로그인บทที่ 7
การพบกันอีกครั้ง
เมื่อค่ำคืนที่พวกเขารอคอยกมาถึง
ที่จวนของม่อเที้ยนอี้ได้จัดงานฉลองขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แถมยังเชิญแขกมามากมายจนนับไม่ถ้วน ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงใช้โอกาสนี้ในการนำทุกคนแอบเข้าไปในจวนของม่อเที้ยนอี้ เพื่อพาทุกคนเข้าไปช่วยท่านแม่ทัพหลี่และฮูหยินหลี่ทันที
แท้ที่จริงแล้วท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงไม่ได้ต้องการให้ยาหยีตามมาด้วย เพราะเขากลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเธอ แต่เพราะความดื้อรันของเธอทำให้เขาต้องยอมปล่อยเธอมากับเขาด้วยแต่โดยดี
“เจ้าต้องอยู่ใกล้ ๆ ข้าตลอดเวลานะ ห้ามห่างจากกายข้าเด็ดขาด” เขาบอกเธอขึ้นด้วยความเป็นห่วง ทำเอาร่างบางยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นใจ ก่อนที่เธอจะเดินตามติดเขาไม่ห่างเลยทีเดียว
เนื่องจากในงานนี้มีการแสดงเสียงดังอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับผู้คนมากมายที่เดินเข้าออกจวนของม่อเที้ยนอี้อยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาไม่ทันได้สังเกตว่าตอนนี้มีคนกำลังบุกเข้ามาในจวนของเขาแล้ว
ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงได้นำยาหยี หวังกวง และจางหยวน ลัดเลาะไปตามมุมเล็ก ๆ จนนำพาพวกเขาไปสู่คุกใต้ดิน และเมื่อพวกเขาเดินตามทางลงไป ก็ได้พบกับร่างใหญ่ของท่านแม่ทัพหลี่และฮูหยินของเขากำลังนั่งอิดโรยอยู่ในคุกนั่นเอง
วินาทีแรกที่ยาหยีได้เห็นร่างอิดโรยของฮูหยินหลี่ เธอก็จำได้ทันทีเลยว่านั่นคือน้าโซ่ของเธอ น้ำตาของยาหยีไหลออกมาด้วยความคิดถึง ก่อนที่เธอจะวิ่งเข้าไปที่หน้าลูกกรงเพื่อเรียกหาน้าสาวของเธอทันที
“น้าโซ่! น้าโซ่ค่ะ”
เสียงของยาหยีคือที่ดังขึ้น ทำเอาฮูหยินหลี่หรือโซ่ สะดุ้งตกใจทันที ก่อนที่เธอจะหันไปตามเสียงเรียกนั้น และรีบวิ่งไปหาเจ้าของเสียงทันที
“ยาหยี! ยาหยีจริง ๆ หรอเนี่ย? หลานมาที่นี่ได้อย่างไงกัน?” โซ่ถามหลานสาวของตัวเองขึ้นทั้งน้ำตาแห่งความคิดถึงทันที
“ก็เพราะชุดไทยสีทองที่น้าส่งไปให้อย่างไงค่ะ หนูสวมชุดนั้นเสร็จ ลืมตาอีกทีก็มาโผล่ที่ยุคนี้เลยค่ะ”
“อ่อ ชุดไทยชุดนั้น น้าได้มันมาจากพ่อค้าจีนที่เดินทางไปที่สยาม พ่อค้าคนนั้นเขาซื้อมันมาจากต้นตระกูลของเราอีกที น้าเลยลองส่งไปให้หลานดู ไม่คิดว่าหลานจะได้รับมันจริง ๆ ด้วย”
