Beranda / โรแมนติก / ตอนจบของสตรีตัวแทน / บทที่ 3 สิ่งตอบแทน 1/2

Share

บทที่ 3 สิ่งตอบแทน 1/2

last update Tanggal publikasi: 2026-08-25 12:35:06

“เว่ยหลินอัน!” กู้มู่เฉินเรียกชื่อนางอย่างไม่พอใจ

ฉินหยวนหยวนเองก็มองตรงไปยังเว่ยหลินอันแววตาไม่พอใจฉายชัดออกมา แต่อีกใจก็นึกสมน้ำหน้าที่นางโดนสามีทรยศ

ท่ามกลางสายตากดดันของคนทั้งห้อง เว่ยหลินอันไม่เอ่ยคำด่าทอ ไม่บุกเข้ามาอาละวาดอย่างที่ใครคาดคิด นางค่อย ๆ ทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้ากู้มู่เฉิน

แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงอย่างหยิ่งผยองเกร็งเครียดขึ้น ยามดวงหน้าที่ไร้เครื่องประทินโฉมเงยขึ้นสบตาเขา

หยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นมาเนิ่นนานไหลรินอาบสองแก้มอย่างไม่อาจห้าม นางไม่ได้รีบร้อนเอ่ยเพียงแต่มองหน้าผู้เป็นสามีอย่างตัดพ้อต่อว่า เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยออกมาให้ได้ยินเท่านั้น

ตลอดห้าปีที่แต่งเข้าจวนตระกูลกู้ นางไม่เคยหลั่งน้ำตาให้เขาเห็นแม้แต่หยดเดียว แม้ครั้งที่บิดาถูกให้ร้ายนางก็วิ่งหาทางช่วย ไปเยี่ยมที่คุกหลวง แต่กลับไม่ได้เป็นสตรีอ่อนแอบีบน้ำตาให้สามีเห็น หรือครั้งที่เขารับฉินหยวนหยวนให้นางจัดงานแต่งก็ยอมรับได้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางอ่อนแอเช่นนี้

“ท่านอัครเสนาบดี...” เสียงของนางสั่นเครือและแหบพร่า ทว่าทุกถ้อยคำกลับดังชัดเจนในความเงียบ

“ห้าปีที่ผ่านมา ข้าไม่เคยเรียกร้องหรือขอร้องสิ่งใดจากท่านเลยแม้แต่น้อย... บัดนี้ข้าขอเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ขอเพียงท่านยื่นมือเข้าช่วยคืนความเป็นธรรมให้แก่ตระกูลเว่ย คืนความบริสุทธิ์ให้บิดาของข้า... ต่อให้ต้องแลกด้วยสิ่งใด ให้ข้าต้องทำอะไร ข้าก็ยอมทั้งสิ้น”

ฉินหยวนหยวนที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะเบิกตากว้าง แผนการเดิมที่คิดว่าเว่ยหลินอันจะบุกเข้ามาตบตีอาละวาด ประจานความไร้ยางอายของสามีอย่างกู้มู่เฉิน หรือด่าทอนางที่เห็นแก่ตัว เพื่อให้นางได้เล่นบทสตรีผู้อ่อนแอถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ราวกับเว่ยหลินอันมองออก

ทว่าเมื่อเห็นท่าทีแตกสลายของอีกฝ่าย ฉินหยวนหยวนจึงรีบขยับกายเข้ามาแทรก พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงโศกเคร้า

“พี่หญิง ท่านอย่าได้เข้าใจผิดไปเลยนะเจ้าคะ... พี่กู้ไม่ได้คิดจะเก็บงำเรื่องนี้เพื่อทำร้ายท่านแม่ทัพเว่ย เพียงแต่... เพียงแต่พี่กู้เขาเห็นใจและเป็นห่วงข้าเท่านั้นเองเจ้าค่ะ กว่าข้าและท่านพี่กู้จะมีวันนี้ไม่ง่าย”

คำพูดแก้ต่างอันแสนใจกว้างนั้น กลับเปรียบดั่งลิ่มตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายที่ทำให้เว่ยหลินอันตาสว่าง

