Se connecterตอนที่9 ท่านประธานตัวปลอม
หลังจากที่พรีมมายืนทำใจ อยู่นานเธอก็ตัดสินใจเดินกลับไปที่แผนกพร้อมกับนุชจรีอีกครั้ง
“คุณพรีมแน่ใจเหรอคะ ว่าจะไปตอนนี้ ดูเหมือนว่าท่านประธานจะยังไม่กลับเลยนะคะ”
“แน่ใจค่ะ พรีมทำใจแล้ว อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด” พรีมมาหันมาแล้วทำหน้าจริงจัง ส่วนนุชจรีเห็นท่าทางมั่นใจของพรีมมา เธอก็รู้สึกมั่นใจไปด้วย
“เอาค่ะ!!เป็นไงเป็นกัน ไหน ๆ เราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ไปค่ะ” นุชจรีพูดพร้อมกับสาวเท้าเดินนำหน้าพรีมมา พรีมมาได้แต่ยืนทำตาปริบ ๆ ก่อนจะรีบเดินตามไปทันที
“เดี๋ยวนุชจะปกป้องคุณพรีมเอง เดินตามหลังนุชมาค่ะ” นุชจรีหันมาบอกกับพรีมมา ก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อ โดยมีพรีมมาเดินตามหลังมาติด ๆ
แผนกสินเชื่อ
นุชจรีเดินเข้ามาก่อน แล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อสังเกตว่ามีใครไหมนอกเหนือจากคนในแผนก
“เป็นอะไร? ทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ” น้ำฝนผู้จัดการแผนกเดินมาถามนุชจรีด้วยความสงสัย
“ปะ..เปล่าค่ะ” นุชจรีรีบบอกออกไปทันที
“แล้วพนักงานใหม่ที่ไปกับเธออยู่ไหน เพื่อน ๆ ไปที่ห้องท่านประธานหมดแล้ว”
“อ๋อเหรอคะ แล้วท่านประธานไปไหนแล้วคะ เมื่อกี้เหมือนจะเห็นอยู่เลย”
“ท่านประธานไปแล้ว แล้วเด็กใหม่ไปไหนฉันถาม เธอไม่ได้ยินหรือไง” น้ำฝนขึ้นเสียงใส่นุชจรีด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ทำให้นุชจรีตกใจไม่น้อย
“เดี๋ยวนุชไปตามมาให้ค่ะ” ว่าแล้วนุชจรีก็รีบเดินไปหาพรีมมาที่ยืนหลบอยู่
“เป็นไงบ้างคะคุณนุช ท่านประธานไปหรือยัง” พรีมมาเอ่ยถามนุชรีทันที
“ไปแล้วค่ะ ทางสะดวก”
“โอเคค่ะ” พรีมมากับนุชจรีเดินกลับไปที่แผนกอีกครั้ง
“ไปไหนมา รู้ไหมเพื่อน ๆ เขาไปพบท่านประธานกันหมดแล้ว” น้ำฝนเมื่อเห็นพรีมมาที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับนุชจรี ก็ขึ้นเสียงใส่ทันที
“ขอโทษค่ะ” พรีมมาก้มหน้าขอโทษน้ำฝนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่ต้องมาขอโทษฉันหรอก เก็บคำขอโทษของเธอ ไว้ไปขอโทษท่านประธานโน้น” น้ำฝนทำเสียงไม่พอใจอีกครั้ง
“ค่ะ” พรีมมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เดี๋ยวนุชพาคุณพรีมไปพบท่านประธานดีกว่าค่ะ” นุชจรีรีบพูดขึ้นมาทันทีเพราะกว่าว่าพรีมมาจะโดนดุไปมากกว่านี้
“รีบพาไปเลยก่อนที่พี่จะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้” น้ำฝนพูดแค่นั้นแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน
“ไม่ต้องไปใส่ใจคำพูดของพี่น้ำฝนหรอก ไปกันเถอะเดี๋ยวท่านประธานจะรอนาน” พรีมมาหันมายิ้มให้นุชจรีแล้วพยักหน้า
หน้าห้องทำงานของท่านประธาน
“นุชคงไม่ได้อยู่รอนะคะ เพราะมีงานที่ต้องทำต่อ ยังไงก็สู้ ๆ ค่ะ” นุชจรีหันมาบอกกับพรีมมาที่ยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเครียด
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” พรีมมาถอนหายใจด้วยความคิดหนัก
“ท่านประธานเป็นคนใจดีค่ะ ไม่ต้องคิดมาก” นุชจรีพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นก่อนจะสาวเท้าเดินออกไป ส่วนพรีมมาก็ได้แต่นั่งก้มหน้ากุมมือแน่น
แกร็ก!!
