Share

บทที่ 5

Author: หออักษร
บนใบหน้าของจ้าวสี่เผยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ

แทบอยากจะปรบมือเฉลิมฉลองการลงโทษของฉินหมิงในตอนนี้เลยทีเดียว

ขุนนางหลายคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับเซียวซูเฟย ต่างก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

เมื่อองค์รัชทายาทไปยังหลิ่งหนานแล้ว คาดว่าคงจะไม่มีโอกาสได้กลับมาอีก

การที่ศัตรูตัวฉกาจในราชสำนักลดลงไปหนึ่งคน ย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคน

แต่ในขณะนั้นเอง อัครมหาเสนาบดีเฉินซื่อเม่าก็ขมวดคิ้วแล้วก้าวออกมา

“ฝ่าบาท เรื่องนี้ยังไม่ได้ผ่านการไต่สวน จะอาศัยเพียงคำพูดฝ่ายเดียวของพวกเขา มาตัดสินพระทัยเช่นนี้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”

ฮ่องเต้เฉียนพลันรู้สึกว่าตนเองเสียหน้า จึงตรัสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เฉินซื่อเม่า เจ้ากำลังจะบอกว่าฉินหมิงไม่ได้ลงมือหรือ?”

“ฝ่าบาท กระหม่อมเพียงแค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ ควรจะไต่สวนให้แน่ชัดก่อนแล้วจึงค่อยตัดสินพระทัย มิเช่นนั้นจะดูผลีผลามเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”

ใบหน้าของเฉินซื่อเม่าไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากล่าวอย่างไม่นอบน้อมแต่ก็ไม่อวดดีจนเกินไป

“บังอาจ!”

“การทำร้ายคนเป็นเรื่องจริง การก่อความวุ่นวายบนท้องถนนก็เป็นเรื่องจริง นี่มิใช่ว่าเจ้าลูกทรพีนั่นเก็บความแค้นไว้ในใจ จงใจทำให้เราเห็นหรอกหรือ?”

“ฝ่าบาท...”

“ไม่ต้องพูดมากความอีก! ให้ดำเนินการตามนี้ ห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกเด็ดขาด!”

ฮ่องเต้เฉียนไม่ให้โอกาสเฉินซื่อเม่าได้พูดอีกต่อไป ทรงตัดบทเขาโดยตรง

เฉินซื่อเม่ากำหมัดแน่น

เมื่อมองฮ่องเต้ที่ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีผู้นี้

ในตอนนี้เขารู้สึกเพียงแค่มึนหัว และรู้สึกเศร้าใจกับอนาคตของราชวงศ์นี้!

ร่างกายของเฉินซื่อเม่าโซเซ เกือบจะล้มลงไปกับพื้น

และในตอนนั้นเอง เฉียนไฉก็ก้าวเข้ามาประคองเขาไว้

“ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องจะทูลพ่ะย่ะค่ะ!”

“ว่ามา”

เฉียนไฉหยิบฎีกาออกมาแล้วกล่าวว่า

“เรือสินค้าจากหนานหยางได้เดินทางมาถึงกรมการค้าทางทะเลปั๋วซือในเมืองหลวงแล้ว กำลังรอการค้าขายสินค้าสำหรับปีนี้อยู่ ขอฝ่าบาททรงแต่งตั้งคนผู้หนึ่งไปจัดการด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“เรือสินค้าจากหนานหยางมาถึงแล้วหรือ!?”

บนใบหน้าของทุกคนในราชสำนักพลันปรากฏความยินดี

สีพระพักตร์ที่เดิมทียังทรงพิโรธอยู่ของฮ่องเต้เฉียนก็เปลี่ยนไปในทันที

การค้าขายกับเรือสินค้าจากหนานหยาง เป็นกิจกรรมที่พวกเขาจัดขึ้นทุกปี

เพียงครั้งเดียวก็สามารถทำกำไรได้นับล้านตำลึงเงิน

ไม่เพียงแต่จะช่วยบรรเทาสถานการณ์ทางการคลังของราชสำนัก แต่ยังสามารถได้รับของแปลก ๆ หายากจากแคว้นต่าง ๆ ในแถบหนานหยางอีกด้วย

“ดี!”

