Masukตะวันยืนกอดอกพิงกำแพงมองดูแสนรักที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยของห้องพักผู้ป่วยพิเศษ ดวงตากลมหลับสนิทแต่คิ้วขมวดแน่นราวกับมีความกังวลอยู่ในนั้น เขาไล้สายตามองบาดแผลที่คอและใบหน้าที่ถูกหมอจัดการไปหมดแล้ว
เสียงลมหายใจหนักของตะวันพรูออกมาจนยาวเหยียด โชคดีที่แผลแต่่ละแผลไม่ได้ร้ายแรง เขากำชับกับหมออย่างดีที่สุดว่าไม่ต้องการให้น้องมีแผลเป็น เพราะถ้ามันเป็นแผลเป็นเมื่อไหร่ก็ตามที่แสนรักมองเห็นก็คงจะนึกถึงเรื่องเมื่อวาน เหมือนกับที่เขาจงใจฝากบาดแผลไว้ที่หน้าของคาลอส แต่ตอนนี้มันแค่ไม่มีโอกาสได้นคกหรือพูดถึงอะไรอีกแล้ว ก็อก ก็อก ก็อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะเปิดออก เป็นปาริฉัตรกับสกายที่เดินเข้ามา ใบหน้าคงปาริฉัตรยังคงแฝงไปด้วยความตกใจ แต่ก็ดีขึ้นมากแล้ว อย่างน้อยคู่หมั้นของเพื่อนเขาก็ไม่บาดเจ็บ "น้องแสนรักเป็นไงบ้าง?" ปาริฉัตรถามขึ้นมาทันทีแล้วจับจ้องมองไปที่เตียงของแสนรักที่ยังหลับสนิท เหตุการณ์เมื่อวานยังคงฉายวนซ้ำในหัวเธอ ปาริฉัตรไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้นมากก่อน มันอาจจะยากสำหรับเธอที่จะเริ่ม แต่ก็ไม่ได้ส่วผลกับชีวิตมากขนาดนั้น "ไม่เป็นไรมากหรอก แค่ตกใจกับอ่อนเพลีย หมอเลยฉีดยาให้นอนพักผ่อนก่อน แล้วฉัตรละ?" "เราไม่เป็นไร ตอนแรกก็แค่ตกใจนิดหน่อย" "ขอโทษด้วยนะที่ทำให้ต้้องเจอเรื่องแบบนี้" น้ำเสียงของตะวันรู้สึกผิดจนปาริฉัตรกับสกายมองหน้ากัน ปาริฉัตรขยับเข้าไปใกล้เตียงของแสนรักขึ้นอีกหน่อย มองแสนรักกับตะวันสลับกันไปมา "เฮ่ย ไม่ใช่ความผิดของตะวัันหรอก ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดเรื่อง เนอะสกาย" ปาริฉัตรเอาศอกกระทุ้งให้สกายที่ยืนอยู่ข้างกายช่วยพูด แม้เหตุการณ์จะรุนแรงสำหรับเธอ ปาริฉัตรไม่ได้คิดว่าจะต้องโทษใคร มันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่เธอไปอยู่ทีานั่นพอดี แต่อย่างน้อยแสนรักก็ไม่ต้องเผชิญกับเรื่องนี้คนเดียว "เออ ใช่ อย่าโทษตัวเองดิว่ะ พวกมันก็แค่พวกขี้ขลาดที่เห็นมึงไม่อยู่เลยกล้าบุกเข้าไปไง" "น้องแสนรักแสดงตัวปกป้องเราทันทีเลยนะ เราซึ่งใจมากจริงๆ" ดวงตาของปาริฉัตรซาบซึ้งอย่างที่พูดแม้แต่ตะวันก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น มือเรียวของปาริฉัตรบีบเข้าที่มือของแสนรักแผ่วเบา ยังคงยึกถึงภาพที่แสนรักแสดงตัวอย่างไม่ลังเลเพียงเพื่อให้เธอปลอดภัย ทั้งที่จะเห็นแก่ตัวให้ตัวเองรอดออกมาจากตรงนั้นก็ได้ "นั่นแหละคือสิ่งที่เราห่วงที่สุด....." ตะวันถอนหายใจยาวแล้วเว้นช่วงไปชั่วครู่ เขาหันหน้าออกไปผ่านกระจกระเบียงและมองทอดยาว มือสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ไม่ได้หันมามองปาริฉัตรและสกายที่รอฟังความกังวลของเขา "แสนรักทำอะไรบุ่มบ่ามมาก ไม่สู้คนเลย มันมีอีกตั้งหลายวิธีที่จะจัดการกับคนพวกนั้น โดยที่แสนรักเองก็ไม่เสี่ยง แล้วฉัตรเองก็ไม่เสี่ยงด้วย" เขาอธิบายอย่างตรงไแตรงมาอย่างหนักแน่น ยิ่งนึกถึงภาพน้องที่โดนเอาปืนจ่อเอามีดจี้คอเขาก็หลับตาลงเพื่อสะบัดมันออกไป "มันอาจจะเป็นวิธีเดียวที่น้องคิดทันตอนนั้นนะ" ปาริฉัตรแสดงความคิดเห็น เธอรู้ดีที่สุดว่าตอนนั้นมันฉุกระกหุกแค่ไหน แสนรักคงไม่มรเวลาพอให้คิดอะไรมากนัก "ครั้งนี้ยังโชคดีที่มันต้องการสัญญา มันถึงได้ไม่ทำอะไรแสนรักกับฉัตร แต่บางครั้งมันไม่ใช่อย่างนี้นะ บางคนอาจจะมาแค่เพื่อฆ่า ต่อให้แสนรักแสดงตัวยังไง ฉุัตรก็อาจจะโดนฆ่าปิดปากอยู่ดี" ตะวันยังคงมิงไปเบื้องหน้าแล้วอธิบายสิ่งที่เขาคิดและเคยพบเจอมา เขาคลุกคลีกับคนเหล่านั้นมากมากที่สุด และเขารู้ดีว่าสถานการณ์จะเป็นยังไงหากการตัดสินใจของแสนรักทำทุกอย่างพลาดไปหมด การเอาตัวเองไปเป็นตัวประกัน ไม่ได้เป็นวิธีปกป้องใคร ยังมีอริเขาอีกมากที่ต้องการแค่ฆ่าเขาหรือทำให้เขาเจ็บปวดด้วยการฆ่าคนที่เขารัก ถ้าแสนรักไม่รอบคอบและตัดสินใจอะไรแบบไม่คิด ทุกอย่างจะส่งผลเสียหมด และถ้าหากแสนรักเป็นอะไรไปคงเป็นเขาที่จะไม่ให้อภัยตัวเองตลอดชีวิต "ก็พอจะเข้าใจที่มึงพูดนะ แต่ยังไงก็ผ่านมาแล้ว น้องคงทำดีที่สุดแล้วแหละ อย่าห่วงเลย" สกายเดินไปบีบไหล่ตะวันอย่างเห็นใจใไม่บ่อยครั้งมากนักที่เขาเห็นตะวันคิดมากขนาดนี้ ปกติตะวันเป็นคนจัดการปัญหาได้ในทันที แต่พอเป็นเรื่องของแสนรักทุกอย่างจะอยู่บนความรอบคอบเสมอ ตะวันไม่ได้มองแค่ความปลอดภัยของแสนรักในตอนนี้ แต่มองไปถึงเรื่องในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นด้วย "กูจะไม่ห่วงได้ยังไงว่ะ ไอ้คาลอสมันรู้ว่าแสนรักเป็นใคร กูก็เชื่อว่าคนอื่นคงจะเริ่มรู้แล้วเหมือนกัน" ตะวันเชื่อสุดใจว่าข่าวเรื่องที่เขามีแสนรักอยู่ข้างกายต้องแพร่งพรายออกไปจนหมดสิ้นแล้ว แม้แสนรักจะอยู่เมืองไทย แต่เส้นทางของคู่แข่งและเขาส่วนใหญ่ก็มีทั้งในไทยและมาเก๊า "......" สกายกับปาริฉัตรหันสบตากันอย่างไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี "เดิมทีกูกลับมาที่นี่เพื่อปกป้องน้องจากอัครบวร แต่ตอนนี้กูกลับรู้สึกว่ากูกำลังสร้างปัญหาให้น้องเพิ่มขึ้นอีก" "พี่ตะวันไม่ได้สร้างปัญหานะคะ" เสียงหวานของแสนรักดังขึ้นมา เขาหันไปมองคนน้องในทันที ตะวันหลุบตาลงต่ำ ท่าทีประหม่าที่เขาไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็นเลยถูกเผยออกมาให้กับแค่แสนรักคนเดียวเท่านั้น "แสนรัก....ตื่นแล้วหรอ?" "เอ่อ....