กู้มู่เฉินมีหลักฐานที่พลิกคดีได้จริง ๆ เขาเก็บมันไว้ในมือมาโดยตลอด ทว่าเขาเลือกที่จะเพิกเฉยและปล่อยให้บิดาของนางทนทุกข์อยู่ชายแดนทุรกันดาร เพียงเพื่อปกป้องความรู้สึกของสตรีคนรัก

เว่ยหลินอันไม่เคยรู้สึกแตกสลายมากเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย นางทำใจได้หากสิ่งที่นางหวังมันไร้ซึ่งหนทาง แต่นี่ไม่ใช่ เขารู้อยู่เต็มอกแต่เลือกจะนิ่งเฉย

“ท่านอัครเสนาบดี ได้โปรดเถิด...” เว่ยหลินอันก้มศีรษะลงคำนับจนหน้าผากกระแทกพื้นไม้เย็นเฉียบ ดังสนั่นและไม่หวั่นต่อความเจ็บปวด

“ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของข้า ข้าก็ยอม ขอเพียงท่านคืนความยุติธรรมให้ท่านพ่อเท่านั้น”

ยามนี้นางไม่หลงเหลือท่าทางเย่อหยิ่งของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์แห่งจวนอัครเสนาบดีอีกต่อไป ยามนี้นางเป็นเพียงบุตรสาวของบิดาที่ถูกให้ร้าย ที่กำลังคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากศาลที่ตัดสินอย่างลำเอียง

กู้มู่เฉินจ้องมองร่างบอบบางที่สั่นเทาอยู่ตรงหน้า ห้าปีที่ร่วมเรียงเคียงหมอน เขาไม่เคยเห็นเว่ยหลินอันร้องไห้หรือยอมสยบให้ผู้ใดมาก่อน ภาพหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนพื้นไม้ทำให้หัวใจของเขาราวกับถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น ชายหนุ่มขยับริมฝีปาก ลำคอตีบตัน มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะประคองร่างของนางให้ลุกขึ้น

ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเขาจะได้แตะต้องตัวนาง ฉินหยวนหยวนก็พลันปล่อยโฮออกมาดังลั่น ก่อนจะทิ้งตัวลงคุกเข่าข้าง ๆ เว่ยหลินอันอย่างแรงจนเกิดเสียงดังตึง

“พี่กู้... หากการที่ท่านช่วยท่านแม่ทัพเว่ยแล้วทำให้พี่หญิงต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนเช่นนี้ ท่านก็ยกเลิกงานแต่งระหว่างเราสองคนไปเถอะเจ้าค่ะ!” ฉินหยวนหยวนร้องไห้ปานจะขาดใจ ร่างกายผอมบางสั่นระริก

“ในเมื่อความรักของเรามันยากเย็นนัก ไม่สู้รอชาติหน้าดีหรือไม่...ข้าจะขอรอเพียงท่าน” ถ้อยคำของฉินหยวนหยวนกลับดึงความสนใจจากกู้มู่เฉินไปจนหมด เขาหันกลับมองฉินหยวนหยวนอย่างเจ็บปวดใจ

“หากท่านแม่ทัพกลับมามีอำนาจบารมีล้นฟ้า ตระกูลฉินอันต่ำต้อยของข้าจะไปพึ่งพาผู้ใดได้ อีกทั้งเรื่องนี้ท่านก็รู้ดีแก่ใจ ฝ่าบาททรงระแวงตระกูลเว่ยมาตั้งแต่ต้น หากท่านฝืนคืนความเป็นธรรมไปจนฝ่าบาททรงพิโรธ พระองค์จะหันมาสงสัยและลงโทษท่านแทน แล้วข้า... ข้าจะทนเห็นท่านพี่ต้องตกต่ำและลำบากได้อย่างไรเจ้าค่ะ”

คำเตือนเรื่องราชสำนักและตำแหน่งหน้าที่ที่ฉินหยวนหยวนจงใจยกขึ้นมาอ้าง ดั่งสายน้ำเย็นจัดที่ราดรดลงบนความลังเลใจของกู้มู่เฉิน

เขาพลันได้สติ

มือที่กำลังจะยื่นไปประคองเว่ยหลินอันชะงักค้าง ก่อนที่เขาจะชักมือกลับมาบีบกำหมัดแน่นข้างลำตัว แววตาที่เคยไหววูบแปรเปลี่ยนเป็นความเครียดขึงและเย็นชาขึ้นมาทันควัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 30 บทส่งท้าย 2/2

