共有

ผูกมิตร 2

last update 公開日: 2026-08-12 21:16:24

“ ขันทีเผิงขอรับ ปลาเผารสชาติดีมากเลยขอรับ ลองชิมสักหน่อยมั้ยขอรับ ? ” ขันทีกองสุรารีบส่งตะเกียบอันใหม่ให้ขันทีอาวุโส ขันทีเผิงรับตะเกียบมาชิมดู ยังต้องกล่าวชม เพราะปลาเผารสชาติดีจริง ๆ ก่อนจะถามขันทีน้อย 

“ เจ้าชื่อว่าอะไร ”

“ ข้าน้อย เกาหยวน ขอรับรับหน้าที่ดูแลตำหนักตงกงขอรับ ” ขันทีเกาตอบด้วยท่าทางสุภาพ

“ คนคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ” คำถามที่ไม่เอ่ยชื่อแต่ก็รู้ว่าถามถึงใคร ขันทีเกาก้มหน้าตอบเสียงค่อย

“ ร่างกายภายนอกหายดีใกล้จะเป็นปกติแล้วขอรับ ส่วนภายในยังต้องใช้เวลาสักระยะขอรับ ”

“ จงจำเอาไว้ ใต้พระบาทโอรสสวรรค์ไม่มีอะไรที่พระองค์ไม่รู้จะทำอะไรให้ระมัดระวังให้มาก หากต้องการอะไร ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงให้มาหาข้า ขันทีเผิง ที่ตำหนักคุนหนิง หรือหากมีเหตุด่วนเหตุร้ายก็ให้รีบมาพบข้า ” ขันทีอาวุโสกล่าวตักเตือนพร้อมให้ที่พักพิงก่อนจะเดินจากมา ขันทีทั้งสองทำความเคารพตามหลังอย่างนอบน้อม 

ขันทีเผิงรีบกลับตำหนักคุนหนิง นำความไปกราบทูลข่าวคราวที่ได้รับมา ให้ฮองเฮาจ่างซุนฟัง

“ รสชาติของปลาที่เจ้าได้ชิมเป็นอย่างไรบ้าง ” ฮองเฮาถามด้วยความคาดหวัง ขันทีเผิงกล่าวรายงานโดยไม่ใส่สีใส่ไข่ รสชาติเป็นเลิศยิ่งนัก เนื้อปลาหวาน มีความเค็ม แต่กับไม่มีรสขมติดปลายลิ้น ยิ่งได้ทานยิ่งยากวางตะเกียบ พะยะค่ะ ฮองเฮาพยักหน้าพอพระทัย

“ ร่างกายแข็งแรงก็ดีมากแล้ว เปิ่นกงหวังว่าคนผู้นั้นจะสำนึกผิด กับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป ” ฮองเฮากล่าวอย่างโล่งใจที่ได้รับข่าวของบุตรชายคนโตของตน

ทางด้านขันทีเกาเมื่อ ร่ำลาขันทีกองสุราแล้ว จึงรีบไปที่คอกม้าเพื่อขอ ยู่หมี่ ตามที่หลี่เฉิงเฉียนต้องการ

เป็นเวลา 3 ถึง 4 วัน ที่ขันทีเกาเทียวไล้เทียวขื่อ ระหว่างตำหนักห้องเครื่อง และตำหนักกองสุรา กว่าที่จะได้ของครบตามที่หลี่เฉิงเฉียนต้องการ 

