تسجيل الدخولตอนที่5 เจอกันอีกครั้ง (ยัยเด็กขี้ขโมย)
เช้าวันต่อมา
พรีมมาตื่นแต่เช้ามานั่งรอนุชจรีอยู่ข้างล่าง ด้วยความที่เป็นวันแรกและครั้งแรกที่เธอจะได้ทำงานหลังจากที่เรียนจบมา ความจริงแล้วพรีมมาตั้งใจว่าจะกลับมาช่วยพี่ชายทำงานที่บริษัท แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ เธอก็คงต้องทำงานหาเงินใช้เองไปก่อน จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
“มาแล้วค่ะ เราไปกันดีกว่า” นุชจรีที่กำลังเดินเข้ามาเอ่ยทักทายเจ้าของบ้านที่นั่งอยู่บนโซฟากลางบ้าน พรีมมาหันไปหานุชจรีแล้วยิ้ม
“เราจะไปยังไงคะ ไปรถพรีมไหม” พรีมมมาเอ่ยถามนุชจรีพร้อมกับชี้ไปที่รถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่หน้าบ้าน
“ไปรถเมล์ดีกว่าค่ะ นั่งแค่ต่อเดียวยาว ๆ เพราะธนาคารที่นุชทำมันเป็นสำนักงานใหญ่ อยู่ในเมืองขับรถไป รถน่าจะติดมากเดี๋ยวจะสายค่ะ”
“โอเคนั้นเราไปรถเมล์ก็ได้” พรีมมายิ้มแล้วตอบกลับไป ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงสำนักงานใหญ่ของธนาคารบวรกิจวัฒนานนท์ พรีมมายืนมองตึกสูงที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
“เข้าไปกันเถอะค่ะ” นุชจรีสะกิดบอกพรีมมาที่ยังยืนมองตึกสูงข้างหน้า
“อ๋ออืมไปกันเถอะค่ะ” พรีมมาเดินตามหลังนุชจรีเข้าไปในตึกก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟต์กดชั้นที่ยี่สิบ
“ตึกนี้มีสามสิบห้าชั้นเลยเหรอคะ แค่ธนาคารทำไมต้องใหญ่โตขนาดนี้ด้วย” พรีมมาที่ยืนอยู่พูดขึ้นมาด้วยความสงสัย
“คุณพรีมไปอยู่ที่ไหนมาคะ ถึงไม่รู้จักตระกูลบวรกิจวัฒนานนท์” พรีมมาขมวดคิ้วแล้วทำสีหน้าเรียนนิ่ง
“ไม่รู้จัก ทำไมเหรอ?” พรีมมารีบถามกลับไปด้วยความอยากรู้
“แปลกจังไม่รู้จักได้ยังไง ตระกูลบวรกิจวัฒนานนท์เป็นตระกูลที่รวยอันดับต้น ๆ ของประเทศเลยนะคะ มีธุรกิจมากมายเช่นโรงพยาบาล ธุรกิจส่งออกยานยนต์ระดับโลกและธนาคาร นี่ยังไม่ร่วมธุรกิจเล็ก ๆ ที่อยู่ในเครือด้วย คิดดูสิคะจะรวยขนาดไหน” พรีมมาตั้งใจฟังที่นุชจรีเล่าแล้วพยักหน้า
“อืม..ก็น่าจะรวยมากจริง ๆ แต่รวยขนาดนี้ผู้บริหารก็คงแก่เพราะน่าจะบริหารงานเก่งกว่าคนรุ่นใหม่”
“ใครว่าคะ รู้ไหมทั้งสามบริษัทที่นุชพูดมา ลูกชายของตระกูลบวรกิจวัฒนานนท์เป็นผู้บริหารทั้งนั้น อายุยังไม่ถึงสามสิบกันเลยค่ะ คนอะไรก็ไม่รู้เก่ง ๆ” นุชจรีพูดไปก็ยิ้มไป ส่วนพรีมมาที่ได้ยินก็ยังคงนิ่งเพราะเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องที่นุชจรีเล่าเลยแม้แต่น้อย
“ถึงจะอายุยังน้อยแต่หน้าตาก็คงจะแก่เกินเพราะทำงานหนัก” คำพูดของพรีมมาทำให้นุชจรีถึงกับหันมายิ้มให้แล้วส่ายหน้า
