น มัน... มันคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ"พันรักค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ก่อนควานหาแว่นตาที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมอีกครั้ง "มันคือสัญชาตญาณ... นายห้ามมันไม่ได้หรอก"ด้ายจ้องมองรูมเมทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม "นายเป็นโอเมก้าใช่ไหม? พันรักอัจฉริยะผู้เย็นชาที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นอัลฟ่าพิเศษจริงๆ แล้วนายซ่อนความลับนี้มาตลอดเลยเหรอ?"พันรักถอนหายใจยาว เขายันตัวลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง "ฉันไม่เคยปิดบัง แค่ไม่มีใครเคยถาม และฉันก็ไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเดินไปประกาศให้ทุกคนรู้ว่าฉันเป็นอะไร""แต่นายแสร้งเป็นอัลฟ่า!" ด้ายเผลอขึ้นเสียงด้วยความไม่เข้าใจ"แล้วนายอยากให้ฉันเป็นอะไรในสายตาพวกนายล่ะ?" พันรักสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความขมขื่น "ถ้าโลกนี้รู้ว่าฉันเป็นโอเมก้า ทุกความสำเร็จของฉัน ทุกความฉลาดที่ฉันมี มันจะถูกลดค่าลงทันที ทุกคนจะมองแค่ว่าฉันเป็นโอเมก้าที่เก่งเกินตัว หรือไม่ก็เป็นแค่เครื่องผลิตทายาทที่รอให้อัลฟ่ามาผสมพันธุ์"ด้ายนิ่งอึ้งไปกับเหตุผลนั้น"การที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าฉันเป็นอัลฟ่า อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมองที่สติปัญญาของฉันมากกว่าเพศสภาพ" พันรัก
ทว่าผลลัพธ์กลับเลวร้ายกว่าที่ด้ายคิดไว้ เมื่อฟีโรโมนอัลฟ่าของด้ายปะทะกับฟีโรโมนโอเมก้าที่กำลังพุ่งพล่านของพันรัก มันกลับกลายเป็นแรงกระตุ้นที่เกินควบคุมได้ พันรักที่ปกติจะมีภูมิคุ้มกันต่ออัลฟ่าทั่วไป แต่ไม่สามารถต้านฟีโรโมนของด้ายเพียงคนเดียวได้นั้น ถึงกลับครางออกมาอย่างคุมไม่ได้"อึก... อ่า..." ร่างกายของเขาอ่อนระทวยลงไปกองกับพื้น กลิ่นกาแฟคั่วเข้มของเขายิ่งฟุ้งกระจายขึ้นอีกหลายเท่าตัวด้ายที่ตั้งใจจะกดข่มกลับกลายเป็นคนถูกดึงดูดเสียเอง กลิ่นกุหลาบของเขาผสมปนเปกับกลิ่นกาแฟของพันรักจนกลายเป็นกลิ่นใหม่ที่มอมเมาประสาทสัมผัส จนด้ายเริ่มรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่กึ่งกลางลำตัวและสัญชาตญาณอัลฟ่าที่อยากจะครอบครองโอเมก้าอย่างรุนแรง"ฉ... ฉัน...อึก" ด้ายหอบหายใจแรง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองวาววับ เขาเริ่มเข้าสู่สภาวะ 'รัท' (Rut) อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงพันรักที่สติเริ่มเลือนลางกลับเป็นฝ่ายถูกดึงดูดเข้าหาด้ายโดยสัญชาตญาณคู่ชะตา เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปคว้าเสื้อของด้ายไว้ ทั้งที่พยายามจะหนีแต่ร่างกายกลับเรียกร้องสัมผัสจากอัลฟ่าคนนี้เพียงคนเดียว"ด้าย... " เสียงเรียกชื่อที่ฟังแล้วยั่วยวนของพันรักที่ข้า
คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ สายตานับร้อยคู่หันมาจ้องมองที่พันรักเป็นจุดเดียว ความไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้นในกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เพราะทุกคนรู้ดีว่าพันรักคือต้นเหตุที่ทำให้ ศ.มารุต โกรธจนมาลงที่งานของทุกคนในห้อง"ซวยชะมัด... เพราะไอ้เนิร์ดนั่นแท้ๆ" เสียงกระซิบจากแถวหลังลอยมาเข้าหูพันรักพันรักกำปากกาแน่น ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทแต่ในใจกลับรู้สึกผิดที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เขาเตรียมจะลุกขึ้นรับผิดชอบ แต่ทว่า…"อาจารย์ครับ!"เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากแถวกลางห้อง ด้ายลุกขึ้นยืนกอดอก ก่อนจะพูดในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดออกไป"ผมว่าการสั่งงานเพิ่มแบบนี้มันไม่แฟร์กับนักศึกษาทุกคนเลยนะครับ” “อาจารย์จะมาพาลไม่พอใจเพียงแค่มีคนคิดไม่เหมือนกับอาจารย์แค่นี้ มันดู... ไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่เท่าไหร่ ผมว่าอาจารย์ควรจะพิจารณาเรื่องนี้ให้เหมาะสมก่อนที่จะไม่เหลือความเคารพนะครับ"ทั้งห้องถึงกับตกใจกับคำพูดจาตรงไปตรงมาที่แฝงไปด้วยการจิกกัดของด้าย จนพันรักรีบหันไปมองด้ายด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าอัลฟ่าจอมกวนคนนี้จะออกมาพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้า ศ.มารุต"โมกขภักดิ์! นี่เธอกล้าพูดแบบนี้กับอาจารย์เหรอ!" ศ.มารุตตวาดหน







