Share

ผูกมิตร 1

last update publish date: 2026-08-10 18:26:21

เป็นเวลา 3 วันแล้วที่หลี่เฉิงเฉียนพยายามหาห้องลับ แต่หาเท่าไหร่ก็ยังหาไม่เจอ เดิมคิดจะถอดใจ แต่อีกใจก็บงการให้อย่าหมดหวัง ตำหนักทั้งตำหนักถูกทหารเข้ามารื้อค้นยังไม่พบห้องลับ แล้วเขาพึ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงเดือนจะหาเจอง่ายๆ ได้อย่างไร คงต้องแก้ปัญหาตรงหน้าของตนเองก่อน หลี่เฉิงเฉียนนั่งจ้องหน้ากับเจ้าผักดองสองจานเป็นเวลานาน เขาเคาะนิ้วบนโต๊ะอย่างใจลอย ก่อนจะหันไปถามขันทีเกา

“ หน้าหนาวพวกเจ้าหาผักสดได้จากที่ไหน ? ” ขันทีเกาถอนหายใจก่อนจะอธิบายการใช้ชีวิตในฤดูหนาวของพวกตน ข้าทาสอย่างพวกเราอยู่กันอย่างตามมีตามเกิด มีข้าวต้มให้กินพออิ่มท้องไปวันๆ ก็ถือว่าดีมากแล้วขอรับ บางคนโชคดีได้นายดีก็เหมือนขึ้นสวรรค์ บางคนได้นายไม่ดีหากทำผิดหรือทำอะไรให้ไม่พอใจ ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะเลือกเกิดไม่ได้หากเลือกเกิดได้ก็ไม่มีใครอยากจะเกิดเป็นทาสขอรับ. ฤดูหนาวเมืองหลวงจะไม่มีผักสดกินขอรับ เนื่องจากหน้าหนาวเมืองหลวงไม่สามารถปลูกผักได้ ถ้าจะขนส่งจากแดนใต้ก็ไกลเกินไปไม่ทันมาถึงก็เน่าเสียก่อนขอรับ 

“ เจ้าพอจะหาเมล็ดพันธุ์พืชให้ข้าได้หรือไม่ ?” หลี่เฉิงเฉียนเอ่ยถาม ขันทีเกายิ้มแหยๆ เมล็ดพันธุ์พืชต้องฝากให้ขันทีจัดซื้อเป็นผู้ออกไปซื้อจากนอกวังเข้ามาให้ขอรับ ในวังเมล็ดพันธุ์พืชจะมีแค่ในคลังหลวงเท่านั้น หากต้องการต้องลงบันทึกเบิกกับเจ้าหน้าที่คลังหลวงขอรับ จะมีก็แต่เมล็ดธัญพืชบางชนิดที่ห้องเครื่องเบิกมาแล้วยังเหลืออยู่ใช้สำหรับทำอาหารขอรับ

“ แล้วเหล้าครั้งก่อนยังพอหาได้มั้ย ? ” และแล้วคำถามที่ทำให้ขันทีเกาหนักใจก็มาถึง ถ้าเป็นสุราไหใหญ่ น่าจะไม่ได้แล้วขอรับครั้งก่อนข้าน้อยเอาเงินติดสินบนเจ้าหน้าที่กองสุราจึงได้มา ตอนนี้ข้าน้อยยังไม่มีเงินขอรับ แต่ถ้าไหเล็กๆก็พอขอมาให้ได้อยู่ขอรับ หลี่เฉิงเฉียนคิดอยู่นานก่อนจะออกความอุบาย ข้าจะให้เจ้าเอาปลาเผาไปคารวะเจ้าหน้าที่ให้เหล้ากับเกลือมา ข้าคิดว่าเจ้าอาจจะพอได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง หากเป็นไปได้ ข้าจะขอแลกปลาเผาหนึ่งตัวกับเหล้าไหเล็กสามไห ถ้าเป็นห้องเครื่องข้าขอแลกปลาเผาหนึ่งตัวกับ เกลือหนึ่งเหลี่ยง น้ำผึ้งหนึ่งไห และเมล็ดถั่วเขียวหนึ่งเหลี่ยง ก็พอ ขันทีเกาได้ฟังอุบายของเจ้านายก็ตอบรับยิ้มตาหยี เพราะรู้แล้วว่าวันนี้ตนจะมีลาภปาก 

ยามโหย่ว หลี่เฉิงเฉียน และ ขันทีเกา ต่างอิ่มหนำสำราญกับปลาเผามื้อนี้ ก่อนจะแบ่งปลาสองตัวให้ขันทีเกาติดมือไปทำตามคำสั่ง ขันทีเกาเก็บกวาดสิ่งของ ก่อนจะขอตัวออกไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แต่ก่อนที่จะไปหลี่เฉิงเฉียนถามขันทีเกา ว่ารู้จักยู่หมี่หรือไม่ ? ขันทีเกาพยักหน้ารู้จัก ก่อนจะบอกว่ามันเอาไว้เป็นอาหารม้าขอรับ หลีเฉิงเฉียนจึงให้เขาเอามาด้วย ขันทีเการับทราบก่อนจะขอตัวจากไป

ขันทีเการีบเดินทางมุ่งหน้าสู่ตำหนักห้องเครื่อง หันซ้ายแลขวามองหาเจ้าหน้าที่ดูแลห้องเครื่อง เมื่อหาเจอแล้วจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับทำความเคารพ 

“ คารวะใต้เท้า ” ขันทีเกาทำความเคารพอย่างนอบน้อม ขันทีผู้ดูแลห้องเครื่องพยักหน้ารับ ขันทีเการีบเขาไปประจบประแจง

“ ครั้งก่อนที่ได้รับความเมตตาจากใต้เท้ามอบเกลือให้ข้าน้อย วันนี้จึงนำปลาเผามาให้แทนคำขอบคุณขอรับ ” ขันทีเกากล่าวทั้งรีบยื่นปลาเผาอุ่น ๆ ในปิ่นโตให้ขันทีห้องเครื่อง พร้อมจัดแจงหาที่นั่งให้ทันที เชิญนั่งด้านนี้ก่อนขอรับลองชิมปลาเผาฝีมือผู้ต่ำต้อยของข้าน้อยดูก่อนขอครับว่าพอทานได้หรือไม่ขอรับ ขันทีเการีบจัดแจงยื่นตะเกียบให้ด้วยความสุภาพ

ขันทีห้องเครื่องรับตะเกียบ นานแล้วที่ไม่ได้กินจานเนื้อทุกวันกินแต่ข้าวต้มผักดอง ว่าแล้วก็รีบคีบเนื้อปลาเข้าปากทันที  เมื่อลิ้นสัมผัสรสชาติของเนื้อปลา ในตาเบิกโพลง รีบคีบคำต่อ ๆ มาโดยไม่สนใจใครเหมือนว่านั่งอยู่คนเดียว เมื่อเนื้อปลาชิ้นสุดท้ายเข้าปาก ขันทีห้องเครื่องนั่งหลับตานิ่งค้าง ตกอยู่ในภวังค์ ดื่มด่ำกับรสชาติแห่งสรวงสวรรค์ ความสดใหม่ของเนื้อปลา ความเค็มที่ช่วยดึงความหวานของเนื้อปลา มันช่างเจิดจ้าเสียเหลือเกิน เขาไม่เคยได้ลิ้มรสปลาเผาที่รสชาติดีเช่นนี้มาก่อน ขันทีห้องเครื่องชมฝีมือการทำอาหารของขันทีเกาไม่หยุด 

“ หากเจ้ามีอะไรที่ข้าพอช่วยได้ ขอแค่มีอะไรติดไม้ติดมือมาก็พอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ขันทีห้องเครื่องกล่าวอย่างพอใจพร้อมกับตบบ่าขันทีเกาเบา ๆ ทันทีเการีบโค้งคารวะขันทีห้องเครื่องซ้ำ ๆ ก่อนจะขอตัวไปทำธุระต่อไป

ขันทีเกาเดินลัดเลาะจากตำหนักหนึ่งไปโผล่ตำหนักหนึ่ง จนถึงจุดมุ่งหมายถัดมา เขาค่อย ๆ เดินอย่างระมัดระวังเข้าไปในตำหนักกองสุรา เห็นขันทีคนหนึ่งกำลังนั่งสัปหงก จึงค่อย ๆ เรียก “ ใต้เท้า ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ ” ขันทีเกาเรียกอยู่หลายครั้ง กว่าขันที่ตำหนักกองสุราจะตื่น ขันทีกองสุราชักสีหน้าไม่พอใจ ขันทีเการีบเข้าไปสอพลอ 

