Share

หนทางชีวิต

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-10 18:25:14

“ ยามเซิน เจ้าหาเกลือ ซัก 1 เหลียง มาให้ข้าได้หรือไม่..? เอาสุรามา 1 ไหด้วยเจ้าพอจะทำได้มั้ย..? ” หลีเฉิงเฉียนเอ่ยถาม ขันทีเกามีท่าทางลำบากใจถ้าติดสินบนคนครัวก็พอจะเป็นไปได้ 

“ ข้าน้อยจะลองดูขอรับ ” ขันทีเการับปากก่อนจะเดินออกจากตำหนักไป

เมื่อขันทีเกาจากไปแล้ว หลีเฉิงเฉียนหวนกับมาคิดถึงห้องลับที่ตนต้องหาให้เจอ แต่จะหาอย่างไรดี เพราะเท่าที่เห็น ตำหนักตงกงถูกทหารรื้อค้นข้าวของออกไปจนหมด ในโถงใหญ่มีแค่ชุดโต๊ะรับแขก 1 ชุด ห้องครัวมีอุปกรณ์ทำครัวอยู่บ้าง  ส่วนใหญ่ที่เหลือให้ไม่บุบบู้บี้ ก็มีรูรั่วชำรุดเสียหาย ในห้องนอนมีเตียงเตาอยู่ 1 หลัง กับชุดเครื่องนอน ดีหน่อยที่มีโต๊ะทานอาหาร กับชุดชงชา อยู่ 1 ชุด ทั้งตำหนักไม่เหลือของมีค่าอะไรเลย ของมีคมก็ไม่มี หลีเฉิงเฉียนใช้กิ่งเหมยเคาะตามผนัง มุมห้อง จุดต่างๆ ที่พอจะเป็นห้องลับได้ เคาะอยู่นานก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอ จึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อน เขาเดินออกไปดูที่สระน้ำที่เมื่อเช้าเดินมาสำรวจแล้ว พบว่ามีปลาหลี่ฮื้อ  ปลาแชฮื้อ และปลากุ้ยฮัว แหวกว่ายอยู่ในสระหลายตัว จึงคิดว่าเย็นนี้คงต้องปลาย่างแกล้มเหล้าอุ่นๆ คลายหนาวยามเย็นดีกว่า ถ้าให้กินแต่ผักดองคงไม่มีกำลังพอสำหรับเดินทางยามถูกเนรเทศแน่ ว่าแล้วก็คิดหาวิธีจับปลาอย่างง่ายที่สุดที่พอทำได้ เขาค่อย ๆ เอาหินจากขอบบ่อลงไปวางเรียงกันในจุดที่น้ำตื่นเท่าหัวเข่า จนกลายเป็นเขื่อนขนาดเล็ก รูปหัวใจซ้อนทับกัน ทำปากทางเข้าให้แคบและเรียงก้อนหินให้สูงใกล้กับผิวน้ำ เสร็จแล้วก็ขึ้นมาจากสระ นั่งจิบชาอยู่ 1 เค่อ ก่อนจะรุกไปเดินเก็บเศษไม้ใบหญ้า เพื่อทำเชื้อเพลิงก่อไฟ

เมื่อถึงยามเซิน ขันทีเกาก็ไม่ทำให้หลี่เฉิงเฉียนผิดหวัง อุ้มเหล้ามา 1 ไหใหญ่ ยิ้มหน้าชื่นตาบานเดินมาแต่ไกล เขาค่อยๆ วางไหเหล้าลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม พร้อมกับหยิบถุงเกลือออกมาจากอกเสื้อ หลี่เฉิงเฉียนลับไว้ก่อนชั่งน้ำหนักในใจน่าจะได้มาเกิน 1 เหลียง เขาหันไปมองขันทีเกาพร้อมกับกล่าวเชยชม 

หลี่เฉิงเฉียนเดินไปดูเขื่อนดักปลาของตน ก็พบว่ามีปลาเข้ามาในเขื่อนประมาณ 4-5 ตัว เขาพอใจกับการจับปลาครั้งนี้มาก ขันทีเกาเดินมาตามหลังเห็นก้อนหินเรียงกันเป็นรูปทรงแปลก ๆ ก็อดสงสัยไม่ได้