เสียงประตูห้องถูกเปิดพร้อมกับพนักงานใหม่สี่คนที่เดินออกมา
“พบท่านประธานพร้อมกันสี่คนเลยเหรอคะ” พรีมมาถามกลับไปด้วยความสงสัย
“ ใช่เหลือแต่เธอคนเดียวแล้ว” พนักงานใหม่คนหนึ่งตอบกลับมา ก่อนจะพากันเดินกลับไปที่แผนก ทิ้งให้พรีมมานั่งอยู่คนเดียว หญิงสาวรู้สึกประหม่าไม่น้อยเมื่อคิดว่าตัวเองต้องเข้าไปพบท่านประธานเพียงคนเดียว คนตัวเล็กนั่งอยู่สักพักจนกระทั่ง
"คุณพรีมมา เปรมธาราโชติ เชิญพบท่านประธานด้านในค่ะ" พรีมมาที่นั่งอยู่ได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง ก็สะดุ้งเล็กน้อย เธอกุมมือตัวเองไว้แน่น ก่อนจะถอนหายใจแล้วค่อยลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง
แกร็ก!!
เสียงประตูเปิด พรีมมาก็ก้มหน้าลงทันที ร่างแบบบางค่อย ๆ เดินไปนั่งเก้าอี้ที่วางอยู่ตรงหน้า
"เอาแต่ก้มหน้าแล้วเราจะได้คุยกันเหรอครับ" พรีมมาที่ก้มหน้าอยู่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาและเธอก็ต้องแปลกใจ เหมือนคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเธอไม่ใช่พาริช แต่เป็นใครก็ไม่รู้เพราะเธอไม่เคยเจอ แต่คนที่เธอคุ้นหน้ากลับเป็นผู้ชายที่ยื่นอยู่ข้าง ๆ
"น้องพรีม นี่ท่านประธานของพี่เอง" พาริชตีเนียนแนะนำนทีที่นั่งอยู่ว่าเป็นท่านประธาน พรีมมาที่ได้ยินมองไปที่นทีแล้วกลับมามองที่พาริช
คนขี้โกหก คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าคนที่นั่งอยู่ไม่ใช่ท่านประธาน ได้~~จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม นั้นก็ตามน้ำไปก่อนก็แล้วกัน..............
