Se connecter"คุณหนู คนผู้นี้จะใช่คนร้ายที่คุณชายเสิ่นตามหาหรือไม่เจ้าคะ" ถิงถิงที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ลุ้นระทึกถามอย่างกังวล
"ย่อมต้องใช่อยู่แล้ว" เห็นใบหน้าใบหน้าของสาวใช้ตัวน้อยตื่นตระหนกลนลานนางจึงกล่าวต่อ "แต่เขาไม่ใช่คนร้ายอย่างที่คนพวกนั้นกล่าวหา เขาเป็นเพียงคนน่าสงสารคนหนึ่งที่สูญเสียมารดา ส่วนบิดาก็ไม่ใส่ใจ" เขายังเป็นสหายวัยเด็กของพ่อตัวร้ายอันดับหนึ่งอีกด้วย หากคนผู้นั้นกลับมาจากชายแดนและรู้ว่าสหายโดนทรมานจนตายเพราะความเข้าใจผิดจากน้ำมือของเสิ่นเหวยเจ๋อ ทุกอย่างจะต้องดำเนินไปสู่เส้นเรื่องเดิมอย่างแน่นอน
"แต่เมื่อครู่ หากคุณชายเสิ่นสั่งให้คนเข้ามาตรวจค้น..."
"เขาหรือจะกล้า" เฉียนซูเหยายิ้มขบขัน "หากเป็นคนอื่นคงไม่รีบหนีพวกเราไปเช่นนี้แน่ แต่นี่คือเสิ่นเหวยเจ๋อ ที่เขารังเกียจอยากถอนหมั้นกับข้าก็เพราะว่าข้าทำให้เขาได้รับความอับอาย หากมิใช่ว่าข้าแสดงความหึงหวงและพูดเรื่องที่เขากับชางอวี่ลอบนัดพบกันเขาจะอับอายจนต้องมาถอนหมั้นหรือ"
"มิใช่ว่าเขาโกรธที่ท่านทำร้ายแม่นางชางหรือเจ้าค่ะ" ถิงถิงงุนงง
เฉียนซูเหยายิ้มหยัน นางได้รับความทรงจำของเฉียนซูเหยาคนก่อน ดังนั้นจึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วคนที่ทำให้พวกนางตกน้ำไปพร้อมกันก็คือเสิ่นเหวยเจ๋อ คนผู้นี้วรยุทธ์สูงส่ง แค่เขาใช้วิธีการเล็กน้อยอย่างการดีดเมล็ดถั่ว ก็สามารถทำให้หญิงสาวเสียหลักล้ม คนสองคนยืนประจันหน้ากันเมื่อคนหนึ่งล้มอีกคนก็ย่อมล้มตามไปด้วย วันนั้นในสายตาทุกคนย่อมเห็นว่าเป็นคุณหนูรองเฉียนผลักคุณหนูห้าสกุลชาง แม้แต่ชางอวี่เองก็คงคิดเช่นเดียวกัน มีเพียงเฉียนซูเหยาที่หันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ นางจึงได้เห็นเสิ่นเหวยเจ๋อที่ยืนหลบมุมอยู่ไม่ไกล
"หากข้าบอกว่าไม่ได้ทำเจ้าจะเชื่อหรือไม่" นางถามหยั่งเชิง อยากรู้ว่าสาวใช้ที่มีฐานะสุดพิเศษคนนี้มองนางเช่นไร
หากสายตาของถิงถิงไร้ซึ่งความลังเล "บ่าวเชื่อท่านเจ้าค่ะ"
"จริงหรือ" นางถามย้ำ
"จริงเจ้าค่ะ แม้คุณหนูจะ เอ่อ..."