“ คารวะใต้เท้า ผู้น้อยนำปลาเผามาคารวะแทนคำขอบคุณขอรับ ” รสชาติดีนะขอรับ เชิญใต้เท้าลองทานก่อนขอครับ กินทานคู่กับสุราจากกองสุราแล้ว เลิศรสมากเลยขอรับ ขันทีเกาประจบประแจง รีบวางปิ่นโตพร้อมยื่นตะเกียบให้เหมือนรู้งาน ขันทีกองสุรารับตะเกียบมาแบบ ๆ งง ๆ คีบปลาเข้าปาก พยักพอใจไม่หยุด ก่อนจะก้มไปหยิบสุรามา หนึ่งไหเล็ก ขันทีเกาขันอาสาเป็นคนรินสุราบริการให้อย่างดี  ระหว่างกำลังเพลิดเพลิน  มีเสียงดังกัมปนาท มาจากด้านหลัง ขันทีทั้งสองสะดุ้งโหยง

“ พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่ .!!! ” ขันทีอาวุโสตวาดเสียงดัง

ขันทีเกา และ ขันทีกองสุรา ละล่ำละลัก รีบทำความเคารพกันเป็นพัลวัน ก่อนที่ขันทีเกาจะรีบอธิบาย ขออภัยขอรับใต้เท้า ข้าน้อยเป็นขันทีจากตำหนักตงกง นำปลาเผามาคารวะ ขันทีกองสุราที่มีเมตตาเผื่อแผ่สุราให้ข้าน้อยขอรับ  เมื่อขันทีอาวุโสได้ฟัง ก็เข้าใจได้ว่าสุราที่ได้รับไปน่าจะเอาไปให้ หลีเฉิงเฉียนดื่ม แต่ที่น่าแปลกใจคือ ตำหนักตงกง เอาปลาเผามาจากไหน ขันทีกองสุรารีบกล่าว 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ปราชัยไร้ดินกลบหน้า 1

    ดวงตะวันแผดเผาอยู่กึ่งกลางระหว่างทัพทั้งสอง ท่านเจ้าเมืองคาดคะเนระยะห่างทัพของตน กับทัพของฝางเสวียนหลิงห่างกันประมาณ 50 จั่ง เขาต้องเคลื่อนพลให้เข้าใกล้ระยะยิงของเกาทัณฑ์ให้มากขึ้นทางด้านฝางเสวียนหลิง สั่งทหารม้าควบกลับไปแจ้งข่าวแนวหลังให้พลธนู ทวาชา ธนูฝนดาวตก ถอยร่นเข้าหลบอยู่ชายป่า ใช้พุ่มไม้อำพรางไม่ให้เห็นตัวตน เมื่อได้รับพลุสัญญาณให้จุดชนวนทันทีฝางเสวียนหลิงควบม้าเยาะ ๆ เดินวกไปเวียนมาหน้ากองทหารต้าถัง เขาเชิดหน้าขึ้นพร้อมประกาศกร้าว“ ท่านเจ้าเมืองซีเจียง ท่านกำลังหลงผิดกลับตัวกลับใจตอนนี้ยังไม่สาย ”“ ฝันไปเถอะ..!!! ทหารม้า บุกกกกก..!!! ”เจ้าเมืองซีเจียงปฏิเสธเสียงแข็ง สั่งทหารม้าเข้าจู่โจมทันที ทหารม้าควบอาชาห้อตะบึงฝุ่นตลบฝางเสวียนหลิง หรี่ตาคะเนระยะทางที่กำลังลดลงเลื่อย ๆ เขาแผดเสียงดังก้อง“ 45 ลี้ ”

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ซีเจียงกรีฑาทัพ เฉิงฉู่โม่ใช้อุบายเฝ้าเมือง

