เข้าสู่ระบบ
ณ เมืองซานอวี่ เมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงใหญ่ เป็นแหล่งเพาะปลูกสมุนไพรแหล่งใหญ่ของแคว้นตงชวน ทั้งสมุนไพรธรรมชาติที่ขึ้นเองตามป่าและสมุนไพรที่มนุษย์เพาะปลูกล้วนมีสรรพคุณทางยาดีเยี่ยม ยาสมุนไพรที่ได้จากเมืองนี้จึงจัดเป็นยาสมุนไพรชั้นหนึ่ง
“โอ้ย” เสียงร้องแสดงถึงความเจ็บดังออกมาจากปากของ ‘ลู่ซินหลิน’ สตรีน้อยใบหน้าสวยหวาน ผู้ที่หิ้วตะกร้าหาบเร่ขายยาสมุนไพรในตลาด นางถูกบ่าวรับใช้ของคุณหนูสามแห่งตระกูลเยี่ยน เยี่ยนจิงหนิง ผลักจนล้มก้นจ้ำเบ้าบนถนน
“เจ้าคนลวงโลก เจ้ามันขายยาสมุนไพรปลอม” สาวรับใช้ตะโกนชี้หน้าด่าลู่ซินหลิน
“เปล่านะ ข้าไม่ได้ทำ” ลู่ซินหลินบอกปัด มือเรียวของนางก็เก็บยาสมุนไพรที่กระเด็นออกจากตะกร้าขณะที่นางถูกผลักจนล้ม
“ไม่มีความรู้ ดันมาเสนอหน้าขายยา” สาวรับใช้ยังคงประจานนางอย่างต่อเนื่อง
“ไม่ใช่ สมุนไพรพวกนี้ของแท้ทั้งนั้น” ลู่ซินหลินยังคงเถียงสู้ มือน้อยชูยาสมุนไพรที่นางเก็บมาจากป่าให้คนที่มามุงดูได้เห็น
“ก็แค่คล้าย แต่ไม่ใช่ พวกไม่มีสมองอย่างเจ้ามาขาย มีหวังคนซื้อไปได้ตายหมดแน่นอน”
ผู้เป็นบ่าวรับใช้ด่าว่าอย่างสะใจ ส่วนเยี่ยนจิงหนิงผู้เป็นนายยืนหลบมุมแอบดูอยู่ไกลๆ นางยิ้มมุมปากอย่างเป็นผู้ชนะ
“กล้าดีอย่างไรมาขายยาสมุนไพรหน้าร้านยาของข้า ช่างไม่เจียมตัว”
เยี่ยนจิงหนิงพูดจบก็หันกายเดินจากไป แต่นางเพิ่งจะเดินไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงักและหันกลับมาดูอีกครั้ง
“ผัวะ” เสียงดังมาจากแก้มสาวรับใช้ปากดีของนางซึ่งกำลังโดนคนผู้หนึ่งตบ
เยี่ยนจิงหนิงจะเดินไปแสดงตัวปกป้องสาวใช้ตนเอง แต่เมื่อเห็นท่าทางของผู้ที่ลงมือตบ นางก็ลังเลเพราะไม่รู้ว่าคนของผู้ใด
คนผู้นั้นมองสาวรับใช้ของเยี่ยนจิงหนิงด้วยสายตาเหยียดหยาม “เป็นแค่บ่าวชั้นต่ำช่างกล้ามาผลักคุณหนูของข้า”
ลู่ซินหลินมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ใครเป็นใคร นางไม่รู้จักสักคน
“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ข้ามารับท่านกลับจวน” ผู้ที่พูดก็คือผู้ที่ตบหน้าสาวใช้ของเยี่ยนจิงหนิง นางเป็นสตรีที่ดูมีอำนาจ ท่าทางน่าจะเป็นคนของตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ถึงได้กล้าวางก้ามขนาดนี้
“ขะ ข้างั้นหรือ” ลู่ซินหลินถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“ใช่เจ้าค่ะ นายท่านให้ข้ามารับท่าน คุณหนูลู่ซินหลิน คุณหนูใหญ่ตระกูลลู่แห่งเมืองจู่เฉิงกลับจวนสกุลลู่” นางพูดพร้อมกับพยักหน้าให้กับกลุ่มบ่าวรับใช้ที่มาด้วยกัน มีทั้งบ่าวชายหญิง ผู้คุ้มกันและเกี้ยวหลังใหญ่ที่มารับตัวคน
ยังไม่ทันที่ลู่ซินหลินจะตอบตกลงก็ถูกกลุ่มสาวใช้หญิงล้อมรอบตัวผลักดันนางให้ขึ้นเกี้ยว
เยี่ยนจิงหนิงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความคับแค้นใจ
“ทำข้าเสียหน้า ฝากไว้ก่อนเถอะ”
........