น้องแสนรักพี่เอาผลไม้มาเยี่ยม ยังไงพี่กับสกายลงไปซื้อกาแฟก่อนนะ" "บี๋กินกาแฟด้วยหรอ?" สกายขมวดคิ้วแล้วมองดูมือของปาริฉัตรที่มาจับแขนตัวเองก่อนออกแรงดึงให้เดินไปด้วยกัน พอเขาถามอย่างงุนงงก็เลยถูกปาริฉัตรดึงหูทันที "ไปเถอะน่า!" แสนรักมองตามปาริฉััตรที่ดึงหูสกายออกไปจนพ้นประตู เธอรอบขำเล็กน้อยกับท่าทีของสองคนนั้นก่อนจะหันไปมองตะวันที่เดินมาข้างเตียง มือของตะวันยื่นมาเอาผมที่ปรกหน้าเธอเหน็บหูให้ ก่อนเขาจะนั่งลงบนเตียง แขนแกร่งพยุงแสนรักที่พยายามลุกขึ้น เจากดปรับระดับเตียงแล้วเอาหมอนลองหลังให้น้อง มือของเขาลูบแก้มที่มีแผลเล็กๆของเธอ "เจ็บไหม?" "ไม่เจ็บค่ะ แผลแค่นี้เอง" ดวงตาคมของตะวันฉายแววขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแสนรักรู้สึกได้ มือเล็กยกขึ้นจับมือเขาทีาแนบหน้าเธออยู่ การกระทำนั้นทำให้ตะวันหยุดชะงัก เพราะแสนรักไม่เคยแสดงออกอย่างนี้กับเขามาก่อน "พี่ตะวันอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ แสนรักรู้ว่าพี่ตะวันทำทุกอย่างเพื่อปกป้องแสนรักมาตลอด" "เฮ่อ พี่ไม่อยากให้แสนรักต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย ต้องทำยังไงกันนะ" ตะวันเอาแต่ครุ่นคิดในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้เธอห่างจากเขาก็อันตราย แต่ให้เธออยู่ใกล้เขาก็ยังอันตรายอีก แต่อย่างน้อยถ้าเธออยู่ตรงนี้ เขาก็ยังปกป้องเธอได้ "มีพี่ตะวัันอยู่ข้างๆก็พอแล้วค่ะ แสนรักเชื่อว่าถ้ามีพี่ิิอยู่ตรงนี้ แสนรักจะปลอดภัย" "แสนรัก...." คำพูดของคนน้องกลับกายเป็นคำปลอบประโลมชั้นดีสำหรับเขา ตะวันลูบไล้แก้มเนียนแล้วขนับไปไล้ที่ริมฝีปาก แรงดึงดูดเร้าให้ใบหน้าทั้งสองขยับเข้าหากัน ก่อนตะวันจะประทับจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่ม เขาหลับตาลงเมื่อรับรู้ถึบท่าทีที่ไม่ปฏิเสธของแสนรัก ตะวัันขยับจูบเนิบนาบอยู่สักพัก หัวใจเขาเต้นแรงไม่เป็นล่ำสันก่อนจะผละออกมองใบหน้าแดงกล่ำของแสนรัก "แต่....แสนรักอยากรู้เรื่องหนึ่ง พี่ตะวันทำธุรกิจอะไรกันแน่คะ? มันไม่ธรรมดาเลยใช่ไหม? ถึงได้ดูอันตรายขนาดนี้" ตะวันถอนหายใจอย่างหนักใจ ก่อนจะเล่าให้แสนรักได้ฟัง เขารู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะปกปิดอีกต่อไป แค่ภาวนาว่าอย่าให้น้องรังเกียจเขาก็พอ "ได้ยินแบบนี้ แสนรักจะมองว่าพี่เป็นคนเลวไหม?" "ไม่หรอกค่ะ แสนรักเข้าใจ วันที่แสนรักเสียทุกอย่างไป แสนรักก็ทำทุกวิธีเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดเหมือนกัน" เขายิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำตอบนั้นของน้อง ก่อนจะยกมือลูบหัวน้องเมื่อได้ยินแสนรักพูดถึงเรื่องที่เจอมา "แต่พี่ตะวันคะ ธุรกิจของพี่ตะวันอันตรายมากเลยนะ ถ้าสักวันหนึ่งมันถึงจุดหนึ่งที่พี่ตะวันสามารถยืนอยู่ได้ด้วยการทำอย่างอื่น เลิกทำได้ไหมคะ?" "แต่ว่า...." "แสนรักไม่ได้รังเกียจ แต่แสนรักแค่เป็นห่วงพี่"ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







