تسجيل الدخولเวลาผ่านไปแค่ชั่วพริบตาไม่นานอริสาก็จะกลับมาแล้ว เธอเหลือเวลาอยู่กับอีกนิดเดียวเท่านั้น หลังจากวันนั้นที่ทริปครั้งแรกล่มไปนั่นก็คือทริปครั้งสุดท้ายของเธอกับเขา ทั้งคู่ไม่ได้ไปไหนด้วยกันอีกเลยเพราะไม่อยากให้ใครไม่สบายใจ
"คืนนี้ฉันกลับช้าหน่อยนะมีประชุมเธอนอนก่อนเลยก็ได้" เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน มอร์แกนไม่ใช่คนที่ขาดเรื่องบนเตียงไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนตอนนี้เขารู้จักยับยั้งห้ามใจตัวเอง จากเมื่อก่อนที่ต้องมีอะไรทุกคืนแต่ตอนนี้ในหนึ่งสัปดาห์เขาจะมีอะไรกับเธอแค่สามถึงสี่วัน และที่สำคัญเขาอ่อนโยนกว่าแต่ก่อนจนน่าตกใจ "ค่ะ วันนี้ฝนน่าจะตกระวังด้วยนะคะ" "อืมขอบใจนะ ไปก่อนนะ จุ๊บ" มอร์แกนบอกลาเธอแต่ไม่ลืมที่จะจูบหน้าผากของเธอก่อนออกจากห้อง เขาทำแบบนี้มาได้สักพักแล้ว "พรุ่งนี้ก็ครบกำหนดแล้วเหรอ เร็วจัง" ร่างบางดูการแจ้งเตือนในโทรศัพท์ที่ตั้งเอาไว้ พรุ่งนี้ก็จะครบกำหนดการฝังยาคุมกำเนิดแบบสามปีของเธอแล้ว ต่อจากนี้อีกหนึ่งปีเธอคงต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น เวลาผ่านไปเร็วจนเธอใจหายอีกไม่นานเธอก็ต้องกลับที่ของเธอแล้วโลกแห่งความจริงของเธอตอนนี้ที่อยู่ก็แค่โลกแห่งความฝัน "กุลอยากอยู่กับคุณตลอดไปนะคะคุณมอร์แกนแต่คงทำไม่ได้" เอ่ยกับตัวเองอย่างตัดพ้อ ทำไมคนที่เขารักถึงไม่ใช่เธอนะ ทำดีแทบตายคำว่ารักก็ไม่เคยได้ ร่างบางน้ำตาซึมเมื่อคิดถึงเวลาที่ใกล้เข้าเต็มที ตกดึกมอร์แกนเปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยความเงียบเพราะกลัวจะทำให้คนที่คิดว่าหลับตื่น "กลับมาแล้วเหรอคะ น้ำค่ะ" แต่เธอไม่ได้กลับแต่กลับกันเธอยังเตรียมน้ำให้เขาแบบทุกวัน "ขอบใจ" "คุณทานอะไรมาหรือยังคะ" "ยังเลย" "หิวหรือเปล่าคะ" "ก็นิดหน่อย" ถามกันไปมาราวกับคนรักกัน มอร์แกนเพิ่งประชุมเสร็จก็รีบกลับทันทีไม่ไปต่อที่ไหน "คุณไปอาบน้ำก่อนนะคะเดี๋ยวกุลทำอาหารให้" "อืม ฉันอยากกินอะไรร้อนๆ สักหน่อย" "ได้ค่ะ กุลจะทำข้าวต้มปลานะคะ" ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเข้าห้องไป ร่างบางทำหน้าที่ดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเวลาต่อจากนี้ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วเธอขอทำให้วันนี้ให้ดีที่สุด "หอมจังเลย" คนตัวโตในชุดนอนเดินตามกลิ่นอาหารเข้ามาในครัว "ไปนั่งรอที่โต๊ะสิคะ เดี๋ยวกุลยกไปให้" เดินไปนั่งที่โต๊ะอย่างเชื่อฟัง รอไม่นานข้าวต้มปลามื้อดึกที่ทำโดยเชฟฝีมือดีถูกวางตรงหน้าคนที่กำลังหิวโหย "พรุ่งนี้กุลขอไปโรงพยาบาลนะคะ" "เธอป่วยเหรอ ทำไมไม่บอกฉันล่ะ" คนที่ได้ยินคำว่าไปโรงพยาบาลก็นึกได้อย่างเดียวว่าเธอต้องป่วยหรือไม่สบายเป็นแน่เพราะมีคนดีๆ ที่ไหนจะอยากไปโรงพยาบาลกัน "เปล่าค่ะไม่ได้ป่วย" "แล้วไปทำไม?" "ยาคุมที่ฝังครบกำหนดต้องไปเอาออกแล้วค่ะ" กุลธิดาไม่ปิดบังเพราะก่อนที่จะตัดสินใจคุมกำเนิดแบบนี้มอร์แกนก็รับรู้แต่เขาอาจจะลืม "งั้นเหรอ ครบสามปีแล้วเหรอเร็วจัง" แม้แต่ตัวเขาเองยังว่าเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกินจากที่เคยคิดว่าผ่านไปช้าแต่จริงๆ เวลาสามปีแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย "ครบแล้วค่ะ ขอไปโรงพยาบาลนะคะ" "อืมไปเถอะ ต่อจากนี้เธอจะไปไหนไม่ต้องขอฉันหรอก ฉันอนุญาต" เขาไม่อยากกักขังเธอไว้อีกแล้ว เวลาสามปีกุลธิดาอยู่กับเขามามากพอแล้วเธอไม่ได้รับอิสระเลย "ขอบคุณนะคะ แต่กุลไม่ไปไหนหรอกค่ะกุลไม่มีที่ไป" "เรา...ไปเที่ยวกันอีกไหม" ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาถามเธอแบบนี้ทำให้กุลธิดายิ้มน้อยๆ ให้เขาก่อนจะเอ่ยปฏิเสธ "อย่าดีกว่าค่ะ แยกกันไปดีแล้วค่ะ" เธอไม่อยากให้อะไรมันวนกลับมาเหมือนเดิม "ฉันยังไม่ได้พาเธอไปเชียงรายเลยนะ" "ยังจำได้อยู่เหรอคะ" "ได้สิ" คนที่ได้ยินยิ้มดีใจเขายังจำได้ว่าเธออยากไปเชียงรายถึงเวลาจะผ่านมาหลายเดือนแล้วแต่เขาก็ยังไม่ลืม "ถ้ากุลมีโอกาสคงได้ไปค่ะ" "แต่ฉันสัญญาว่าจะพาไป" มอร์แกนไม่เคยผิดสัญญาเขาพูดคำไหนคำนั้น "ไม่เป็นไรค่ะสัญญาเปลี่ยนได้เสมอ อย่าทำให้คุณอริสไม่สบายใจอีกเลยนะคะ" เธออยากไปกับเขาแต่การไปแบบหลบๆ ซ่อนๆ คงไม่มีความสุขแน่ "แต่ฉัน..." "ดึกแล้วรีบทานเถอะนะคะ" ร่างบางรีบตัดบทไม่อยากให้เขาพูดอะไรต่อ เธอไม่อยากคิดเองเออเองไปมากกว่านี้ [โรงพยาบาล] ร่างบางเดินทางมาโรงพยาบาลคนเดียวไร้คนข้างกายซึ่งก็ไม่มีใครมากับเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สายตาพลันไปมองรอบกายหลายคนมากับคนรัก บางคนมากับครอบครัวกุลธิดารู้สึกเศร้าเพราะเธอไม่เคยได้มีโอกาสมาใครทั้งนั้นนอกจากตัวเอง "คุณกุลธิดา เชิญค่ะ" พยาบาลออกมาเรียกเธอให้เข้าไปในห้องที่มีแพทย์ชำนาญการรออยู่ เมื่อเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมแล้วก็รู้สึกกังวลเหมือนเมื่อครั้งแรกที่เธอมา "ไม่ต้องกลัวนะคะ เอาเข็มออกไม่เจ็บเลยค่ะ" คุณหมอวัยกลางคนเห็นสีหน้ากังวลของเธอจึงปลอบใจ คุณหมอค่อยๆ คลำหาเข็มของยาคุมที่อยู่ใต้ผิวหนัง "หมอจะฉีดยาชาแล้วจะทำการกรีดเล็กๆ เพื่อเอาเข็มที่ฝังออกนะคะ" ร่างบางที่ขี้กลัวพยักหน้าแล้วเบนหน้าหนีเมื่อเห็นเข็มฉีดยาที่คุณหมอรับมาจากพยาบาล "เจ็บอยู่หรือเปล่าคะ" คุณหมอถามเพื่อเช็กว่ายาชาออกฤทธิ์หรือยัง "ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ" กุลธิดาไม่กล้าหันไปมองว่าคุณหมอทำอะไรกับแขนเธอแต่รู้อย่างเดียวว่าไม่รู้สึกอะไรเลย คุณหมอได้ยินดังนั้นจึงค่อยๆ ใช้มีดกรีดแค่เล็กๆ ตรงบริเวณที่ฝังเข็มยาคุมก่อนจะใช้คีมหนีบเข็มที่อยู่ภายใต้ผิวหนังเป็นเวลาสามปีออกสุดท้ายก็ทำการเย็บปิดปากแผลเรียบร้อย "เสร็จแล้วค่ะ ตอนนี้ยาชายังออกฤทธิ์อยู่แต่อีกสักพักน่าจะรู้สึกปวด หมอจะให้ยาแก้ปวดไปนะคะ" "ขอบคุณนะคะ" คนขี้กลัวน้ำตาคลอหน่อยๆ ด้วยความกังวล แม้จะไม่รู้สึกเจ็บแต่เธอกลัว "วางแผนมีบุตรต่อเลยใช่ไหมคะ" คุณหมอถามขณะที่กำลังเขียนใบสั่งยา "เปล่าค่ะไม่ใช่" "ถ้างั้นต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นนะคะ" คุณหมอแนะนำเธอ ซึ่งกุลธิดาก็กำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงต่อดีเธอไม่อยากมาฉีดยาคุมทุกเดือนเพราะเธอกลัวเข็มแค่ครั้งนี้เธอก็แทบเข่าอ่อนแล้วแต่ถ้าต้องมาฉีดทุกเดือนหรือถึงจะมีแบบสามเดือนทีก็เถอะคงไม่ไหวแน่ๆ ทางเดียวที่เลือกได้คงเป็นวิธีกินยาคุมรายเดือน "ค่ะ กุลพอจะศึกษามาบ้างแล้วค่ะ" "เลือกตามที่ตัวเองถนัดนะคะถ้ามีอะไรปรึกษาหมอได้ค่ะ" "ขอบคุณมากนะคะ" กุลธิดากล่าวลาคุณหมอก่อนจะออกมานั่งรอยาที่ห้องรับยาเมื่อได้รับยาแล้วกุลธิดาเดินมายังร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อน้ำเพื่อที่จะกินยาแก้ปวดที่หมอให้ไว้เพราะเธอรู้สึกปวดตุบๆ ที่แผลเล็กน้อย "คุณคะที่หลังมาคนเดียวไม่ได้หรือไงคะ ฉันจะไปทำเล็บสายแล้วเนี่ย" เสียงอันคุ้นหูทำให้เธอต้องหันไปมอง "คุณท่าน" กุลธิดาเรียกเบาๆ ราวกับเสียงลมพัด เธอเจอบุพการีของตนเองมากับภรรยาที่โรงพยาบาล กุลธิดารีบหลบมุมแล้วหันหน้าหนีกลัวทั้งสองคนจะเห็นเธอ "ถ้าคุณไม่มาแล้วใครจะมากับผมล่ะคุณหญิง" ท่านดิเรกหรือที่กุลธิดาเรียกว่าคุณท่านเอ่ยกับภรรยาด้วยเสียงแผ่วๆ "คนรับใช้ในบ้านเยอะแยะทำไมไม่พามาล่ะคะฉันจองคอร์สสปากับทำเล็บไว้ตอนบ่ายนะคะ" "คุณเป็นภรรยาของผมนะ ผมก็อยากให้คุณมาด้วย" ท่านดิเรกพูดอย่างปลงๆ ตัวเองเป็นโรคหัวใจที่จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้แต่ดูเหมือนภรรยาและลูกสาวสุดที่รักจะไม่ได้สนใจเลยสักนิด ภรรยาก็ห่วงแต่ทำสวยส่วนลูกสาวก็ไปเรียนต่างประเทศไม่คิดจะกลับมาสักครั้ง "เมื่อไหร่จะหายก็ไม่รู้โรคนี้เนี่ย" คุณหญิงพิมอรยืนกอดอกไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ที่ต้องมากับสามี กุลธิดาแอบมองอยู่ไกลๆ เธออยากจะเข้าไปหาคนที่กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นแต่ทำไม่ได้เพราะท่านสั่งไว้ว่าห้ามให้เธอมาให้เห็นหน้าถ้าไม่ครบสี่ปี "คุณจะไปไหน" "ไปห้องน้ำค่ะ อยู่คนเดียวรอหมอเรียกได้ใช่ไหมคะ" คุณหญิงพิมอรพูดจบก็เดินสะบัดไปทันทีทิ้งให้สามีที่นั่งอยู่บนรถเข็นนั่งอยู่คนเดียว ท่านดิเรกส่ายหัวอย่างเอือมระอา "เฮ้อ! ชีวิตฉัน กระดาษดันหล่นอีก" เหนื่อยใจกับภรรยาไม่พอยังต้องเหนื่อยใจกับตัวเองที่หยิบกระดาษขึ้นมาดูแล้วดันทำตกอีก "นี่ค่ะ" กุลธิดายืนมองท่านที่ก้มหยิบกระดาษอย่างยากลำบากไม่ได้จึงยอมทำผิดคำสั่งของท่าน "กุล!?" ท่านดิเรกทั้งตกใจและอึ้งไม่คิดว่าจะเจอกุลธิดาลูกสาวอีกคนที่เกิดจากเมียคนรับใช้ที่นี่ เวลาสามปีแล้วที่ไม่ได้เห็นลูกสาวที่ตนเองไม่เคยมองเป็นลูกแต่กุลธิดาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย "ขอโทษค่ะกุลจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ" เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อทำสีหน้าเหมือนไม่พอใจเธอจึงจะรีบไปให้พ้นจากตรงนี้ "เดี๋ยวสิ!" ร่างบางหยุดชะงักเมื่อถูกเรียกเอาไว้ "คะ?" "สบายดีหรือเปล่า" คำถามที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนจากปากผู้เป็นพ่อทำให้กุลธิดายิ้มออกมา "สบายดีค่ะ คุณท่านล่ะคะ" "ก็อย่างที่เห็นฉันแก่ตัวลง สังขารก็เริ่มเปลี่ยน" ท่านดิเรกอดสูกับสารรูปตัวเองที่ตอนนี้ทำได้แค่นั่งรถเข็นเพราะหากขยับตัวมากๆ จะมีผลต่อโรคที่เป็นอยู่ "คุณท่าน" ร่างบางเอ่ยอย่างเบาๆ รู้สึกเป็นห่วงท่านเหลือเกิน "ฉันไม่เป็นไรหรอก เธอไปเถอะก่อนที่คุณหญิงจะมาเห็น" "ค่ะ รักษาตัวด้วยนะคะคุณท่าน" "อืม ขอบใจนะและก็ขอโทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมา" ท่านดิเรกเริ่มปลงกับทุกๆ เรื่องๆ แล้วจึงไม่ได้อคติอะไรกับเธอและยังรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปอีกต่างหาก "กุลไม่เคยโกรธเคืองคุณท่านเลยนะคะ คุณท่านไม่ต้องรู้สึกผิดนะคะ" เธออยากจะมีโอกาสได้เข้าไปสวมกอดผู้เป็นพ่อบ้างสักครั้งก็ยังดีแต่คงเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไม่ได้ตั้งแต่เธอจำความได้แล้วหญิงสาวนั่งเหงาอยู่ในห้องสุดหรูโดยไม่รู้จะไปไหนหรือทำอะไรตอนนี้เธอทำได้แค่รอเวลาที่คนรักของเขาจะกลับมาเท่านั้น เวลาสี่ปีคนรอบตัวเธอเปลี่ยนไปตามเวลาเพื่อนสนิทคนเดียวก็เธอก็เข้าวิวาห์ไปเป็นที่เรียบร้อยและตอนนี้ก็กำลังจะมีลูก เธอจึงไม่ค่อยได้โทรหาเพื่อนมากเท่าไหร่เพราะกลัวจะไม่ว่าง ตอนนี้เธอเหลือแค่ตัวคนเดียวจึงเลือกที่จะไม่ไปไหนอยู่แต่ในห้องวนไปวนมารอเจอหน้าเขาตอนเย็นเท่านั้น"เวลาผ่านไปเร็วจนกุลทำใจไม่ได้เลยค่ะ" แหงนหน้ามองรูปคู่ของเขากับอริสาที่ผนังเพดานด้านบน เธออยากจะมีรูปคู่กับเขาบ้างแต่อย่าว่ารูปคู่เลยแค่รูปเขาคนเดียวเธอยังไม่กล้าแอบถ่าย เธอทำได้แค่กดบันทึกรูปของเขาผ่านทางโซเชียลที่เขาลงเท่านั้น"อีกแค่สองเดือนกุลต้องไปจริงๆ สินะคะ" คุยกับรูปเขาในโทรศัพท์โดยที่เจ้าของรูปไม่ได้รับรู้อะไรด้วยเลย เธอไม่มีหวังเลยด้วยซ้ำงว่าเขาจะเลือกเธอแทนอริสา เธอแค่ตัวแทนเขาไม่ลดตัวลงมาเลือกเธอหรอก"ยังพอมีเวลาอยู่" เลิกทำหน้าเศร้าแล้วปลุกตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง อย่างน้อยๆ ตอนนี้ก็ยังพอมีเวลาที่เธอจะอยู่กับเขาเธอต้องการแค่เวลาเท่านั้นไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้เลย
หลังจากวันนั้นที่เธอเจอกับผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาลเธอก็ไม่ได้ข่าวคราวของท่านอีกเลยเพราะเธอไม่มีธุระอะไรที่ต้องไปโรงพยาบาลนั้นอีกแล้ว ในบางวันเธอจะแอบไปที่บ้านเพื่อเฝ้ามองผู้เป็นพ่อจากระยะไกลเห็นบ้างไม่เห็นบ้างก็แล้วแต่วันแก๊ก! เสียงประตูเปิดพร้อมกับร่างหนาเดินเข้าห้องตรงดิ่งมาที่ห้องครัว"วันนี้ทำอะไรให้ฉันกินคุณแม่ครัวคนสวย" มอร์แกนกอดเอวบางพร้อมกับเอาคางเกยไหล่ของเธอเอาไว้ พักหลังมานี่เขามักทำเธอเหมือนคนรักเข้าทุกวันจนบางครั้งเธอกลัว...กลัวว่าเธอจะไม่กล้าไปจากเขา"ทำแกงส้มกับไข่ชะอมค่ะ คุณอยากกินอะไรอีกไหมคะ""ไม่แล้วแหละ เธอทำอะไรฉันก็กินได้หมดไปอาบน้ำก่อนนะ" มอร์แกนกดจมูกที่แก้มของเธอก่อนจะไปอาบน้ำ ร่างบางมองตามเขาด้วยสายตาละห้อยเขาจะรู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่เขาทำนั้นทำให้ใจของผู้หญิงคนหนึ่งเต้นแรงทั้งที่ไม่มีสิทธิ์"เธอนี่ทำอะไรก็อร่อยไปหมดเลยนะ""ขอบคุณนะคะ ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ เลยนะคะ" คนได้รับคำชมรู้สึกตื้นตันจนหุบยิ้มไม่ลง กังวลว่าหลังจากเธอไปแล้วเขาจะได้กินอาหารแบบนี้อีกไหมหรือจะต้องไปกินร้านอาหารทุกวัน"ฉันอิ่มแล้ว"