แม้แต่ตอนนี้ยาหยีจะสงสัยว่าน้าโซ่ส่งชุดและจดหมายไปยุคปัจจุบันได้อย่างไรกัน แต่ทว่าตอนนี้เธอไม่มีเวลามากพอที่จะตั้งคำถามเหล่านั้น เอาไว้รอออกจากที่นี่ไปได้ก่อน เธอจะถามน้าสาวมากมายเลยทีเดียว
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันด้วยความคิดถึงอยู่นั้น ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงก็สะเดาะกุญแจออกจนได้ เขาจึงรีบพาท่านแม่ทัพหลี่และน้าโซ่ออกมาจากคุกทันที และพูดขึ้น
“เรารีบหนีออกไปจากที่นี่กันเถอะ ม่อเที้ยนอี้จมูกไวยิ่งกว่าหมา ไม่ช้าเขาจะรู้ตัวอย่างแน่นอน” เมื่อพูดจบ คนทั้งหมดก็รีบวิ่งตามท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงเพื่อออกไปจากจวนของม่อเที้ยนอี้ทันที
แต่แล้ว...ในขณะที่ทุกคนก้าวขาพ้นประตูจวนไปแล้ว และยาหยีที่กำลังจะก้าวขาออกเป็นคนสุดท้ายก็ถูกคว้าแขนไว้ทันที ทำให้ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงที่หันมาเห็นเข้าจึงพยายามที่จะวิ่งกลับมาช่วย แต่ยาหยีกลับตะโกนขึ้น
“รีบพาทุกคนหนีไปเถอะ ได้โปรดช่วยให้ทุกคนปลอดภัยด้วย”
ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงรู้สึกอยากหันกลับมาช่วยยาหยีทันที และยาหยีก็รู้ดีว่าเขาไม่มีทางหนีรอดไปได้หากกลับมาช่วยเธอ ดังนั้นเธอจึงตะโกนใส่เขาอีกครั้ง “ได้โปรดหนีไป ข้าจะรอท่านกลับมา”
คำสั้น ๆ ที่บ่งบอกให้รู้ว่าถึงคราวที่เธอจะต้องเสียสละแล้ว แม้ทุกคนจะไม่อยากทิ้งยาหยีไว้ แต่ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงก็ไร้ซึ่งทางเลือก เขาจึงรีบพาทุกคนหนีต่อไป และค่อยหาทางกลับมาช่วยเธออย่างแน่นอน
ทางด้านของยาหยีที่เห็นทุกคนวิ่งหนีพ้นปลอดภัยจากไปแล้ว เธอก็ถอดหายใจออกมาอย่างโล่งอก แม้ว่าตอนนี้ที่จะอยู่ในกำมือของคนชั่วอย่างม่อเที้ยนอี้ก็ตาม
ทางด้านของม่อเที้ยนอี้ที่เห็นแบบนั้นจึงพูดขึ้น
“เจ้าคิดว่า ข้าไม่รู้ถึงการมาของพวกเจ้าอย่างนั้นรึ? ที่จริงแล้วข้าวางกับดักให้พวกเขาพาเจ้ามาส่งให้กับข้าต่างหาก! และการได้เจ้าไว้เป็นตัวประกันเช่นนี้ ไม่นานแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงจะกลับเข้ามาในจวนของข้า ให้ข้าได้ฆ่าเขาอย่างง่ายดายเพื่อแลกกับชีวิตของเจ้าอย่างแน่นอน”
“ที่แท้ก็เป็นแผนการของท่าน! ช่างฉลาดแต่ชั่วช้ายิ่งนัก”
เขาที่ได้ยินแบบนั้นก็นับว่าเป็นคำชมจากเธอ ก่อนที่เขาจะลากร่างบางของเธอไปโยนในหอนอนทันที
ฟึบ!