ในระหว่างที่รอของจากขันที่เกา หลี่เฉิงเฉียนยังคงพยายามหาห้องลับต่อไป เมื่อเหนื่อยจากการหาห้องลับ ก็มานั่งจิบชาอยู่หน้าตำหนัก มองนกมองไม้ไปเลื่อย นึกขึ้นได้ว่าต้องเตรียมของไว้เผื่อขันทีเกาหาของมาได้เร็ว จึงเดินเข้าไปในห้องครัว รื้อค้นหาไหเปล่า ตะกร้าหวาย เศษผ้าสะอาด  ก่อนจะหยิบตะกร้าหวายมาหนึ่งใบแล้วเดินไปตามระเบียงขวามือ ระหว่างเดินก็มองดูต้นบ๊วยว่าพอมีลูกสดอยู่หรือเปล่า ถ้าแย่หน่อยคงจะต้องเก็บลูกบ๊วยที่ตกจากต้นแทน เมื่อเดินมาถึงจุดหมาย ไม่รอช้าค่อย ๆ ดึงกิ่งบ๊วยลงมาเก็บผลบ๊วยสดใส่ตะกร้า ประมาณ 2 เค่อก็ได้ประมาณ 3 จินก็พอ เดินกลับไปเก็บดอกเก๊กฮวยต่ออีกนิดก็ได้เต็มตะกร้า ก่อนจะนำดอกเก๊กฮวยและผลบ๊วยไปแช่น้ำล้าง และผึ่งให้แห้ง 

หลี่เฉิงเฉียนสาละวน อยู่ 3 ถึง 4 วัน ขันทีเกาก็เอาของที่สั่งไว้มาให้ครบทุกรายการ 

“ เป็นอย่างไรบ้างได้ของครบหรือไม่ .? ” หลี่เฉิงเฉียนเอ่ยถามในระหว่างที่มือก็รินช้าไปด้วย ขันทีเกาเมื่อเดินมาถึงก็ทำความเคารพนายของตน

“ คารวะคุณชาย ของที่ท่านให้ข้าน้อยไปหาได้มาครบแล้วขอรับ ” ขันทีเกาตอบคำถามยิ้มตาหยี

“ ขอบคุณเจ้ามาก ” หลี่เฉิงเฉียนยื่นจอกชาให้ขันทีเพื่อดับกระหาย 

“ ขอบคุณขอรับคุณชาย ” ขันทีเการับจอกชา กลิ่นของดอกเก๊กฮวยลอยมาเตะจมูกทำให้รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา เมื่อยกดื่มชาเก๊กฮวย ลิ้นสัมผัสได้ถึงความหวานจากธรรมชาติ ก่อนจะไหลสู่ลำคอ

“ ชาดี ชาดี ชาดีขอรับ ..!!! ” ขันทีเกาเอ่ยชมชาเก๊กฮวยไม่ขาดปาก หลี่เฉิงเฉียนพยักหน้ารับก่อนจะเทให้ส่งอีกจอก เมื่อขันทีเกาหายเหนื่อย หลี่เฉิงเฉียนสั่งให้ไปติดเตาไฟ พร้อมกับหยิบสุราและน้ำผึ้ง เข้าไปในครัว

หลี่เฉิงเฉียนนำไหเปล่า ผ้าขาวสะอาด ที่เตรียมไว้ไปนึ่ง ประมาณ 2 เค่อ ก่อนจะใส่ลูกบ๊วยสดที่เตรียมไว้ลงไปในไห ใส่น้ำผึ้ง และตบท้ายด้วยสุรา ในประมาณที่เท่า ๆ กัน ปิดไหด้วยผ้าขาวสะอาดหลายผืน ก่อนจะมัดปากไหให้แน่นหนา และนำไปเก็บไว้ในที่มืด หลี่เฉิงเฉียนทำเหล้าดองบ๊วยได้ 2 ไหใหญ่  ต้องดองทิ้งไว้ 6 เดือนถึงจะกินได้ 

หลีเฉิงเฉียนตัดสินใจทำเหล้าดองอีก 1 ไหแต่ครั้งนี้ใส่น้ำเปล่าแทนเหล้า ระยะเวลาหมักแค่ 3 วัน

