Se connecterพิมพ์จันทร์เปิดประตูออกจากห้องนอน จังหวะเดียวกับที่อีกห้องกำลังอ้าออก สองคนเผชิญหน้ากัน หญิงสาวชะงักก่อนยิ้มบางๆ ไม่คิดว่าจะเจอหน้ากันในตอนนี้
“จะไปทำงานเหรอ?” พรรณเรศทักน้องสาว วันนี้มีเรื่องดีๆ เลยทำให้เธอรู้สึกอยากพูดดีกับน้องบ้าง
“ค่ะ”
“เดินทางดีๆ ล่ะ”
พิมพ์จันทร์แปลกใจ แต่กลับรู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก ที่พี่สาวยอมพูดดีด้วย
“ขอบคุณค่ะ พิมพ์ไปก่อนนะคะ”
ร่างบางสาวเท้าลงบันได เห็นบิดายืนรออยู่ วันนี้เธอจะอยู่ทำงานที่บริษัทจนมืดค่ำเพราะไม่ต้องการพบหน้าใคร
“วันนี้หยุดงานไม่ได้เลยเหรอ พิมพ์ควรอยู่ที่บ้านนะ” คนเป็นพ่อพยายามเกลี่ยกล่อม
“เรื่องนี้พิมพ์ไม่ขอยุ่งค่ะ อีกอย่างพี่เรศเองก็คาดหวังเรื่องที่แขกจะมาในวันนี้ พิมพ์เห็นพี่ตื่นแต่เช้าเลยล่ะค่ะพ่อ”
สีหน้าพิชัยไม่สู้ดีนัก “พิมพ์... พ่อจำเป็นนะลูก พิมพ์ต้องเข้าใจพ่อนะ”
“พิมพ์เข้าใจพ่อค่ะ แต่พิมพ์ทำตามความต้องการของพ่อไม่ได้ พ่อเองก็ควรเข้าใจพิมพ์ด้วยนะคะ พิมพ์ขอตัวไปทำงานก่อน” พิมพ์จันทร์ตัดบท แล้วเดินออกมานอกบ้าน สตาร์ทรถขับออกไปทันที
เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอด ทำเอาพิชัยแทบตั้งตัวไม่ติด รีบต้อนรับแขกแล้วพาเดินเข้าด้านใน พรรณเรศยิ้มกว้างทันทีที่สบตากับคนรัก ธัชพลตรงเข้าไปหาแล้วกุมมือบางไว้แน่น
“ทำไมหนีหายไปแบบนั้น ผมเป็นห่วงมากรู้ไหม!” เขาตัดพ้อ
“เรศขอโทษค่ะ เรศแค่เสียใจ”
“ไม่เป็นไร แต่ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะ”
“ค่ะ เรศจะไม่ทำอีก”
สองร่างเดินเคียงกันมายังห้องรับแขก ธเนศทรุดกายลงตรงข้าม พรรณเรศยกมือกระพุ่มไหว้ เขายอมรับไหว้เพราะไม่อยากให้เพื่อนเสียน้ำใจ สองคนนั่งลงข้างกันแล้วกุมมือไม่ห่าง ภาพนั้นยิ่งทำให้พิชัยเจ็บปวด
“ฉันจะพูดเข้าเรื่องเลยนะ ฉันไม่อยากให้มันเสียเวลาไปมากกว่านี้”
พิชัยหลับตา น้ำตาตกใน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
“วันนี้ฉันจะมาสู่ขอลูกสาวนาย” พูดจบชายชรากวาดตามองรอบๆ “หนูพิมพ์ไม่อยู่เหรอ”
พรรณเรศยิ้มกว้างแล้วหุบลงฉันพลัน เมื่ออีกฝ่ายถามถึงน้องสาว
“พิมพ์ไปทำงานแล้วน่ะ”
“อะไรกันวันนี้วันสำคัญแท้ๆ ทำไมถึงยังไปทำงานอีก” ธเนศบ่น
หญิงสาวเหลือบมองคนรักสีหน้ากังวล มือบางถูกบีบแน่น ยิ่งทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ คิ้วบางขมวดเข้าหากัน ความหวาดหวั่นฉายชัดในดวงตา ธัชพลขบกรามแน่น หากวันนี้พ่อทำอย่างที่พูด เขาตั้งใจพาคนรักหนีให้ไกล ให้พ้นจากความวุ่นวายนี่เสียที พิมพ์เองแทนที่จะช่วยพูดกลับหนีหายไปเสียอย่างนั้น ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาเลยหรือไง ช่างแล้งน้ำใจเสียจริง