"เดี๋ยวก็รู้ค่ะ ว่าแก่หรือเปล่า"
ติง!! เสียงประตูลิฟต์เปิด ทำให้สองสาวที่อยู่ข้างในรีบเดินออกมาทันทีแล้วเดินไปที่แผนกสินเชื่อ
“เดี๋ยวคุณพรีมนั่งรอนุชอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ” นุชจรีหันมาบอกกับพรีมมาที่เดินตามหลังมา
“ค่ะ” พรีมมายิ้มแล้วพยักหน้ากลับไป ส่วนนุชก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการแผนก
ผ่านไปสักพัก
“พี่ฝนช่วยรับเพื่อนนุชไว้หน่อยไม่ได้เหรอคะ”
“แผนกเราเต็มแล้ว เมื่อวานพี่เพิ่งรับคนไป อีกอย่างพี่ต้องทำตามนโยบายของบริษัท รับคนเกินไม่ได้หรอก”
“แต่พี่ฝนคะ แค่คนเดียวเองไม่ได้เลยเหรอคะ”
“ไม่ได้จริง ๆ แค่นี้แหละพี่มีประชุม” น้ำฝนลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง โดยมีนุชจรีเดินตามหลังมาแล้วอ้อนวอนขอร้องน้ำฝน พรีมมาที่เห็นว่านุชรีเดินออกมา ก็ลุกขึ้นไปหานุชจรีทันที
“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณนุช”
“ไม่มีอะไรค่ะ เดี๋ยวนุชจัดการเอง” พรีมมาได้แต่พยักหน้าแล้วกลับไปนั่งที่เดิม ส่วนนุชจรีก็รีบเดินตามน้ำฝนไปเพื่อขอร้องให้รับพรีมมาเข้าทำงานอีกครั้ง ระหว่างที่พรีมมานั่งรอนุชจรีอยู่นั้น ร่างสูงของใครบางคนก็เดินผ่านเธอไป แต่สุดท้ายคนตัวโตก็ต้องหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่อีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกันที่พรีมมาก็เงยหน้าขึ้นมาเช่นกัน ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะเป็นพาริชเองที่ยกยิ้มมุมปาก
“ยัยเด็กขี้ขโมย หึ!! โลกแม่งกลมฉิบหาย” พาริชเอ่ยเสียงเบาแต่พรีมมาคงไม่ได้ยินเพราะมันเหมือนพึมพำในลำคอมากกว่า สุดท้ายคนตัวโตก็ต้องละสายตาจากคนตัวเล็กแล้วรีบสาวเท้าเดินออกไปเพราะมีประชุม ส่วนพรีมมาก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง มองตามหลังคนตัวโตด้วยความสงสัยกับท่าทางเมื่อกี้
ทางด้านของนุชจรี
“พี่ฝนช่วยรับเพื่อนนุชไว้เถอะนะคะ” นุชจรียังคงตามขอร้องน้ำฝนไม่เลิก จนทำให้น้ำฝนรู้สึกรำคาญ
“นี่!! พี่ก็บอกแล้วไงว่ารับไม่ได้ แผนกเรามันเต็มแล้ว พูดไม่รู้เรื่องหรือไง” น้ำฝนขึ้นเสียงใส่นุชจรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรำคาญ
“มีปัญหาอะไรกันเหรอเปล่า ทำไมต้องเสียงดังขนาดนี้” เสียงเข้มที่คุ้นเคย ทำให้น้ำฝนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ทะ..ท่านประธาน” นุชจรีที่ยืนอยู่ถึงกับหันหลังกลับไปมองและก็ต้องตกใจเช่นกันเมื่อเห็นร่างสูงของเจ้านายหนุ่ม พาริชเหลือบมองนุชจรีเล็กน้อยแล้วหันมาถามน้ำฝนอีกครั้ง
“ผมถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า”