พรีมมาคิดในใจแล้วยิ้มมุมปาก
“สวัสดีค่ะท่านประธาน” พรีมมายกมือไว้นทีที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“สวัสดีครับ” นทียกมือไหว้กลับด้วยความลืมตัว ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในฐานะท่านประธานปลอม ๆ พาริชยืนอยู่ข้าง ๆ ที่เห็นถึงกับเอื้อมมือไปสะกิด นทีสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบวางมือลงแล้วทำหน้านิ่ง พรีมมาเผลอยิ้มเล็กน้อย
“ท่านประธานของพี่ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง ท่านพูดไม่เก่งเท่าไหร่” พาริชรีบแก้ต่างออกไปทันทีเมื่อเห็นว่านทีนิ่งไป
“อ๋อค่ะ” พรีมมาได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้า เธอมองจ้องมานทีอีกครั้ง
“ท่านประธานมีอะไรจะพูดกับดิฉันไหมคะ ทำไมเอาแต่เงียบจัง”
“เออ..มีครับ วันนี้คุณทานอะไรเป็นมื้อเที่ยงครับ แล้วทำงานเป็นยังไงบ้าง เพื่อนที่แผนกโอเคหรือเปล่า งานหนักไหม อยากให้ผมช่วยอะไรตรงไหนหรือเปล่า” เมื่อได้พูดนทีก็พูดไม่หยุดด้วยความตื่นเต้น จนพาริชที่ยืนอยู่ต้องสะกิดอีกครั้ง
“ท่านประธานครับ ทีละคำถามก็ได้นะครับ” พาริชทำเสียงเรียบนิ่งบอกกับนทีที่นั่งอยู่
“ได้ครับ ทะ..” นทีกำลังจะพูดว่า ได้ครับท่านประธานแต่โดนพาริชสะกิดไว้ก่อน พรีมมาที่เห็นท่าทางของเจ้านายกับลูกน้องถึงกับก้มหน้าลงแล้วยิ้ม เธอพยายามข่มความรู้สึกไว้ แล้วเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
“ท่านประธานจะให้ดิฉันตอบคำถามเมื่อครู่เลยไหมคะ”
“ไม่ต้องตอบก็ได้ครับน้องพรีม เอาเป็นว่าพอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ดูเหมือนว่าท่านประธานจะไม่สบาย เดี๋ยวพี่เดินไปส่งน้องพรีมที่แผนกดีกว่าครับ”
พาริชไม่รอนาน ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่นั่งอยู่แล้วส่งยิ้มให้
“ไปครับ” พรีมมาเงยหน้ามองพาริชแล้วหันไปมองนที เธอยกมือไหว้นทีอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับพาริช
“ท่านประธานของพี่นทีดูแปลก ๆ นะคะ”
“ท่านไม่สบายนิดหน่อย”
“อืม..เหรอคะ ไม่สบายก็ยังมาทำงานขยันจัง อีกอย่างดูเหมือนว่าท่านประธานจะเกรงใจพี่นทีมากเลย ดูเกร็ง ๆ เวลาพูดกับพี่นทีด้วย” พรีมมาหันมาถามพาริชที่เดินอยู่ข้าง ๆ
“ก็ปกตินะครับ ไม่เห็นแปลก” พาริชตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนที่สายตาคมจะเหลือบไปเห็นคนเป็นแม่ที่กำลังเดินตรงมา พาริชมองซ้าย มองขวาก่อนจะตัดสินใจดันคนตัวเล็กเข้าไปหลบในห้องเก็บของที่อยู่ข้าง ๆ พรีมมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับการกระทำของคนตัวโต
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” คนตัวเล็กเอ่ยถามคนตัวสูงที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกใจ มือใหญ่รีบยกขึ้นมาปิดปากของเธอไว้ทันที