“ ก้อนหินที่เรียงกันในสระบัวนั่นอะไรหรือขอรับ ?  ” ขันทีเอ่ยถาม

“ หึ หึ นั้นคือค่ายกลดักปลายังไงละ เราไม่ต้องจับมันมันจะเขามาเป็นอาหารของเราเอง เย็นนี้เรามีปลากินกันแล้วขันทีเกา ฮ่า ฮ่า ฮ่าาา ” หลีเฉิงเฉียนหันไปตอบขันทีด้วยอารมณ์อิ่มเอิบ ขันทีมองผู้เป็นนายด้วยความเลื่อมใส พลางคิดในใจสมแล้วที่เป็นอดีตรัชทายาท. หลีเฉิงเฉียนใช้ให้ขันทีเกาก่อไฟในห้องครัว ก่อนจะย่างปลาเขามีสิ่งสำคัญอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องทำ เขาเดินเข้าไปให้ห้องครัวพร้อมกับขันที ค้นหากระทะ กระบวย ที่พอใช้ได้ หาผ้าไหมที่สะอาด และสิ่งสุดท้ายที่หาจนพบ ก็คือครกบดยา ขันทีเกาเป็นลูกมือจุดเตา หลีเฉิงเฉียนนำเกลือที่ได้มา ใส่ครกตำบดจนละเอียด ก่อนจะละลายน้ำในกระทะ เมื่อขันทีเกาเห็นหลีเฉิงเฉียนนำเกลือไปละลายน้ำก็ตกใจรีบห้ามโดยพลัน

“ ไม่ได้นะขอรับ มันจะเสียของนะขอรับ ” ขันทีรีบห้าม โบกมือเป็นระวิง

หลี่เฉิงเฉียนยิ้มให้แล้วกล่าวว่า “ ไม่ต้องกลัวมันไม่เสียของแน่นอน เมื่อเสร็จแล้วแล้วเจ้าจะตกใจ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” หลี่เฉิงเฉียนกล่าวด้วยอารมณ์ยินดี

เมื่อเกลือละลายดีแล้ว เขาใช้ผ้าไหมกรองสิ่งสกปรกออกมาอีกที กรองอยู่หลายรอบจนแน่ใจว่า น้ำใสสะอาดดีแล้วจึงเอากระทะขึ้นตั้งไฟ ค่อยๆเคี้ยวน้ำเกลือไปเลื่อย ๆ น้ำค่อยๆ เดือด ผลึกเกลือสีขาวสะอาดเริ่มเกาะตามขอบกระทะ เมื่อน้ำระเหยไปหมด ในกระทะก็เหลือแต่ผลึกเกลือสีขาวสะท้อนแสงแวววาว หลี่เฉิงเฉียนหยิบเกลือขึ้นมาชิม และกล่าว “ ต้องอย่างนี้ซิถึงจะเรียกว่าเกลือ ” 

ขันทีเกาเห็นหลีเฉิงเฉียนชิมเกลือ จึงชิมตาม ขันทีเกาตกใจเป็นอย่างมากเพราะมันมีแต่รสเค็ม ไม่มีรสขมฝาดเหมือนเกลือที่เขาเคยกิน 

“ คุณชายทำได้อย่างไรขอรับ ” ขันทีเกาถามด้วยความตื่นเต้น

“ ยังมีอีกมากมายที่ข้าทำได้ แต่คนอื่นไม่เคยรู้ ” หลีเฉิงเฉียนตอบอย่างภาคภูมิใจ เมื่อทำเกลือเสร็จแล้วทั้งสองจึงลงไปจับปลาที่ดักไว้ได้ 4 ตัว จึงใส่ถังไว้ ขันทีเกาอาสาก่อกองไฟ หลีเฉิงเฉียนตระเตรียมโรยเกลือปลาทั้ง 4 ตัว เมื่อไฟได้ที่แล้ว จึงเสียบไม้ย่างปลาไป ร่ำสุราไปช่างมีความสุขยิ่งนัก 

ปลายยามซวี แม้สุราจะมีรสไม่แรงแต่ด้วยปริมาณมาก ก็ทำให้หลี่เฉิงเฉียนเมามายได้เหมือนกัน  ขันทีเกาก็มีอาการไม่ต่างกัน นี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้กินปลาย่างที่อร่อยหาใดเทียม เพียงแค่โรยเกลือของหลีเฉิงเฉียนลงไป ก็กลายเป็นอาหารเลิศรสได้ทันที ขันทีเกาพยุงหลี่เฉิงเฉียนเข้าไปนอนในตำหนัก ก่อนจะดับไฟเก็บข้าวของแล้วกลับตำหนักของตนด้วยความเปรมปรีดิ์

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   คณะทูตเข้าเฝ้า เร่งเอาคำตอบ 1