ร่างบางของยาหยีถูกโยนลงบนเตียงใหญ่อีกครั้ง ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น “อย่าคิดหนีเชียว! ในจวนหลังใหญ่นี้มีทหารของข้าคอยเฝ้าเจ้าอยู่ตลอดเวลา หากอยู่นิ่ง ๆ และเชื่อฟังอย่างดี ข้าจะให้เจ้าอยู่อย่างสุขสบายเลยทีเดียว” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “อ่อ...แล้วก็ เตรียมตัวไว้ให้ดี ๆ เพราะภายในอีกไม่กี่วัน เจ้าจะต้องเป็นเจ้าสาวของข้า”
พูดจบ เขาก็เดินปิดประตูออกไป โดยไม่ถามความสมัครใจของเธอสักคำ
เป็นครั้งแรกตั้งแต่ข้ามภพที่ทำเอายาหยีอย่างร้องไห้เมื่อได้ยินว่าเธอจะต้องเป็นเจ้าสาวของแม่ทัพชั่ว ก็เพราะว่าตอนนี้หัวใจของเธอได้ยกให้ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงไปจนหมดหัวใจแล้วนะสิ! แล้วแบบนี้เธอจะแต่งงานกับศัตรูของเขาได้อย่างไรกัน
ทางด้านของท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิง เมื่อพาทุกคนหนีออกจากจวนของม่อเที้ยนอี้มาได้ เขาก็พาทุกคนไปส่งที่ชายแดนอย่างปลอดภัยทันที แต่ทว่าตัวเขากลับย้อนคืนกลับมาเพื่อหาทางช่วยคนรักของตัวเอง
_______________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ^^
บทที่ 12ตั๋วเดินทางกลับบ้านหลังจากรถม้าเคลื่อนตัวสักพักใหญ่ ๆ ในที่สุดรถม้าก็มาจอดลงหน้าประตูจวนสกุลหลี่ทันทียาหยีและหลี่อี้ลงมาจากรถม้า และมุ่งหน้าสู่ประตูจวน และเมื่อหลี่อี้เป็นคนเปิดประตูจวนเข้าไป เขาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบกับร่างบางของสตรีแปลกหน้าผู้หนึ่งราวกับสวรรค์เมตตาได้ยินคำเรียกร้องของยาหยี วินาทีแรกที่ยาหยีได้เห็นสตรีผู้นั้น เธอก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันที“แม่!”“ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้า แต่ข้าคือแม่มดที่จะพาเจ้ากลับสู่โลกที่เจ้าจากมา” คำตอบของแม่มดทำเอายาหยี่แทบร้องไห้มาทันที เพราะแม่มดผู้นี้หน้าตาเหมือนกับแม่ของเธอราวกับคนคนเดียวกันหรือว่า...นี่จะเป็นแม่ของเธอในอดีตชาติ“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะเป็นคนมาหาพวกเจ้าเองเมื่อถึงเวลา และตอนนี้ก็ถึงเวลา ข้าจะส่งเจ้ากลับไปตามที่ใจของเจ้าปรารถนา”เมื่อยาหยีได้ยินแม่มดมีมี่พูดขึ้นแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก “งั้นช่วยพาข้ากลับตอนนี้เลยนะคะ ข้าอยากกลับบ้านไปหาแม่ของข้าใจจะขาดแล้ว”“ได้”ทางด้านของหลี่อี้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก เขาจึงรีบพูดรั้งยาหยีขึ้น “เจ้าแน่ใจที่จะกลับไปจริง ๆ อย่างงั้นรึ? ในเมื่อสวรรค์ส่งเจ้าให้ข้ามภพมาไกลขนา
และในขณะนั้นเอง เสียงที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังทันที“ถวายบังคมพะยะค่ะฝ่าบาท”“อ้าวท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิง! วันนี้เจ้าเข้าวังด้วยอย่างงั้นรึ? มาสิ ๆ เข้ามานั่งด้วยกันก่อน”ยาหยีหันควับไปก็พบกับท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงทันที เธอพยายามหนีห่างจากเขา แต่ดูเหมือนว่าจะหนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้นเสียอย่างงั้น!