“ชู่ว~” พาริชทำเสียงห้ามไม่ให้คนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าส่งเสียงดัง พรีมมาก็ได้แต่ทำตาปริบ ๆ ด้วยความตกใจ ตอนนี้เลยทำให้ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่คีบ จนผ่านไปสักพัก เมื่อพาริชมั่นใจว่าคนเป็นแม่น่าจะเดินไปไกลแล้ว เสียถอนหายใจของคนตัวสูงก็ดังขึ้น แต่มือยังคงปิดปากคนตัวเล็กตรงหน้าไว้ ทำให้พรีมมารู้สึกอึดอัดจนต้องดึงมือของพาริชออก
“พี่นทีเป็นอะไรคะ อยู่ ๆ ก็ดึงพรีมเข้ามาในนี้” พาริชจ้องมองคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้านิ่ง เขาไม่ได้สนใจที่พรีมมาถามเลยสักนิดเพราะมีอย่างอื่นที่มันน่าสนใจมากกว่า สายตาคมกริบกำลังจ้องมองลงไปที่ริมฝีปากบางอมชมพูของคนตัวเล็ก ส่วนพรีมมาไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนเจ้าเล่ห์
“พี่ทำแบบนี้รู้ไหมว่าพรีมตกใจ อย่าทำแบบนี้อีกนะคะพรีม...” ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะพูดจบประโยค คำสุดท้ายก็ถูกกลืนหายไป พรีมมาได้แต่เบิกตากว้าง นิ่งไปในทันที เมื่อถูกริมฝีปากหนากดจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างไม่ทันตั้งตัว
ตอนพิเศษ34ปีต่อมาพิชญ์ บวรกิจวัฒนานนท์“พิชญ์อย่าวิ่งลูก” พรีมมาเอ่ยบอกกับลูกชายที่กำลังวิ่งตรงมาที่เธอ หญิงสาวนั่งลงทันที พร้อมกับอ้าแขนรอรับลูกชายตัวน้อย“พิชญ์คิดถึงแม่ครับ” เด็กชายตัวน้อยที่อยู่ในโอบแขนของคนเป็นเอ่ยขึ้นมาทันที“ปากหวานจริง ๆ แค่มาโรงเรียนเอง ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย” พรีมมายิ้มให้ลูกชาย มือสวยลูบไปที่ใบหน้าของพิชญ์ สายตาของเธอเหลือบไปมองมือเล็กของลูกชายที่ถืออะไรสักอย่างไว้“ลูกถืออะไรมาอีก แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเก็บอะไรมาไว้มั่ว ๆ”“ไม่ได้มั่วครับ อันนี้เพื่อนของพิชญ์เธอพับให้” พิชญ์บอกกับคนเป็นแม่พร้อมกับยื่นกระดาษที่พับเป็นรูปหัวใจให้คนเป็นแม่ พรีมมามองแล้วยิ้ม“เพื่อนหรือสาวคะ ทำไมต้องเก็บไว้ด้วย”“เพื่อนครับ เธอให้พิชญ์ไว้เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้เรียนที่นี่” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก้มหน้าลงมองหัวใจกระดาษที่อยู่ในมือพร้อมกับทำหน้าเศร้า“พิชญ์ครับ ฟังแม่นะลูกมีพบก็ต้องมีจาก จากเพื่อพบกันใหม่ แม่เชื่อว่าเพื่อนของลูกกับลูกจะกลับมาพบกันอีกครั้งครับ” พรีมมาลูบลงบนผมของลูกชายอย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู“จริงเหรอครับ แต่เธอไปไกลมาเลยนะครับ พิช
