LOGINบทที่ 6
ม่อเที้ยนอี้
เมื่อเวลายามค่ำคืนมาถึง
ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงก็เอนตัวนอนลงบนเสื่ออย่างสบายใจ แต่ทว่ายาหยีกลับยืนมองด้วยกลัว
“มาเถิดเหยาเหยา พรุ่งนี้เราต้องใช้พลังงานอีกมาก หากเจ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ เจ้าจะไม่สามารถช่วยน้าสาวและท่านแม่ทัพหลี่ของเจ้าออกมาได้นะ”
“ก็มานอนหนุนบนแขนของข้าสิ! นี่ไงล่ะ? แขนนี้เคยปกป้องเจ้าจากเสือร้ายมาแล้ว มันไม่กัดเจ้าหรอก มาเถิดน้า” พูดจบ เขาก็ดึงร่างของเธอลงมานอนหนุนแขนของเขาทันที
“เห็นไหมล่ะ? ข้าไม่ทำอะไรเจ้าเสียหน่อย!” พูดจบเขาก็หลับตาลง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสุขใจ โดยที่เขาหารู้ไม่ว่า ในขณะที่เขากำลังหลับตาลง ทว่าร่างบางของยาหยีกลับสั่นเท่าไปหมด เป็นครั้งแรกที่เธอได้นอนใกล้ผู้ชายขนาดนี้ แถมนอนใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขาเลยทีเดียว
“อดทนหน่อยยาหยี เดี๋ยวก็เช้าแล้ว” พูดจบ เธอก็กลั่นใจนอนหลับตาลงทันที
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น
ยาหยีลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าใบหน้าของท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงกำลังนอนหลับซุกอยู่ที่คอของเธอ มันทำให้ใจของเธอสั่นวาบไปทั่วทั้งตัวจนแทบสติหลุด แต่แล้วยาหยีก็รีบเขย่าตัวของเขาให้ตื่นขึ้นทันที
แต่ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาได้ เขากลับยิ้มอย่างมีเลศนัยพร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงงัวเงีย “กลิ่นกายของเจ้าช่างหอมเย้ายวนข้าเสียเหลือเกิน”
“ยาหยีที่ได้ยินแบบนั้นก็เขินอายออกมา ก่อนที่เธอจะสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่กำลังแข็งตัวอยู่ด้านล่าง ทำให้ยาหยีพยายามที่จะผละออกจากเขา แต่เขากลับดึงร่างบางของเธอเข้ามากอดไว้แน่น พร้อมกับพูดขึ้น
“เมื่อคืนนี้เจ้าถามข้าว่าเป็นแม่ทัพต้องเสียสละอะไรบ้าง ข้ามีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเสียสละแต่ลืมบอกเจ้าไป นั่นก็คือหัวใจของข้า เพราะการปกป้องบ้านเมืองทำให้ข้าลืมที่จะถูกรักและไม่เคยถูกรักและไม่เคยรัก หากแต่ตอนนี้สวรรค์ได้ส่งเจ้ามาให้คนอย่างข้าแล้ว”
ยาหยีตกใจทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เพราะเธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้ยินเขาพูดอะไรเลียนหูขนาดนี้ “ข้าว่าท่านคงยังไม่ตื่นจากฝัน ข้าขอตัว...”
ยาหยียังพูดไม่ทันจบ เขาก็กอดเธอแน่นกว่าเก่า พร้อมกับพูดขึ้นต่อ “ข้าตื่นจากฝันแล้ว แต่ก็ได้มาพบนางในฝันต่อ หัวใจของข้าสั่นไหวตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอเจ้า แต่เพราะกลัวว่าเจ้าจะเป็นศัตรูที่มายั่วยวนให้ข้าตกหลุมรัก ข้าจึงพยายามห้ามใจตนเองไว้ ยิ่งตอนนี้ได้เข้าใกล้เจ้าขนาดนี้ ข้าไม่อาจจะห้ามใจตนเองต่อไปไม่ไหวแล้ว” พูดจบ เขาก็พลิกร่างบางของยาหยีให้นอนหงายทันที ก่อนที่เขาจะคร่อมร่างบางของเธอไว้
ในตอนนั้นเองแม้จะขัดขืนนิดหน่อย แต่ยาหยีก็รู้สึกว่าหัวใจของเธอเองก็เริ่มตกหลุมรักเขาแล้วเหมือนกัน ดังนั้น...เธอจึงปล่อยให้เขา จูบลงที่ริมฝีปากของเธออย่างดูดดื่มทันที
จุ๊ฟ!