เวลาผ่านไปแค่ชั่วพริบตาไม่นานอริสาก็จะกลับมาแล้ว เธอเหลือเวลาอยู่กับอีกนิดเดียวเท่านั้น หลังจากวันนั้นที่ทริปครั้งแรกล่มไปนั่นก็คือทริปครั้งสุดท้ายของเธอกับเขา ทั้งคู่ไม่ได้ไปไหนด้วยกันอีกเลยเพราะไม่อยากให้ใครไม่สบายใจ"คืนนี้ฉันกลับช้าหน่อยนะมีประชุมเธอนอนก่อนเลยก็ได้" เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน มอร์แกนไม่ใช่คนที่ขาดเรื่องบนเตียงไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนตอนนี้เขารู้จักยับยั้งห้ามใจตัวเองจากเมื่อก่อนที่ต้องมีอะไรทุกคืนแต่ตอนนี้ในหนึ่งสัปดาห์เขาจะมีอะไรกับเธอแค่สามถึงสี่วัน และที่สำคัญเขาอ่อนโยนกว่าแต่ก่อนจนน่าตกใจ"ค่ะ วันนี้ฝนน่าจะตกระวังด้วยนะคะ""อืมขอบใจนะ ไปก่อนนะ จุ๊บ" มอร์แกนบอกลาเธอแต่ไม่ลืมที่จะจูบหน้าผากของเธอก่อนออกจากห้อง เขาทำแบบนี้มาได้สักพักแล้ว"พรุ่งนี้ก็ครบกำหนดแล้วเหรอ เร็วจัง" ร่างบางดูการแจ้งเตือนในโทรศัพท์ที่ตั้งเอาไว้ พรุ่งนี้ก็จะครบกำหนดการฝังยาคุมกำเนิดแบบสามปีของเธอแล้วต่อจากนี้อีกหนึ่งปีเธอคงต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น เวลาผ่านไปเร็วจนเธอใจหายอีกไม่นานเธอก็ต้องกลับที่ของเธอแล้วโลกแห่งความจริงของเธอตอนนี้ที่อยู่
สองชายหญิงเดินด้วยกันที่ชายหาดมอร์แกนได้พักผ่อนอย่างที่ใจต้องการส่วนกุลธิดาได้อยู่กับเขาแบบที่หวังเอาไว้ ร่างบางเดินเคียงข้างเขาพร้อมกันแอบมองเขาอยู่ตลอดเวลา"ทำไมเธอชอบแอบมองฉัน""กุลไม่ได้แอบมองนะคะ" คนถูกจับได้รีบหลบตากลบเกลื่อนความผิด มอร์แกนหยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าเธอแต่อีกคนกลับเสมองไปทางอื่น"แน่ใจ?""แน่ค่ะ""ฉันไม่เชื่อ แน่จริงก็สบตาฉันสิ" คนตัวโตย่อตัวลงให้สายตาของเขาและเธอตรงกัน"กุลไม่ได้แอบมองจริงๆ นะคะ""ถ้าไม่ได้แอบมองก็หันมาสบตาฉันสิ" มอร์แกนแอบอมยิ้มกับคำพูดแก้ตัวที่เด็กประถมก็ดูออกว่าโกหก"เร็ว! หันมา" แกล้งทำขึ้นเสียงใส่เธอจนคนตัวเล็กต้องยอมสบตากับเขา นัยน์ตาสวยสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น ดวงตาสีน้ำตาลทองมองลึกไปยังดวงตาสีดำกลมโตของเธอมอร์แกนรู้สึกใจหวิวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนต้องรีบหันหน้าหนี"ฉันจะกลับโรงแรมเธอจะเดินเล่นต่อก็ได้" คนตัวโตพูดจบก็เดินไปโดยไม่รอเธอแม้แต่น้อย กุลธิดามองตามแผ่นหลังของเขาที่ห่างออกไปแล้วรู้สึกใจหายเหมือนเขากำลังจะจากเธอไปในไม่ช้า"อะไรของแกเนี่ยไอ
