LOGINแก้วน้ำสีอำพันถูกวางตรงหน้าชายหนุ่ม เขายกแล้วชนกับอีกฝ่าย ต่างคนต่างพูดคุยกันอย่างสนิทสนม เธอต้องการลืมเรื่องราวอันเจ็บปวดให้หมด ขอแค่เพียงความสบายใจชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
วอดก้าแก้วที่สามถูกกระดกดื่ม คนดื่มเริ่มสติพร่าเลือน มองภาพรอบกายพร่ามัว ร่างกายแทบทรงไม่อยู่ จนฟุบหน้ากับบาร์ พลรบชะงักแล้วจับไล่มนเขย่าเบาๆ
“คุณเรศครับ” เขาร้องเรียก “ได้ยินผมไหม”
“คุณพล ฉันดื่มไม่ไหวแล้วค่ะ” เธอบอกเสียงเบา แล้วเอียงหน้ามามอง ผิวแก้มกำลังแดงปลั่ง
“ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ฉันไม่อยากกลับบ้าน ขอฉันนอนที่นี่สักครู่นะคะ”
พลรบระบายลมหายใจ “ไม่ได้หรอกนะครับ เดี๋ยวเขาต้องปิดร้านกัน”
“ฉันขอนอนก่อนนะคะ” เธอฟุบหน้าลงตามเดิม
ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ แล้วตรงเข้าช้อนร่างบาวไว้ในอ้อมแขน พรรณเรศตระหนกตกใจโอบรอบคอเขาไว้มั่น สีหน้าตื่นตระหนก
“ทำอะไรคะคุณพล!” เธอร้องถาม
“พาคุณออกไปจากที่นี่ไงครับ”
“แต่ฉันยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้นี่คะ” พรรณเรศบอกเสียงสั่น น้ำตาเอ่อคลอ
“ไปพักที่ห้องผมก่อนก็ได้”
หญิงสาวชะงัก แต่ทว่าหัวสมองกลับมึนงงสับสน เพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ เธอไม่ได้เอ่ยคำใดนอกจากซบหน้ากับอกกว้างเท่านั้น คนเมาถูกวางไว้ตรงเบาะหน้า พลรบคาดเข็มขัดให้เรียบร้อย แล้วขับเคลื่อนรถออกจากบริเวณนั้น ดวงตาคมจ้องมองไปยังเธอบ่อยครั้ง เห็นกำลังหลับพริ้ม
แปลกใจ... ที่โอกาสมาหาเขาอย่างง่ายดายเช่นนี้
รถจอดตรงลานกว้าง พลรบเปิดประตูฝั่งคนนั่งแล้วค่อยๆ พยุงร่างบางออกมา คนเมาโซเซจนเขาต้องคอยประคองไม่ห่าง จนกระทั่งสองคนมาถึงห้องพัก เขารูดคีย์การ์ดดันประตูให้เปิด แล้วแทรกกายเข้าด้านใน เมื่อเห็นคนเมาไม่ได้สติเลยช้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขน มาถึงห้องนอนแล้ววางร่างนั้นบนเตียง แต่ทว่าคนเมากลับโอบรัดรอบคอแน่นไม่ยอมปล่อย
“เรศ.. คุณกำลังเมามากนะ” เขาพยายามเตือน
พรรณเรศกอดรับอีกฝ่ายไว้แน่น เผยอริมฝีปากแล้วจ้องมองเขาส่งสายตาพร้อมรอยยิ้มยั่วยวน
“ฉันคิดถึงคุณมากนะคะ” เธอเพ้อออกมา แล้วรั้งใบหน้าอีกฝ่ายให้เข้ามาหา
สำหรับพลรบแล้ว นี่เป็นโอกาสเดียวที่เขามี หากเธอต้องการให้ทำอะไรเขายินดี ริมฝีปากหนาถูกแนบชิดอย่างรวดเร็ว เลือดในกายชายหนุ่มร้อนฉ่า โน้มกายเข้าหาร่างบางมอบจุมพิตดูดดื่มเร่าร้อน พรรณเรศลืมสิ้นทุกสิ่ง เวลานี้เธอมีความสุข ไม่รับรู้สิ่งใด สติเลือนหาย ร่างกายโปร่งเบาราวกับอยู่บนปุยเมฆ ทำไมถึงรู้สึกดีได้ขนาดนี้