รสจูบสั้น ๆ ที่กำลังจะถูกเติมเต็มต่อให้เป็นรสจูบยาว ๆ แต่ทว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นที่หน้าหอนอนเสียก่อน ทำให้ยาหยีรีบผลักร่างใหญ่ของเขาออกไปด้วยความเขินอาย ก่อนที่เธอจะเดินไปเปิดประตูทันที
เมื่อยาหยีเปิดประตูหอนอนออกมา เธอก็ได้พบกับฮูหยินจางที่กำลังยืนรออยู่แล้ว “ไปอาบน้ำกันเถอะเจ้าค่ะ วันนี้ข้าจะพาท่านไปเที่ยวชมตลาดของเรา”
ได้ยินแบบนั้น ยาหยีที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นก็ไม่รอช้ารีบเดินตามฮูหยินจางออกไปทันที
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวใหม่เรียบร้อยแล้ว เพราะยาหยีก็เดินออกมาเที่ยวที่ตลาดทันที แม้ชุดที่สวมใส่อยู่นี้จะเป็นชุดเรียบง่ายของฮูหยินจาง ไม่ได้อลังการเหมือนกับชุดที่ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงซื้อให้ แต่ทว่ามันกลับไม่อาจะปิดกลบความสวยของยาหยีได้เลย
“ข้าคิดว่าสามีของท่านจะไม่ยอมให้ท่านออกมาเดินเที่ยวตลาดแล้ว ดูเขาทั้งหวงและห่วงท่านเหลือเกิน” ฮูหยินจางพูดขึ้น ทำเอายาหยีเขินหน้าแดงออกมาทันที
วินาทีนั้นเอง ในขณะที่ยาหยีกำลังเดินตลาดอยู่กับฮูหยินจางอยู่นั้น ร่างใหญ่ที่แสนสง่าแต่นัยน์ตาดุร้ายของท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้ที่กำลังตรวจเมืองอยู่ก็ผ่านมาทางนี้ทันที ความสวยของยาหยีสะท้อนเข้าที่ดวงตาของเขา จนทำให้เขาต้องเปลี่ยนทิศทางของม้าให้มุ่งหน้ามาที่เธอแทน
ม้าของท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้หยุดลงตรงหน้าของยาหยี ทำเอาฮูหยินจางสั่นเทาไปทั้งตัวด้วยความกลัว เพราะทั้งแผ่นดินล้วนรู้ดีว่าท่านแม่ทัพผู้นี้โฉดและชั่วร้ายถึงเพียงใด
แต่ทว่ายาหยีที่ไม่รู้อะไรเลยกับยืนประจันหน้ากับเขาอย่างไม่กลัวเลยสักนิด
เมื่อท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้ลงจากหลังม้า เหล่าประชาชนที่อยู่รอบด้านทั้งหมดก็รีบมอบลงทำความเคารพทันที มีเพียงยาหยีที่กำลังยืนงงไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อเธอสังเกตคนรอบข้างแล้ว เธอจึงเตรียมที่จะมอบลงบ้าง แต่ทว่า...
ท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้กลับดึงร่างบางของเธอไว้ให้ยืนอยู่เหมือนเดิม
“ช่างงดงามยิ่งนัก! ข้าไม่เคยเห็นสตรีผู้ใดงดงามเช่นเจ้ามาก่อน เจ้าชื่ออะไรรึ?”