“เออ..คือว่ามีคนมาสมัครงานค่ะ” น้ำฝนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ใคร?” ประธานหนุ่มถามกลับไปอีกครั้ง
“น้องผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้นค่ะ มาสมัครงานแผนกสินเชื่อค่ะ” คำตอบของน้ำฝนทำให้พาริชหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่เขาเพิ่งเดินผ่านเธอมาเมื่อกี้
“แล้วยืนงงกันอยู่ทำไม ก็รับไปสิคนขาดไม่ใช่เหรอ” เสียงเข้มทุ้มต่ำพูดขึ้นอีกครั้ง
“แต่แผนกสินเชื่อเต็มแล้วนะคะ คนไม่ได้ขาดค่ะท่านประธาน”
“อ้าวเหรอครับ นั้นผมไล่คุณออก ตอนนี้คนก็ขาดแล้วสินะ รับเธอเข้าทำงานซะ นี้คือคำสั่ง” พาริชพูดแค่นั้นหันไปเหลือบมองพรีมมาที่นั่งอยู่เล็กน้อย ริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างคนร้ายกาจก่อนจะสาวเท้าเดินออกไป ไม่สนใจสีหน้าของน้ำฝนที่ยืนอยู่เลยแม้แต่น้อย
“หึ!! เธอเดินเข้ามาให้ฉันกระแทกเองนะ ยัยเด็กขี้ขโมย”
ตอนพิเศษ34ปีต่อมาพิชญ์ บวรกิจวัฒนานนท์“พิชญ์อย่าวิ่งลูก” พรีมมาเอ่ยบอกกับลูกชายที่กำลังวิ่งตรงมาที่เธอ หญิงสาวนั่งลงทันที พร้อมกับอ้าแขนรอรับลูกชายตัวน้อย“พิชญ์คิดถึงแม่ครับ” เด็กชายตัวน้อยที่อยู่ในโอบแขนของคนเป็นเอ่ยขึ้นมาทันที“ปากหวานจริง ๆ แค่มาโรงเรียนเอง ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย” พรีมมายิ้มให้ลูกชาย มือสวยลูบไปที่ใบหน้าของพิชญ์ สายตาของเธอเหลือบไปมองมือเล็กของลูกชายที่ถืออะไรสักอย่างไว้“ลูกถืออะไรมาอีก แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเก็บอะไรมาไว้มั่ว ๆ”“ไม่ได้มั่วครับ อันนี้เพื่อนของพิชญ์เธอพับให้” พิชญ์บอกกับคนเป็นแม่พร้อมกับยื่นกระดาษที่พับเป็นรูปหัวใจให้คนเป็นแม่ พรีมมามองแล้วยิ้ม“เพื่อนหรือสาวคะ ทำไมต้องเก็บไว้ด้วย”“เพื่อนครับ เธอให้พิชญ์ไว้เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้เรียนที่นี่” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก้มหน้าลงมองหัวใจกระดาษที่อยู่ในมือพร้อมกับทำหน้าเศร้า“พิชญ์ครับ ฟังแม่นะลูกมีพบก็ต้องมีจาก จากเพื่อพบกันใหม่ แม่เชื่อว่าเพื่อนของลูกกับลูกจะกลับมาพบกันอีกครั้งครับ” พรีมมาลูบลงบนผมของลูกชายอย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู“จริงเหรอครับ แต่เธอไปไกลมาเลยนะครับ พิช