ฮ่องเต้เฉียนทรงเกษมสำราญยิ่งนัก

แต่ไม่นานพระองค์ก็นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้

“ทุกปีมิใช่ว่าพวกเจ้าเป็นคนจัดการหรอกหรือ? เหตุใดปีนี้กลับต้องให้เราเป็นคนแต่งตั้งคนไปดูแลด้วยตนเอง?”

เฉียนไฉยิ้มแล้วกล่าวว่า

“ฝ่าบาท คนที่จัดการเรื่องนี้ทุกปีได้จากไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้ฝ่าบาทแต่งตั้งคนใหม่”

“ใครจากไป?”

ฮ่องเต้เฉียนขมวดพระขนงเล็กน้อย ตรัสถามด้วยความสงสัย

เฉียนไฉเอ่ยออกมาสองคำอย่างเรียบเฉย

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”

...

ทันใดนั้น บรรยากาศที่คึกคักในท้องพระโรงก็พลันเงียบสงัด!

ฮ่องเต้เฉียนที่ยังทรงแย้มพระสรวลอยู่ ก็มีสีพระพักตร์แข็งค้างไปเช่นกัน

“เหตุใดจึงเป็นเขา?!”

เฉียนไฉกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ฝ่าบาท หรือว่าพระองค์ไม่ทรงทราบว่า กรมการค้าทางทะเลปั๋วซือนั้นเป็นสิ่งที่องค์ชายทรงจัดตั้งขึ้น และกองคาราวานสินค้าจากหนานหยางก็เป็นองค์ชายที่จัดเตรียมคนให้เดินทางออกทะเลไปติดต่อมา?”

“แม้กระทั่งแผนที่เดินเรือในมือของพวกเขา ก็เป็นสิ่งที่องค์ชายทรงวาดขึ้นเป็นพิเศษแล้วส่งไปให้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกเขาหาเส้นทางมายังต้าเฉียนเพื่อทำการค้า!”

คำพูดเหล่านี้ ทำให้ฮ่องเต้เฉียนทรงประหลาดพระทัยอยู่บ้าง

หลายปีมานี้ พระองค์ไม่เคยได้ทำความเข้าใจเรื่องการค้าทางทะเลมากนักจริง ๆ

ยิ่งไม่รู้ว่า ในช่วงเวลานี้ฉินหมิงได้ทุ่มเทความพยายามไปมากเพียงใด

เช่นเดียวกับเหล่าขุนนางในราชสำนัก ฮ่องเต้เฉียนทรงทราบเพียงแค่ว่าหลังจากที่ขบวนเรือเหล่านี้มาถึงจักรวรรดิต้าเฉียนแล้ว

ก็ทำให้พวกเขามีเงินทองเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ปีแล้วปีเล่า

เฉียนไฉกล่าวต่อไปว่า

“บัดนี้องค์ชายไม่ได้เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว แต่กองคาราวานสินค้าจากหนานหยางมีจำนวนมาก กระหม่อมและกรมคลังก็ยากที่จะควบคุมการค้าขายกับหนานหยางได้ กระหม่อมจึงขอให้ฝ่าบาททรงแต่งตั้งผู้มีความสามารถอีกสักท่านหนึ่งมาช่วยพ่ะย่ะค่ะ”

ในที่สุดฮ่องเต้เฉียนก็ทรงเข้าใจความนัยแล้ว

เฉียนไฉกำลังแสดงความไม่พอใจที่พระองค์ทรงลดขั้นฉินหมิงไปยังหลิ่งหนาน!

ฮ่องเต้เฉียนทรงแค่นเสียงเย็น จ้องมองเขาแล้วตรัสว่า

“ความหมายของเจ้าคือ หากไม่มีฉินหมิง กรมคลังทั้งกรมของพวกเจ้าก็ไม่สามารถจัดการการค้ากับหนานหยางได้อย่างนั้นหรือ?”