สัดส่วนงดงามถูกลูบไล้ กายสาวบิดเร้าไปตามแรงปรนเปรอ ร่างกายเธอกำลังร้อนขึ้นทุกขณะ ริมฝีปากบางกัดกันแน่นเพื่อลดทอนความเสียวซ่านภายใน เขาเลื่อนไล้ริมฝีปากไปตามเนื้อนวลก่อนปลดเสื้อผ้าออกจากร่างงาม จนเหลือชิ้นส่วนติดกายเพียงแค่สองชิ้น เสียงหอบหายใจหนักดังฟังชัด พลรบดวงตาทอประกาย ก้มลงกดจุมพิตตรงเนินอกอวบด้วยความกระหาย
“อ๊ะ!” เธอเผลอร้องคราง
แล้วโอบรัดร่างหนาไว้แนบแน่น ราวกับไม่ต้องการหนีหายไปไหน
“คุณสวยเหลือเกินเรศ...” เขาเพ้อออกมา
พลรบสำรวจทุกสัดส่วน แล้วค่อยๆ ปลดเปลื้องสองชิ้นส่วนสุดท้ายออก ดวงตาคมเบิกกว้างมองอย่าชื่นชม แล้วรีบโน้มกายลงฉกชิมทรวงงามอย่างหื่นกระหาย
“อืม...” คนใต้ร่างครางแผ่วในลำคอด้วยความพึงพอใจ
มือหนาลูบไล้ บีบเคล้นอย่างจงใจ สำรวจเนื้ออณูรับรู้ว่าเธอพรั่งพร้อมสำหรับเขาแล้ว ชายหนุ่มไม่รอช้าสลัดอาภรณ์ออกจากเรือนกายแล้วทาบทับเข้าหา
เรียวเล็บจิกลงบนแผ่นหลัง เมื่อสองร่างสอดผสาน จังหวะเคลื่อนกายทำเอาเธอแทบคลั่ง กัดริมฝีปากไว้แน่น แรงปรารถนาพุ่งทะยาน เธอไม่อาจอดทนต่อความต้องการ ปล่อยใจและกายให้เป็นไปตามครรลองของธรรมชาติ เมื่อใกล้ถึงฝั่งฝันฝ่ายรุกเริ่มเดินเกมหนัก จังหวะหนักหน่วงถูกซัดเข้าหาอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งซุกซบใบหน้าลงกับทรวงงามหอบหายใจด้วยความอิ่มเอม
แสงลอดหน้าต่างเข้ามา ร่างบางขยับกายค่อยๆ เปิดเปลือกตา มือยกกุมขมับเพราะรู้สึกปวดขึ้นมา ไม่นานเท่าใดนักสติสัมปชัญญะกลับคืน เธอดีดตัวขึ้นนั่งกวาดตามองรอบๆ แล้วหยุดที่ใบหน้าชายหนุ่มซึ่งกำลังหลับใหล
นี่มันอะไรกัน! เธอทำอะไรลงไป!
พรรณเรศรีบหอบเสื้อผ้าตนเองที่ตกเกลื่อนตามพื้น พาร่างกายอ่อนแรงเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว หญิงสาวยืนมองตนเองในกระจก ความรู้สึกมันยังชัดเจน เมื่อคืนเธอกับพลรบเกินเลยกันไปถึงไหน น้ำตาไหลรินออกมารีบยกมืดปาดมันออก เธอทำผิดกับธัช เรื่องนี้จะต้องไม่มีใครรู้มันต้องเป็นความลับตลอดไป
ประตูห้องน้ำเปิดออก หญิงสาวชะงักจ้องมองคนตัวใหญ่ยืนกอดอกส่งสายตามาหา พรรณเรศเม้มริมฝีปาก แล้วออกจากห้องของเขา เห็นกระเป๋าสะพายตัวเองอยู่บนโต๊ะเลยหยิบมาเดินไปยังหน้าประตู แต่เรียวแขนกลับถูกคว้าไว้
“จะไม่พูดอะไรกับผมสักคำเลยเหรอ!” เขาถามสีหน้าไม่พอใจ
พรรณเรศเบี่ยงกายหนี แต่อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย
“จะให้ฉันพูดอะไร!”
“เรื่องระหว่างเราไง เมื่อคืน!”
ริมฝีปากถูกกัดแน่น เธอตวัดสายตามองเขาสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา!”
คิ้วเข้มขมวด ขบกรามแน่นสีหน้าไม่พอใจ
“ผมเพิ่งรู้นะว่าคุณนอนกับใครง่ายๆ แบบนี้” เขาเยาะ แล้วสบตา
มือบางสั่นเทา พยายามควบคุมอารมณ์อ่อนไหวของตนเอง เพราะความเสียใจทำให้เธอพลาดไป ถ้าหากธัชรู้เรื่องคงต้องรังเกียจเธอแน่
“แล้วแต่คุณจะคิด!” หญิงสาวสะบัดเรียวแขนเพื่อหนี อยากออกไปที่นี่แล้วจบทุกอย่างเอาไว้ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย “ปล่อยฉันนะ!”