“ข้าชื่อเหยาเหยา”
“เหยาเหยา ชื่อช่างน่ารักน่าเหยายวนยิ่งนัก! แล้วเจ้าเป็นใครมาจากที่ใดกันรึ?” เขาถามเธอขึ้นต่อด้วยความปรารถนา
“แค่ติดตามสามีมาค้าขายที่นี่ แค่เป็นเพียงคุณหนูตกอับ”
โชคดีที่ยาหยีมักแอบฟังเวลาที่ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงแต่งเรื่องโกหกสำหรับการปลอมตัวครั้งนี้ ทำให้เธอสามารถเอาเรื่องแต่งนั้นมาประติดประต่อได้
“มีสามีแล้วอย่างงั้นรึ? ข้าอยากจะเห็นหน้าสามีของเจ้าเสียเหลือเกิน” เขายังคงพูดต่อ “ต่อให้มีสามีแล้วใช่ว่าข้าจนสนใจไม่! สิ่งไหนที่มีเจ้าของแล้ว หากข้าอยากได้ ข้าก็จะเอามันมาให้ได้อย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ยาหยีก็สะบัดของตัวเองออกจากมือของเขาทันที ก่อนที่เธอจะตอบกลับไป “แต่ข้านั่นยึดติดในใจของเป็นอย่างมาก แม้จะถูกพรากไปไกลจากเจ้าของเพียงใด ข้าก็จะกลับไปหาเจ้าของของข้าให้ได้”
เมื่อได้ยินสตรีตรงหน้าต่อปากต่อคำอย่างชาญฉลาดและไร้ซึ่งความกลัวเช่นนั้น ก็ทำให้คนฉลาดอย่างม่อเที้ยนอี้ยิ้มขึ้นที่มุมปากทันที ก่อนที่เขาจะตอบกลับไป
“งั้นก็มาดูกันเถิด ว่าเหยาเหยาของข้าจะหาทางกลับไปหาสามีได้หรือไม่?”
พูดจบ เขาก็เตรียมที่จะดึงร่างบางของยาหยีไปด้วย แต่ทว่ายาหยีกลับเลี่ยงทันที แต่คว้ามือของฮูหยินจางออกวิ่งไปด้วยกันทันที ตอนนั้นเองท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้สามารถตามทั้งสองคนไปได้อย่างง่ายดาย แต่เพราะว่าตอนนี้เขาได้ยินข่าวว่าท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิง ศัตรูตัวฉกาจของเขาได้ปลอมตัวเข้าเมืองของเขามา เขาจึงต้องปล่อยนางไปเสียก่อน และไปตามหาท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงแทน
หลังจากที่ยาหยีพาฮูหยินจางวิ่งมาได้สักพัก เธอก็หยุดดูเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ตามมาแล้ว และรีบพาฮูหยินกลับเข้าบ้านทันที
เมื่อเข้ามาในบ้านแล้ว ยาหยีก็รีบเล่าทุกอย่างให้ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงฟัง วินาทีแรกที่เขาฟังนางจบ เขาก็ดึงร่างบางของนางเข้ามากอดด้วยความเป็นห่วงทันที พร้อมกับพูดขึ้น “ข้าจะไม่ยอมให้ใครได้ตัวของเจ้าเป็นเด็ดขาด เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เราจะรีบเดินทางกลับแคว้นของเราทันที”
ยาหยีพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่นางจะพูดกับท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงขึ้นต่อ “ข้าเป็นห่วงครอบครัวของฮูหยินจาง เพราะไม่นานม่อเที้ยนอี้จะต้องมาตามล่าข้าจากนางแน่นอน เมื่อเราช่วยเหลือน้าสาวและท่านแม่ทัพหลี่ได้แล้ว เราพาครอบครัวของฮูหยินจางไปกับเราด้วยได้หรือไม่?”
“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้ากับจางหยวนได้คุยกับเรียบร้อยแล้วว่าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เขาจะพาครอบครัวของเขาไปกับเราด้วย เพราะอยู่นี่อันตรายเกินไป”
เมื่อยาหยีได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจออกมาทันที
เมื่อเวลาค่ำคืนมาถึง
ทางด้านของท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้ หลังจากที่ได้พบกับยาหยีหรือเหยาเหยาของเขาแล้ว ก็ทำให้ใจของเขาสงบเลยสักนิด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีสตรีผู้ใดทำให้หัวใจของหวั่นไหวมากขนาดนี้ได้เลย
“นางเป็นใครกันนะ? การพูดจาช่างแปลกประหลาด แถมยังฉลาดกว่าสตรีทั่วไปมาก!” ท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้ถามตัวขึ้น
“แต่ไม่ว่านางจะเป็นใคร หรือเป็นของผู้ใด ข้าก็จะเอานางมาเป็นของข้าให้ได้!”