“ยัยพิมพ์ชอบทำงานมากกว่าอยู่บ้านน่ะ” คนเป็นพ่อแก้ตัวแทน
ทว่าธเนศกลับยิ้มกว้างด้วยความยินดี
“แบบนี้ฉันชอบ ผู้หญิงทำงานเก่ง มีฝีมือแบบหนูพิมพ์!” เขาประกาศกร้าว
มือบางกำแน่น ร่างกายสั่นสะท้าน น้ำตาเอ่อคลอ คนเป็นพ่อเห็นบุตรสาวแล้วสงสาร
“เรศขึ้นไปพักข้างบนก่อนเถอะลูก”
พรรณเรศกัดฟันแน่น “ไม่ค่ะพ่อ เรศอยากอยู่กับธัช เราสองคนไม่ได้เจอหน้ากันเกือบอาทิตย์แล้ว เรศไม่อยากแยกจากธัชค่ะ”
คนเป็นพ่อกัดฟันกรอด ที่พูดก็เพื่อช่วย แต่ลูกสาวกลับอยากรับรู้ความจริง เขาไม่อยากให้พรรณเรศต้องเจ็บปวด
“เธออยู่ก็ดีนะพรรณเรศ จะได้รู้เรื่องที่ฉันจะประกาศไปพร้อมกัน”
“พ่อครับ ผมขอร้อง!” ธัชพลร้องบอกสีหน้ากังวล
“ผมมาสู่ขอพิมพ์ให้กับธัชน่ะพิชัย” เขาโพลงออกมาในทันที ไม่ฟังคำทัดท้านของใคร
หญิงสาวชะงักชาไปทั้งร่าง น้ำตาไหลอาบแก้ม ช้อนสายตามองคนรักแววตาตัดพ้อ มือบางกำแน่นกัดฟันจนเลือดไหลซึมออกมา หัวใจแทบแหลกสลาย ลุกยืนใช้มือปิดหู แล้วกรีดร้อง
“ไม่ ไม่จริง! เรศไม่ยอม! ธัชเป็นของเรศ!”
“หยุดนะยัยเรศ!” คนเป็นพ่อรีบปราม
ธัชพลรีบโอบกอดร่างบางไว้ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่รับฟังใครนอกจากกรีดร้อง
“เรศฟังผมก่อน ผมไม่มีวันแต่งงานกับใครนอกจากคุณ!” เขาประกาศกร้าว ทำให้คนเสียใจชะงักหันมอง
“จริงนะคะธัช คุณจะไม่แต่งกับใครใช่ไหม”
“จริง ผมจะแต่งกับคุณคนเดียว” เขายืนยันหนักแน่น
หญิงสาวโผเข้ากอดเขาไว้แน่น ชายหนุ่มเหลือบมองบิดาที่นั่งนิ่ง ไม่ได้สนใจกับท่าทีของเขาและคนรัก พิชัยนิ่งเงียบไม่กล้าปฏิเสธหรือรับปากในเรื่องนี้ เขาผละห่างจากคนรักแล้วหันมาทางบิดา
“เรากลับกันก่อนเถอะครับพ่อ ผมกับพ่อเรามีเรื่องต้องคุยกัน” คราวนี้เขาจะไม่มีวันยอมอีก ต่อให้ต้องหนีไปเขาก็จำต้องทำ ถึงอย่างไรก็ไม่มีวันทิ้งลูกเมียเด็ดขาด
“ได้สิ เรากลับกันก่อน ฉันเองก็มีเรื่องต้องเคลียร์กับแกเหมือนกัน”
เขาหันมาหาคนรักอีกครั้ง “ผมกลับก่อนนะเรศ รอผมนะ ผมจะกลับมา”
“คุณต้องกลับมาหาเรศนะคะธัช”
“ผมจะกลับมาหาคุณพร้อมกับข่าวดีนะครับ”
“ค่ะ”
ธเนศลุกยืน เจ้าของบ้านเดินออกมาส่งแขกตรงหน้าบ้าน สีหน้าพิชัยไม่สู้ดีนัก เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจลูกสาว แต่ทางธเนศคงไม่ยินยอมแน่นอน
“เรื่องที่ฉันขอหนูพิมพ์เป็นอันตกลงตามนี้ก็แล้วกัน”
“แต่ธัชไม่ยอมแต่ง นายไม่เห็นเหรอ”
“ไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะลูกชายฉันมันยังไม่รู้เรื่องของพรรณเรศน่ะสิ”
“นายอย่าทำร้ายจิตใจลูกสาวฉันไปมากกว่านี้เลย!”