“เช่นนั้นแล้วเราจะมีพวกเจ้าไว้ทำอะไร!”

เฉียนไฉกล่าวอย่างไม่นอบน้อมแต่ก็ไม่อวดดีจนเกินไป

“ฝ่าบาท กรมคลังไม่เคยเป็นผู้ชี้นำการค้าครั้งนี้ พวกเราเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามคำสั่งขององค์ชายเท่านั้น”

“และยังมีอีกเรื่องหนึ่ง... กองคาราวานสินค้าจากหนานหยาง จำได้แต่เพียงใบหน้าขององค์ชายเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

หลายปีมานี้ เป็นฉินหมิงมาโดยตลอดที่ไปเจรจากับขบวนเรือต่าง ๆ จากหนานหยาง

ทั้งการลงนามในสัญญาการค้า และการกำหนดราคาสินค้าต่าง ๆ

เหตุผลที่ต้องให้เขาเป็นคนเจรจาด้วยตนเอง

เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เมื่อกองคาราวานสินค้าจากหนานหยางเข้ามายังต้าเฉียน พวกเขาต้องเผชิญกับการขูดรีดและเรียกรับสินบนมากมาย

สิ่งนี้ทำให้พวกเขาคิดว่า สภาพแวดล้อมทางการค้าของราชวงศ์ต้าเฉียนนั้นเลวร้ายเกินไป

ไม่มีใครอยากจะมา

จนกระทั่งฉินหมิงปรากฏตัวขึ้น กองคาราวานสินค้าจากแคว้นต่าง ๆ ในแถบหนานหยางถึงได้มีเสาหลักที่พึ่งพิงได้

เวลาที่พวกเขาทำการค้าขายกับฉินหมิง จะเป็นแบบยื่นหมูยื่นแมว จ่ายเงินแล้วรับของกันอย่างตรงไปตรงมา

ไม่เคยมีเรื่องที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นเลย

“น่าขัน!”

ฮ่องเต้เฉียนทรงตบโต๊ะอย่างแรง

“เราไม่เชื่อหรอกว่า หากไม่มีฉินหมิงแล้ว แคว้นต่าง ๆ ในแถบหนานหยางจะไม่ทำการค้าขายกับต้าเฉียนของเรา?!”

พระองค์ทรงกวาดสายพระเนตรไปรอบ ๆ แล้วมอบหมายภารกิจนี้ให้แก่กรมพิธีการ

“จ้าวสี่! เจ้านำคนของกรมพิธีการไปเจรจากับพวกเขา!”

เดิมทีกรมพิธีการก็มีหน้าที่ดูแลการค้ากับต่างแคว้นของราชวงศ์อยู่แล้ว

เพียงแต่ไม่รู้ว่า ตั้งแต่เมื่อใดที่การค้าทางทะเลทั้งหมดตกไปอยู่ในมือของฉินหมิง

นี่ก็เป็นหนึ่งในข้อขัดแย้งระหว่างพวกเขากับฉินหมิง

ในฐานะขุนนางฝ่ายพิธีการ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดจ้าวสี่ก็สามารถทำเรื่องนี้ได้

เมื่อได้ยินดังนั้น ในใจของจ้าวสี่ก็รู้สึกยินดี

เหล่าขุนนางกรมพิธีการต่างก็พากันตื่นเต้นดีใจ

พวกเขารอคอยวินาทีนี้มานานเกินไปแล้ว

ตอนนี้ในที่สุดการค้าทางทะเลก็กลับมาอยู่ในความดูแลของพวกเขาอีกครั้ง!

ช่างสะใจยิ่งนัก!

“ฝ่าบาท กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา!”

