ANMELDENคาลอสชะงักไปยามได้ยินน้ำเสียงและคำพูดแสนเด็ดขาดนั้นของตะวัน อาการอึกอักเริ่มเพิ่มขึ้นจะตะวัันสัมผัสได้ ดวงตาคมของเขายังคงมองไปคาลอสอย่างมั่นคง เขาไม่เคยเกรงกลัว เพราะรู้ว่าทุกสิ่งที่เขาตัดสินใจ ล้วนเป็นสิ่งที่เขาคิดมาดีแล้ว
ตะวันก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รีรอ เขามองดูคาลอสที่ก้าวถอยหลังไปโดยที่รั้งแสนรักเอาไว้เป็นข้อต่อรองด้วย ใบหน้าหล่อพยักให้องศาที่เดินไปข้างหลังอย่างระมัดระวัง ก่อนปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบขององศาจะแนบชิดกับท้ายทอยของมัน "ปะ ปล่อยกูไป แล้วกูจะคืนอีนี่ให้" ตะวันหัวเราะเย้ยหยันให้กับการร้องขอนั้น เขาส่ายหัวอย่างเอือมระอาเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่รู้สถานะของตัวเองในตอนนี้เลยแม้สักนิด "ก่อนหน้านี้มึงพูดว่ากูไม่มีสิทธิ์ต่อรอง กูก็จะพูดกับมึงด้วยคำนี้เหมือนกัน" ปลายกระบอกปืนของตะวันจ่อเข้าที่หน้าผากของคาลอสด้วยอีกหนึ่งกระบอก เขายิ่งกดแน่นเมื่อเห็นว่ามีนยังไม่ยอมปล่อยแขนที่ล็อคคอแสนดีเอาไว้ "แต่เมื่อกี้มึงบอกว่า....." "เมื่อกี้ก็ส่วนเมื่อกี้ ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้ ในเมื่อกูให้มึงเลือกแต่แรกแล้วมึงไม่เลือก ตอนนี้ก็อย่ามาร้องขออะไร" เขาพูดอย่างเย็นเยียบรางกับไร้ความรู้สึก ทุกครั้งที่เขาให้โอกาสไม่ว่าจะใคร ถ้ามันไม่รับโอกาสนั้นไป เขาไม่เคยปล่อยให้มันได้รับโอกาสซ้ำสอง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับคยที่เป็นหัวใจของเขาอย่างแสนรัก ตะวันยิ่งไม่เคยยอม "แสนรักมาหาพี่มา" ตะวันพูดเสียงอ่อนโยนต่างจากที่พูดกับคาลอสเมื่อครู่ เขามองแสนรักที่อยู่ไม่ไกลนักแล้วออกแรงรั้งเอวบางให้กายเธอเข้ามาแนบชิด คาลอสไม่ยอมในตอนแรก แต่พอดขากดปืนเพื่อย้ำเตือนว่าในตอนนี้เป็นเขาที่เหนือกว่าแขนที่ล็อกคอแสนรักอยู่ก็คลายออกมนทันที "ฮึก พี่ตะวัน" "ไม่เป็นไร ไม่ต้องร้องแล้วนะ ไม่ต้องกลัวแล้ว พี่อยู่นี่" มือหนาลูบไปตามเส้นผมนุ่มของแสนรักอยางปลอบประโลม เขากอดน้องแน่นแล้วกดปลายจมูกลงบนหน้าผากเธอ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยซับน้ำตาที่อาบแก้ม แล้วสบตากับเธอราวกับบอกว่าเขาอยู่ตรงนี้แล้ว ตะวันพยักหน้าให้องศามาพาแสนรักออกไปก่อร เพราะเขาไม่ต้องการให้เธอเห็นสิ่งที่เขากำลังจะทำต่อจากนี้ "ไอ้ตะวัน กูไม่ได้ตั้งใจ ถ้า....ถ้าครั้งนี้มึงปล่อยกูไปนะ กูสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับมึงหรือคนของมึงอีก" "ไม่ได้ตั้งใจ?" ตะวันเดินย่างกายเข้าไปใกล้คาลอสมากขึ้น จนมันล้มลงที่พื้นเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตะวัน "กูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ!" "กูว่าไม่มั้ง มึงตั้งใจตั้งแต่สืบได้แล้วว่าใครที่สำคัญกับกู"ตะวันนั่งลงข้างกายคอลอสที่ตัวสั่นเทา เขากดไกปืนลงอย่างเยือกเย็นจนคาลอสหายใจหนักอย่างกังวล "กู คือ กู...กูก็แค่..." ตะวันแค่นหัวเราะออกมา เขารู้ดีอยู่แล้วว่าคนตรงหน้าตั้งใจ และมันเองก็รู้ตัวดีว่าจงใจจะเล่นงานเขา แค่ทุกอย่างผิดแผนไปเสียหมดจนคนตรงหน้าไม่รู้ว่าควรจัดการกับมันยังไง ตะวันไม่ใช่คนใจโฉด เขาไม่ได้เยือกเย็นที่จะฆ่าคนไปทั่ว แต่ถ้าเป็นคนที่ทำร้ายคนที่เขารัก เขาก็ไม่ลังเลสักนิดที่จะงมือฆ่า "เล้วไอ้เรื่องที่มึงสัญญามา คิดว่ากูไม่รู้หรอว่ามึงมันเชื่อไม่ได้" เขาเอาปืนตบที่หน้าของคาลิสไม่แรงนัก ตะวันเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มแล้วยิ้มหยัน เขาลดปืนลงแล้วหยิบเอามีดคมที่เก็บเอาไว้ออกมา ฉึบ! เสียงมีดที่ตะวันกดออกเร้าให้ใจของคาลอสสั่นจนแทบเสียสติ ปลายมีดเย็นไล้ไปตามแผลที่อยู่บนหน้า เร้าให้ความทรงจำเก่าๆที่น่าหวาดกลัวของคาลอสกลับมาอีกครั้ง "แผลนี้ของมึงก็ได้มาจากคำสัญญาแล้วก็โอกาสไม่ใช่หรอ?" ตะวันเอ่ยถามทั้งเลิ่กคิ้ว เขานึกถึงวันนั้นที่เขาเกือบจะฆ่ามันทิ้ง แต่เพราะมันร้องขอเขาถึงได้ยอมปล่อยมันไป เขากรีดหน้ามันก่่อนที่จะปล่อยให้ให้มันสำนึกว่าอย่ามายุ่งกับเขาอีกแต่เหมือนอีกคนจะไม่จำสักนิด "กูเคยให้มึงครั้งหนึ่ง แต่เหมือนมึงจะไม่เห็นค่าเลย ก่อนหน้านี้หลายครั้งอย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่าคนที่เคยมาป่วนที่โกดังกูในมาเก๊าเป็นฝีมือพวกมึง" "มึงอย่ามาใส่ร้ายกู!!" "ใส่ร้าย? เหอะ มึงรู้ดีอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ที่กูไม่เคยจัดการเลยสักครั้ง เพราะกูเห็นว่ามันเล็กน้อยแล้วขี้เกียดลดตัวลงไปยุ่งกับมึง แต่ครั้งนี้มึงดันไปแตะต้องเส้นความอดทนของกู" แสนรักคือทุกอย่างของเขา คือเส้นของความอดทน คือหัวใจ คือความหวงแหน มันสืบมาอย่างดีว่าเธอสำคัญต่อเขา และยังกล้ามาแตะต้อง ดังนั้นเขาไม่ถือว่าครั้งนี้มันทำด้วยความไม่ตั้งใจ และเขาจะไม่ปล่อยไปอีกเพื่อให้แน่ใจว่าแสนรักจะปลอดภัย "มะ มึงจะทำอะไร!!?" ตะวันแค่นหัวเราะอย่างสะใจเมื่อเห็นว่าคาลอสกำลังหวาดกลัว "ทำสิ่งที่ควรทำ มึงแค่ทำใจให้สบายเถอะ กูจะไม่ทรมานมึงมากหรอก" "ไอ้ตะวัน....เฮือก!!!!" ปลายมีดแหลมถูกตะวันเอาปักลงที่คอของคาลอส เขาไม่จบแค่นั้น เพื่อให้แน่ใจว่าอีกคนตายแล้ว ตะวันเอากระบอกปืนที่ใส่กระบอกเก็บเสียงมาแล้วของเขาแล้วยิงเข้าไปที่หัวคาลอสสองนัดอย่างไม่ลังเล โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นใส่ใบหน้าเขา ตะวันปล่อยให้คาลอสล้มลงจนสิ้นลมหายใจ เขารับผ้าสะอาดจากลูกน้องมาเช็ดคราบเลือกที่ตัวเอง "มึงบีบให้กูทำแบบนี้เองนะ"ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