    ตลอดเวลาที่อยู่ร่วมจวน ยามใดที่หงุดหงิดงุ่นง่านจากราชสำนัก หรือยามที่เห็นนางทำท่าทีเย็นชาเฉยเมยใส่ เขาก็มักจะหาเรื่องลากนางขึ้นเตียง บดขยี้และตักตวงความสุขจากเรือนร่างของนางเพื่อระบายอารมณ์แต่แล้วก็ยังคงหลอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเขาไม่ได้รักนาง... ช่างโง่เง่านัก ที่แท้หัวใจของเขาเป็นของนางมาตั้งแต่ต้น และเป็นเขาเองที่ไม่เคยขาดนางได้เลยแม้แต่วันเดียว“ข้าเป็นสามีที่โง่เขลาจริง ๆ” เขากระซิบในความมืด ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วหลับไปพร้อมกับนางแต่เมื่อตื่นขึ้น...“หลินอัน...” เว่ยหลินอันที่เพิ่งลุกออกไปชำระร่างกายตอนเช้า เพราะคนบ้านทำให้นางปวดเมื่อยไปหมดพลันเอ็ดเขาเสียงดัง“จะโวยวายอะไรของท่าน”“ข้ากลัวเจ้าหายไป” เขาลุกพรวดขึ้นมีเพียงแค่กางเกงชั้นใน ทำเอาสาวใช้รีบถอยฉากหน้าแดงออกไป“ท่านตื่นก็อาบน้ำให้เรียบร้อย อย่าได้เอะอะโวยวายอีก”เว่ยหลินอันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ใด เมื่อคืนคนบ้านตักตวงนางค่อนคืน ต่อให้หูไม่หนวกก็คงได้ยินเสียงดังออกไปข้างนอกช่างน่าอับอายนัก!ต้าฉินมั่นคงเป็นปึกแผ่นแล้ว เว่ยลู่เซียนนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาในกองทัพ เพราะไม่อยากรับหน้าที่หนัก เนื่องด้วยยามนี้ต้าฉินต่างทำให้แคว้นใกล้

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 30 บทส่งท้าย 1/2

    แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง ทาบทับลงบนเตียงไม้กว้างที่มีม่านโปร่งทิ้งตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอกกู้มู่เฉินไม่ได้ผลีผลามแม้ในใจจะร้อนรุ่มดั่งกองเพลิง ชายหนุ่มโน้มกายลงต่ำ จรดริมฝีปากอุ่นร้อนพรมจูบอย่างแผ่วเบาตั้งแต่หน้าผากมน เปลือกตาทั้งสองข้าง ก่อนจะเลื่อนลงมาคลอเคลียที่พวงแก้มเนียนละเอียดที่ซับสีเลือดฝาดมือหนาประคองดวงหน้างดงามไว้ด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแตกสลาย ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ผ่านลำคอระหง แผ่วเบาแต่นำพาประกายไฟร้อนผ่าวแล่นริ้วไปตามผิวเนื้อ“หลินอัน... คนดีของข้า...” เสียงกระซิบพร่าชิดใบหูเจือไปด้วยความเว้าวอนเขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า สัมผัสผิวกายเนียนนุ่มดั่งหยกเนื้อดีที่เขาเฝ้าถวิลหาทุกลมหายใจ มือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้ตามแนวเอวคอดกิ่ว แผ่นหลังเนียนลื่น ไปจนถึงสะโพกกลมกลึงทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความละเมียดละไมและหนักแน่นในคราเดียวกัน เว่ยหลินอันส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ร่างกายบิดเร่าตอบรับสัมผัสอันช่ำชองอย่างไม่อาจต้านทาน เรียวแขนบางที่เคยผลักไส บัดนี้ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งกู้มู่เฉินประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 29 หัวแข็งเหมือนลา 2/2