“เรื่องนี้จะมีไม่กี่คนที่รู้ ฉันจำเป็นต้องให้ธัชรู้ นายคงเข้าใจนะพิชัย” เขาอธิบาย
พิชัยเงียบไม่ตอบ เพราะเป็นห่วงความรู้สึกบุตรสาวมากกว่าสิ่งใด ธเนศก้าวลงบันได้แล้วเปิดประตูขึ้นนั่ง โดยมีบุตรชายอยู่เบาะหลังก่อนหน้าแล้ว รถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน
ธัชพลลงจากรถเดินนำบิดาไปยังห้องทำงาน สองคนเผชิญหน้ากัน ทว่าท่าทางของผู้เป็นบิดาไม่ได้รู้ร้อนหนาว ชายหนุ่มขบกรามชักสีหน้าไม่พอใจ กับสิ่งที่พ่อทำกับเขาในวันนี้
“พ่อทำแบบนี้ทำไม ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมไม่แต่งงานกับพิมพ์!” เขาถามเสียงกร้าว
เขาดึงลิ้นชัก หยิบซองสีน้ำตาลออกมาแล้วโยนลงตรงหน้าบุตรชาย
“อยากรู้ว่าทำไมก็ดูซะ!”
ธัชพลชะงัก หยิบซองสีน้ำตาลแล้วเปิดออก หยิบเอกสารด้านในออก ในนั้นมีรูปภาพมากมายพร้อมแฟลตไดรฟ์ ดวงตาจ้องมองเบิกกว้างด้วยความไม่เข้าใจ ส่ายศีรษะอย่างไม่เชื่อสายตา นี่มันหมายความว่ายังไงกัน
“ถ้าแกยังอยากดูให้แน่ใจ ก็เปิดดูภาพในแฟลตไดรฟ์นั่นเพื่อพิสูจน์ก็ได้”
มือเขาเริ่มสั่น เหงื่อผุดซึม สิ่งที่วาดฝันมาตลอดแทบพังทลาย ไม่จริงใช่ไหม เขาฝันไปหรือเปล่า
“พ่อโกหก!”
ชายชรากระตุกยิ้มมุมปาก
“ถ้าแกคิดว่าฉันโกหกลองไปถามดาราที่นอนกับเมียแกดูไหมล่ะ หน้าชัดขนาดนี้คงรู้ใช่ไหมว่าหมอนั่นเป็นใคร”
ร่างกายแทบทรงไว้ไม่ไหว เรื่องจริงงั้นเหรอ แล้ว... เด็กในท้องเล่า ลูกใคร เขาจะทำยังไงดี
“แกคงคิดสินะว่าพ่อใจร้ายกับแก ฉันเองเป็นคนมีเหตุผลมากพอ พรรณเรศไมได้มีแกแค่คนเดียว แล้วเด็กในท้องใช่ลูกของแกหรือเปล่า!”
“ผมจะถามเรศให้รู้เรื่อง!”
“ก็ไปถามดูสิ”
ชายหนุ่มขบกรามแน่น “และต่อให้เรศจะมีคนอื่นจริง ผมก็ไม่มีวันแต่งงานกับพิมพ์เด็ดขาด!”
คนเป็นพ่อตวัดสายต่อมอง
“แกอย่าทำให้ฉันเหลืออดดีกว่า”
“ที่พ่อบอกทุกอย่างกับผม ผมรู้ว่าเพราะอะไร พ่อแค่ต้องการให้ผมเลิกยุ่งกับเรศ แล้วยอมแต่งงานตามที่พ่อต้องการ!”
ชายชราขบกรามแน่น แล้วทอดสายตามองบุตรชาย แววตาเยือกเย็น
“ถ้าแกไม่แต่ง ฉันจะปล่อยภาพพวกนี้ลงในอินเตอร์เน็ต ให้ผู้หญิงที่แกรักอับอายไม่มีหน้าออกไปไหนอีก!”