"พูดมาเถอะ"
"แม้คุณหนูจะเป็นคนเจ้าอารมณ์แต่ท่านไม่เคยโกหกมาก่อน ทั้งยังเป็นคนกล้าทำกล้ารับ ในเมื่อท่านบอกว่าไม่ได้ทำบ่าวก็ย่อมเชื่อตามนั้นเจ้าค่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ท่านจะต้องโกหกนี่เจ้าคะ"
เฉียนซูเหยายิ้มออกมา ซึ้งใจแทนเจ้าของร่างคนเก่าที่มีคนใกล้ชิดที่เชื่อมั่นในตัวนาง ในความทรงจำของนางถิงถิงเป็นสาวใช้ที่รู้ใจที่สุด ทั้งยังเป็นคนที่ต้องรองรับอารมณ์ร้ายกาจก่อนใครเช่นกัน ในขณะที่บ่าวไพร่คนอื่นหลีกหนี มีเพียงถิงถิงที่คอยเคียงข้างเสมอ
ก่อนหน้านี้หญิงสาวตั้งใจจะปกป้องอีกฝ่ายเพราะว่าต้องการเปลี่ยนแปลงเส้นเรื่องเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ทว่าเมื่อได้รับรู้เรื่องราวในอดีตกลับยิ่งรู้สึกอยากปกป้องเด็กคนนี้จากใจจริง แต่เดิมนางก็มีฐานะที่ไม่ธรรมดา เพียงแต่พบเคราะห์ร้ายทำให้พรากจากครอบครัว เฉียนซูเหยาสัญญากับตัวเองว่านางจะต้องทำให้ถิงถิงได้กลับคืนฐานะเดิมโดยไร้รอยขีดข่วน
ชายแปลกหน้าคนนั้นถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงหมอแถบชานเมืองที่เงียบสงบโดยรถม้ากลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งที่เจียงหาวขอเช่ามาจากคนในหมู่บ้านที่ห่างจากตีนเขามาสิบลี้ เมื่อส่งคนเสร็จเรียบร้อยนางก็จากมาโดยไม่ได้บอกกล่าวอะไรนอกจากมอบเงินค่ารักษาถุงใหญ่ให้กับท่านหมอชราคนนั้น
ครั้นเสร็จธุระเรียบร้อยดีแล้วจึงค่อยไปเปลี่ยนรถม้าและกลับจวนสกุลเฉียน ตอนที่นางกลับมาถึงพ่อบ้านก็ตามมาที่เรือนเพื่อ ถ่ายทอดคำสั่งของบิดา
"คุณหนู นายท่านให้คนส่งผลลี่จือมาให้ ยังฝากถ้อยคำมาสองสามประโยค กล่าวว่าให้คุณหนูไปรับมื้อเย็นพร้อมทุกคน คุณชายรองกลับมาจากสำนักศึกษาแล้ว ฮูหยินกับคุณหนูใหญ่ก็กลับมาจากงานเลี้ยงแล้วเช่นกัน ท่านเห็นว่าอย่างไรขอรับ"
"ย่อมต้องไปอยู่แล้ว" เฉียนซูเหยายิ้มบาง เจียงเย่าเป็นพ่อบ้านของสกุลเฉียนตั้งแต่ตอนบิดายังเด็ก ในอดีตเขาเคยเป็นผู้ดูแลร้านค้าในต่างเมืองของฮูหยินผู้เฒ่าเฉียน ต่อมาหลังจากพ่อบ้านคนเก่าขอลาออกไปรักษาตัวเขาก็ถูกโยกย้ายมาแทนที่ คอยทำหน้าที่พ่อบ้านดูแลความเรียบร้อยและทำบัญชี เป็นคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่า ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากบิดาเป็นอย่างมาก ท่านลุงเจียงหาวคนนั้นยังเป็นญาติผู้น้องของเขา ดังนั้นหญิงสาวจึงเอ่ยเรื่องสำคัญก่อนที่เขาจะจากไป
"ประเดี๋ยวท่านลุงเจียงคงจะเล่าเรื่องที่ข้าออกไปข้างนอกให้พ่อบ้านเจียงฟัง ข้าจึงคิดว่าบางทีข้าควรเล่าให้ท่านฟังก่อนจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นพ่อบ้านอาจจะตื่นตระหนกเกินไป"