จวนสกุลลู่ เมืองจู่เฉิง
“คุณหนูใหญ่มาถึงแล้วเจ้าค่ะ” หญิงรับใช้ที่จวนนามว่าชิงเย่วิ่งมาบอกคุณหนูรองลู่เซียงเจี้ยนกับคุณหนูสามลู่เสี่ยวลี่
“กลับมาได้สักทีนังตัวดี” คุณหนูสามลู่เสี่ยวลี่พูดอย่างดีใจ
“นังซินหลินกลับมา ท่านพี่เซียงเจี้ยนก็ไม่ต้องออกเรือนแล้วนะเจ้าคะ” ลู่เสี่ยวลี่พูดสอพลอเอาใจพี่สาวตนเอง
“ดีใจมากนักหรือ” ลู่เซียงเจี้ยนปรายหางตามองลู่เสี่ยวลี่
“ถ้ามันไม่ยอมแต่ง ข้าก็จะให้เจ้าแต่งออกแทนข้า”
“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ ตามสัญญาคือให้บุตรีคนโตแต่ง ถ้านังซินหลินแต่งออกเรือนหรือตายไปแล้ว คนที่ต้องแต่งก็คือพี่เซียงเจี้ยนตั้งหาก ไม่ใช่ข้า” พูดจบลู่เสี่ยวลี่ก็เดินหน้ามุ่ยไปหาท่านแม่ของนาง
ลู่เซียงเจี้ยนกับลู่เสี่ยวลี่อาจดูเป็นเหมือนพี่น้องที่รักใคร่กัน แต่ความจริงพวกนางไม่ได้รักกันแม้แต่น้อย ลู่เซียงเจี้ยนเป็นลูก ฮูหยินรองของผู้ช่วยเจ้าเมืองจู่เฉิง มารดานางเป็นเพียงบุตรสาวแม่ค้าในตลาด ไม่ใช่ลูกผู้ดีมีสกุล แต่ได้ขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่หลังจากที่มารดาของลู่ซินหลินอุ้มลูกน้อยหนีออกจากบ้าน ส่วนลู่เสี่ยวลี่เป็นลูกฮูหยินรอง แต่งเข้ามาหลังจากที่มารดาของลู่เซียงเจี้ยนได้ขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ แม้มารดานางจะเป็นบุตรสาวขุนนาง แต่ก็เป็นขุนนางขั้นต่ำไม่ได้มีหน้ามีตาอันใด
“ท่านพ่อรู้หรือยังว่านังลูกคนโตกลับมาถึงแล้ว” ลู่เซียงเจี้ยนเอ่ยถามชิงเย่สาวใช้คนสนิท
ชิงเย่ลดเสียงตนเองให้เบาลง “นายท่านรู้แล้วเจ้าค่ะ แต่ยังไม่ได้ออกไปพบคุณหนูใหญ่”
“ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แม่ของนังนั่นหนีออกจากบ้านไป ท่านพ่อคงอยากจะเห็นหน้ามันนักหรอก” ลู่เซียงเจี้ยนแสยะยิ้มมุมปากดูแคลนผู้ที่นางเอ่ยถึง
........