“พ่อ!” เขาตะโกนลั่น น้ำตาคลอ
“ฉันจะให้โอกาสแกครั้งสุดท้าย ถ้าแกไม่แต่งกับพิมพ์ ฉันจะทำให้ผู้หญิงที่แกรักไม่มีที่ยืนคอยดู!”
ร่างสูงสั่นเทา แทบไร้เรี่ยวแรงทรงอยู่ ทำไมเรศต้องทรยศเขาด้วย ทำไมเขาต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก ไม่มีทางเลือกไหนเลยนอกจากต้องยินยอม อย่างไรเขาก็ไม่อยากเห็นคนที่ตัวเองรักต้องเจอกับชะตากรรมอันเลวร้ายกับสังคม
“ทำไมพ่อทำร้ายผมแบบนี้” เขาตัดพ้อ
“ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับแกแล้ว!”
คนเป็นลูกกล้ำกลืนน้ำตาไว้ในอก แล้วเดินออกมาราวกับคนไร้เรี่ยวแรง
เที่ยงคืนพิมพ์จันทร์ทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วถอนหายใจออกมา ก่อนเดินเข้าสู่ด้านในที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟด้านนอกส่องสว่าง เธอมาหยุดยืนหน้าห้องตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าข้างใน วางกระเป๋า เปิดไฟ แล้วปลดกระดุมเสื้อด้วยความเหนื่อยอ่อน สาบเสื้อแยกออกจากกัน ร่างบางหันมาทางเตียงกว้างดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง“คุณธัช!” เธอร้องลั่น รีบดึงสาบเสื้อปกปิดร่างกายตนเองเขายิ้มเย็น แล้วเลิ่กคิ้วมองคนตรงหน้า“ทำไมกลับดึก!”“คุณเข้ามาทำไม ออกไปเลยนะ!” หญิงสาวร้อง สีหน้าซีดเผือด“ผัวเข้าห้องเมียผิดตรงไหน ความจริงเราต้องนอนด้วยกัน ด้วยซ้ำไป” เขาย้อนเจ้าของห้องหวั่นวิตก เธอพยายามรักษาระยะห่าง มือบางกำสาบเสื้อไว้แน่น อย่างไรเสียต้องเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้เสียก่อน“ฉันขอร้องคุณดีๆ คุณธัช ฉันไม่เคยต้องการสร้างปัญหาให้คุณ ต่อให้คุณจะเกลียดฉันแค่ไหน คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้!”เขายิ้มเย็น แล้วหัวเราะในลำคอ“ผมทำอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยพิมพ์!”คนฟังกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด เพราะกลัวจะถูกลวนลามเหมือนที่ผ่านมา“ถ้าอย่างนั้นคุณเข้ามาทำไม ต้องการอะไร!”เขาชะงัก แล้วครุ่นคิด“ผมมีเรื่องอยาก
เขาโน้มกายเข้าหาบดเบียดร่างกับช่วงขาเรียว คนถูกกระทำดวงตาเบิกกว้าง“ปล่อยฉันนะได้ยินไหม ที่นี่มันบริษัทคุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” พิมพ์จันทร์เริ่มกรีดร้อง“ร้องไปเลย ให้คนอื่นเข้ามาเห็นเรา เพราะผมไม่ได้รู้สึกอายเลย!” เขาเข่นเขี้ยว แล้วยิ้มเยาะ เธอรับรู้ในทันทีว่าการกลับมาครั้งนี้ของเขาไม่ใช่เรื่องดีแน่คนสวยเก็บความคับแค้นไว้ในอก ครุ่นคิดว่าตนเองควรเอาตัวรอดอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ไม่ทันได้ตั้งสติ ร่างกายเธอกลับถูกบดเบียดมากขึ้น จนนอนราบไปบนโต๊ะทำงาน กลิ่นโคโลจญ์ไม่คุ้นเคยลอยแตะจมูก หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง“ฉันบอกให้คุณหยุดไม่ได้ยินหรือไงคุณธัช หรือคุณจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยรักพี่สาวฉันมากแค่ไหน!” เมื่อหมดหนทาง เธอเลยเลือกรื้อฟื้นความหลัง เพื่อให้อีกฝ่ายได้ฉุกคิดคนฟังขบกรามกัดฟันกรอด จ้องมองแววตาวาวโรจน์“เธอไม่ควรพูดเรื่องพี่สาวออกมาเลยพิมพ์จันทร์!”