    อู๋กงกงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้หลี่เฉิงเฉียน เขารับมาอ่านดูจึงรู้ว่า โจทย์ข้อ 2 และ ข้อ 3 ทายอะไร เขาขอพู่กับและกระดาษกับชันทีเกา ไม่นานขันทีเกาก็นำกระดาษและผู้กันมาให้ หลี่เฉิงเฉียนเขียนคำตอบ และคำอธิบายเพื่อให้เข้าใจง่าย แก่อู๋กงกง ส่วนข้อ 3 หลี่เฉิงเฉียนเขียนปัญหาเป็นภาษาต้าถัง พร้อมคำตอบ ส่งคืนให้อู๋กงกง เมื่ออู๋กงกงได้รับ พินิจแล้วน่าจะถูกต้องจึงส่งให้ จ่างซุน อู๋จี้ และ เว่ยเจิง ตรวจสอบ ทั้งสองเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องจ่างซุน อู๋จี้ หันไปคาดคั้นถึงองค์ความรู้ ความสามารถของหลี่เฉิงเฉียน ซึ่งเขาก็ไม่สามารถบอกเหตุผลที่แท้จริงได้ จำเป็นต้องกล่าวคำเท็จออกไป วันเหมายันต์ผู้น้อยนั่งหลับอยู่หน้าตำหนักหอนอนของตน ระหว่างที่ผู้นอนกำลังหลับ มีเซียนท่านหนึ่งพาผู้น้อย เที่ยวชมสรวงสวรรค์ผู้น้อยใช้เวลาอยู่ที่นั้นนานหลายปี ได้พบเห็นสิ่งต่าง ๆ มากมาย ทั้งความรู้สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ มีให้ศึกษามิรู้จบสิ้น ทุกคนต่างเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะองค์ความรู้ที่หลี่เฉิงเฉียนแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ อยู่ ณ ที่นี้มากมายขันทีเกาเชื่อเรื่องที่ได้ฟังสนิทใจ ก่อนผู้อาวุโสยังมิวายขอเหล้าบ๊วยดอกกลับไปค

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ปัญหา 3 ข้อ 2

    เว่ยเจิงชำเลืองมองด้วยหางตา เขามองเห็นสายตาของ จ่างซุน อู๋จี้ ให้ทอดถอนใจเพราะเขาเข้าใจความรู้สึกของคนตรงหน้าตอนนี้ หลี่เฉิงเฉียนเชิญผู้อาวุโสทั้งสาม เขาพักดื่มชาในตำหนักสุญตา จ่างซุน อู๋จี้ แปลกใจกับชื่อของตำหนัก แต่ก็เข้าใจได้ถึงความหมายของมัน “ ท่านอาวุโสทานมือกลางวันกันมาหรือยังขอรับ ” จ่างซุน อู๋จี้ ใช้มือลูบท้องเอ่ยหน้าตาย“ ถ้าเจ้าไม่เอ่ยถามลุงคนนี้ก็ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้ทานอะไรมา ” เฒ่าเว่ย อดรนทนไม่ไหว “ ใครขอร้องให้เจ้ามา เจ้าอยากตามมาเอง ควรกลับไม่กินที่จวนเจ้า..!! ”“ หึ..!!! ลุงผู้แสนดีมาเยี่ยมหลานใครจะทำไม ? ” จ่างซุน อู๋จี้ ยียวน“ พ่อตามาเยี่ยมลูกเขย หรือเจ้ามีปัญหา …!!! ? ” เว่ยเจิงก็ไม่น้อยหน้า คู่นี้ขิงก็ราข่าก็แรงอยู่ด้วยกันได้ไม่ถึง จิบถ้วยชาเป็นต้องทะเลาะกัน จ่างซุน อู๋จี้ ไม่พอใจที่เฒ่าเว่ยจะให้ลูกสาวหย่าขาดกับหลานชายตน ในเมื่อเว่ยฮุ่ยหลินแต่งเป็นสะใภ้ของน้องสาวเขาแล้ว อยู่หรือตายก็ต้องเป็นคนของน้องสาวเขา“ ระหว่างรอจัดโต๊ะอาหาร หรือจะสักกระดาน ” จ่างซุน อู๋จี้ ยื่นสาส์นท้ารบ มีหรือที่เฒ่าเว่ยจะยินยอม “ จ่างซุน อู๋จี้จจ..!!! ครานั้นรสชาติของความพ่ายแพ้…มัน