__________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
บทที่ 12ตั๋วเดินทางกลับบ้านหลังจากรถม้าเคลื่อนตัวสักพักใหญ่ ๆ ในที่สุดรถม้าก็มาจอดลงหน้าประตูจวนสกุลหลี่ทันทียาหยีและหลี่อี้ลงมาจากรถม้า และมุ่งหน้าสู่ประตูจวน และเมื่อหลี่อี้เป็นคนเปิดประตูจวนเข้าไป เขาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบกับร่างบางของสตรีแปลกหน้าผู้หนึ่งราวกับสวรรค์เมตตาได้ยินคำเรียกร้องของยาหยี วินาทีแรกที่ยาหยีได้เห็นสตรีผู้นั้น เธอก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันที“แม่!”“ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้า แต่ข้าคือแม่มดที่จะพาเจ้ากลับสู่โลกที่เจ้าจากมา” คำตอบของแม่มดทำเอายาหยี่แทบร้องไห้มาทันที เพราะแม่มดผู้นี้หน้าตาเหมือนกับแม่ของเธอราวกับคนคนเดียวกันหรือว่า...นี่จะเป็นแม่ของเธอในอดีตชาติ“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะเป็นคนมาหาพวกเจ้าเองเมื่อถึงเวลา และตอนนี้ก็ถึงเวลา ข้าจะส่งเจ้ากลับไปตามที่ใจของเจ้าปรารถนา”เมื่อยาหยีได้ยินแม่มดมีมี่พูดขึ้นแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก “งั้นช่วยพาข้ากลับตอนนี้เลยนะคะ ข้าอยากกลับบ้านไปหาแม่ของข้าใจจะขาดแล้ว”“ได้”ทางด้านของหลี่อี้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก เขาจึงรีบพูดรั้งยาหยีขึ้น “เจ้าแน่ใจที่จะกลับไปจริง ๆ อย่างงั้นรึ? ในเมื่อสวรรค์ส่งเจ้าให้ข้ามภพมาไกลขนา
และในขณะนั้นเอง เสียงที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังทันที“ถวายบังคมพะยะค่ะฝ่าบาท”“อ้าวท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิง! วันนี้เจ้าเข้าวังด้วยอย่างงั้นรึ? มาสิ ๆ เข้ามานั่งด้วยกันก่อน”ยาหยีหันควับไปก็พบกับท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงทันที เธอพยายามหนีห่างจากเขา แต่ดูเหมือนว่าจะหนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้นเสียอย่างงั้น!“วันนี้กระหม่อมเข้ามาตรวจอาวุธในคลั่งพะยะค่ะ กลัวว่าหากไม่ตรวจตาบ่อย ๆ อาจจะทำให้มีคนลักลอบออกไปขายได้พะยะค่ะ” ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงตอบกลับไปทันที“เจ้านี่ช่างละเอียดอ่อนยิ่งนัก! นาน ๆ ทีเจ้าจะเข้ามาในวัง ปกติหากอยากพบเจ้า ข้าต้องไปตามหาตามที่ฝึกซ้อมหรือไม่ก็สนามรบเท่านั้น วันนี้มาดื่มน้ำชาเพื่อพูดคุยด้วยกันก่อนสิ แถมวันนี้ยังมีเหยาเหยาและองครักษ์หลี่มาร่วมด้วย” ฮ่องเต้พูดเชิญขึ้นทันที และใครจะกล้าปฎิเสธพระราชาของแผ่นดินได้ล่ะ ดังนั้นแม้ว่าทุกคนอยากจะออกจากตรงนี้ไป แต่ทว่าพวกเขากลับต้องนั่งสนทนาต่อไปกับฮ่องเต้ผ่านไปสักพักใหญ่ เรื่องราวส่วนใหญ่ที่ทั้ง 4 คนสนทนากันก็มักจะเป็นเรื่องราวทั่ว ๆไปเท่านั้น ส่วนมากจะเป็น 3 บุรุษมากกว่าที่คุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนยาหยีที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องข