เจียงเย่าระบายยิ้ม เขาเข้าใจความหมายของคุณหนูรองได้ในทันที ที่นางพูดเช่นนี้ก็เพราะกลัวว่าเขาจะนำเรื่องที่ว่าไปรายงานฮูหยินผู้เฒ่ากับนายท่าน "คุณหนูรองเชิญกล่าว"
"วันนี้ข้าไปไหว้พระขอพรที่อาราม หลังจากกลับมาก็พบว่ามีคนบาดเจ็บแอบขึ้นมารถม้าตอนที่ท่านลุงเจียงไปปลดเบา ข้าพบเขาแล้วก็จดจำได้ว่าเขาเป็นคุณชายที่มีฐานะไม่ธรรมดาคนหนึ่ง ดังนั้นจึงตัดสินใจช่วยเขาเอาไว้ นี่เป็นเรื่องของน้ำใจเล็กน้อยที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น ดังนั้นข้าจึงไม่ปรารถนาให้ท่านพ่อกับท่านย่ารับรู้เรื่องนี้ อย่างไรก็เป็นแค่คนที่ผ่านมาและผ่านไป พบกันเพียงชั่วครู่เท่านั้น"
"คุณหนูรองอย่าได้กังวลเกินไป การช่วยคนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร บ่าวไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องกล่าวเรื่องนี้ต่อนายท่านและฮูหยินผู้เฒ่า"
คำตอบของพ่อบ้านเป็นที่น่าพึงพอใจ หญิงสาวคลี่ยิ้มแล้วกล่าว "ขอบคุณพ่อบ้านเจียง"
ริมฝีปากฝีปากอิ่มถูกดูดดึงหยอกเย้า ขณะที่ปลายลิ้นอุ่นร้อนกำลังสำรวจในโพลงปากนุ่ม ตวัดพันเกี่ยวเรียวลิ้นเล็กจนเกิดความรู้สึกหวาบหวาม เฉียนซูเหยาถูกมอมเมาด้วยสัมผัสอันแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนเอี๊ยมตัวจิ๋วสีแดงสดอันเป็นปราการสุดท้ายถูกดึงออกอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นดอกบัวคู่งามที่ใหญ่โตพอดีมือ ฉับพลันลิ้นสากอุ่นร้อนก็เข้าครอบครอง ทั้งลากไล้ดูดดึงจนผู้เป็นเจ้าของส่งเสียงหวานออกมาขณะเดียวกันปลายนิ้วเรียวก็วนเวียนอยู่ที่บริเวณกลีบบุปผา ค่อยๆ สอดแทรกสำรวจเส้นทางทางรักทีละนิด เริ่มแรกเชื่องช้าอ่อนหวานเพื่อทำความคุ้นชิน ต่อมาจึงค่อยเร่งความเร็วทีละนิด"อ๊ะ...อา" เสียงครางอ่อนหวานยังคงดังเป็นระยะ เรือนกายสะท้านไหวจากสัมผัสระรัวของปลายนิ้วเมื่อเห็นว่าช่องทางรักฉ่ำชื้นมากพอแล้ว เจิ้งซีก็ปลดอาภรณ์เจ้าบ่าวออกจนหมด เผยให้เห็นแก่นกลางกายอันใหญ่โต เฉียนซูเหยาใบหน้าพลันเห่อร้อน เอียงหน้ามองไปทางอื่นอย่างเขินอาย'สิ่งนั้น' ของเขาใหญ่โตเกินไปหรือไม่นางเคยได้ยินว่าครั้งแรกจะเจ็บมาก ดังนั้นภายในใจจึงบังเกิดความหวาดหวั่นมากเป็นพิเศษ เ