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ปัญหา 3 ข้อ 1

    หลี่ซื่อหมินพินิจสาส์นจากซีเซี่ย ก่อนจะยื่นให้อู๋กงกง “ อ่านให้เหล่าขุนนางฟัง”เมื่อได้รับสาส์นมาอยู่ในมือ อู๋กงกงจึงอ่านด้วยเสียงดังฟังชัด อ่านได้เพียงข้อ 2 ข้อเดียว เพราะ ข้อสุดท้ายเป็นภาษาที่เขาไม่รู้จักข้อที่ 2 นั้นโจทย์ คือ ต้นสนต้นหนึ่งมีความสูง 1 จั้ง ทุก ๆ 1 ปี ต้นสนจะสูงขึ้น 2 ฉื่อ นำหมุดตอกไว้ที่ความสูง 1 จั้ง เวลาผ่านไป 10 ปี หมุดที่ตอกไว้จะสูงกี่ฉื่อข้อที่ 3 อู๋กงกง ได้แต่ยื่นสาส์นให้เหล่าขุนนางดูว่าใครพอจะรู้จักภาษานี้บ้าง ทุกคนต่างส่ายหัว ยกเว้นเว่ยเจิงที่รู้ว่าเป็นภาษาของชาวทะเลตะวันตกอันไกลโพ้น แต่เขาก็ไม่สามารถอ่านโจทย์ได้ แม้แต่โจทย์ยังอ่านไม่ได้ คำตอบคงไม่ต้องคิดนี่เป็นการมาเยือนเพื่อยึดดินแดนโดยอาศัยปัญหาเชาว์สุดท้ายการประชุมจบลงโดยไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เหล่าขุนนางทยอยออกจากท้องพระโรง ขันทีเกายืนรอเว่ยเจิงอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเห็นเว่ยเจิงเดินลงมาจากบันได เขากุลีกุจอเข้าไปทำความเคารพทันที“ คารวะมหาราชครูเว่ย ” ขันทีเกาหันซ้ายแลขวา กระซิบกระซาบเบาๆ ถึงเรื่องที่หลี่เฉิงเฉียนสามารถแก้ไขโจทย์ข้อแรกได้ เมื่อเว่ยเจิงได้ยินในตาเบิกโพลง รีบพาขันทีเกา ขอเข้าเฝ้าฝ่า

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   กังหันผันน้ำเข้านา 2

    เผิงกงกง และขันทีเกาเดินมาแต่ไกล เมื่อเดินมาถึงสระน้ำ เขาทั้งสองมองเห็นสิ่งก่อสร้างคล้ายล้อเกวียน วิ่งวนอยู่ในน้ำ มองเห็นหลี่เฉิงเฉียนกำลังเหม่อลอย ทอดสายตามองบางอย่าง ยิ่งเดินเขามาใกล้ยิ่งสนเท่ห์กับสิ่งก่อสร้างที่เห็น ขันทีเกาทายว่าน่าจะเป็นกังหันที่คุณชายเคยว่าไว้หลี่เฉิงเฉียนได้ยิ่งเสียงนเดินมาจึงออกจากภวังค์ ลุกขึ้นทำความเคารพผู้มาเยือร“ คารวะเผิงกงกง ” หลี่เฉิงเฉียนทำความเคารพด้วยความนอบน้อม เผิงกงกงพยักหน้ารับ หันไปมองกังหันน้ำ ด้วยความประหลาดใจ สงสัยว่าเจ้าสิ่งนี้จะส่งน้ำเข้านาได้อย่างไร หลี่เฉิงเฉียนจึงอธิบายวิธีการมใช้งาน สิ่งประดิษฐ์ใหม่ทำให้เผิงกงกงจำต้องรีบกลับไปรายงานต่อฮองเฮาเมื่ออยู่กันสองคน หลี่เฉิงเฉียนจึงถามถึงเหล่านางกำนัลและขันที ที่ถูกจับตัวเข้าคุกหลวง ขันทีเกาเมื่อได้ยิน ให้อกสั่นขวัญแขวน แผ่นหลังมีเหงื่อซึมออกมานชุ่มเอ่ยเสียงเบา นางกำนัลและขันทีที่ถูกจับไปยังคงอยู่ในคุกขอรับ บางคนทนไม่ไหวชิงฆ่าตัวตายก็มีขอรับ เมื่อหลี่เฉิงเฉียนได้ยินให้สะเทือนใจยิ่งนัก สมัยโบราณชีวิตบ่าวไพร่มีค่าน้อยกว่าลา หลี่เฉิงเฉียนต้องการให้ขันทีเกา สืบหาที่อยู่ของครอบครัวนางกำนัลและขั