บทที่ 11เบาะแสการเดินทางกลับบ้าน“กลับบ้าน? บ้านของเจ้าอยู่ที่เมืองใดกันล่ะ? เดี๋ยวข้าขับรถม้าไปส่งเองก็ได้” เขาถามขึ้น“หากข้าพูดไปเจ้าจะเชื่อหรือไม่ว่าบ้านของข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่บ้านของข้าอยู่ในอนาคต”“หา?” เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจทันที “อนาคต? ข้าเคยได้ยินคำร่ำลืมกันว่าน้าโซ่ผู้ซึ่งเป็นน้าสะใภ้ของข้านั้นมาจากอนาคต แต่ข้าไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง”“มันเป็นเรื่องจริง! น้าโซ่มาจากอนาคต และข้าเองก็มาจากอนาคตเหมือนกัน น้าโซ่ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ทำให้ต้องการอยู่ที่นี่ต่อไป แต่ข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว และข้าก็ไม่รู้จักใครที่นี่ด้วย ข้าอยากกลับอนาคตไปหาแม่ของข้า ป่านนี้แม่ของข้าคงรอข้ากลับบ้านแล้ว”“หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด แล้วข้าจะช่วยเจ้าหาทางกลับบ้านได้อย่างไรกัน?” เขาถามเธอขึ้นต่อ“น้าโซ่เคยเล่าให้ข้าฟังว่า มีแม่มดตนหนึ่งที่สามารถส่งจดหมายและข้าวของไปอนาคตได้ หากข้าได้พบนางอีกสักครั้ง นางจะช่วยข้ากลับบ้านได้อย่างแน่นอน” ยาหยีพูดขึ้นอย่างมีความหวัง“แล้วแม่มดผู้นั้นอยู่ที่ใดกันล่ะ?” “ข้าเองก็ไม่รู้ ไม่รู้แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามของนางเลยสักนิด น้าโซ่บอก
“ได้สิ! ที่นี่บ้านของท่านน้าโซ่ เจ้าจะอยู่ตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น งั้นก็เดินตามข้ามาเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อนก่อน เดินทางมานานคงเหนื่อยแย่”เมื่อเขาพูดจบ เขาก็เดินนำยาหยีเข้าไปที่ด้านในจวนทันทีด้านในจวนของท่านแม่ทัพหลี่นับว่าเป็นจวนที่ใหญ่มาก แถมยังมีทั้งทหารและสาวใช้มากมายอีกด้วย ยาหยีไม่แปลกใจเลยที่น้าโซ่ติดใจที่จะอาศัยอยู่ที่แทนเมื่อหลี่อี้พายาหยีมาถึงหน้าหอนอน เขาแบกของของเธอเข้าไปด้านในหอนอนทันที ก่อนที่จะพูดขึ้น “อีกสักพัก ถิงถิง จะมาเป็นสาวใช้ส่วนตัวดูแลเจ้า เจ้าอยากได้สิ่งใดก็บอกนางได้เลย ทุกอย่างที่นี่เป็นของเจ้าทั้งหมด”ยาหยีพยักหน้าตอบรับ พร้อมกับถามเขาขึ้น “แล้วนี่ท่านจะไม่อยู่จวนแล้วหรอ?”“ข้าเป็นองครักษ์ วันนี้ฮ่องเต้มีเสด็จไปเยี่ยมประชาชน ข้าต้องติดตามไปด้วย เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ต้องกังวลไป ที่นี่มีทหารมากมายคอยคุมกันเจ้า และเดี๋ยวเสร็จงานแล้วข้าจะกลับมา” พูดจบ เขาก็เดินจากไปทันทีเมื่อเวลายามค่ำคืนมาถึงยาหยีรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกภาพที่ฮูหยินมารดาของท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงออกปากไล่เธอ แถมท่านแม่ทัพจ้าวที่บอกว่าจะปกป้องเธอ กลับยืนนิ่งเฉยให้เธอถูกไล่ออกมาเสียอย่าง