จ้าวสี่รีบก้าวออกมา คุกเข่าลงกับพื้นและโขกศีรษะรับราชโองการอย่างนอบน้อม

เฉียนไฉและเฉินซื่อเม่าสบตากัน จากนั้นก็เบ้ปาก

เฉินซื่อเม่ารู้ดีถึงพฤติกรรมของกรมพิธีการ

เวลาที่กรมพิธีการดูแลการค้า ก็จะขูดรีดเรียกรับสินบน ทำทุกวิถีทางโดยไม่เลือกวิธีการ!!

ให้พวกเขาไป เรื่องดี ๆ ก็อาจกลายเป็นเรื่องร้ายได้

เดิมทีเขาคิดจะอ้าปากเตือนสติฮ่องเต้เฉียนสักหน่อย

แต่ในตอนนั้นเอง เฉียนไฉกลับดึงเขาจากข้างหลัง แล้วส่ายหัวเบา ๆ

เฉินซื่อเม่าถอนหายใจอย่างจนใจ

จึงไม่ได้พูดอะไรอีก

ไม่นานนัก ราชโองการของราชสำนักก็ถูกส่งมาถึงจวนอ๋องของฉินหมิง

ฉางไป๋ซาน ผู้บัญชาการองครักษ์ของฉินหมิง ถือราชโองการของราชสำนัก เดินมาอยู่ต่อหน้าฉินหมิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“องค์ชาย ราชสำนักจะยุบสามหน่วยพิทักษ์ของท่านพ่ะย่ะค่ะ!”

ฉางไป๋ซานรู้ดีว่า สามหน่วยพิทักษ์มีความสำคัญต่ออ๋องผู้ครองหัวเมืองมากเพียงใด

การกระทำครั้งนี้ของฮ่องเต้เฉียน เห็นได้ชัดว่าต้องการให้ฉินหมิงไปเริ่มต้นใหม่ที่หลิ่งหนานด้วยมือเปล่า!

ความยากลำบากนี้ไม่ต่างอะไรกับการขึ้นสวรรค์!

“โอ้?”

สิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของฉางไป๋ซานก็คือ เมื่อฉินหมิงได้ยินคำพูดเหล่านี้ กลับไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด

ตรงกันข้าม กลับปรบมือเห็นดีเห็นงาม

“ยุบไปก็ดีเหมือนกัน จะได้เปลี่ยนเป็นคนของค่ายทหารอู่เวยแทนพอดี”

“องค์ชาย นี่คือการยุบสามหน่วยพิทักษ์นะพ่ะย่ะค่ะ ไม่ใช่การเปลี่ยนให้เป็นค่ายทหารอู่เวย! พวกเราจะไม่เหลืออะไรเลย!”

ฉางไป๋ซานร้อนใจราวกับมดที่อยู่บนกระทะร้อน

แต่ฉินหมิงกลับยังคงนั่งชงชาอยู่ที่เดิมอย่างสบายใจ

เมื่อดื่มชาเข้าไปหนึ่งอึก เขาก็หลับตาลงต่อ จัดระเบียบความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม

จากการจัดระเบียบในช่วงสองวันที่ผ่านมา

ฉินหมิงพบว่าเจ้าของร่างเดิมนี้ นอกจากนิสัยจะอ่อนแอเกินไปแล้ว ก็ไม่มีข้อบกพร่องอื่นใดที่น่าประหลาดใจเลย

การบริหารราชการแผ่นดินล้วนอยู่ในระดับดีเยี่ยม

สิ่งนี้ทำให้ฉินหมิงมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ และวิธีการดำเนินงานของจักรวรรดิแห่งนี้

เมื่อมองฉางไป๋ซานที่เดินวนไปวนมาอยู่ตรงหน้าตน

ฉินหมิงก็ลุกขึ้นยืน กดเขาให้นั่งลงบนเก้าอี้แล้วกล่าวอย่างมีความหมายลึกซึ้ง

“จะรีบร้อนไปไย ปล่อยให้ราชสำนักวุ่นวายไปอีกสักพัก”

“อีกสองวัน พวกเขาจะมาหาข้าเอง”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 515

    เมื่อฉู่หงจางได้ยินคำถามของเขา ก็รีบชิงกล่าวขึ้นทันทีว่า“ข้าเจอฉินอ๋องมาน่ะสิ”เมื่อได้ยินคำว่าฉินอ๋อง ทุกคนในที่นั้นก็พลันเบิกตาโตด้วยความตื่นตระหนกพวกเขาจ้องมองฉู่หงจางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดฉินอ๋องถึงมาที่นี่ได้เล่า?”“หรือว่าเขานำกองทัพใหญ่มาตั้งค่ายที่นี่แล้ว? เช่นนั้นพวกเราจะเอาอาวุธและเสบียงได้อย่างไร?”พวกเขาทั้งหมดล้วนรู้สึกสิ้นหวัง เดิมทีคิดว่าการปะทะกับฉินหมิง ก็ลำบากแสนเข็ญอยู่แล้วแต่ยามนี้กลับเห็นฉินหมิงตัวจริงบัญชาการอยู่ภายในด่าน!“ข้าไม่รู้ แต่แสนยานุภาพของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่นัก อีกทั้งอาวุธยังครบครันล้ำสมัย ข้าจึงไม่ได้ปะทะหักหาญด้วย และรีบถอยกลับมาทันที”ฉู่หงจางกล่าวอย่างแช่มช้า ไม่ได้นำความผิดพลาดมาใส่ไว้ที่ตนเองแต่มองไปทางผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้า“ทุกท่าน จากนี้ไปพวกท่านต้องมอบทหารให้ข้า มิเช่นนั้นข้าจะไม่ลงมืออีกเด็ดขาด!”ว่าไปแล้ว คนเหล่านี้เพื่อต้องการถนอมขุมกำลังของชนเผ่าตนเองแต่ละคนจึงมอบกำลังพลออกมาเพียงไม่กี่สิบคน จำนวนคนเพียงเท่านี้สำหรับพวกเขาแล้วแทบไม่มีประโยชน์อันใดเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินหมิงยิ่งเป็นเรื่องน

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 514

    ผู้คนทั้งหลายต่างตกอยู่ในความเงียบแม้แต่ฉู่หงจางที่เอาแต่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ด้านล่าง เวลานี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดซึมเต็มแผ่นหลังฉินหมิงช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว ยามที่พวกเขาทำศึกกับอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ก็ตระหนักได้แล้วว่าฉินหมิงในเวลานี้ไม่เพียงมีกองทัพที่แข็งแกร่ง แต่ขุมกำลังทางการค้าก็ยังกดดันพวกเขาได้รอบด้านอีกด้วยหลังสูญเสียการสนับสนุนจากฉินหมิง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาในช่วงไม่กี่วันนี้ก็ยากลำบากยิ่งนักไม่นานเสบียงในยุ้งฉางก็ร่อยหรอแทบเห็นก้นถังนี่เป็นเพราะพวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้ประชากรในชนเผ่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีปากท้องต้องเลี้ยงดูมากมาย เดิมทีมีฉินหมิงคอยหนุนหลัง ทุกคนจึงสามารถกินอิ่มนอนหลับตามสบายทว่าเมื่อไร้ซึ่งการสนับสนุนจากฉินหมิง จำนวนประชากรที่มากมายก็กลายเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ลำพังพวกเขาก็มีพื้นที่ทำกินเพียงน้อยนิดอยู่แล้วผลผลิตทางการเกษตรย่อมไม่เพียงพอต่อการบริโภคยามนี้เมื่อมีประชากรมากขึ้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผู้คนอิ่มท้องเรื่องราวเหล่านี้เริ่มปรากฏเค้าลางให้เห็นในชนเผ่าเล็ก ๆ บ้าง