“วันนี้กระหม่อมเข้ามาตรวจอาวุธในคลั่งพะยะค่ะ กลัวว่าหากไม่ตรวจตาบ่อย ๆ อาจจะทำให้มีคนลักลอบออกไปขายได้พะยะค่ะ” ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงตอบกลับไปทันที“เจ้านี่ช่างละเอียดอ่อนยิ่งนัก! นาน ๆ ทีเจ้าจะเข้ามาในวัง ปกติหากอยากพบเจ้า ข้าต้องไปตามหาตามที่ฝึกซ้อมหรือไม่ก็สนามรบเท่านั้น วันนี้มาดื่มน้ำชาเพื่อพูดคุยด้วยกันก่อนสิ แถมวันนี้ยังมีเหยาเหยาและองครักษ์หลี่มาร่วมด้วย” ฮ่องเต้พูดเชิญขึ้นทันที และใครจะกล้าปฎิเสธพระราชาของแผ่นดินได้ล่ะ ดังนั้นแม้ว่าทุกคนอยากจะออกจากตรงนี้ไป แต่ทว่าพวกเขากลับต้องนั่งสนทนาต่อไปกับฮ่องเต้ผ่านไปสักพักใหญ่ เรื่องราวส่วนใหญ่ที่ทั้ง 4 คนสนทนากันก็มักจะเป็นเรื่องราวทั่ว ๆไปเท่านั้น ส่วนมากจะเป็น 3 บุรุษมากกว่าที่คุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนยาหยีที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องข
บทที่ 11เบาะแสการเดินทางกลับบ้าน“กลับบ้าน? บ้านของเจ้าอยู่ที่เมืองใดกันล่ะ? เดี๋ยวข้าขับรถม้าไปส่งเองก็ได้” เขาถามขึ้น“หากข้าพูดไปเจ้าจะเชื่อหรือไม่ว่าบ้านของข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่บ้านของข้าอยู่ในอนาคต”“หา?” เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจทันที “อนาคต? ข้าเคยได้ยินคำร่ำลืมกันว่าน้าโซ่ผู้ซึ่งเป็นน้าสะใภ้ของข้านั้นมาจากอนาคต แต่ข้าไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง”“มันเป็นเรื่องจริง! น้าโซ่มาจากอนาคต และข้าเองก็มาจากอนาคตเหมือนกัน น้าโซ่ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ทำให้ต้องการอยู่ที่นี่ต่อไป แต่ข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว และข้าก็ไม่รู้จักใครที่นี่ด้วย ข้าอยากกลับอนาคตไปหาแม่ของข้า ป่านนี้แม่ของข้าคงรอข้ากลับบ้านแล้ว”“หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด แล้วข้าจะช่วยเจ้าหาทางกลับบ้านได้อย่างไรกัน?” เขาถามเธอขึ้นต่อ“น้าโซ่เคยเล่าให้ข้าฟังว่า มีแม่มดตนหนึ่งที่สามารถส่งจดหมายและข้าวของไปอนาคตได้ หากข้าได้พบนางอีกสักครั้ง นางจะช่วยข้ากลับบ้านได้อย่างแน่นอน” ยาหยีพูดขึ้นอย่างมีความหวัง“แล้วแม่มดผู้นั้นอยู่ที่ใดกันล่ะ?” “ข้าเองก็ไม่รู้ ไม่รู้แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามของนางเลยสักนิด น้าโซ่บอก
“ได้สิ! ที่นี่บ้านของท่านน้าโซ่ เจ้าจะอยู่ตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น งั้นก็เดินตามข้ามาเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อนก่อน เดินทางมานานคงเหนื่อยแย่”เมื่อเขาพูดจบ เขาก็เดินนำยาหยีเข้าไปที่ด้านในจวนทันทีด้านในจวนของท่านแม่ทัพหลี่นับว่าเป็นจวนที่ใหญ่มาก แถมยังมีทั้งทหารและสาวใช้มากมายอีกด้วย ยาหยีไม่แปลกใจเลยที่น้าโซ่ติดใจที่จะอาศัยอยู่ที่แทนเมื่อหลี่อี้พายาหยีมาถึงหน้าหอนอน เขาแบกของของเธอเข้าไปด้านในหอนอนทันที ก่อนที่จะพูดขึ้น “อีกสักพัก ถิงถิง จะมาเป็นสาวใช้ส่วนตัวดูแลเจ้า เจ้าอยากได้สิ่งใดก็บอกนางได้เลย ทุกอย่างที่นี่เป็นของเจ้าทั้งหมด”ยาหยีพยักหน้าตอบรับ พร้อมกับถามเขาขึ้น “แล้วนี่ท่านจะไม่อยู่จวนแล้วหรอ?”