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   กังหันผันน้ำเข้านา 1

    เมื่อทานอาหารมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว เหล่านายช่างต่างนั่งพักใต้ร่มไม้ บางคนนอนเพื่อพักผ่อน ไม่นานเสียงกรนดั่งพยัคฆ์คำรามขู่แข่งกัน ดังกึกก้องกัมปนาท เมื่อถึงเวลาทำงาน ลุงฟ่างใช้ผ้าเช็ดเหงื่อสะบัดตีนายช่างทั้งหลายหวังปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทรา“ ลุก ๆ ตื่นได้แล้ว ไอ้พวกขี้เกียจสันหลังยาวทั้งหลาย ” เสียงกรนที่เคยดังกึกก้อง สงบลงพร้อมกับเหล่านายช่างที่กำลังลุกขึ้น จัดแจงเครื่องแต่งกาย ล้างหน้าล้างตาคลายความสะลึมสะลือวันแรกของการทำงาน คือ การตระเตรียมชิ้นส่วนต่าง ๆ ตามแบบแปลนที่หลี่เฉิงเฉียนวาดเอาไว้ ต้นวสันตฤดูยังพอมีลมหนาวพัดมาบ้างเป็นบางครั้ง พระอาทิตย์ยังคงปราณีเหล่านายช่างที่ทำงานกันกลางแจ้ง ไม่แผดเผาพวกเขาให้มอดไหม้ไปเสียก่อน หลี่เฉิงเฉียนเดินสำรวจการทำงาน พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ลุงฟ่างนำเหล่านายช่างประกอบ กังหันตามแปลนเมื่อประกอบเสร็จจึงได้กังหันวงกลมคล้ายล้อเกวียน แต่มีขนาดใหญ่สูงกว่าหัวคน มีใบพายยึดติดกับกระบอกไม้ไผ่ สำหรับตักน้ำใส่รางย่ำสนธยามาเยือน นกน้อยโผบินกลับรัง ลุงฟ่างและเหล่านายช่าง จำต้องวางมือจากงาน ลากลับเรือนของตน หลี่เฉิงเฉียนนั่งครุ่นคิดถึงบันทึกของเจ้าของร่าง มีผู้บริส

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ความลับถูกเปิดเผย

    หนึ่งในนั้นคือเหตุการณ์สำคัญ ที่เขาถูกกล่าวหาว่าลุ้มหลงในขันทีน้อยจากถูเจี๊ย ซึ่งความจริงทั้งสองนั้นเป็นแค่สหายร่วมอุดมการณ์เดียวกันเท่านั้น ถูเจี๊ย คือเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ มีอิสระเสรีในการใช้ชีวิต ซึ่งสิ่งนี้ตรงกับความต้องการเดิมของหลี่เฉิงเฉียน รัชทายาทหนุ่มผู้เป็นดั่งนกน้อยในกรงทอง แม้นมียศถาบรรดาศักดิ์ มีเงินทอง มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ใจปรารถนา แต่สิ่งที่โหยหากับเป็นเพียงความเสรีเท่านั้น จากเด็กน้อยอยู่แต่ในรั้วในวัง น้อยครั้งนักที่จะได้ออกไปนอกพระราชวัง ความแปลกตาดึงดูดความใคร่รู้ในใจของเขา สัญชาติญาณความอยากรู้อยากรองจึงระเบิดออกมาฮ่องเต้ทรง สถาปนาหลี่เฉิงเฉียนขึ้นเป็นองค์รัชทายาท ตั้งแต่ยังเยาวัย เขาถูกผู้คนแวดล้อมเอาอกเอาใจจนเคยตัว เมื่อเติบใหญ่นิสัยเหล่านั้นจึงห่อหุ้มความบริสุทธิ์ที่เคยมี เมื่อได้รับรู้เรื่องที่บิดาของตน ชิงราชบัลลังก์จากพี่ชายพร้อมทั้งฆ่าพี่น้องร่วมอุทร ความเลื่อมใส่ที่มีต่อบิดาก็มลายหายไป เกิดเป็นความต่อต้านโดยไม่รู้ตัวในตำหนักตงกง มีสายลับของคนนอก คอยจับตามองเขาอยู่ห่าง ๆ เมื่อรู้ว่าเขาสนิทชิดเชื้อกับขันที่น้อยจากถูเจี๊ย จึงใช้เรื่องนี้หวังปล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status