วันที่ 3 ของการหมักเหล้า ขันทีเกาและหลี่เฉิงเฉียนช่วยกันดายหญ้าทั้งตำหนัก กว่าจะเสร็จก็ยามเซิน ทั้งสองนั่งพักกันที่หน้าตำหนักหอนอน หลี่เฉิงเฉียนถามถึงเหตุการณ์ภายนอกตำหนักซึ่งได้คำตอบก็คือเรื่องเดิม ๆ หลี่เฉิงเฉียนเดินไปหยิบเหล้าบ๊วยที่หมักไหสุดท้าย ออกมาดื่ม

ป๊อกกกก ..!!! ซ่าาาาา..!! หลี่เฉิงเฉียนเป็นไหสุรากลิ่นแอลกอฮอล์ตลบอบอวน ขันทีเกาให้ความสนใจกับเสียงแปลกประหลาดเพราะปกติเหล้าที่เคยดื่มก็ไม่ได้มีเสียงซ่าให้ได้ยิน หลี่เฉิงเฉียนรินเหล้าใส่ชามกระเบื้องและทดลองดื่ม 

“ อื้มมมม… ใช้ได้ ” หลี่เฉิงเฉียนพอใจกับน้ำแอลกอฮอล์ตรงหน้า มันไม่ใช้เหล้าบ๊วยแต่มันคือ เบียร์ที่เขาหมักด้วยลูกบ๊วยน้ำผึ้งและน้ำเปล่า เขาใช้ยีสต์ธรรมชาติจากเปลือกผลบ๊วย ใช้ความหวานจากน้ำผึงเป็นอาหาร และได้ความซ่าจากก๊าซที่ยีสต์ปล่อยออกมา หมัก 3 วันกำลังดี เบียร์เย็นเพราะยามนี้เป็นหน้าหนาว หลี่เฉิงเฉียนรินให้ขันทีเกาลองดื่ม เหล้าเย็นที่มาพร้อมความซ่า เปิดโลกทัศน์ให้กับขันทีเกาโดยสิ้นเชิง 

“ ไอ๊…หยาาาา ” ขันทีเกาอุทานเสียงหลง เขาไม่เคยพบเจอเหล้าเช่นนี้มาก่อน มันขม นุ่มละมุน ซ่าซาบซ่านถึงใจ  ความเหนื่อยล้าทั้งวันหายไปกับสายน้ำเมา เขารุกขึ้นคารวะหลี่เฉิงเฉียนด้วยความเลื่อมใสจากก้นบึ้นของหัวใจ ยามห้ายคำคืนแห่งความสุขของนายบ่าวจึงสินสุดลง

บัวหลวง

หนึ่งคอมเม้นต์ คือหนึ่งกำลังใจ ติเพื่อก่อ เยินยอไม่เหลง

| のように
この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ความลับถูกเปิดเผย

    หนึ่งในนั้นคือเหตุการณ์สำคัญ ที่เขาถูกกล่าวหาว่าลุ้มหลงในขันทีน้อยจากถูเจี๊ย ซึ่งความจริงทั้งสองนั้นเป็นแค่สหายร่วมอุดมการณ์เดียวกันเท่านั้น ถูเจี๊ย คือเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ มีอิสระเสรีในการใช้ชีวิต ซึ่งสิ่งนี้ตรงกับความต้องการเดิมของหลี่เฉิงเฉียน รัชทายาทหนุ่มผู้เป็นดั่งนกน้อยในกรงทอง แม้นมียศถาบรรดาศักดิ์ มีเงินทอง มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ใจปรารถนา แต่สิ่งที่โหยหากับเป็นเพียงความเสรีเท่านั้น จากเด็กน้อยอยู่แต่ในรั้วในวัง น้อยครั้งนักที่จะได้ออกไปนอกพระราชวัง ความแปลกตาดึงดูดความใคร่รู้ในใจของเขา สัญชาติญาณความอยากรู้อยากรองจึงระเบิดออกมาฮ่องเต้ทรง สถาปนาหลี่เฉิงเฉียนขึ้นเป็นองค์รัชทายาท ตั้งแต่ยังเยาวัย เขาถูกผู้คนแวดล้อมเอาอกเอาใจจนเคยตัว เมื่อเติบใหญ่นิสัยเหล่านั้นจึงห่อหุ้มความบริสุทธิ์ที่เคยมี เมื่อได้รับรู้เรื่องที่บิดาของตน ชิงราชบัลลังก์จากพี่ชายพร้อมทั้งฆ่าพี่น้องร่วมอุทร ความเลื่อมใส่ที่มีต่อบิดาก็มลายหายไป เกิดเป็นความต่อต้านโดยไม่รู้ตัวในตำหนักตงกง มีสายลับของคนนอก คอยจับตามองเขาอยู่ห่าง ๆ เมื่อรู้ว่าเขาสนิทชิดเชื้อกับขันที่น้อยจากถูเจี๊ย จึงใช้เรื่องนี้หวังปล

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   เล่มตำรา เล่มแรกของต้าถัง 2

    “ บุตรทานอาหารมาแล้วขอรับ ”“ บุตรอยากทานขนม ”หลี่ลี้เชียงหันไปตอบบิดาของตน หลี่เฉิงเฉียนยิ้มแห้ง เวลานี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะเอาขนมจากที่ใดมาให้บุตร เว่ยฮุ่ยหลินมองออกว่า ตำหนักตงกงไม่น่าจะมีขนมสำหรับเด็ก จึงปลอบใจบุตรของตนว่าถ้ากลับไปแล้วจะซื้อถังหูลู่ให้กิน หลี่ลี้เชียงปรบมือชอบใจหลี่เฉิงเฉียนครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว เขานำเมล็ดข้าวโพดตากแห้ง ที่เตรียมไว้สำหรับเพาะปลูก ตวงออกมา 1 ถ้วยชา นำเมล็ดข้าวโพดตากแห้ง ลงไปคั่วในกระทะร้อน แล้วปิดฝา กลิ่นหอมจากการคั่วเมล็ดข้าวโพดล่องลอยไปถึงตำหนักเรือนรับรอง เผิงกงกง เมื่อได้กลิ่นจึงขอตัวไปดูว่าหลี่เฉิงเฉียงกำลังปรุงอาหารอะไรเผิงกงกง เดินไปถึงครึ่งทางก็ได้ยินเสียงดังดั่ง ประทัดงานฉลองเปิดร้านใหม่ เผิงกงกง สะดุ้งตกใจรีบหลบเข้าที่กำบัง ไม่นานเสียงก็สงบลง จึงรีบเดินเข้าไปดูในครัว เขาเห็นเพียงหลี่เฉิงเฉียนกำลังโรยเกลือบน กองอะไรบางอย่าง เมื่อหลี่เฉิงเฉียน มองเห็นเผิงกงกง ก็กล่าวขออภัยที่ทำให้ เผิงกงกงต้องตกใจ เหตุที่เขารู้เพราะบนศีรษะของเผิงกงกง มีแต่หยากไย่ ติดอยู่ น่าจะไปมุดอะไรมาหลี่เฉิงเฉียน นำข้าวโพดคั่วใส่จานแบ่งให้ครบจำ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   เล่มตำรา เล่มแรกของต้าถัง