บทที่ 10หนี่ฮาวท่านแม่เมื่อข้ามฝั่งกลับมาได้ ยาหยีก็ได้กลับมาเจอกับน้าสาวของเธอที่กำลังรออยู่ที่ค่ายทหาร ทั้งสองคนกอดไว้แน่นอย่างสุขใจ ก่อนที่ยาหยีจะเริ่มถามทุกความสงสัยทันทีและยาหยีก็ได้คำตอบว่า น้าโซ่ของเธอได้ข้ามภพมาที่นี่เพราะดาบโบราณเมื่อ 3 ก่อน และทำให้ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ ทั้งสองคนฝ่าฝันอุปสรรคมาด้วยกันจนตกหลุมรักกัน และแต่งงานกันในที่สุด หลังจากที่แต่งงานได้ไม่นาน น้าโซ่ก็ได้พบกับหญิงสาวคนนั้นที่บอกว่าตัวเองเป็นแม่มดที่สามารถสื่อสารข้ามมิติได้ แม้ว่าน้าโซ่ของเธอจะไม่เชื่อเท่าไหร่นักในตอนแรก แต่ก็ลองส่งจดหมายไปแจ้งให้ทุกคนที่บ้านรู้ว่าเธอไม่ได้หายตัวไปไหน แต่แค่ข้ามภพมาเท่านั้นเอง และเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ น้าโซ่ของเธอก็ได้ผ้าไหมโบราณที่มาจากสำเภาใหญ่ที่เดินทางกลับจากสยาม เธอคุยไปมากับเถ้าแก่ผ้าผู้นั้นจนรู้ว่าผ้าไหมที่ได้มานี่เป็นของตระกูลของเธอในยุคนี้ จวบกับจังหวะที่น้าโซ่ได้พบกับแม่มดผู้นั้นอีกครั้ง เธอจึงขอให้แม่มดผู้นั้นส่งสไบผ้าไหมสีทองนี้ไปให้ยาหยี แต่เธอไม่คิดว่ามันจะนำพาหลานสาวของตัวเองให้ข้ามภพตามกับมายาหยีที่รู้แบบนั้นก็ต้องการพบแม่มดคนนั้นทันที เพราะตัวเอง
บทที่ 9การหนีผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ยาหยีเดินเปิดประตูห้องออกมาก็พบกับร่างบางของเหมยฟางกำลังยืนรอเธออย่างใจจดใจจ่อ“ได้ผ้าตามที่ต้องการไหมเจ้าคะ? หากไม่ได้ ข้าจะได้พาท่านหญิงไปหาผ้าที่ร้านอื่นแทน” เหมยฟางพูดขึ้น“ได้แล้ว ได้ตรงตามที่ใจของข้าต้องการเลย งั้นเรากลับกันเถอะ” พูดจบยาหยีก็เดินนำเหมยฟางไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับจวนของม่อเที้ยนอี้ทันทียามค่ำคืนมาถึงหลังจากที่ยาหยีกลับมาถึงจวนก็เป็นช่วงที่ม่อเที้ยนอี้กำลังวุ่นวายกับงานของเขาทั้งวัน จนทำให้เขาไม่มีเวลามาวุ่นวายกับเธอเลย แต่ตอนนี้งานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงไม่รอช้าที่จะมุ่งตรงมาหาเธอที่หอนอนทันที“วันนี้ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้พาตามที่ใจปรารถนาแล้ว เช่นนั้นแล้วงานแต่งงานของเราคงจะราบรื่นใช่หรือไม่?”“แน่นอนเจ้าค่ะ งานแต่งงานของเราจะราบรื่นอย่างแน่นอน”เมื่อได้รับคำตอบจากยาหยีแบบนั้น ท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้ก็ถามยาหยีขึ้นต่อทันที “ก่อนหน้านี้เจ้าโกหกข้าว่าเจ้าเป็นสตรีที่มีสามีแล้ว และสามีของเจ้าก็คือแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงที่ปลอมตัวเข้ามาในจวนของข้า เหตุใดจึงต้องโกหกข้าเช่นนั้น?”จะให้ตอบกลับไปว่าอย่างไงดีล่ะ!ยาหยีคิดอยู่ครู่หนึ