หลังจากเจ้าบ่าวถูกพาตัวออกไปดื่มสุราสนทนากับมิตรสหายที่โถงรับรอง เจิ้งเหม่ยถิงที่ได้รับการไว้วานจากพี่ชายให้มาส่งอาหาร จึงฉวยโอกาสนี้เข้าห้องหอมาอยู่เป็นเพื่อนพี่สะใภ้ นางได้ยินมาว่ากว่างานเลี้ยงจะเลิกต้องรออีกหลายชั่วยาม เป็นเช่นนี้แล้วจะปล่อยให้พี่สะใภ้เพียงคนเดียวทนรออย่างเบื่อหน่ายได้อย่างไร"พี่สะใภ้กินอาหารรองท้องก่อนนะเจ้าคะ กว่าพี่ใหญ่จะปลีกตัวออกมาได้คงใช้เวลานาน คนพวกนั้นกำลังมอมเหล้าเขาอยู่"เฉียนซูเหยาพยักหน้ารับก่อนวางพัดกลมลงบนเตียงที่ปูทับด้วยผ้าแพรสีแดงสด ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะกลมไม้หนานมู่ มองดูเจิ้งเหม่ยถิงบรรจงหยิบอาหารจากปิ่นโตออกมาด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม ทว่าขณะที่นางกำลังอธิบายคุณสมบัติของอาหารแต่ละจาน สายตาของหญิงสาวก็พลันสะดุดกับตำราเล่มหนึ่งที่โผล่พ่นสาบเสื้อของอีกฝ่าย"นั่นอะไรหรือ"เจิ้งเหม่ยถิงมองตามสายตาของพี่สะใภ้ นางหยิบตำราเล่มนั้นออกมาพลางยิ้มเผล่ "นี่เป็นตำราที่พี่สาวหว่านหรูกับคุณหนูใหญ่ฝากมาให้ท่านเจ้าค่ะ"คิ้วคู่งามขมวดมุ่นอย่างสงสัย ก่อนจะกระจ่างเมื่อเปิดตำราออกดู "พวกเจ้าเป็นสตรีที่ยังไม่ได้อ
ต่อมาเพียงชั่วชาเดือดฮ่องเต้และฮองเฮาก็เสด็จมายังห้องเก็บตัว และขอใช้เวลาลำพังกับเจ้าสาว หลังจากทุกคนออกไปแล้วสวี่ฮองเฮาก็หลั่งน้ำตาแห่งความปีติยินดีออกมา "ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะเมตตาให้แม่ได้เห็นภาพนี้ของลูก ได้หวีผมอวยพรในวันสำคัญของเจ้า"เฉียนซูเหยาเองก็ไม่คิดไม่ฝันเช่นกัน น้องไล่นึกถึงครั้งที่ได้พบกับบิดาที่อาราม หากไม่เพราะเขาได้เห็นภาพวาดของนาง หรือนางมิได้ยินเสียงเพลงที่เขาฮัมออกมา เกรงว่าบางทีเรื่องราวอาจไม่เป็นเช่นนี้ก็ได้ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่สวรรค์กำลังชดเชยให้นาง ชดเชยที่เคยปล่อยให้นางโดดเดี่ยวมายี่สิบเจ็ดปีเต็มหลังจากที่ฝ่าบาทกับสวี่ฮองเฮาอวยพรแล้วก็ถึงคราวของฮูหยินผู้เฒ่า ใต้เท้าเฉียน และเฉียนฮูหยิน พวกเขาสลับกันเข้ามาอวยพรและมอบของขวัญ จากนั้นก็กำชับหญิงสาวอีกหลายประโยคทำนองว่าหากถูกรังแกให้กลับมาที่สกุลเฉียน หรือหากได้รับความไม่เป็นธรรมก็ให้รีบบอกครอบครัวบรรยากาศสนุกสนานครื้นเครง บางครั้งก็ซาบซึ้งและมีน้ำตา ทว่าก็เป็นน้ำตาแห่งความสุขเสียงเพลงบรรเลงจากด้านนอกดังเข้ามาใกล้พร้อมกับการรายงานของแม่สื่อ กล