“ข้าเป็นองครักษ์ วันนี้ฮ่องเต้มีเสด็จไปเยี่ยมประชาชน ข้าต้องติดตามไปด้วย เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ต้องกังวลไป ที่นี่มีทหารมากมายคอยคุมกันเจ้า และเดี๋ยวเสร็จงานแล้วข้าจะกลับมา” พูดจบ เขาก็เดินจากไปทันทีเมื่อเวลายามค่ำคืนมาถึงยาหยีรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกภาพที่ฮูหยินมารดาของท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงออกปากไล่เธอ แถมท่านแม่ทัพจ้าวที่บอกว่าจะปกป้องเธอ กลับยืนนิ่งเฉยให้เธอถูกไล่ออกมาเสียอย่าง
บทที่ 10หนี่ฮาวท่านแม่เมื่อข้ามฝั่งกลับมาได้ ยาหยีก็ได้กลับมาเจอกับน้าสาวของเธอที่กำลังรออยู่ที่ค่ายทหาร ทั้งสองคนกอดไว้แน่นอย่างสุขใจ ก่อนที่ยาหยีจะเริ่มถามทุกความสงสัยทันทีและยาหยีก็ได้คำตอบว่า น้าโซ่ของเธอได้ข้ามภพมาที่นี่เพราะดาบโบราณเมื่อ 3 ก่อน และทำให้ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ ทั้งสองคนฝ่าฝันอุปสรรคมาด้วยกันจนตกหลุมรักกัน และแต่งงานกันในที่สุด หลังจากที่แต่งงานได้ไม่นาน น้าโซ่ก็ได้พบกับหญิงสาวคนนั้นที่บอกว่าตัวเองเป็นแม่มดที่สามารถสื่อสารข้ามมิติได้ แม้ว่าน้าโซ่ของเธอจะไม่เชื่อเท่าไหร่นักในตอนแรก แต่ก็ลองส่งจดหมายไปแจ้งให้ทุกคนที่บ้านรู้ว่าเธอไม่ได้หายตัวไปไหน แต่แค่ข้ามภพมาเท่านั้นเอง และเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ น้าโซ่ของเธอก็ได้ผ้าไหมโบราณที่มาจากสำเภาใหญ่ที่เดินทางกลับจากสยาม เธอคุยไปมากับเถ้าแก่ผ้าผู้นั้นจนรู้ว่าผ้าไหมที่ได้มานี่เป็นของตระกูลของเธอในยุคนี้ จวบกับจังหวะที่น้าโซ่ได้พบกับแม่มดผู้นั้นอีกครั้ง เธอจึงขอให้แม่มดผู้นั้นส่งสไบผ้าไหมสีทองนี้ไปให้ยาหยี แต่เธอไม่คิดว่ามันจะนำพาหลานสาวของตัวเองให้ข้ามภพตามกับมายาหยีที่รู้แบบนั้นก็ต้องการพบแม่มดคนนั้นทันที เพราะตัวเอง
บทที่ 9การหนีผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ยาหยีเดินเปิดประตูห้องออกมาก็พบกับร่างบางของเหมยฟางกำลังยืนรอเธออย่างใจจดใจจ่อ“ได้ผ้าตามที่ต้องการไหมเจ้าคะ? หากไม่ได้ ข้าจะได้พาท่านหญิงไปหาผ้าที่ร้านอื่นแทน” เหมยฟางพูดขึ้น“ได้แล้ว ได้ตรงตามที่ใจของข้าต้องการเลย งั้นเรากลับกันเถอะ” พูดจบยาหยีก็เดินนำเหมยฟางไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับจวนของม่อเที้ยนอี้ทันทียามค่ำคืนมาถึงหลังจากที่ยาหยีกลับมาถึงจวนก็เป็นช่วงที่ม่อเที้ยนอี้กำลังวุ่นวายกับงานของเขาทั้งวัน จนทำให้เขาไม่มีเวลามาวุ่นวายกับเธอเลย แต่ตอนนี้งานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงไม่รอช้าที่จะมุ่งตรงมาหาเธอที่หอนอนทันที“วันนี้ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้พาตามที่ใจปรารถนาแล้ว เช่นนั้นแล้วงานแต่งงานของเราคงจะราบรื่นใช่หรือไม่?”“แน่นอนเจ้าค่ะ งานแต่งงานของเราจะราบรื่นอย่างแน่นอน”เมื่อได้รับคำตอบจากยาหยีแบบนั้น ท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้ก็ถามยาหยีขึ้นต่อทันที “ก่อนหน้านี้เจ้าโกหกข้าว่าเจ้าเป็นสตรีที่มีสามีแล้ว และสามีของเจ้าก็คือแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงที่ปลอมตัวเข้ามาในจวนของข้า เหตุใดจึงต้องโกหกข้าเช่นนั้น?”จะให้ตอบกลับไปว่าอย่างไงดีล่ะ!ยาหยีคิดอยู่ครู่หนึ







