로그인“อุ๊ย! ตาแก่บ้าเอ๊ย! ตกใจหมดเลย” คุณแม่ลูกสองบ่นพึมพำไม่จริงจังนัก ก่อนจะดิ้นให้หลุดออกจากวงแขนร้อนๆ ของเขา ตาแก่นี่หื่นไม่เลิกจริงๆ ใจคอจะรังแกเธอให้หายอยากเลยหรือไง คนนะไม่ใช่ตุ๊กตายาง อะไรที่มันบอบบางตอนนี้มันแทบจะอักเสบอยู่แล้ว เพลาๆ เสียบ้างเถอะ เธอรู้แล้วว่าเขายังฟิตเปรี๊ยะเกินอายุ
“แองจี้...คือ...” หนุ่มใหญ่พูดไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ เมื่อฝ่ามือของเขาเลื่อนไปตะปบเนินเนื้ออวบหยุ่นที่อยู่เหนือชายโครงของหล่อน มันนุ่มหยุ่นเต็มไม้เต็มมือเสียจนคำถามที่เตรียมไว้ จดจำได้เพียงลางๆ เท่านั้น “คือ...คืออะไร? ปะ...ปล่อยก่อนสิ จะมากอดมาจับอะไรนักหนา” นิลอรแหวใส่ แต่กลับเอนกายพิงแผ่นอกอุ่นร้อนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง “คือ...อ่า...ฉัน อ้อ...แค่จะถามว่า...เหนื่อยไหมคนดี ฉันขอโทษที่ไม่ได้อยู่แลเธอกับลูก ขอโทษนะที่รัก” อารมณ์หวามไหวของนิลอรจางหายไปอย่างรวดเร็ว พอๆ กับที่ฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาหยุดการบีบขยำทรวงอวบของเธอ น้ำเสียงที่เขาใช้มันอบอุ่นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ช่างมันเถอะ มันผ่านมาแล้วนี่ ตอนนี้คุณก็ได้เจอเด็กๆ แล้ว ฉันรู้ดีว่าสักวันคุณจะพาพวกแกไปจากฉัน และถึงแม้ว่าฉันจะต่อสู้มากแค่ไหน แต่สุดท้ายคนที่ได้ลูกไปก็ต้องเป็นคุณอยู่ดี ฉันมีแค่ความรักกับอ้อมแขนของคนเป็นแม่ แต่ฉันไม่มีอนาคตให้แกเหมือนกับคุณ เด็กๆ จะมีอนาคตที่ดีกว่าถ้าไปอยู่กับคุณที่สิงคโปร์ ส่วนฉัน...ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว ฉันคงไม่กลับไปเป็นนางบำเรอของคุณอีก ถึงแม้ว่าเรื่องเมื่อคืนมันจะเกิดขึ้นก็ตาม” โจนาธานตกใจอย่างที่สุดเมื่อได้ยินเช่นนั้น เมื่อคืนนี้ตอนที่คุยกันเจ้าหล่อนยังเหมือนจะคล้อยตามเขาอยู่ที่นา เรื่องที่จะกลับไปที่สิงคโปร์ด้วยกัน แล้วทำไมตอนนี้พูดเหมือนจะเปลี่ยนใจล่ะ “ทำไมล่ะแองจี้ เธอ...ไม่มีความสุขเหรอ ฉันนึกว่าเมื่อคืนเรามีความสุขด้วยกันซะอีก” โจนาธานกระซิบถามพลางรั้งร่างอรชรไปนั่งที่ปลายเตียง ตอนนี้หล่อนนั่งบนตักเขาเรียบร้อย “ฉัน...ฉันบอกคุณแล้วเรื่องเมื่อสี่ปีก่อน และ...” “โธ่...