ตอนพิเศษ23เดือนต่อมา“แด๊ดน้ำอาบแต่งตัวไปทำงานได้แล้วค่ะ” พรีมมาเดินเข้ามาภายในห้องนอนของลูกชายที่มีคนเป็นพ่อนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง“แด๊ดขออยู่กับลูกอีกสักพักนะคะ”“ไม่ได้ค่ะ อาบน้ำแต่งตัวไปทำงานได้แล้ว อย่าให้หนูต้องพูดเป็นครั้งที่สาม” พรีมมาขึ้นเสียงดุสามีที่นั่งทำหน้าเศร้าเมื่อต้องไปทำงาน“ก็ได้ครับ ป๊าไปทำงานก่อนนะครับ เดี๋ยวป๊าจะรีบทำงานแล้วกลับมาหา” พาริชก้มลงหอมแก้มลูกชาย ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นฟอด ฟอดพาริชหอมแก้มภรรยาสาวที่ยืนอยู่ฟอดใหญ่“เดี๋ยวนี้เมียแด๊ดดุจังเลยนะครับ” พาริชเอ่ยแซวภรรยาสาวตัวเล็ก พรีมมาได้ยินก็จ้องมองเขาแล้วทำหน้านิ่ง“ที่หนูต้องดุแบบนี้ก็เพราะแด๊ดดื้อ ดื้อกว่าเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่อีก”“ก็แด๊ดอยากอยู่กับลูก ไม่อยากห่างลูกห่างเมีย” พาริชโอบกอดภรรยาสาวด้วยความรัก ทำเสียงอ้อนเธออย่างเช่นทุกวัน“ไม่ต้องเลยค่ะ ไปอาบน้ำแต่งตัว หนูเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้แล้ว”“เอางานมาทำที่บ้านเหมือนตอนที่หนูท้องดีไหม แด๊ดจะได้อยู่กับลูก”“หยุดเลยค่ะ ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ไปหนูจะเอาตัวเล็กไปอยู่ที่บ้านคุณแม่”“ไม่เอา! ไม่ทำแบบนั้นนะคนดี แด๊ดยอมแล้ว เดี๋ยวแด๊ดจะรีบไปตอนนี้เลยครับ” พาริชผล
ตอนพิเศษ11ปีผ่านตึก! ตึก! ตึก!เสียงฝีเท้าของพาริชที่กำลังวิ่งลงบันไดลงมาจากชั้นบนด้วยความเร่งรีบ เมื่อเห็นภรรยาสาวท้องแก่ที่กำลังเดินถือน้ำเปล่าออกมาจากห้องครัว“หนู!! แด๊ดบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ทำอะไร อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวแด๊ดทำเองครับ” พาริชที่กำลังเดินลงมาจากบันไดชั้นสองรีบวิ่งเข้ามาหาภรรยาสาวทันที“หนูก็แค่หยิบน้ำเองค่ะ” พรีมมาหันไปดุคนตัวโตที่โอบประคองร่างแบบบาง ที่ท้องกำลังโตเข้าเดือนสุดท้ายแล้ว“แค่หยิบน้ำก็ไม่ได้ จะทำอะไรบอกให้เรียกแด๊ด ทำไมดื้อแบบนี้เนี่ย”“หนูไม่ได้เป็นง่อยแค่ท้อง อีกอย่างแด๊ดไม่คิดจะไปเข้าบริษัทเลยเหรอคะ” พรีมมามองหน้าพาริชแล้วเอ่ยถามเพราะตั้งแต่ที่เธอท้องเข้าเดือนที่เจ็ดจนถึงตอนนี้ คุณพ่อลูกหนึ่งก็ไม่เข้าบริษัทเลย แต่กลับเลือกที่จะทำงานที่บ้านแทน“ไม่เอาครับใครจะทิ้งให้เมียอยู่คนเดียว” พาริชพูดพร้อมกับประคองภรรยาสาวไปนั่งที่โซฟา“หนูไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย พวกพี่ ๆ เขาก็อยู่เต็มบ้าน คุณแม่ ยัยเค้กก็แวะมาหาทุกวัน หนูว่าแด๊ดเข้าบริษัทบ้างก็ได้นะคะ” พรีมมาบอกกับพาริชที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่ที่แต่งงานชายหนุ่มก็เลือกที่จะซื้อบ้านเพราะจะได้มีพื้นที่ให้ลูกชายได้ว