ตอนพิเศษ23เดือนต่อมา“แด๊ดน้ำอาบแต่งตัวไปทำงานได้แล้วค่ะ” พรีมมาเดินเข้ามาภายในห้องนอนของลูกชายที่มีคนเป็นพ่อนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง“แด๊ดขออยู่กับลูกอีกสักพักนะคะ”“ไม่ได้ค่ะ อาบน้ำแต่งตัวไปทำงานได้แล้ว อย่าให้หนูต้องพูดเป็นครั้งที่สาม” พรีมมาขึ้นเสียงดุสามีที่นั่งทำหน้าเศร้าเมื่อต้องไปทำงาน“ก็ได้ครับ ป๊าไปทำงานก่อนนะครับ เดี๋ยวป๊าจะรีบทำงานแล้วกลับมาหา” พาริชก้มลงหอมแก้มลูกชาย ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นฟอด ฟอดพาริชหอมแก้มภรรยาสาวที่ยืนอยู่ฟอดใหญ่“เดี๋ยวนี้เมียแด๊ดดุจังเลยนะครับ” พาริชเอ่ยแซวภรรยาสาวตัวเล็ก พรีมมาได้ยินก็จ้องมองเขาแล้วทำหน้านิ่ง“ที่หนูต้องดุแบบนี้ก็เพราะแด๊ดดื้อ ดื้อกว่าเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่อีก”“ก็แด๊ดอยากอยู่กับลูก ไม่อยากห่างลูกห่างเมีย” พาริชโอบกอดภรรยาสาวด้วยความรัก ทำเสียงอ้อนเธออย่างเช่นทุกวัน“ไม่ต้องเลยค่ะ ไปอาบน้ำแต่งตัว หนูเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้แล้ว”“เอางานมาทำที่บ้านเหมือนตอนที่หนูท้องดีไหม แด๊ดจะได้อยู่กับลูก”“หยุดเลยค่ะ ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ไปหนูจะเอาตัวเล็กไปอยู่ที่บ้านคุณแม่”“ไม่เอา! ไม่ทำแบบนั้นนะคนดี แด๊ดยอมแล้ว เดี๋ยวแด๊ดจะรีบไปตอนนี้เลยครับ” พาริชผล
ตอนพิเศษ11ปีผ่านตึก! ตึก! ตึก!เสียงฝีเท้าของพาริชที่กำลังวิ่งลงบันไดลงมาจากชั้นบนด้วยความเร่งรีบ เมื่อเห็นภรรยาสาวท้องแก่ที่กำลังเดินถือน้ำเปล่าออกมาจากห้องครัว“หนู!! แด๊ดบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ทำอะไร อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวแด๊ดทำเองครับ” พาริชที่กำลังเดินลงมาจากบันไดชั้นสองรีบวิ่งเข้ามาหาภรรยาสาวทันที“หนูก็แค่หยิบน้ำเองค่ะ” พรีมมาหันไปดุคนตัวโตที่โอบประคองร่างแบบบาง ที่ท้องกำลังโตเข้าเดือนสุดท้ายแล้ว“แค่หยิบน้ำก็ไม่ได้ จะทำอะไรบอกให้เรียกแด๊ด ทำไมดื้อแบบนี้เนี่ย”“หนูไม่ได้เป็นง่อยแค่ท้อง อีกอย่างแด๊ดไม่คิดจะไปเข้าบริษัทเลยเหรอคะ” พรีมมามองหน้าพาริชแล้วเอ่ยถามเพราะตั้งแต่ที่เธอท้องเข้าเดือนที่เจ็ดจนถึงตอนนี้ คุณพ่อลูกหนึ่งก็ไม่เข้าบริษัทเลย แต่กลับเลือกที่จะทำงานที่บ้านแทน“ไม่เอาครับใครจะทิ้งให้เมียอยู่คนเดียว” พาริชพูดพร้อมกับประคองภรรยาสาวไปนั่งที่โซฟา“หนูไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย พวกพี่ ๆ เขาก็อยู่เต็มบ้าน คุณแม่ ยัยเค้กก็แวะมาหาทุกวัน หนูว่าแด๊ดเข้าบริษัทบ้างก็ได้นะคะ” พรีมมาบอกกับพาริชที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่ที่แต่งงานชายหนุ่มก็เลือกที่จะซื้อบ้านเพราะจะได้มีพื้นที่ให้ลูกชายได้ว