“ฉันจำเป็นต้องพูดเพราะมันจะได้ไปกระตุ้นต่อมผิดชอบชั่วดีของคุณไงคะ!” หญิงสาวย้อนแววตาแข็งกร้าว เมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย“ฉันทำผิดตรงไหนอยากจะรู้นัก ฉักกับพี่สาวเธอไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว!”พิมพ์จันทร์ชะงัก เห็นรอยรวดร้าวในดวงตา“ถึงคุณไม่คิดอ
เธอเลือกเมินใส่ แล้วบอกเส้นทางรถแท็กซี่ จนกระทั่งรถจอดเทียบหน้าบริษัท หญิงสาวก้าวลงแล้วเร่งฝีเท้าไปยังห้องประธาน พนักงานต่างจ้องมองสีหน้าตื่นเต้น ระคนแปลกใจกับการปรากฏตัวของเจ้านายคนเก่าซึ่งหายหน้าหายตาไปหลายปีหญิงสาวเปิดห้องทำงานของพ่อสามีแล้วก้าวเข้าด้านใน โดยมีคนตัวใหญ่ตามมาติดๆ เธอหงุดหงิดจนกระทั่งหันหลังกลับมาเพื่อเผชิญหน้า แต่เขากลับก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง เธอชะงักผงะถอยหลังจนแทบล้มดีที่ถูกเขารวบเอวบางเพื่อประคองเอาไว้ มือบางยกขึ้นผลักดันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ แต่ธัชพลกลับไม่พอใจที่ถูกทำเหมือนตัวเชื้อโรค เลยโอบรัดเอวบางกระชากเข้ามาหาตนเองแล้วยิ้มยียวน“นี่คุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ที่ไหน!” เธอร้องบอก สีหน้าตระหนก“ทำไมผมจะไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน”“แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะคุณธัช!”“ก็ผมพอใจ”คนฟังกัดฟันแน่น ตั้งแต่กลับมาทำไมเขาถึงได้ทำตัววุ่นวายกับเธอนัก หรือต้องการกลั่นแกล้งกัน“ปล่อยฉันนะคุณธัช คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” เธอบอกเสียงแข็ง แล้วพยายามขัดขืนดิ้นรนทว่าคนตัวใหญ่กลับไม่ฟังเสียง กอดรัดร่างบางแน่นขึ้นอีก ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งท
รถจอดเทียบหน้าบ้าน พิมพ์จันทร์เดินไปตรงประตู แต่ทว่ามันกลับถูกเปิดออก พร้อมด้วยคนเปิดนั่งลงตรงเบาะหลังเรียบร้อย หญิงสาวชะงักจ้องมองไปยังลูกน้องพ่อสามีด้วยความไม่เข้าใจ“ยืนทำอะไร เข้ามานั่งซะสิ!” ธัชพลตะโกนออกมา พิมพ์จันทร์ขมวดคิ้ว“เอ่อ คุณธัชจะเดินทางไปเยี่ยมท่านกับเราครับ”หญิงสาวกัดริมฝีปากชักสีหน้าไม่พอใจ ตอนแรกทำเป็นไม่สนใจพ่อตัวเอง ทีนี้ดันอยากไปรับขึ้นมาเชียว พิมพ์จันทร์ไม่มีทางเลือก นอกจากหย่อนกายลง เคียงข้างสามีทางนิตินัย รถเคลื่อนออกจากบริเวณบ้าน ระหว่างเส้นทางเขาเหลือบมอง แต่เธอแสร้งดูวิวด้านนอกรถแทน“ไปทำคะแนนเหรอ กลัวพ่อผมไม่ยกสมบัติให้หรือไง” เขาแกล้งเย้าเพื่อทำลายความเงียบเธอหันขวับจ้องมองสีหน้าไม่พอใจ“ทำไมฉันต้องอยากได้สมบัติของท่านด้วย ฉันมีปัญญาหาเอง!”เขายักไหล่ “อ้าว ใครจะรู้ก็ผมเห็นว่าคุณทำงานแทนพ่อ แทนผัว จนได้นั่งตำแหน่งประธานแล้วไม่ใช่เหรอ”“ฉันแค่ทำหน้าที่แทนระหว่างคุณพ่อป่วย ฉันไม่เคยต้องการตำแหน่งประธานเลยสักนิด แล้วอีกอย่างคุณไม่ใช่ผัวฉัน!”“แล้วทะเบียนสมรสที่ลงชื่อคุณด้วย มันไม่ได้บอกว่าผมเป็นผัวหรือไง!”หญิงสาวสะอึกกัดฟันเก็บความฉุนเฉียวเอาไว้ คุณท่านห