ตอนที่40 รักที่สุด สุดที่รักหนึ่งเดือนต่อมา“หนูเสร็จหรือยังคะ” พาริชเอ่ยถามคนตัวเล็กที่ยังอยู่ในห้องแต่งตัว“เสร็จแล้วค่ะ เสร็จแล้ว” พรีมมาเอ่ยบอกกับแฟนหนุ่ม ร่างแบบบางเดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยชุดราตรีสีขาวมุก เธอสวมใส่สร้อยคอที่พาริชชื้อไว้เมื่อตอนที่เธอทำงานใหม่ ๆ ร่างแบบบางสมส่วนเดินตรงมาที่พาริชแล้วยิ้ม“ขอโทษนะคะที่ให้รอ”“ไม่เป็นไรครับถ้าจะสวยขนาดนี้ รอนานกว่านี้แด๊ดก็รอหนูได้” พาริชเอ่ยพร้อมจ้องมองคนตัวเล็กเหมือนจะกลืนกินเธอทั้งตัว "แม่ง! ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบไปนะ จะจับกระแทกเลย...."“ปากหวานจังไปกันเถอะค่ะ” พาริชยิ้มแล้วยื่นแขนไปให้คนตัวเล็กคล้อง พรีมมาหลุบมองแล้วยิ้มก่อนที่จะคล้องแขนไปที่แขนของแฟนหนุ่ม ทั้งสองพากันเดินออกไปจากห้องทันที@งานแต่งพายุกับลันตาภายในงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก งานแต่งที่ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตสมฐานะพี่ชายคนโตของตระกูลบวรกิจวัฒนานนท์ พาริชกับพรีมมาเดินเข้าไปแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว“ยินดีด้วยนะเฮีย ยินดีด้วยนะครับพี่สะใภ้” พาริชยิ้มให้คนเป็นพี่แล้วหันไปยิ้มให้พี่สะใภ้“ขอบใจมากนะ” พายุตบไปที่ไหล่ของคนเป็นน้อง ส่วนพรีมมาก็ได้แต่ยืนยิ้ม หลัง
ตอนที่39 คนดีของหนูพรีมสองวันต่อมา“อย่าเล่นค่ะ หนูทำงานอยู่” พรีมมาดุคนตัวโตที่เอาแต่หอมแก้มเธอไม่หยุด“ก็ตัวหนูหอมนี่ครับ” พาริชหอมแก้มคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก เขาไม่ยอมปล่อยให้เธอห่างจากเขาเลยแม้แต่น้อย พาริชจัดการย้ายโต๊ะทำงานของเธอมาไว้ที่ห้องทำงานของเขา แต่ก็ไม่ยอมให้คนตัวเล็กนั่งที่โต๊ะ เขากลับให้เธอมานั่งทำงานบนตักเขาแทน“แล้วจะย้ายโต๊ะทำงานของหนูมาทำไม ถ้าจะให้หนูนั่งทำงานบนตักแด๊ด” พรีมมาเอียงตัวถาม คนเอาแต่ใจที่ไม่ยอมปล่อยเธอไปไหน“ก็อยากให้หนูมาอยู่ใกล้ ๆ ไง แด๊ดจะได้มีกำลังใจทำงาน”“เกี่ยวกันที่ไหนคะ”“เกี่ยวสิเพราะหนูเป็นเมียแด๊ด”“ใครเป็นเมียคะ เป็นแค่แฟนต่างหาก”“เอากันทุกคืน มันน่าน้อยใจจริง ๆ เลย” ประธานหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำแผ่วเบา พรีมมาหันมามองคนขี้งอนทันที มือเล็กทั้งสองข้างเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าหล่อเหลาของแฟนหนุ่ม“คนดีของหนูไม่น้อยใจสิคะ เดี๋ยวไม่หล่อน้าา..” พรีมมายิ้มหวานให้คนตัวโตพร้อมกับบีบแก้มเล่นเบา ๆ“....” ประธานหนุ่มขี้น้อยใจยังคงทำหน้าบึ้งและเงียบจุ๊บ!ริมฝีปากบางจุ๊บลงบนแก้มขวาของแฟนหนุ่มเพื่อเอาใจเขา แต่ดูเหมือนว่าพาริชก็ยังทำหน้านิ่ง“หนูจุ๊บแก้มแล้วยังไ