วันอาทิตย์ที่รอคอยมาเยือน เริ่มต้นปีใหม่เธอจะได้ไปเที่ยวกับเขา กุลธิดาเก็บกระเป๋ารอตั้งแต่เมื่อคืนทั้งของเขาและของเธอ มอร์แกนไปทะเลกับเธอสองคนเป็นครั้งแรกในรอบสองปีจะเข้าปีที่สามคนตัวเล็กยิ้มหน้าบานตั้งแต่เช้าที่จะได้ไปเที่ยวเพราะเธอไม่ได้ไปไหนนอกจากห้าง"พร้อมหรือยัง""ค่ะ" รีบตอบทันควันก่อนจะก้มหยิบกระเป๋าแต่มือหนามาคว้าเอาไปถือแทน"เดี๋ยวกุลถือเองก็ได้ค่ะ""ฉันเป็นผู้ชายให้เธอถือใครเห็นเขาจะมองฉันไม่ดี ไปได้แล้ว" มอร์แกนตอบปัดๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่รอเธอ ร่างบางรีบสาวเท้าก้าวตามเขาแต่คนตัวสูงและขายาวแบบเขาไปไกลเสียแล้ว"เอาของมาครบแล้วใช่ไหม""น่าจะครบนะคะ" ไปเที่ยวทะเลแค่สามวันเพราะแค่ต้องการไปพักผ่อนเฉยๆ เธอจึงไม่ได้เตรียมอะไรไปมากมีแค่เสื้อผ้าของเขากับเธอเท่านั้น กระเป๋าเสื้อผ้าจึงมีแค่ใบเดียวเพราะใส่รวมกันได้"ช่างเถอะ ขาดเหลืออะไรก็ค่อยไปซื้อเอาแล้วกัน""ขึ้นรถสิ" คนตัวเล็กมัวแต่ยืนนึกเพลินๆ ว่าเอาของใส่มาครบหรือเปล่าเพราะกลัวขาดเหลือจนคนที่ขึ้นรถไปแล้วเรียกเสียงดัง"ค่ะๆ” รีบเปิดประตูและ
สองร่างชายหญิงจูบกันอยู่เนิ่นนานอย่างไม่รู้จบก่อนที่ปากหนาจะถอนจูบออกเบาๆ"คุณจะทำตอนนี้เหรอคะ" ถามเขาด้วยความประหม่า"ฉันหิวข้าวไปกินข้าวกันเถอะ" มอร์แกนปฏิเสธทั้งที่จริงๆ อยากจะจับเธอกดลงเตียงเสียตอนนี้แต่เขาพยายามหักห้ามใจเอาไว้เพราะอยากร่วมโต๊ะกินมื้อเย็นกับเธอมากกว่า"คุณดูอยาก...""ไม่ๆ ฉันจะไปกินข้าว" มอร์แกนรีบตอบปัดๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะอาหาร กุลธิดามองออกว่าเขาทรมานแก่นกายใหญ่โตออกมาจนเธอสังเกตได้ มอร์แกนกำลังข่มอารมณ์ความอยากของตัวเองเอาไว้"มาเร็วๆ สิฉันหิวแล้ว" ควักมือเรียกเธอ ร่างบางยิ้มน้อยๆ ก่อนจะรีบเดินไปที่โต๊ะอาหาร มอร์แกนถามเธอในเรื่องที่ไม่เคยรู้เธอเองก็มีหน้าที่ตอบคำถามที่เขาถาม ตลอดเวลาร่วมโต๊ะอาหารทั้งคู่ได้พูดคุยกันในเรื่องที่อีกฝ่ายไม่รู้ มอร์แกนได้พูดคุยกับเธอจนรู้สึกผ่อนคลายและลืมความรู้สึกในกามก่อนหน้าไปโดยปริยาย"แล้วทำไมเธอไม่เรียนต่อล่ะ""กุลไม่มีเงินค่ะ คุณท่านส่งกุลให้เรียนจบแค่ปวช.""นั่นก็แค่เท่ากับวุฒิม.หก ใช่ไหม ฉันก็ไม่ค่อยรู้หรอก""ใช่ค่ะ เทียบเท่าวุฒิม.หก"