เพราะว่าไม่อยากให้เกิดเรื่องดังนั้นทุกคนจึงไปพบชางอวี่ที่ห้องปีกที่อยู่ติดกับห้องเก็บตัวเจ้าสาว ตอนที่เห็นทุกคนอยู่กันพร้อมผู้มาเยือนจึงมีท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย"คุณหนูชางมีอะไรก็รีบกล่าวมาเถิด อีกประเดี๋ยวน้องหญิงรองของข้าก็ต้องออกไปที่โต๊ะอาหารแล้ว" เป็นเฉียนซูซูที่เปิดประเด็นก่อน"เจ้าพูดมาเถิด กับพวกนางเจ้าก็คุ้นเคยอยู่แล้ว วันพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ ทุกคนไม่อาจปล่อยให้ข้าอยู่กับเจ้าเพียงลำพัง"ชางอวี่ยกมุมปากน้อยๆ พยักหน้าอย่างเข้าใจ "ที่ข้ามาวันนี้ก็แค่อยากจะมาบอกลาเท่านั้น เพราะว่าตลอดมาข้ามีเพียงอาเจ๋อ ดังนั้นจึงไม่มีสหายที่เป็นสตรีเลย หากจะมีที่คุ้นเคยกว่าใครก็มีเพียงคุณหนูรองเฉียนเท่านั้น"เฉียนซูเหยาไม่ได้ตอบอะไร หากรับฟังอย่างนิ่งสงบ"ข้าไม่คาดคิดเช่นกันว่าจะมีคืนวันเช่นนี้ ดูเหมือนบางทีอาจจะเป็นอย่างเช่นที่คุณหนูรองเฉียนเคยบอก ฐานะของข้าเป็นไปได้อยากที่จะแต่งไปเป็นฮูหยินเอก ดังนั้นข้าจึงพยายามทำทุกทางที่จะฉุดตัวเองขึ้นมา เป็นข้าที่สนับสนุนให้พี่ชายไปทำงานให้กับอู๋อ๋อง ด้วยมองเห็นช่องทางที่จะทำให้ได้เลื่อนฐานะเร็วขึ้น พยายา
เมื่อเฉียนซูเหยามองตามซ่งไห่เฉิงไปก็เห็นเจิ้งซีเดินตรงเข้ามา นางจึงรีบส่งยิ้มอ่อนหวานให้กับเขา "ท่านเสร็จงานแล้วหรือ ข้าคิดว่าจะนานกว่านี้เสียอีก""ฝ่าบาทเพียงสั่งพักงานของข้าในช่วงนี้ ทรงตรัสว่าให้ข้าเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวให้ดี" ตอนที่กล่าวใบหน้าหล่อเหลาที่มักเย็นชากับทุกกลับยิ้มกรุ้มกริ่มมองหญิงสาว"ท่านยิ้มเช่นนี้ กำลังคิดเรื่องลามกอยู่แน่ ๆ ใช่หรือไม่" นิ้วเรียวชี้ขึ้นอย่างจับผิด"ต่อให้ข้าคิดเรื่องลามก ก็จะคิดถึงแต่เหยาเอ๋อร์เท่านั้น" ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างเล็กน้อยกับคำตอบของคนหน้าไม่อาย "เจิ้งซีท่านเป็นบุรุษลามกเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" อันกั๋วกงถูกว่าที่ฮูหยินไล่ตีไปทั่วอุทยาน ช่างเป็นภาพงดงามที่น่าอภิรมย์ของคนที่ได้เห็นจริงๆก่อนงานแต่งงานหนึ่งวันที่จวนสกุลเฉียนจัดงานเลี้ยงขึ้นภายในครอบครัว เชิญญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมเติมสินเดิมให้กับเจ้าสาวตามประเพณีเก่าแก่ของบ้านเกิด นัยหนึ่งยังเป็นงานเลี้ยงส่งท้ายก่อนบุตรหลานจะออกเรือนเพื่อให้คนในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ช่วงเวลาเช่นนี้ดูจะครึกครื้นที่สุดตั้งแต่ที่หญิงสาวทะลุมิติเข้ามา จะอย่างไรนี่ก็เป็นงานเลี้ยงสำคัญที่สุดในชีวิต กร