“ข้าไม่ต้องไปพบท่านพ่อหรือ” ลู่ซินหลินเอ่ยถามสาวรับใช้ที่มาดูแลนาง
“นายท่านทำงานอยู่เจ้าค่ะ ยังไม่ว่างพบคุณหนูใหญ่ คงอีกสักพัก” สาวรับใช้ตอบอย่างรู้งาน
“อ่อ แล้วญาติผู้ใหญ่คนอื่นๆ ล่ะ” ลู่ซินหลินยังคงสอบถามข้อมูล นางไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตระกูลทางฝั่งบิดานางเลย นางจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าบิดาหน้าตาอย่างไรและมีชื่อว่าอะไร
“ฮูหยินใหญ่ ฮูหยินรองต่างอยู่ที่เรือนตัวเอง ไม่ประสงค์รับแขกเจ้าค่ะ คุณหนูคนอื่นๆ ก็ต้องเรียนงานบ้านงานเรือน”
ลู่ซินหลินขมวดคิ้วเริ่มสงสัย ท่านพ่อนางส่งบ่าวรับใช้ตั้งหลายคนไปรับนางกลับ แต่เมื่อนางกลับถึงจวนแล้วไม่มีผู้ใดออกมาต้อนรับนางเลยสักคน
“คุณหนูไปอาบน้ำแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ จะได้สดชื่นสบายตัว” สาวใช้นางนั้นรีบบอกลู่ซินหลิน
........
“น้องลู่” ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาทักทาย ลู่เฉิงเหวินในโถงรับแขก
ลู่เฉิงเหวินรีบเดินออกไปต้อนรับ “พี่จ้วง เหตุใดไม่บอกกล่าวแก่ข้าก่อนที่ท่านจะมา ไม่ได้ออกไปต้อนรับน่าละอายยิ่งนัก”
“ฮ่า ฮ่า ข้ารีบน่ะ พอทราบข่าวว่าที่เจ้าสาวมาถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าก็กระสับกระส่าย อยากมาเห็นหน้าเจ้าสาว” จ้วงฉีเหนียนเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“คุณหนูใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ”
ลู่ซินหลินที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วถูกสาวรับใช้นำตัวเข้ามาในห้องโถง เมื่อเดินพ้นธรณีประตูเข้ามาก็เห็นชายวัยกลางคนสองคน ผู้หนึ่งผิวขาวสูงโปร่งหน้าตามีส่วนคล้ายนางอยู่บ้าง แต่อีกคนรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างเข้ม ผมดำแซมด้วยผมขาว
“ซินหลินคำนับท่านพ่อ” นางก้าวไปยอบกายคำนับชายผิวขาวที่มีหน้าตาคล้ายนาง จากนั้นก็หันไปยอบกายคำนับชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างบิดานาง “ซินหลินคำนับ...เอ่อ ท่านลุง”
นางประเมินคร่าวๆ ชายผู้นี้น่าจะอายุมากกว่าบิดานาง คงไม่ผิดหากนางจะเรียกชายผู้นี้ว่าลุง
ลู่เฉิงเหวินกระอักกระอ่วนใจที่ลูกสาวตนเรียกอีกฝ่ายว่าท่านลุง “ซินหลินนี่เจ้า”
“ไม่เป็นไรๆ ข้าไม่ถือ” จ้วงฉีเหนียนยิ้มตาหยีอย่างมีความสุข
“ช่างงดงาม งดงามมาก หากนางแต่งให้ข้า นางจะเป็นฮูหยินที่สวยที่สุดในคฤหาสน์ของข้า” จ้วงฉีเหนียนเอ่ยชมไม่ขาดปาก
ลู่ซินหลินได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองหน้าลู่เฉิงเหวิน