    ทหารส่งสารถูกนำตัวเข้ารักษา ท่านเจ้าเมืองกระวนกระวายใจ เดินไปเดินมาหน้าห้องรักษา หมอทหารเปิดประตูห้องรักษายังไม่ทันที่จะก้าวออกจากห้อง ท่านเจ้าเมืองปรี่เข้ามาถามอาการของคนเจ็บว่าเป็นอย่างไรบ้างหมอทหารอธิบายถึงอาการของคนไข้ เขาได้รับบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น เหตุที่สลบไปเพราะต้องเร่งรีบเดินทางทั้งที่ตนได้รับบาดเจ็บ พักไม่นานก็ได้สติเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทหารส่งสารเมื่อได้สติรีบลุกขึ้นถามหาท่านเจ้าเมืองเป็นสิ่งแรก ทหารเฝ้าไข้เมื่อเห็นทหารส่งสารได้สติ จึงรีบแจ้งท่านเจ้าเมืองทันใด ท่านเจ้าเมืองเมื่อรู้ข่าวกุลีกุลาดเข้าไปถามทหารส่งสารถึงต้นสายปลายเหตุทหารส่งสารเล่าเหตุการณ์ถูกโจรป่าบนเขาคุนหลุนดักปล้นให้เจ้าเมืองทราบ เมื่อได้ฟังเจ้าเมืองหน้าถอดสี แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงือ เขามีความลับบนเขาคุนหลุนที่ไม่สามารถแพร่งพรายให้ใครรู้ได้เจ้าเมืองซีเจียงกระวนกระวายใจยิ่งนัก เมื่อเฉิงฉู่โม่ทราบข่าวว่าขบวนขนส่งถูกโจรปล้นก็รีบเดินทางเข้าพบท่านเจ้าเมืองทัน

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   จับโจรต้องถอนรากถอนโคน 2

    ขณะนี้ หลี่เฉิงเฉียน ฉินหวายอวี เฉิงฉู่ไม่ หลี่นาจา หวังอี้ป๋อ และไท่ซ่างหวง นั่งหารือกันอยู่ในจวนหลังหนึ่ง เขากางแผนที่เมืองซีเจียง อธิบายแผนการต่าง ๆ รวมถึงจัดแจงหน้าที่ของแต่ละคนว่ามีหน้าที่สำคัญอะไรบ้าง ไท่ซ่างหวง นั่งมองหลานของตนด้วยดวงตาทอประกายชื่นชม เขามั่นใจว่าจะสามารถฝากฝังให้หลี่เฉิงเฉียนดูแลต้าถังได้อีกแรงฉินหวายอวีเสริมแผนของหลี่เฉิงเฉียนหลายจุด เขาเล่าถึงความสัมพันธ์ลับที่ท่านเจ้าเมืองมีต่อราชวงศ์สุ่ย เมื่อไท่ซ่างหวงได้ยินคำนี้ แววตาที่เคยมีเมตตาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จิตสังหารดำมืดแผ่ขยายออกมาจากตัวของไท่ซ่างหวง บรรยากาศในห้องเย็นลงทันใด ราชวงศ์สุ่ยกดขี่ข่มเหงราษฏรเขาในฐานะแม่ทัพจำต้องลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อประชาชน อีกอย่างราชวงศ์สุ่ยมีการก่อสงครามแย่งอำนาจกันเอง ไท่ซ่างหวงจึงมีชัยเหนือราชวงศ์สุ่ย และสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นมาแทนเวลาผ่านไปหลายปีต้าถังสงบสุข สุ่ยหลบลี้ไท่ซ่างหวงยังคิดอยู่เสมอว่าราชวงศ์สุ่ยเพียงแค่รอวันกลับมาเท่านั้น ไม่คิดว่าราชวงศ์สุ่ยจะเป็นปัญหาใต้พรมของราชวงศ์ถังของเขาได้ขนาดนี้กำหนดการแลกเปลี่ยนสินค้ามาถึง เจ้าเมืองซีเจียงให้บุตรชายของตนเป็นผู้ดำเนินการลำ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ศึกครั้งนี้รอก็แค่เวลา 2

    เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงหารือกันถึงเรื่องข้าวสาลีและอ้อยที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงก็ยืนยันหนักแน่นว่าอ้อยของซีเซี่ยไม่มีปัญหาแน่นอน จะมีก็แต่ข้าวสาลีที่มีปัญหา เขาเอาข้าวสาลีที่ยังไม่แกะปากกระสอบมาด้วย บนกระสอบยังคงมีตราประทับแคว้นต้าถังติดอยู่ เพื่อเป็นพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจหลี่นาจาลองชั่งแล้วน้ำหนักน้อยกว่าปกติจริง ๆ ข้าวสาลี 1 กระสอบจะมีน้ำหนัก 50 จิน แต่กระสอบนี้กับมีแค่ 40 จินเท่านั้น หลี่นาจาลองเปิดปากกระสอบก็พบว่า ข้าวในกระสอบมีกลิ่นอับของเชื้อรารุนแรง เหม็นฟุ้งกระจายทั่วห้อง หลี่เฉิงเฉียนได้แต่คิดในใจ นี้มันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ การทำเช่นนี้มีความผิดเข้าข่ายยุยงให้เกิดสงครามระหว่างแคว้นได้เลยหลี่เฉิงเฉียนขอเก็บข้าวกระสอบนี้ไว้เป็นหลักฐาน หลี่เฉิงเฉียนเล่าถึงแผนการจับขโมยในครั้งนี้ให้กับรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงฟัง เขาต้องการให้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงติดต่อเจ้าเมืองซีเจียงเพื่อขอแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยอีกครั้ง เพื่อที่หลี่เฉิงเฉียนจะได้ส่งสายลับเข้