    “นายท่านไม่สบายหนักมาสองวันแล้วขอรับ พิษไข้ขึ้นสูงจนตัวร้อนดั่งถ่านไฟ แต่ไม่ว่าข้าน้อยจะอ้อนวอนอย่างไร นายท่านก็ดื้อรั้นไม่ยอมกลับจวนไปหาหมอดีๆ ข้าวปลาไม่ยอมกิน เอาแต่นอนเพ้อเรียกหาแต่นายหญิงกับคุณชายน้อยทั้งวันทั้งคืนเลยขอรับ!”“หลิน... หลินอัน...ข้ารักเจ้า พ่อขอโทษ... หรันเอ๋อร์...”เสียงพึมพำแหบพร่าหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก ดวงตาคมที่พร่ามัวพยายามจะลืมขึ้นมองชายกระโปรงของนาง มือหนาที่สั่นเทาพยายามจะเอื้อมออกมาไขว่คว้า ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรงจนตกลงกระแทกพื้นดัง ตุบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะแน่นิ่งไปทั้งที่ยังจับไข้สูงเว่ยหลินอันยกสองมือขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบๆ พลางสูดหายใจเข้าลึกอย่างระอาใจเหลือแสนบุรุษผู้นี้... ทั้งโง่เขลา ทั้งดื้อรั้น หัวแข็งยิ่งกว่าลาโง่ไม่มีผิดเพี้ยน! ยามมีอำนาจก็โง่งมจนน่าโมโห ยามจะง้อคนก็ใช้วิธีสิ้นคิดจนพาตัวเองเกือบตายเช่นนี้!“เสิ่นซู! หลินเฮ่อ!” เว่ยหลินอันตวาดเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด“พวกเจ้าสองคนมัวยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบไปลากคอเจ้าตัวปัญหานี้เข้าไปในเรือนพักด้านข้าง แล้วไปตามท่านปู่เซี่ยมาต้มยาขับพิษไข้ให้เขาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะกลายเป็นผีเฝ้าห

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 29 หัวแข็งเหมือนลา 1/2

    แสงอรุณแรกของวันเพิ่งจะจับขอบฟ้า สายลมยามเช้าพัดพากลิ่นไอดินและความสดชื่นลอยอบอวลไปทั่วจวนตระกูลเว่ยทว่าความเงียบสงบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่ก้าวกระโดดลงบันไดเรือนอย่างคล่องแคล่ว เจ้าก้อนแป้งอันหรันตื่นแต่เช้าตรู่ ล้างหน้าอย่างเรียบร้อยใบหน้ากลมผ่องฉายแววตื่นเต้น สองแขนป้อมกวัดแกว่งไปมา พลางหันไปกวักมือเร่งรัดคนดูแลข้างกายอย่างร้อนรน“พี่เสิ่นซู เร็วเข้าสิขอรับ! เดี๋ยวร้านหมั่นโถวน้ำตาลแดงหัวมุมถนนจะหมดเสียก่อน หมั่นโถวร้านนั้นทั้งนุ่มทั้งหวานอร่อยมาก ข้าชอบกินเป็นที่สุด แล้วยังมีน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ของป้าจางอีก อร่อยเด็ดจนต้องซื้อมาฝากท่านตากับท่านปู่เซี่ยให้ทันตอนตั้งโต๊ะ!”“โธ่... ท่านบรรพบุรุษน้อยของข้าน้อย เดินช้าๆ หน่อยเถิดขอรับ อย่าเพิ่งวิ่ง!”เสิ่นซูยกมือขึ้นปาดเหงื่อกาฬที่ซึมตามหน้าผาก พลางสาวเท้ายาวๆ กึ่งวิ่งกึ่งเดินตามร่างป้อมอย่างเหนื่อยอ่อน เด็กคนนี้ช่างมีเรี่ยวแรงมหาศาลดั่งลูกวัวตัวน้อย ทั้งวันวิ่งเล่นซุกซนไม่เคยหยุดพัก ยามค่ำหัวถึงหมอนก็หลับสนิท แต่พอเช้าตรู่ไก่ยังไม่ทันขันดีก็ดีดตัวลุกขึ้นมาวิ่งพล่านได้อีกแล้ว ช่างเหมือนท่านแม่ทัพเว่ยไม่มีผิดเพี้ยน“ชักช้าจริ

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 28 เป็นวัวเป็นม้าชดใช้ทั้งชีวิต 2/2