    หลี่เฉิงเฉียน ได้รับเครื่องมือการเกษตรจากอู๋กงกง เขายืนมองคันไถโบราณอันใหญ่ และกองเครื่องมือ ด้วยดวงตาว่างเปล่า นี่ใช่เครื่องมือทำการเกษตรจริงๆ อย่างนั้นหรือ แล้วมันใช้การอย่างไร อาจารย์สอนวิชาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อย่างเขา แม้จะทำวิจัยเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวมาก่อน แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป เครื่องมือที่ใช้ก็เปลี่ยนไป เขาคงต้องใช้แค่จอบและเสียม ในการค้นคว้าครั้งนี้ อู๋กงกง มองเห็นสายตาของหลี่เฉิงเฉียน ที่มองไปยังคันไถ ก็ให้ขบขันภายในใจ งานอดิเรกของฝ่าบาทก็คือ การปลูกข้าวเช่นกัน พระองค์ทรงต้องการเข้าพระทัย ของความยากลำบากของชาวนา จึงปลูกข้าวหลังตำหนักทรงพระอักษร ครั้งแรกที่ทรงทอดพระเนตรคันไถ ก็แสดงแววตาเช่นเดียวกับหลี่เฉิงเฉียน อู๋กงกงอมยิ้มเอ็นดูโดยไม่รู้ตัวหลี่เฉิงเฉียนเลือกเครื่องมือที่ตนพอรู้จัก แยกแบ่งไว้ ส่วนที่เหลือยังคงไม่ทิ้งเพราะอาจจะใช้การได้ในภายภาคหน้า อู๋กงกงยังไม่ลืมสิ่งที่ขันทีเการ้องขอ เขาส่งกระดาษพับหนาให้หลี่เฉิงเฉียนพร้อมชุดอุปกรณ์เครื่องเขียน สิ่งแรกที่หลี่เฉิงเฉียนตระหนักได้เมื่อพบเห็นกระดาษของต้าถัง การใช้งานแบบแผ่นและแบบม้วน นั้นเก็บรักษายากเกินไป“ ขันทีเกา เจ้าไปนำเข็มป

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   หลี่ซื่อหมิน ว่าราชกิจ

    ขันทีเกา โค้งคำนับก่อนจะรายงาน เรื่องส่วนต่าง ๆ ของต้นข้าวโพด คุณชายแค่บอกว่ามันมีประโยชน์ทุกส่วน แต่ไม่ได้แจ้งว่า ส่วนไหนสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง หลี่ซื่อหมินให้ขันทีเกาจดบันทึก ประโยชน์ส่วนต่าง ๆ ของต้นข้าวโพด หากได้ข้อมูลแล้วให้ส่งไปที่ตำหนักทรงพระอักษร และต้องบันทึกสิ่งต่าง ๆ ที่หลี่เฉิงเฉียนทำ ส่วนเรื่องเครื่องมือเกษตร พรุ่งนี้เช้าจะให้คนนำไปให้ที่ตำหนักตงกง“ เจิ้น คงต้องขอตัวก่อน อู๋กงกงจงตามขันทีเกาไปเอาข้าวโพดมาเพิ่ม สอบถามวิธีการปรุงให้เรียบร้อย เอาไปให้พ่อครัวหลวงลองทำดู พรุ่งนี้เช้าจะลองให้ขุนนางทั้งหลายชิมดู “หลี่ซื่อหมินสั่งการอู๋กงกง ก่อนจะเสด็จออกจากตำหนักคุนหนิง“ น้อมส่งเสด็จ “ ฮองเฮา และ เหล่าข้าราชบริพาร ทำความเคารพอย่างพร้อมเพียง อู๋กงกงและขันทีเกา จึงเดินทางกลับตำหนักตงกงขณะนี้ หลี่เฉิงเฉียนกำลังนั่งเหม่อมองท้องนภา จิตใจล่องลอยไปถึงจวนไท่ฟู่เว่ยเจิง ใบหน้าเว่ยฮุ่ยหลินในยามเขินอาย ลอยเด่นอยู่กลางนภากาศ เพียงแค่คิดถึง ใจก็เต้นระรัว หน้าแดงลามไปถึงใบหู เหมือนมีผีเสื้อนับร้อยบินอยู่ในท้องในโลกปัจจุบัน เขาก็เคยมีความรักมาก่อน เพียงแต่ความรู้สึกเช่นนี้เป็นครั้