พิมพ์จันทร์เดินลงจากรถเมื่อจอดสนิทแล้ว ท่าทางอ่อนแรงทำเอาสุรชัยรู้สึกสงสาร เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอแล้วยิ้มให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ได้เรื่องหรือเปล่าคะ หรือว่าเขาไม่คิดจะกลับมา”“คุณธัชบอกว่าขอคิดดูก่อนครับ”“ใจคอเขาจะไม่กลับมาเจอพ่อตัวเองเลยเหรอ ท่านแย่มากนะคะตอนนี้!” พิมพ์จันทร์ตำหนิด้วยความไม่พอใจ“คุณธัชคงโกรธท่านมาก ที่ทำลายความรักน่ะครับ”คนฟังหน้างอ “พิมพ์เองก็ถูกกระทำเหมือนกัน พิมพ์ยังไม่โกรธพ่อตัวเองเท่าเขาเลยค่ะ” เธอประชดสุรชัยหัวเราะออกมา แล้วระบายลมหายใจ“ผมคิดว่าคุณธัชคงกลับมาแน่นอนครับ เพียงแต่ไว้ฟอร์มเท่านั้นเอง”“พิมพ์ขอให้เขากลับมาเร็วๆ เถอะค่ะ พิมพ์มีเรื่องอยากตกลงกับเขาสักหน่อย”พูดเรื่องนี้ออกมาสุรชัยได้แต่ยิ้มเจือนๆ เพราะรู้ว่าทางนั้นคงอยากแก้แค้น ตอนนี้เขาควรหาเรื่องอื่นมาพูดคุยกันให้หลงลืมเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่า“คุณพิมพ์จะไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”“ฉันจะไปเฝ้าคุณพ่อค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นผมขับรถไปให้ดีกว่านะครับ ผมเองก็จะไปเฝ้าคุณท่านอยู่เหมือนกัน”เธอคลี่ยิ้มบางๆ ตอนนี้อยากพักผ่อน แต่เพราะหน้าที่เลยจำต้องทำ แท้จริงแล้วเขาต่างหากที่ควรทำหน้าที่ของลูก“ขอบคุณมากเลยค่ะ เดี๋ยว
ตีสอง...เสียงเคาะประตูทำเอาเจ้าของห้องสะดุ้ง รีบรุดมาเปิด เห็นสาวใช้กำลังยืนสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทางราวกับเจอเรื่องหนักหนาอะไรมา“มีอะไรคะป้าสมศรี!” หญิงสาวร้องถาม“คุณท่านค่ะ คุณท่านไม่รู้เป็นอะไร สมศรีเรียกมาทานยาแต่ท่านก็ไม่ยอมตอบ!”พิมพ์จันทร์รีบวิ่งไปยังห้องของพ่อสามีทันที เปิดประตูออก เห็นท่านกำลังนอนหอบหายใจไม่รู้สึกตัว“ป้าสมศรีให้น้าพินิจเอารถออกเร็วเข้า!”“ได้ค่ะ” สมศรีรับคำแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างสุรชัยเดินเข้ามา “ให้ผมแบกท่านลงไปดีกว่าครับ”“ค่ะ”รถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน พิมพ์จันทร์เฝ้าดูแลพ่อสามีอย่างดีจนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลพาธเนศเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน เธอเลยต้องนั่งรอด้านนอกอย่างกังวล หวังว่าคงไม่เป็นอะไร ไม่เช่นนั้นเธอคงเคว้งคว้างและไม่รู้ควรเดินไปทางไหน ระยะเวลาสี่ปีที่อยู่ดูแลกันมา เธอรู้สึกเหมือนเขาเป็นพ่อคนหนึ่งไปแล้วหนึ่งชั่วโมงถัดมา หมอเจ้าของไข้เดินออกมาด้านนอก พิมพ์จันทร์รีบเดินไปหาสีหน้ากังวล“ไม่ทราบว่าคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังต้องเฝ้าดูอาหาร ตอนนี้อาการของคุณธเนศไม่สู้ดีนัก อาจทรุดลงอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หมอจะพยายามเต็มท