    ทันทีที่สะสางเรื่องราววุ่นวายในวังหลวงเสร็จสิ้น กู้มู่เฉินก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มควบม้าเร็วฝุ่นตลบมุ่งตรงดิ่งมายังจวนตระกูลเว่ยในทันทีเพราะนางยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ยอมย่างกรายกลับไปเหยียบจวนตระกูลกู้อีกเป็นอันขาด นางย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดอยู่เสมอว่า พวกเขาหย่าขาดจากกันไปนานแล้ว!ตึกๆๆ!กู้มู่เฉินสาวเท้ายาววิ่งเข้ามาถึงหน้าเรือนนอนของนาง ทว่ายังไม่ทันที่มือหนาจะได้แตะบานประตู ร่างกลมป้อมของอันหรันก็ก้าวออกมายืนกอดอก ขวางทางเข้าไว้เต็มตัว แววตากลมโตจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง“ท่านจะมาทำไมอีก... ไยไม่รีบกลับจวนตระกูลกู้ของท่านไปเสีย!”“หรันเอ๋อร์คนดีของพ่อ...” กู้มู่เฉินรีบย่อตัวลงนั่งคุกเข่า สบตากับบุตรชายด้วยความเว้าวอน “พ่ออยากอยู่กับเจ้าและมารดาของเจ้า พ่อคิดถึงพวกเจ้าใจแทบขาดแล้ว”“เหอะ! ฝันกลางวันไปเถอะ!” อันหรันแค่นเสียงสูง เชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง “ตัวข้าแซ่เว่ย มีนามว่าเว่ยอัน หรัน! ภายภาคหน้าข้ายังต้องสืบทอดสายเลือดและจวนตระกูลเว่ยให้ท่านตา ส่วนท่านแซ่กู้ ก็จงรีบกลับบ้านแซ่กู้ของท่านไปเดี๋ยวนี้!”วันนี้เขาเพิ่งไปนั่งกินขนมที่โรงน้ำชากลางเมืองมา นักเล่าเรื่องกำลังเล่าถึงช่วงเว

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 28 เป็นวัวเป็นม้าชดใช้ทั้งชีวิต 1/2

    ท่ามกลางความโกลาหลที่แผ่ขยายไปทั่วทุกตำหนักในวังหลัง เปลวเพลิงแห่งความพินาศกำลังเผาผลาญอำนาจที่เคยยิ่งใหญ่ของกุ้ยเฟยจนวอดวายฉินหยวนหยวนซึ่งถูกปลดจากฐานะสตรีสูงศักดิ์จนต้องลดตัวลงมาเป็นเพียงนางกำนัลรับใช้คอยประจบสอพลออยู่ในตำหนักกุ้ยเฟย ยามนี้ดวงตาของนางกลับลุกโชนไปด้วยความละโมบและความกระหายในอำนาจเมื่อเสียงโห่ร้องกึกก้องจากภายนอกยืนยันแน่ชัดแล้วว่า กองทัพกบฏนำโดยกู้มู่เฉินและแม่ทัพเว่ยสามารถบดขยี้กองกำลังรักษาพระองค์และยึดวังหลวงได้สำเร็จ อดีตองค์รัชทายาทผู้เป็นที่พึ่งพิงของตำหนักนี้ก็ถูกตัดศีรษะสังหารไปแล้ว เช่นนั้นนางจะยังมัวภักดีกับนายหญิงผู้ตกอับไปไย!“นี่เจ้า... เจ้าคิดจะทำอันใดกัน!” กุ้ยเฟยที่กำลังลนลานเก็บแก้วแหวนเงินทองใส่ห่อผ้า หันมาตวาดเสียงสั่นเมื่อเห็นฉินหยวนหยวนยืนขวางประตูไว้“กุ้ยเฟยเพคะ... อำนาจของพระองค์จบสิ้นลงแล้ว และคนที่กำลังจะขึ้นเป็นใหญ่ในใต้หล้านี้คือพี่มู่เฉินของหม่อมฉันต่างหาก!” ฉินหยวนหยวนแสยะยิ้มชั่วร้าย แววตาเหี้ยมเกรียมไร้ความปรานี“นังสารเลว! เจ้าคนทรยศเลี้ยงไม่เชื่อง!” กุ้ยเฟย กรีดร้องด่าทอด้วยความเดือดดาลฉินหยวนหยวนไม่สนใจฟังคำก่นด่านั้นแม้แต่น้อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status