บานประตูลับภายในห้องถูกเปิดออก ปรากฏให้เห็นคนที่ถูกทุกคนคิดว่าหายสาบสูญไปสิบกว่าปี แม้มีหนวดเคราเต็มใบหน้าทว่าซ่งไห่เฉิงกลับจดจำได้ไม่ลืม"เสด็จพ่อ" ฉีอ๋อง ซ่งถิงเฟิงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏนั่งอยู่บนรถเข็นไม้ที่เคลื่อนตัวมาข้างหน้าด้วยสองมือของตนเอง ดวงตาที่ทอดมองบุตรชายอ่อนโยนยิ่งนัก "อาเฉิง ที่องค์หญิงอันเล่อกล่าวล้วนเป็นเรื่องจริง"เห็นบุตรชายนิ่งเงียบไปซ่งถิงเฟิงจึงกล่าวต่อ "สิบปีก่อน พ่อได้พบกับแม่นมหร่วนพยานที่เห็นเหตุการณ์ตอนที่มารดาเจ้าถูกวางยา หลังจากที่ได้รู้ความจริงจากนางพ่อก็ส่งหนังสือหย่ามาที่เมืองหลวง หากจ้าวซีหงกับไม่ยินยอม นางเผาหนังสือหย่าทิ้งและเข้าร่วมกับจ้าวถิงเวยผู้เป็นบิดาวางแผนทำลายความแข็งแกร่งของกองทัพ เพื่อผลประโยชน์มากมายจากแคว้นฉิน""เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ทหารหลายหมื่นนายต้องจบชีวิตลง ตัวข้าได้รับการช่วยเหลือจากจิ้งเป่ยโหวจึงได้รอดชีวิตแม้ว่าสองขาไม่อาจเดินได้อีกต่อไป จิ้งเป่ยโหวเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องข้า เมื่อฝ่าบาททรงรู้จึงมอบหมายให้อันกั๋วกงซ่อนข้าเอาไว้""สกุลจ้าวหยั่งรากลึกในราชสำนักมานาน ชายชราแซ่จ้าวเป็นอัครเสนาบดีมาตั้งแต่รัชสมัยของอดีตฮ่องเต
"ปล่อยมือของท่าน หยางหราน" น้ำเสียงของเฉียนซูเหยาไม่สบอารมณ์นัก นางมองคนตรงหน้าอย่างกดดัน กระทั่งอีกฝ่ายทนไม่ไหวปล่อยมือของนาง"คุณหนู แขนของท่าน" ถิงถิงจับแขนของผู้เป็นนายมาประคอง ข้อมือที่เคยขาวผ่องบัดนี้เป็นรอยแดง แต่ไหนแต่ไรคุณหนูก็เป็นคนช้ำง่าย ข้อมือที่ถูกบีบด้วยแรงของบุรุษนี้ เกรงว่าย่อมทิ้ง
"ถิงถิง เจ้าให้คนไปแจ้งพ่อบ้านเจียงเอาไว้ พรุ่งนี้ข้าจะใช้รถม้าไปตลาด ให้เขาเตรียมรถม้าธรรมดาแบบที่ไม่โดดเด่นให้ข้าที เตรียมองครักษ์ให้ข้าสักหกเจ็ดคนด้วย""เหตุใดจึงไม่ใช้รถม้าติดตราของจวนเช่นทุกทีเล่าเจ้าคะ"คนถูกถามคลี่ยิ้มบาง "เจ้านี่ใจกล้าขึ้นทุกวัน""บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ""ข้าล้อเจ้าเล่นหรอกน่า"
เฉียนซูเหยากับสาวใช้คนสนิทหอบกล่องเครื่องประดับและข้าวของล้ำค่าเข้ามาด้านในเรือน พวกนางหอบหายใจอยู่เพียงครู่ก็เริ่มจัดการแยกพวกมันออกเป็นสัดเป็นส่วน นอกจากเครื่องประดับและของตกแต่งหายากจำพวกมุกราตรีกับปะการังแดงแล้วยังมีร้านค้าอยู่หลายร้าน ทุกร้านล้วนแล้วแต่มีกำไรทุกเดือน ยังมีโรงน้ำชาขนาดใหญ่ที่มีช
เฉียนซูเหยาเดินมาถึงเรือนหลักในตอนที่บ่าวรับใช้เริ่มทยอยยกสำรับขึ้นโต๊ะอาหารแล้ว นางรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อมองเข้าไปแล้วเห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ดังนั้นหลังจากที่สาวใช้คนสนิทช่วยถอดเสื้อคลุมกันลมแล้ว จึงเยื้องย่างเข้าไปด้านในห้องอาหารอย่างระมัดระวัง"เหยาเอ๋อร์ของย่า มาๆ หลานรักมากนั่งข้างย่