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ข้าวสาลี 6,000 จิน/ไร่ 2

    ขันทีเกาลุกขึ้นคารวะ หลี่เฉิงเฉียนด้วยความเคารพจากใจ ดั่งคำโบราณท่านกล่าว“ ปณิธานของพญาหงส์ ไฉนเลยนกกระจิบนกกระจอกจะเข้าใจ ”บัดนี้ขันทีเการู้แล้วว่า มิควรประมาทปัญญาของคุณชาย หลายครั้งหลายคราที่คุณชายสร้างความแตกตื่นให้กับเขา ยิ่งคิดยิ่งปวดใจ หากอนาคตคุณชายได้สืบราชบัลลังก์ ต้าถังต้องรุ่งเรืองเหนือแคว้นอื่นใดนี้ก็ยามสายแล้ว ทั้งสองทานข้าวโพดย่างด้วยความเปรมปรีดิ์ หลี่เฉิงเฉียนเล่าถึงประโยชน์ของข้าวโพด พืชชนิดนี้ใช้น้ำน้อย ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ให้ผลผลิตจำนวนมาก และสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ขันทีเกาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าะมีพืชที่มีประโยชน์เช่นนี้ในต้าถัง เมื่อเข้าใจเหตุผลขันทีเการีบรุดไปตำหนักคุนหนิงเพื่อขอพบเผิงกงกง โดยไม่ลืมหยิบข้าวโพดใส่ปิ่นโตติดไม้ติดมือไปด้วย เมื่อขันทีเกาเดินทางมาถึงหน้าตำหนักคุนหนิง จึงแจ้งกับนางกำนัลเพื่อขอพบเผิงกงกง นางกำนัลนำทางขันทีเกา เข้าด้านในตำหนัก เนื่องด้วยเผิงกงกงเคยกำชับไว้ว่าเมื่อไรที่ขันทีเกามาหาตนที่ตำหนัก ให้นางกำนัลพาขันทีเกาเข้ามาหาตนได้เลย“ คารวะเผิงกงกง ” ขันทีเกาทำความเคารพ ผู้อาวุโสด้านหน้า เผิงกงกง ผงกศรีษะตอบรับ ก่อนจะถามถึงเหตุ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   หลี่เฉิงเฉียนพบบุตร 2

    คำถามแรกที่ออกจากปากของเขา ทำให้เว่ยฮุ่ยหลินผิดหวังยิ่งนัก นางคิดว่าเขาจะถามถึงเรื่องของตัวนาง เว่ยฮุ่ยหลิน เหม่อมองไปทางตำหนักหอนอนของบุตร ก่อนจะอธิบายให้เขาฟัง“ ท่านพ่อเป็นข้าราชการตงฉิน มีเบี้ยหวัดไม่มาก รายรับส่วนใหญ่เพียงพอแค่นำมาใช้จ่ายภายในบ้านเท่านั้น ไม่มากพอจะซ้อมแซมอะไร หากต้องการบูรณะบำรุงคงต้องขอความเมตตาต่อฝ่าบาทบูรณะจวนให้ ”คำอธิบายของ เว่ยฮุ่ยหลิน ทำให้หลี่เฉิงเฉียน ได้แต่ถอนใจ“ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” หลี่เฉิงเฉียนอดเป็นห่วงนางไม่ได้เมื่อคำถามที่นางเฝ้ารอว่าจะได้ยิน หลุดออกจากปากหลี่เฉิงเฉียน นางก็อดกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เขื่อนที่คอยกักเก็บความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ก็พังทลายลงมาน้ำตาไหลทะลัก หลี่เฉิงเฉียนไม่รู้จะทำอย่างไร เขาดึงนางเข้ามากอดอยู่ในอ้อมแขนของตน เว่ยฮุ่ยหลิน ระบายความรู้สึกที่มีออกมาด้วยน้ำตา หน้าซบอกของร่ำไห้เพราะบรรยากาศเป็นใจ หรืออารมณ์พาไป ทำให้หลี่เฉิงเฉ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status