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 513

    เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของฉินหมิงและกวนเยว่ก็พลันแปรเปลี่ยนไป“เหตุใดถึงมาเร็วนัก?”“พวกมันปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ดูคล้ายรีบร้อนอยู่บ้าง คงเป็นราชสำนักกดดันให้มาพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานด้วยความไม่แน่ใจในใจพวกเขาเองก็สงสัยเช่นกันแม้ศัตรูจะมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่ฉินหมิงกลับไม่ได้ตื่นตระหนกเขาพากวนเยว่เดินตรงไปที่กำแพงเมือง กองทัพหนานหมานนับพันชีวิตมายืนรออยู่หน้ากำแพงเมืองเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นจำนวนคน ฉินหมิงและกวนเยว่ก็สบตากัน ทั้งสองคนต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย“เหตุใดถึงมากันเพียงเท่านี้ล่ะ?”“นับว่าน้อยไปจริง ๆ ”กวนเยว่ขมวดคิ้วเรียวด้วยความประหลาดใจ ก่อนกล่าวขึ้นเช่นนั้นฉินหมิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง ส่งยิ้มให้กองทัพข้าศึกพลางกล่าวว่า“ทุกท่าน พากำลังพลมาเพียงเท่านี้ คิดว่าจะตีเมืองที่ชัยภูมิดีเยี่ยมเช่นนี้แตกหรือ?”แม่ทัพผู้นำกำลังพลมาในครั้งนี้ มีนามว่าฉู่หงจางเขาคือหัวหน้าเผ่าเหลียนซานในฐานะฝ่ายบุกโจมตี ใบหน้าของเขากลับมีแต่ความไม่เต็มใจ ขณะประสานหมัดคารวะฉินหมิงพร้อมกล่าวว่า“กราบเรียนท่านอ๋อง พวกเราเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ท่านสู้ราชสำนักไม่ได้หรอก

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 512

    หาไม่แล้วการขนส่งสองรอบที่ต่อเนื่องกันเช่นนี้ ย่อมทำให้ความเสียหายของพวกเขาพุ่งสูงถึงขีดสุดแน่นอนทว่าในยามที่พวกเขากำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ส่งข่าวจากหนานหมานเข้ามาอีกครั้ง“ท่านอ๋อง ทางหนานหมานส่งข่าวมาอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกมันแจ้งมาว่าหากไม่เห็นยุทธปัจจัย ก็จะไม่เคลื่อนกำลังพลเด็ดขาด”“เจ้าพวกสารเลว สิ่งของชุดแรกที่เราส่งออกไป ขนาดจวนถึงที่หมายอยู่รอมร่อ พวกมันกลับไม่ยอมโผล่หัวออกมารับ พอเวลานี้เกิดเรื่องผิดพลาด ก็คิดจะมาโทษพวกเราเสียอย่างนั้น”อวี้อ๋องตบโต๊ะด้วยความเดือดดาลใจเวลานี้พวกเขาไร้หนทางจะเดินต่อแล้วจริง ๆในด้านยุทธปัจจัย พวกเขาย่อมไม่มีทางส่งไปถึงได้ในเวลาอันสั้นแต่ก็จำเป็นต้องสร้างแรงกดดันแก่ฉินหมิงให้ได้ขณะนั้น เหลียงอ๋องผู้อยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้นมาว่า“เอาเช่นนี้เถิด พวกเราส่งข่าวบอกฝ่ายหนานหมาน ให้พวกมันจัดส่งทหารออกมาก่อน รอจนพวกมันเข้าสู่หลิ่งหนานเมื่อใด พวกเราค่อยส่งยุทธปัจจัยอ้อมไปทางปีกข้าง ถึงเวลานั้นสิ่งของย่อมตกถึงมือพวกมันเอง”จะอาศัยเพียงราชสำนักออกแรงฝ่ายเดียว ย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดความแข็งแกร่งของฝ่ายฉินหมิงนั้นเป็นที่ป