“ท่านพ่อ นี่เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
“อะ อ่อ ข้ายังไม่ได้บอกเจ้า นี่คือท่านจ้วงฉีเหยียน คหบดีเมืองจู่เฉิง คู่หมั้นของเจ้า”
เขาตอบตะกุกตะกัก ที่ว่าเป็นคู่หมั้นเพราะหลายวันก่อนเขาเมามายจนไม่ได้สติ ทั้งยังเสียพนันไปมิใช่น้อย เลยเขียนสัญญายกบุตรสาวให้ออกเรือนกับจ้วงฉีเหนียนผู้นี้
“ห่ะ” ลู่ซินหลินร้องตกใจ นางสงบสติอารมณ์สักพักพลางกล่าว “วันนี้ข้าเดินทางมาทั้งวัน รู้สึกเพลียมาก ข้าขอกลับไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ”
ในเมื่อยังคิดอะไรไม่ออกนางขอออกมาตั้งหลักก่อนดีกว่า
บ่าวสาวดื่มสุรามงคลกันเรียบร้อยแล้วก็มองหน้ากันด้วยความเขินอาย “เอ่อ” ไป๋หลานเอ่ยเพียงเท่านี้แล้วก็เงียบไป “เราต้องเข้าหอกันแล้วใช่หรือไม่” อาไช่ถาม เอื้อมมือสั่นเทาไปปลดเสื้อผ้าของภรรยาตัวน้อยอย่างเงอะงะ ไป๋เหลียนถอดเครื่องประดับศีรษะของตนเองออก แล้วนั่งเฉยๆ ให้เขาถอดเสื้อผ้าของตน อาไช่ถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวเสร็จก็ถอดของตนจนเปลือยกายอยู่บนเตียงทั้งคู่ ต่างคนต่างมองรูปร่างของอีกฝ่ายอย่างไม่วางสายตา
เมื่อซ่างเทียนรุ่ยและจิ่งเซี่ยวหรานกลับถึงตงชวน ภายในวังหลวงและจวนตระกูลจิ่งก็วุ่นวายอลหม่านเป็นเวลาหลายวัน ฮ่องเต้ซ่างเทียนรุ่ยและตุลาการศาลต้าหลี่จิ่งเซี่ยวหรานพาสตรีซีหลานกลับมาพร้อมกับบอกว่าเป็นฮูหยินที่ตบแต่งแล้ว ทำให้บรรดาญาติพี่น้องและผู้ที่ทราบเรื่องต่างตกใจมิใช่น้อย หนึ่งในนั้นก็คือจวิ้นอ๋องซ่างเทียนหรู! “บัดซบสิ้นดี ปล่อยข้าทำงานทุกวัน” ซ่างเทียนหรูโมโหจนตบโต๊ะเสียงดัง ซ่างเทียนรุ่ยเดินเข้ามาในตำหนักที่ซ่างเทียนหรูพักพอดี เขาได้ยินเข้าก็สะดุ้งเสียวสันหลังวาบ พลันนึกถึงฝันร้ายตอนที่อยู่&nbs
หลังจากบรรดาสามีหนีออกจากพรรคมารไปอย่างเงียบเชียบแล้ว เหล่าภรรยาตัวน้อยก็มาสุมหัวประชุมกันอย่างลับๆ ภายในห้องพักของตนเอง “เราต้องหาหลักฐานที่อ๋องชั่วกับพรรคมารนั่นทำไว้ ทั้งขายผู้หญิง แอบทำเหมือง ถ้าได้หลักฐานที่ว่าจะยึดตงชวนกับซีหลานโทษก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น” เหอฮุ่ยน่าเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำงาน “แล้วเราจะทำอย่างไรดี” ชิวหลิงหยุนคิ้วขมวด สมองกำลังครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง “รมยาทั้งพรรคเลย แน่นอน ปลอดภัย” ลู่ซินหลินทำท่าชื่นชมความคิดของตนเอง“รมยาอะไร ปลอดภัยแน่นะ”ลู่ซินหลินมองค้อนใส่ผู้ถาม “ทีท่านวางยาทหารและท่านพี่จิ่งจนใช้วรยุทธไม่ได้ นั่นปลอดภัยไหมเจ้าคะ”