ตอนที่40 รักที่สุด สุดที่รักหนึ่งเดือนต่อมา“หนูเสร็จหรือยังคะ” พาริชเอ่ยถามคนตัวเล็กที่ยังอยู่ในห้องแต่งตัว“เสร็จแล้วค่ะ เสร็จแล้ว” พรีมมาเอ่ยบอกกับแฟนหนุ่ม ร่างแบบบางเดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยชุดราตรีสีขาวมุก เธอสวมใส่สร้อยคอที่พาริชชื้อไว้เมื่อตอนที่เธอทำงานใหม่ ๆ ร่างแบบบางสมส่วนเดินตรงมาที่พาริชแล้วยิ้ม“ขอโทษนะคะที่ให้รอ”“ไม่เป็นไรครับถ้าจะสวยขนาดนี้ รอนานกว่านี้แด๊ดก็รอหนูได้” พาริชเอ่ยพร้อมจ้องมองคนตัวเล็กเหมือนจะกลืนกินเธอทั้งตัว "แม่ง! ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบไปนะ จะจับกระแทกเลย...."“ปากหวานจังไปกันเถอะค่ะ” พาริชยิ้มแล้วยื่นแขนไปให้คนตัวเล็กคล้อง พรีมมาหลุบมองแล้วยิ้มก่อนที่จะคล้องแขนไปที่แขนของแฟนหนุ่ม ทั้งสองพากันเดินออกไปจากห้องทันที@งานแต่งพายุกับลันตาภายในงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก งานแต่งที่ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตสมฐานะพี่ชายคนโตของตระกูลบวรกิจวัฒนานนท์ พาริชกับพรีมมาเดินเข้าไปแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว“ยินดีด้วยนะเฮีย ยินดีด้วยนะครับพี่สะใภ้” พาริชยิ้มให้คนเป็นพี่แล้วหันไปยิ้มให้พี่สะใภ้“ขอบใจมากนะ” พายุตบไปที่ไหล่ของคนเป็นน้อง ส่วนพรีมมาก็ได้แต่ยืนยิ้ม หลัง
ตอนที่39 คนดีของหนูพรีมสองวันต่อมา“อย่าเล่นค่ะ หนูทำงานอยู่” พรีมมาดุคนตัวโตที่เอาแต่หอมแก้มเธอไม่หยุด“ก็ตัวหนูหอมนี่ครับ” พาริชหอมแก้มคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก เขาไม่ยอมปล่อยให้เธอห่างจากเขาเลยแม้แต่น้อย พาริชจัดการย้ายโต๊ะทำงานของเธอมาไว้ที่ห้องทำงานของเขา แต่ก็ไม่ยอมให้คนตัวเล็กนั่งที่โต๊ะ เขากลับให้เธอมานั่งทำงานบนตักเขาแทน“แล้วจะย้ายโต๊ะทำงานของหนูมาทำไม ถ้าจะให้หนูนั่งทำงานบนตักแด๊ด” พรีมมาเอียงตัวถาม คนเอาแต่ใจที่ไม่ยอมปล่อยเธอไปไหน“ก็อยากให้หนูมาอยู่ใกล้ ๆ ไง แด๊ดจะได้มีกำลังใจทำงาน”“เกี่ยวกันที่ไหนคะ”“เกี่ยวสิเพราะหนูเป็นเมียแด๊ด”“ใครเป็นเมียคะ เป็นแค่แฟนต่างหาก”“เอากันทุกคืน มันน่าน้อยใจจริง ๆ เลย” ประธานหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำแผ่วเบา พรีมมาหันมามองคนขี้งอนทันที มือเล็กทั้งสองข้างเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าหล่อเหลาของแฟนหนุ่ม“คนดีของหนูไม่น้อยใจสิคะ เดี๋ยวไม่หล่อน้าา..” พรีมมายิ้มหวานให้คนตัวโตพร้อมกับบีบแก้มเล่นเบา ๆ“....” ประธานหนุ่มขี้น้อยใจยังคงทำหน้าบึ้งและเงียบจุ๊บ!ริมฝีปากบางจุ๊บลงบนแก้มขวาของแฟนหนุ่มเพื่อเอาใจเขา แต่ดูเหมือนว่าพาริชก็ยังทำหน้านิ่ง“หนูจุ๊บแก้มแล้วยังไ
