ANMELDENปลายพู่กันสะบัดลงบนกระดาษอย่างไม่รู้ทิศทาง ก่อนใจของตะวันจะเต้นรัวเมื่อแสนรักยืนประกบจากด้านหลังดขาแล้วโน้มตัวลงมา มือบางทาบทับลงบนมือเขาแล้วออกแรงประคองให้เขาใช้พู่กันได้ถนัดมือขึ้น
ตะวันทำตัวเป๋นนักเรียนที่ดี เขาแล่อยให้แสนรักควบคุมมือเขาได้ตามใจ แผ่นหลังที่มีคนตัวเล็กแนบชิดของเขารู้สึกอบอุ่นจนไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยังไง ตะวันไม่อยากให้เวลาผ่านไปเลย เขาอยากอยู่ใกล้ชิดกับคนน้องแบบนี้ มันดูเป็นเรื่องธรรมดาที่แสนพิเศษสำหรับเขา "ทำไมจู่ๆถึงอยากวาดภาพละคะ" แสนรักถามด้วยความสงสัย เธองุนงงนิดหน่อยที่จู่ๆวันนี้ตะวันก็มาขอร้องให้เธอสอนวาดภาพ ทั้งที่ไม่ก่อนเขาไม่เคยอยากลองเลย เธอจำได้ว่าตอนเด็กๆเธอชวนเขาให้ลองฝึกเขาก็ปฏิเสธมีแค่อาทิตย์เท่านั้นที่ยอมมาวาดกับเธอ "พี่เห็นแสนรักชอบวาด ก็เลยอยากรู้ว่ามันสนุกแค่ไหน ปกติเคยจับแต่ปืน อยากลองจับพู่กันดูบ้างไง" "การวาดภาพก็ไม่ยากหรอกค่ะ แต่นักเรียนต้้องตั้งใจเรียนหน่อยนะคะ" แสนรักพูดอย่างหยอกเย้าด้วยรอยยิ้ม เธอถูกเขาถือวิสาสาะโอบเอวไว้แล้วรั้งเธอเข้าไปใกล้ แก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อตะวันพูดประโยคหยอกเย้ากลับมา "อืม แล้วถ้านักเรียนตั้งใจเรียน ครูจะให้รางวัลเป็นอะไรครับ?" สายตาหวานกับเสียงปนความออดอ้อนนั้นทำแสนรักนิ่งไปชั่วครู่ ไม่บ่อยนักที่เธอจะเห็นเขาในมุมนี้ และนั่นยิ่งทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก "พะ พูดอะไรก็ไม่รู้ แสนรักล้างพู่กันให้ก่อนนะคะ อ๊ะ!" ทันทีที่เห็นว่าคนน้องอึกอักแล้วพยายามหนี ตะวั้ั้นก็ออกแรงรั้งเอวบางมากขึ้นจนเธอล้มลงมานั่งลงบนตักเขา แสนรักมองหน้าของเขาไม่นานเธอก็ขำออกมาจนเขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว บนหน้าเขามันมีอะไรให้น่าขำกัน "ขำอะไร?" "คิก ไม่มีอะไรค่ะ แต่ว่าวันนี้พี่ตะวันแต่งหน้าดูดิจังเลยนะคะ" เมื่อเธอพูดจบเขาก็พอเข้าใจความหมาย มือหนายกขึ้นแตะแก้มของตัวเองถึงสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เปรอะเปื้อน ตะวันพยักหน้าเข้าใจว่าทำแสนรักถึงขำออกมา เขาออกแรงกอดรัดคนน้องมากขึ้นแทนการลงโทษที่หัวเราะเยาะเขา "เดี๋ยวเถอะ ล้อเลียนหรอ? มานี่เลย" "พี่ตะวัน...อย่าแกล้งสิคะ เดี๋ยวก่อน นี่" แสนรักดิ้นเร่าแต่ก็ร้องตะโกนด้วยรอยยิ้ม ตะวันใช้แขนข้างหนึ่งกอดรัดเธอไว้ แล้วดึงเอาพู่กันในมือเธอทำท่าจะป้ายสีของปลายพู่กันที่หน้าเธอ แสนรักรั้งมือเขาไว้ เสียงหัวเราะของคนสองคนผสานกันด้วยความสุข "ไหนมาดูซิว่าลูกแมวตัวนี้น่ารักไหม" ตะวันวาดหนวดแมวให้กับแสนรักอย่างตั้งใจ ไม่ลืมที่จะเอาปลายพู่กันจิ้มวนตรงปลายจมูกของเธอด้วย เขายิ้มอย่างพอใจเมื่อมองดู แม้ใบหน้าหวานกำลังยู่ลงแต่เขาก็เห็นรอยยิ้มข้างแก้มของเธอ "พี่ตะวันขี้แกล้ง คอยดูเถอะ แสนรักจะเอาคืน" เธอดึงพู่กันออกจากมือเขา แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเขาก็ยกตัวเธอให้ขึ้นยืนก่อนจะวิ่งหนี แสนรักไม่ปล่อยไว้ เธอวิ่งเข้าไปหาเขา สองร่างยื้อยุดกันจนสุดท้ายตะวันก็ล้มลงนอนบนเตียง แสนรักที่ยังคงสนุกกระโดดขึ้นไปนั่งคร่อมเขาอย่างลืมทุกอย่าง เธอวาดหน้าแมวให้เขาอย่างตั้งใจเอาคืน พอเสร็จแล้วก็ได้แต่นั่งหัวเราะ "อยากอยู่ท่านี้ก็ไม่บอก" ตะวันเอ่ยเย้าจนทำให้แสนรักรู้สึกตัวว่าท่าทางของเธอกับเขาตอนนี้ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก แสนรักรีบปฏิเสธเป็นพัลวันแล้วตั้งใจจะลุกขึ้น "เอ่อ...คือ ไม่ใช่..... พี่ตะวัน ปล่อยสิคะ" เธอพยายามที่จะลุกแต่ยิ่งทำให้ตะวันรั้งเอวเธอเอาไว้ กำปั้นเล็กๆที่ทุบอกเขาด้วยความเขินอายไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บ แต่กลับทำให้ตะวัันรู้สึกชอบใจมากกว่าเก่า เขาคว้าช่วงท้ายทอยแล้วพลิกตัวเธอให้นอนหงายและเป็นเขาที่ทาบทับแทน ดวงตาสองคู่สบกันอย่างมีความหมาย ตะวัันลูบไปตามแก้มที่ยังเลอะสีของเธอ หนวดแมวที่เขาวาดทำให้แสนรักที่น่ารักอยู่แล้วดูน่ารักมากขึ้นไปอีก "แมวตัวนี้น่ารักจริงๆด้วยแฮะ" คำหวานของเขาทำเอาแสนรักประหม่าไป ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเขารู้สึกยังไง แต่ปกติเขาแสดงออกไปทางด้านการกระทำมากกว่าที่จะเป็นคำพูด พอได้ยินเขาพูดคำว่าหวานก็เลยทำให้เธอเหมือนจะเสียสติ "พี่ตะวันพูดอะไร รีบลุกได้แล้วค่ะ" แสนรักกลืนน้ำลายอีกใหญ่แล้วเบี่ยงหน้าหลบสายตาเขา "ก็น่ารักจริงๆนี่" ปลายนิ้วของเขาไล่ไปที่ปากบางของเธอก่อนจะบีบคางมลแผ่วเบาออกแรงให้เธอหันมาหาเขา ตะวันค่อยๆขยับหน้าเข้าใกล้ เขาหวังช่วงชิงจูบของเธอ แต่แสนรักดันหันหน้าหนีออกครั้งจะกลายเป็นเขาจูบที่แก้มเธอแทน "ใจร้ายจัง" คำตัดพ้อของเขาเร้าให้แสนรักหันมอง ตะวันขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกเมื่อเธอหันมา อีกเพียงเล็กน้อยที่ริมฝีปากของเขาจะประกบลง เสียงบานประตูเปิดมากะทันหันก็ทำให้แสนรักดันอกเขาเอาไว้ พอหันไปเห็นองศากับสกายที่ยืนทำหน้ายียวนตะวันก็ยิ่งโมโห "คือ...ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ" แสนรักรีบดันตะวันออกแล้วยืนขึ้น มือของเธอกำชายเสื้อแน่นอย่างประหม่า "ไม่เห็นต้องไปแก้ตัวเลย มันไม่ใช่เด็กๆกันแล้ว รู้อยู่แล้วว่าเราทำอะไรกัน" คำพูดของตะวันแสนกำกวมจนแสนรักทุบอกคนที่พึ่งลุกมาหาเธอไม่แรงนัก ตะวันรวบมือเล็กเอาไว้แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ "ก็พี่พูดจริงนี่ ถ้ามันไม่เข้ามาขัด เราก็คงได้ 'ทำ' กันจริงๆนั่นแหละ"ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