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 511

    “ข้าเตรียมตัดขาดการส่งเสบียงทั้งหมดของหนานหมานแล้ว”“ในช่วงเวลานี้จะมีผ้าทอกองพะเนิน ยางพาราขาดแคลน สินค้าในตลาดอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงต้องรบกวนพวกเจ้าทั้งสามช่วยข้าควบคุมสถานการณ์ให้ดี”ทั้งสามคนต่างก็พยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นเมื่อฉินหมิงใช้กำลังทหารกดดันหนานหมานอย่างหนักหน่วงก็ถึงคราวแนวหลังอย่างพวกเขาต้องลงมือบ้างย่อมต้องเป็นการกดดันทางด้านการค้าเฉินซื่อเม่าคาดเดาวิธีการของฉินหมิงได้นานแล้วยามนี้เพียงรอฉินหมิงกลับมาพยักหน้าอนุญาตก็จะเริ่มลงมือได้ทันที“วางใจเถิด ท่านผู้อาวุโสเฉิน”เฉียนไฉตบอกรับรองว่า“พวกเรายังมีท่าเรืออีกหลายแห่งในเจียงหนาน เท่านี้ก็พอแล้ว”“อำเภออินซานเองก็มีการติดต่อกับกลุ่มหนานหยาง สามารถระบายสินค้าออกไปได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน”“อย่างมากสินค้าก็แค่กองอยู่ที่นี่ รอสงครามจบลงก็ยังทำเงินได้ดังเดิม”ทั้งสามคนต่างผลัดกันออกความเห็น ล้วนแต่มีหนทางจัดการทั้งสิ้นเมื่อเห็นพวกเขามั่นใจเช่นนั้น เฉินซื่อเม่าก็พยักหน้าอย่างแช่มช้าหลายวันต่อมาท่ามกลางหุบเขาในดินแดนหนานหมานกลุ่มผู้อาวุโสและหัวหน้าเผ่าต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อมาหลายวันแล้วสาเ

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 510

    แต่กำลังคิดถึงกิจการภายในตระกูล และน้องสาวสุดที่รักนั่นเอง“เอ่อ...”ใบหน้าของฉินหมิงพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาไม่อยากไปตอแยคุณหนูน้อยผู้นั้นเลยสักนิดเพียงนึกถึงหญิงสาวผู้แสนเอาแต่ใจนางนั้น ฉินหมิงก็รู้สึกว่านางช่างรับมือได้ยากนักทว่าด้วยมารยาท ฉินหมิงจึงยังคงล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบขลุ่ยเลาหนึ่งออกมา“นี่เป็นขลุ่ยที่ข้าทำขึ้น รอท่านว่างเมื่อใด ก็ช่วยนำไปมอบให้นางทีเถิด”“ของพรรค์นี้จะมีประโยชน์อันใด?”ซุนเหมี่ยวปรายตามองของที่ฉินหมิงยื่นส่งมาแวบหนึ่ง ก่อนยัดมันเข้าไปในอกเสื้อด้วยความรังเกียจฉินหมิงมองเขาอย่างจนใจ ก่อนอธิบาย“นี่ท่านไม่รู้จักคำว่าแม้นของกำนัลเล็กน้อยแต่น้ำใจหนักแน่นหรือไร? ยิ่งไปกว่านั้น ขลุ่ยเลานี้ข้าสั่งให้ทำขึ้นเพื่อทดสอบทักษะฝีมือของโรงช่างโดยเฉพาะ ลองดูสิว่ามันมีกี่รู?”“โอ๊ะ... สิบสามรูรึ?”ฉินหมิงมีมาตรฐานเรื่องความแม่นยำของงานฝีมือสูงยิ่งเขาจึงให้กลุ่มช่างฝีมือฝึกฝนอยู่เป็นประจำเช่นระดับเสียงของขลุ่ย ยิ่งแบ่งระดับเสียงได้มากเท่าใด ก็หมายความว่าวิธีการผลิตต้องประณีตมากเท่านั้นก่อนหน้านี้ฉินหมิงได้ทิ้งบททดสอบหนึ่งไว้ให้แก่ช่างฝีมือในโรงผลิต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status