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   จับโจรต้องถอนรากถอนโคน 1

    เมื่อนางได้เห็นหยกประจำตัวของฉินหวายอวี แววตาของนางพลันเจิดจ้าเป็นประกาย นางได้แต่คิดในใจ คุณชายจากเมืองหลวงมาทำอะไรที่นี่ ทำไมต้องแต่งตัวเช่นนี้ นางยังคงเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ไม่ผิดที่นางจะมีความคิดเช่นนี้เพราะที่ที่นางอยู่มีแต่ เสือ สิงห์ กระทิง แรดฉายากุนซือเจ้าสำราญของฉินหวายอวีเริ่มทำงาน เขาใช้วิธีพร่ำเพ้อพรรณนาถึงโลกภายนอกให้ อี้จีเสวียซู่ซู่ ฟังทุกวัน วันนี้เรื่องเมืองฉางอัน อีกวันเรื่องในเมืองซานโจว ทำซ่ำ ๆ จนนางเกิดความใคร่รู้ พัฒนาเป็นความต้องการอันแรงกล้าที่อยากจะออกจากกรงทองแห่งนี้อี้จีเสวียซู่ซู่ รู้ว่าการเดิมพันกับฉินหวายอวีนั้นมีความเสี่ยงแต่เขาก็พร้อมที่จะลอง ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่เสียไปทางด้านเฉิงฉู่โม่ ขณะนี้กำลังนำเกวียนบรรทุกข้าวสาลีเข้าไปเก็บที่โกดังเก็บของ เฉิงฉู่โม่ ให้ทหารอารักขาข้าวสาลีอย่างเข้มงวด พรุ่งนี้เช้าเขาต้องส่งมอบข้าวสาลีทั้งหมดให้เจ้าเมืองซีเจียงเจ้าเมืองซีเจียงจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับเฉิงฉู่โม่อย่างยิ่งใหญ่ เฉิ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ศึกครั้งนี้รอก็แค่เวลา 1

    ยามราตรีดึกสงัด พระราชวังหลวง เมืองฉางอัน เพลานี้ตำหนักน้อยใหญ่ต่างดับไฟกันหมดแล้ว เหลือเพียงตำหนักทรงพระอักษรที่ยังคงสว่างไสวอยู่ เสียงหรีดหริ่งเรไรกล่อมพฤกษา ขัดกับบรรยากาศในห้องทรงงานยิ่งนัก แม้นมีแสงสว่างแต่ผู้อยู่ด้านในกับรู้สึกอึมครึมขมุกขมัวใจยิ่ง ขุนนางบู๊บุ๋นยืนใจเต้นระทึก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง หลี่ซื่อหมินส่งรายงานลับจากหลี่เฉิงเฉียนให้เหล่าขุนนางบู๊บุ๋นอ่าน แต่ละคนต่างมีอากัปกริยาที่แตกต่างกันไป บ้างยืนหลับตาสงบนิ่ง บ้างโมโหโกรธา หลี่ซื่อหมินหันไปถามความคิดเห็นของมหาเสนาบดี“ จ่างซุน อู๋จี้ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง ”“ จากรายงานเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้นพะยะค่ะ เรายังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ไม่สามารถปรักปรำเจ้าเมืองซีเจียงได้ หม่อมฉันคิดว่าเราควรติดต่อซีเซี่ย เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยกันอีกครั้ง หากเป็นอย่างที่รายงานส่งมาจริง น่าจะสามารถจับตัวคนผิดมาลงโทษได้ พะยะค่ะ ”ขุนพลเฉิงขันอาสานำขบวนส่งข้าวสาลีให้ซีเซี่ย แต่กับถูกเว่ยเจิ้งขัดจังหวะเสียก่อน เพราะการขนส่งข้าวสาลีหากให้ระดับขุนพลเป็นผู้คุมการเดินทาง เหมือนฆ่าไก่ ไยต้องใช้มีดฆ่าโค ทำเช่นนี้จะดูมีพิรุธเกิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status