ตอนที่38โกรธไม่ลง@ห้องทำงานพาริช“นั่งทำหน้าเหมือนโดนเมียทิ้ง” ภาคินทร์เดินเข้ามาภายในห้องทำงานของน้องชาย เอ่ยทักเจ้าของห้องที่นั่งทำหน้าหงอยอยู่ พาริชเห็นพี่ชายถึงกับถอนหายใจ“ใกล้แล้วผมใกล้จะโดนเมียทิ้งจริง ๆ แล้ว”“จริงเหรอวะ เฮียก็เห็นรักกันดีไหมใช่เหรอ” ภาคินทร์เอ่ยถาม ก่อนจะนั่งลงบนโซฟากลางห้อง“ผิดที่ผมเองแหละ”“แล้วไปทำอะไร”“ผมให้เบลมาอยู่ที่คอนโด แล้วพรีมก็มารู้เข้า เธอเลยโกรธผม” พาริชเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“มันก็สมควรแล้ว เขาไม่บอกเลิกมึงก็บุญหัว”“ถ้าจะตอกย้ำก็ไม่ต้องพูดหรอก ว่าแต่เฮียมาทำไม” พาริชมองหน้าคนเป็นพี่แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ก็เบื่อ ๆ เห็นไอ้ยุบอกว่าจะมาด้วย แล้วมันไปไหนของมัน” ภาคินทร์เปลี่ยนเรื่องคุยทันทีแกร็ก!ยังไม่ทันที่พาริชจะได้ตอบคำถามของคนเป็นพี่ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิด ตามด้วยร่างสมส่วนของพายุที่ก้าวเข้ามา“นั่นไงมาแล้ว” พาริชพูดขึ้นมาเมื่อเห็นหน้าพี่ใหญ่ของตระกูลบวรกิจวัฒนานนท์“อยู่กันครบสองตัวเลยนะพวกมึง” พายุเอ่ยทักคนเป็นน้องด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แล้วนั่งลงที่โซฟา“ในไลน์กลุ่มมึงบอกว่ามีเรื่องคุย” ภาคินทร์เอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าคนเป็นพี่“กู
ตอนที่29อ้อนท่านประธาน (NC+)แกร็ก!!เสียงประตูที่ถูกเปิดเข้ามา ทำให้เจ้าของห้องที่นั่งอยู่รีบทำหน้านิ่งทันที สายตาคมคายมองคนตัวเล็กที่กำลังเดินตรงมาที่เขา ใบหน้าสวยเผยรอยยิ้มอ่อนโยนให้ประธานหนุ่ม รอยยิ้มขอเธอเกือบทำให้คนที่พยายามแสดงละครอยู่หยุดเผลอยิ้มตอบเชี่ยยิ้มขนาดนั้นใครจะไม่ใจอ่อนวะ.....“เ
ตอนที่9 ท่านประธานตัวปลอมหลังจากที่พรีมมายืนทำใจ อยู่นานเธอก็ตัดสินใจเดินกลับไปที่แผนกพร้อมกับนุชจรีอีกครั้ง“คุณพรีมแน่ใจเหรอคะ ว่าจะไปตอนนี้ ดูเหมือนว่าท่านประธานจะยังไม่กลับเลยนะคะ”“แน่ใจค่ะ พรีมทำใจแล้ว อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด” พรีมมาหันมาแล้วทำหน้าจริงจัง ส่วนนุชจรีเห็นท่าทางมั่นใจของพรีมมา
ตอนที่8 คนขี้โกหก18.00 น.หลังเลิกงานพรีมมาแวะมาทานมื้อเย็นที่บ้านของนุชจรีบนโต๊ะอาหาร“คุณพรีมทานได้ใช่ไหมคะ” ป้าแหม่มที่นั่งตรงข้ามถามด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าหญิงสาวจะทานอาหารบ้าน ๆ แบบนี้ไม่ได้“ทานได้ค่ะ พรีมเป็นคนกินง่าย ไม่เรื่องมากหรอกค่ะขอแค่มีกินก็พอ” พรีมมายิ้มแล้วตอบกลับไป ป้าแหม่มได้ยิ
ตอนที่7 คนเจ้าเล่ห์พาริชยังนั่งจ้องมองคนตัวเล็กตรงหน้าอยู่อย่างนั้น ส่วนพรีมมาเมื่อรู้สึกว่าถูกจ้องมองนานเกินไป เธอก็เลยรีบดึงตัวออกมา ริมฝีปากบางเผลอเม้มปากด้วยความลืมตัว การกระทำของเธอทำให้พาริชเลื่อนสายตาลงไปมองที่ริมฝีปากบางอมชมพูแม่ง!! ปากน่าจูบฉิบหาย.....พรีมมาทำตาปริบ ๆ รีบหันหน้าสวย มองไ