รักษาประมุขพรรคมารจนอาการดีขึ้นมาก คนของพรรคมารจึงไม่ค่อยมาสอดแนมพวกลู่ซินหลินบ่อยนัก จึงทำให้มีเวลาไปทำก่อเรื่องตามแผนที่ตั้งใจไว้ ลู่ซินหลินแสร้งทำเป็นไปสำรวจยาสมุนไพร ต้นไม้ใบหญ้าตามแต่ละแห่งภายในอาณาเขตของพรรคมาร นางชะเง้อมองดู ลู่เสี่ยวลี่กับเยี่ยนจิงหนิงก่อนกลับมารายงานเหอฮุ่ยน่า “ยิ่งพวกนางพยายามแก่งแย่งชิงดีกัน ก็ยิ่งทำให้แผนของเราสำเร็จได้มากขึ้น” เหอฮุ่ยน่าบรรจงหยิบของที่ต้องใช้มาห่อบนผ้าแพรอย่างดี “จะทำตามแผนเมื่อไหร่เจ้าคะ” ลู่ซินหลินถามน้ำเสียงตื่นเต้น “ตอนนี้เลย” ชิวห
รุ่งสางวันต่อมา พวกคนพรรคมารตื่นขึ้นโดยที่ยังงัวเงียไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ต่อมาไม่กี่อึดใจก็มีเสียงดังเอะอะโวยวายมาจากสถานที่คุมขังนักโทษ“นักโทษหลบหนีๆ” เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วบริเวณลู่ซินหลินลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อฟังเสียงจากภายนอกก็พลิกตัวลงนอนต่อ นางพูดเบาๆ ให้เหอฮุ่ยน่ากับชิวหลิงหยุนได้ยิน“ไม่ต้องรีบตื่น นอนเยอะๆ จะได้แนบเนียน”หญิงสาวทั้งสองได้ยินก็หลับตานอนอย่างขี้เกียจต่อไปอีกสักพักหาวันที่จะได้นอนยาวๆ เช่นนี้ได้ยากนักเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ก็ได้ยินเสียงวิ่งของคนจำนวนมากผ่านไปมาหน้าเรือน“สามีคงจะมาล้อมจับแล้วกระมัง” เหอฮุ่ยน่าบิดขี้เกียจก่อนจะลุกมาล้างหน้าล้างตาลู่ซินหลินก็ตื่นขึ้น ทำธุระส่วนตัวจนเ
ผ่านพ้นอาหารมื้อเย็นไปด้วยความราบรื่น พวกลู่ซินหลินก็เข้าที่พักด้วยความเหนื่อยล้า รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาเกือบรุ่งเช้า ลู่ซินหลินลุกขึ้นจากเตียงแล้วหยิบหน้ากากหนังมนุษย์มาสวมอย่างระมัดระวัง เหอฮุ่ยน่าและชิวหลิงหยุนก็ตื่นตาม พวกนางต่างทำเช่นเดียวกัน และพากันเดินออกมาชมบรรยากาศยามเช้า เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สตรีอีกสองนางกำลังยืนประสานสายตา ท่าทางราวกับพร้อมจะลงไม้ลงมือกันได้ทุกเมื่อ “เอ๊ะ” ลู่ซินหลินอุทานพร้อมทำท่าจะเดินหนี นางรู้จักสตรีนางหนึ่งเป็นอย่างดี แต่อีกนางหนึ่งแม้ไม่เคยพบเจอตัวเป็นๆ แต่ก็เคยเห็นจากรูปวาดว่าสตรีนางนี้เป็นผู้บงการให้ชายในตลาดมืดลักพาตัวนางไปขาย ยังดีที่สุดท้าย ท่านพี่หานช่วยนางกลับจวนอ๋องได้อย่างปลอดภัย เห็นลู่ซินหลินชะงักฝีเท้า สตรีสองนางที่เดินตามหลังก็ชะเง้อคอมองภาพตรงหน้า “น้องสาว เจ้ารู้จักพวกนางหรือ” เหอฮุ่ยน่าเปลี่ยนสรรพนามเรียกไม่ให้ผู้ใดสงสัย “พวกสตรีที่ติดตามหนานหยางอ๋องมาเจ้าค่ะ” ลู่ซินหลิน ปรับน้ำเสียง แล้วทำท่าเป็นไม่ใส่ใจ วางแผนจะเดินผ