แองจี้? อย่าเอาเรื่องนั้นมาเกี่ยวสิ มันผ่านไปแล้วนะ!” หนุ่มใหญ่ขึ้นเสียงใส่อย่างเหนื่อยหน่าย และนั่นก็ทำให้เจ้าหล่อนเดือดขึ้นมาได้เช่นกัน “ใช่สิมันผ่านไปแล้ว แต่มันก็อาจจะเกิดขึ้นอีกถ้าผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ข้างๆ คุณ!” นิลอรสะบัดร่างให้ออกห่างอกแกร่ง แต่ดูเหมือนว่าวงแขนแข็งแรงจะพันธนาการแน่น ไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระโดยง่าย “เธอระแวงมากเกินไปแองจี้ เธอกำลังเข้าใจเอลิซผิด บางทีมันอาจจะไม่ร้ายแรงขนาดนั้นก็ได้” เขายอมอ่อนลงให้แม่นางร้ายนิลอร เมื่อเจ้าหล่อน พร้อมจะฝังเขี้ยวคมๆ ลงบนที่ใดสักแห่งบนร่างกายเขา เพื่อให้หล่อนทุเลาความโกรธ “มันร้ายแรงเสมอโจนาธาน!” นิลอรกระแทกเสียงใส่สามีทางพฤตินัย เขากำลังแก้ตัวแทนอดีตภรรยา ทุเรศ! “ใจเย็นๆ สิแองจี้ เอาอย่างนี้ไหม เธอลองทำความรู้จักกับเอลิซดูก่อน บางทีพวกเธออาจจะเป็นเพื่อนกันได้นะ ยิ่งตอนนี้เอลิซมาอยู่ที่บ้านฉันชั่วคราว พวกเธอก็จะได้มีเวลาทำความรู้จักกันมากขึ้นไง” นิลอรขมวดคิ้วแล้วจ้องหน้าเขา ประหนึ่งจะใช้ดวงไฟในดวงตาเผาไหม้วาจาชั่วร้ายให้เหลือเพียงเศษเถ้าธุลี นี่เขาหมายความว่ายังไง! การที่ชวนเธอกลับไปอยู่กับเขาที่โน่น หมายความว่าเธอต้องอยู่ร่วมบ้านกับยัยป้ามหาภัยนั่นเหรอ! “สนุกตายล่ะ อดีตภรรยากับอดีตนางบำเรออยู่ร่วมบ้านเดียวกัน คุณคิดว่าสงครามมันสนุกนักหรือไง ถึงได้คิดเอามันไปไว้ในบ้าน ฉันจะบอกให้นะถึงยัยป้านั่นจะไม่เป็นฝ่ายเริ่ม แต่ฉันนี่แหละที่จะเป็นฝ่ายเริ่มเอง เพราะฉันแค้นที่หล่อนแย่งเวลาที่ลูกๆ ของฉันควรมีพ่อไปตั้งสี่ปี และคุณก็อย่ามาห้ามฉันเรื่องนี้เด็ดขาด!” “แองจี้...ทำไมเธอถึงได้มองโลกในแง่ร้ายนะ เอลิซแค่เดือดร้อน สี่ปีที่แล้วตอนที่เธอหนีมา เอลิซก็กำลังแย่ สามีหล่อนถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย และวันต่อมาเขาก็หัวใจวายเสียชีวิต เอลิซไม่มีญาติเหลือแล้ว เธอเข้ากับญาติของสามีไม่ได้ ฉันเลยสงสาร แล้วตอนนั้นฉันก็เศร้านะแองจี้ที่เธอทิ้งมา ฉันก็เลยคิดว่าถ้าเอลิซกลับมาอยู่กับฉัน อย่างน้อยเรื่องในบ้านก็มีคนคอยดูแล...และ...” “นี่แสดงว่าตลอดสี่ปีคุณกับเอลิซ...” ดวงตาของคุณแม่ลูกสองแดงก่ำขึ้นมาเมื่อสำเหนียกได้ว่าสามีทางพฤตินัย กลับไปยุ่งเกี่ยวกับอดีตภรรยาของเขาจริงๆ “โอ...ไม่นะแองจี้ ฉันกับเอลิซเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ฉันให้หล่อนช่วยดูแลบ้าน ให้งานหล่อนทำและช่วยส่งเสียลูกๆ ของหล่อนเรื่องการเรียนเท่านั้น ฉันไม่มีวันกลับไปคืนดีกับหล่อนหรอกน่า” ถึงแม้หล่อนจะพยายามมาตลอดสี่ปีก็ตาม ตรงนี้เขาไม่ได้พูดออกไป เพราะเกรงว่าจะไปเสริมด้านลบของเอลิซในจิตใจของนิลอร เขาเกยคางบนไหล่น้อยๆ พร้อมกับกดจูบเบาๆ กระชับอ้อมแขนอีกหน่อยเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาพูดคืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)