ตอนที่38โกรธไม่ลง@ห้องทำงานพาริช“นั่งทำหน้าเหมือนโดนเมียทิ้ง” ภาคินทร์เดินเข้ามาภายในห้องทำงานของน้องชาย เอ่ยทักเจ้าของห้องที่นั่งทำหน้าหงอยอยู่ พาริชเห็นพี่ชายถึงกับถอนหายใจ“ใกล้แล้วผมใกล้จะโดนเมียทิ้งจริง ๆ แล้ว”“จริงเหรอวะ เฮียก็เห็นรักกันดีไหมใช่เหรอ” ภาคินทร์เอ่ยถาม ก่อนจะนั่งลงบนโซฟากลางห้อง“ผิดที่ผมเองแหละ”“แล้วไปทำอะไร”“ผมให้เบลมาอยู่ที่คอนโด แล้วพรีมก็มารู้เข้า เธอเลยโกรธผม” พาริชเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“มันก็สมควรแล้ว เขาไม่บอกเลิกมึงก็บุญหัว”“ถ้าจะตอกย้ำก็ไม่ต้องพูดหรอก ว่าแต่เฮียมาทำไม” พาริชมองหน้าคนเป็นพี่แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ก็เบื่อ ๆ เห็นไอ้ยุบอกว่าจะมาด้วย แล้วมันไปไหนของมัน” ภาคินทร์เปลี่ยนเรื่องคุยทันทีแกร็ก!ยังไม่ทันที่พาริชจะได้ตอบคำถามของคนเป็นพี่ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิด ตามด้วยร่างสมส่วนของพายุที่ก้าวเข้ามา“นั่นไงมาแล้ว” พาริชพูดขึ้นมาเมื่อเห็นหน้าพี่ใหญ่ของตระกูลบวรกิจวัฒนานนท์“อยู่กันครบสองตัวเลยนะพวกมึง” พายุเอ่ยทักคนเป็นน้องด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แล้วนั่งลงที่โซฟา“ในไลน์กลุ่มมึงบอกว่ามีเรื่องคุย” ภาคินทร์เอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าคนเป็นพี่“กู
ตอนที่5 เจอกันอีกครั้ง (ยัยเด็กขี้ขโมย)เช้าวันต่อมาพรีมมาตื่นแต่เช้ามานั่งรอนุชจรีอยู่ข้างล่าง ด้วยความที่เป็นวันแรกและครั้งแรกที่เธอจะได้ทำงานหลังจากที่เรียนจบมา ความจริงแล้วพรีมมาตั้งใจว่าจะกลับมาช่วยพี่ชายทำงานที่บริษัท แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ เธอก็คงต้องทำงานหาเงินใช้เองไปก่อน จนกว่าท
ตอนที่4 ตัวคนเดียวด้านของพรีมมา หลังจากที่หญิงสาวขับรถออกมาได้ไกลพอสมควร เสียงถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งอกก็ดังขึ้นเมื่อคัพเค้กโทรมาบอกว่างานหมั้นถูกยกเลิกเรียบร้อยแล้ว“เห้อ...” พรีมมาขับรถออกมาไกลแถวชานเมืองเพราะก่อนที่เธอจะหนีมา คนเป็นพี่ได้จัดการเรื่องที่อยู่ให้เรียบร้อย โดยซื้อบ้านอยู่แถวชานเ
ตอนที่3 หนีงานหมั้น 2ทางด้านครอบครัวของพรีมมา“แม่จะเอายังไงดีตาพี น้องเราทำอะไรไม่คิดถึงหน้าแม่เลย” คุณหญิงผกาหันมาถามพีระลูกชายคนโตด้วยความรู้สึกหนักใจกับเรื่องที่ลูกสาวคนเล็กก่อเอาไว้“ผมก็บอกแม่แล้วไงครับ ว่าน้องไม่อยากหมั้น แล้วยิ่งเรามามัดมือชกน้องแบบนี้ ถ้าเป็นผม ผมก็หนีครับ”“ตาพี!! แทนที่
ตอนที่2หนีงานหมั้น 1ครืดดดดด.......“เออกูกำลังรีบไป” พาริชเอ่ยบอกกับคนปลายสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ (กูว่ามึงไม่ต้องรีบมาแล้ว)“ทำไมวะ?”(ก็ว่าที่คู่หมั้นของไอ้เชนทร์แม่งหนีไปแล้ว กูนี่โคตรฮาเลย)“จริงเหรอวะ สมน้ำหน้าแม่ง!! อวดดีนักกูอยากเห็นหน้ามันฉิบหาย เออเดี๋ยวกูรีบไปดูห