“ไม่ปล่อย!”
“นี่คุณต้องการอะไร เรื่องที่มันเกิดขึ้น เราทั้งสองคนต่างเมาด้วยกันทั้งคู่ คุณควรหยุดแค่นี้ดีกว่าไหม!” หญิงสาวเตือน แววตาไม่พอใจ
พลรบยืนนิ่ง “แล้วถ้าผมไม่หยุดล่ะ”
คิ้วบางขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากเม้มแน่น
“นี่คุณอย่าบอกนะว่าคุณรักฉัน พลรบดาราเจ้าเสน่ห์คนนั้นกำลังหลงรักคนอย่างฉันนะเหรอ!” เธอแกล้งประชดเพื่อให้อีกฝ่ายปล่อย แต่เขากลับไม่หวั่นไหวกับคำพูดแม้แต่น้อย
คนถูกเย้ยกระตุกยิ้มมุมปาก รู้ดีว่าเธอกำลังคิดอะไร คงต้องการให้เขาปล่อย คนอย่างพลรบไม่เคยกลัวเสียหน้า แต่กลัวเสียโอกาสสำคัญมากกว่า
“ถ้าผมตอบว่าใช่ แล้วคุณจะว่ายังไง”
แม้เวลาล่วงเลยไป แต่การเสียสกายไป ทำให้ครอบครัวเจ็บปวดมากเหลือเกิน เด็กไม่มีความผิดเลย ถ้าจะผิด ก็คงเพราะเกิดมาเป็นลูกของพี่สาวเธอ“คุณธัชคะ ฉันปวดท้อง”คนถูกปลุกลุกพรึบ“ปวดแบบไหนเหรอพิมพ์ ปวดมากไหม”“ปวดบีบ ๆ น่ะค่ะ เหมือนจะคลอด”“งั้นเราไปโรงพยาบาลกันครับ!”พิมพ์จันทร์ถูกพาตัวเข้าห้องคลอดทันที เพราะปากมดลูกเปิดเกือบสิบเซ็นแล้ว ว่าที่คุณพ่อเดินกระวนกระวายหน้าห้องคลอด จนกระทั่งพยาบาลมาตาม ชั่วโมงกว่าทุกคนพากันออกมาด้านนอก ธัชพลเข็นเตียงเฝ้าภรรยาไม่ห่าง พอถึงห้องพักฟื้น วีดีโอคอลหาปู่ของหลานทันที ธเนศมองหน้าหลานชาย แล้วยิ้มกว้าง ในที่สุดความหวังของเขาก็เป็นจริงเสียทีผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ อาการธเนศดีขึ้น เริ่มลุกนั่งได้ เชื้อมะเร็งไม่ได้ลุกลาม แต่สภาพร่างกายไม่ค่อยดีนัก เพราะถูกกินไปมาก พิมพ์จันทร์อุ้มลูกน้อยในอ้อมแขน พาไปยังรถเพื่อเยี่ยมตา ถึงบ้านซึ่งเคยอาศัยอยู่แต่ก่อน พิชัยในสภาพร่วงโรยตามกาลเวลา ออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เห็นหน้าหลานแล้วน้ำตาซึมออกมา“พ่อคะ เป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อสบายดีพิมพ์”“ถ้าพ่อเหงา พ่อไปอยู่กับพิมพ์ดีไหมคะ” เธอเอ่ยถาม ด้วยความห่วงใย“คงไม่ดีหรอกมั้งลูก”“ไม่ดีได้
แพทย์ทำการผ่าตัด ออกจากห้อง หลังผ่านไปหกชั่วโมง ท่าทางทุกคนเหนื่อยอ่อน พลรบรีบตรงเข้าหาหมอ สีหน้ากังวล เวลานานขนาดนี้ อาการลูกชายหนักหนาสาหัสแค่ไหนกันแน่ หมอมองดูญาติผู้ป่วยแววตาหม่น เพราะไม่ได้รัดเข็มขัด ทำให้อาการของเด็กหนักมาก“หมอครับ ลูกชายผมเป็นยังไงบ้างครับ” เขาถามน้ำเสียงสั่นเครือหมอส่ายหน้า “หมอพยายามเต็มที่แล้วครับ แต่น้องทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตแล้วครับ”เหมือนฟ้าถล่มลงมา พลรบทรุดกายลงกองกับพื้น พิชัยจับหน้าอกแน่น เหมือนตัวเองกำลังจะตายเสียให้ได้ ชายชราหล่นจากเก้าอี้ในทันที เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรีบเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วนพรรณเรศกัดริมฝีปากแน่น ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เดินเข้ามาในห้องเพื่อตรวจอาการ อยากรู้ว่าลูกชายเป็นอย่างไรบ้าง หน้าห้องมีแต่ตำรวจเฝ้าเต็มไปหมด“หมอคะ ฉันอยากรู้ว่าลูกฉันเป็นยังไงบ้าง” เธอถาม หมอสบตาแววตาแข็งขึ้น ข่าวดังในโรงพยาบาล ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของเด็ก ช่างน่าสงสารนัก“ถามทำไมคะ คุณเป็นแม่ของเด็ก แต่คุณกลับขับรถคิดฆ่าคนอื่น ทั้งที่ลูกตัวเองไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย คุณคิดไหมว่า น้องจะได้รับอันตรายมากแค่ไหน!”คนฟังสะอึก “ฉันถามคุณหมอก็ตอ
“ได้ครับ ผมอนุญาต”เสียงฝีเท้าดัง พลรบตรงเข้าหา สีหน้าตื่นตระหนก“พ่อครับ!”“พล”“สกายเป็นไงบ้างครับพ่อ มันเกิดอะไรขึ้น!” เขาถามเสียงเครียด“พ่อไม่รู้เลย เรศเองก็เจ็บตัวไม่น้อย สกายเกิดอุบัติเหตุพร้อมเรศ อาการสกายค่อนข้างหนัก หมอยังไม่ออกมาบอกอะไรพ่อเลย”คนเป็นพ่อเดินวน ยกมือกุมขมับ หัวใจเหมือนกำลังถูกควักออกมา น้ำตาค่อยเอ่อ มันสุดกลั้น เขาจะทำเช่นไร หากสกายเป็นอะไรไป มันทำใจไม่ได้หรอก ตำรวจสาวเท้ามาหา พลรบจ้องมองสีหน้าสับสน เช่นเดียวกับพิชัย“สวัสดีครับ”“ครับ” พลรบตอบรับ“พอดีผมมาสืบสวนเรื่องอุบัติเหตุที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้นำคลิปอุบัติเหตุให้ผมดูแล้ว ตอนนี้คุณพรรณเรศเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้นะครับ”“อะไรนะครับ!” พิชัยร้องลั่น “ผมไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกสาวผมถึงเป็นผู้ต้องหาได้!”“เพราะคุณพรรณเรศ จงใจขับรถชนคุณพิมพ์จันทร์กับสามีครับ”ไม้เท้าในมือพิชัยร่วงหล่นกับพื้น ไม่รู้เลยว่าลูกสาว ทำเลวทำชั่ว ถึงขนาดแก้แค้นโดยไม่ห่วงชีวิตลูกตัวเอง“ผมไม่รู้เรื่องนี้เลย ไม่รู้ว่าลูกสาวผม จะทำเลวแบบนี้!” น้ำเสียงคนเป็นพ่อสั่นเครือ น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม“ผมจำเป็นต้องแจ้งไว้น่ะ
เดือนต่อมา งานแต่งถูกจัดขึ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวหลังจากทำพิธีเรียบร้อย ต่างนั่งพักบนเตียงในห้องหอ ธัชพลกุมมือภรรยาไว้แน่น ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา“ฉันมีอะไรเซอร์ไพรส์คุณด้วยค่ะ”คนฟังชะงัก สีหน้าแปลกใจ“อะไรเหรอครับ”เธอลุกจากเตียง แล้วเดินไปตู้เสื้อผ้า หยิบแผ่นกระดาษในกระเป๋าออกมา แล้วยื่นให้สามี เขารับมาแล้วเปิดดูด้านใน ดวงตาเบิกกว้าง“คุณท้องเหรอพิมพ์!” เขาตะโกนลั่น กระโดดโลดเต้นด้วยความสุข“ค่ะ ท้องได้สองเดือนแล้ว”ชายหนุ่มครุ่นคิด “หรือว่า ครั้งนั้น”เธอพยักหน้า “น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ”“ผมไม่นึกเลยว่า น้ำยาผมมันดีขนาดนี้ ครั้งเดียวติดเลย”มือตีเข้าแขนแผ่วเบา “พูดอะไรออกมาคะ น่าอาย”ชายหนุ่มรั้งร่างบางมากอดไว้แนบกาย สูดกลิ่นหอมของผมนุ่ม ไม่คาดคิดมาก่อนเลย ตอนนี้พิมพ์ท้องแล้ว ครอบครัวกำลังจะสมบูรณ์ไปอีกขั้น หากพ่อรู้เรื่องนี้ คงดีใจมากเลยรุ่งเช้า สองร่างเดินลงบันได โดยมีเขาประคองไม่ห่าง พอถึงห้องอาหาร ป้านวลผ่องแม่บ้านเข้ามาดูแล“พ่อไปไหนเหรอครับ ยังไม่ตื่นเหรอ” เขาถาม แล้วมองหา“คุณท่านอาการไม่ค่อยดีค่ะ เมื่อคืนคุณสุรชัยพาไปหาหมอ”“อะไรนะ!” ธัชพลลุกยืนสีหน้าตระหนก หยิบมือถื
น้ำตาคนฟังไหลรินออกมา “เรศออกมา เรศก็อยากใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป แต่มันกลับทำไม่ได้เลย ผู้คนเอาแต่นินทาว่าร้ายเรศ เปรียบเทียบกับพิมพ์ตลอดเวลา เรศแค่อยากให้รู้ว่า ต่อให้พิมพ์อยู่สูงแค่ไหน แต่ผู้ชายของพิมพ์ ก็ยังมองคนต่ำ ๆ อย่างเรศเลย!”“แล้วคุณทำไหมเรศ คุณได้ทำผิดหรือเปล่า สิ่งที่คุณทำ ไม่มีใครไม่รู้ คนพวกนั้นย่อมมองคุณเป็นธรรมดา แต่พอเวลาผ่านไป เชื่อผมสิ ทุกคนจะลืมมัน ไม่ได้สนใจมันอีก ถ้าคุณอดทน!”“ใครมันจะทน ที่ทำงานคุณ ก็นินทาเรศเหมือนกัน ทุกคนมองเรศเป็นคนขี้คุก ผู้หญิงไร้ยางอาย หน้าด้าน!”“ทำไมคุณถึงแคร์คนพวกนั้น มากกว่าแคร์คนที่รักคุณกันเรศ!” ชายหนุ่มตัดพ้อเสียงสั่น ตนเองทุ่มเทให้ถึงขนาดนี้ กลับไม่เห็นค่า มองแต่คนอื่นที่เขาไม่เคยสนใจเธอเงียบไป เมื่อเห็นแววตา พลรบดูแลเอาใจใส่มาตลอด ตั้งแต่ออกจากคุก มีเขาแค่คนเดียวที่คอยถามไถ่ ห่วงใยเสมอ ทว่าหัวใจ มันกลับไม่ยอมฟังเอาเสียเลย มันทรมาน เจ็บแค้น ไม่อาจปล่อยวาง เวลาเห็นน้องสาวต่างสายเลือดมีความสุข ข้างในมันเดือดขึ้นมา อย่างทำให้สองคนนั้นพินาศลงด้วยมือตัวเอง“เรศเข้าใจที่คุณพูด แต่มันทำไม่ได้”เขาสูดลมหายใจเข้าปอด หรือต้องปล่อยไปจริง ๆ“ท
“พวกแกเสือกอะไรด้วย นี่มันเรื่องของฉัน!”“รู้ทั้งรู้ว่าคุณธัชกำลังจะแต่งงานกับคุณพิมพ์ ยังหน้าด้านมายุ่งกับเขาอีก!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากคนนอก“แล้วพวกแกมายุ่งอะไรด้วย!”พิมพ์จันทร์ทอดสายตามอง แววตาว่างเปล่า พรรณเรศดิ้นรนจนกระทั่งสบตาน้องสาว กัดริมฝีปากแน่น แววตาคู่นั้นแสนเกลียด มันทำให้รู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า พิมพ์กำลังดูถูกเธอ ดั่งของไร้ค่า“ลากตัวออกไป แล้วห้ามผู้หญิงคนนี้เข้ามาที่นี่อีก!”“ครับ” พนักงานรับคำ แล้วพาตัวพรรณเรศออกไปพรรณเรศมองน้องสาวแววตาอาฆาต จะทำให้ยังไงให้ธัชพลติดกับดัก เธออยากให้สองคนพินาศไปด้วยกัน ในเมื่อเธอไม่มีความหวัง ทั้งหน้าที่การงาน คนรัก ก็อยากจัดการคนที่มันทำให้เธอ ต้องอยู่ในสถานะนี้ ล้มลงด้วยกันตุบ!ถูกเหวี่ยงไว้ด้านนอกตึก พรรณเรศลุกยืนปัดเสื้อผ้า กระทืบเท้าสีหน้าไม่พอใจ รอบกายเริ่มมีคนมามุงดู พร้อมถือโทรศัพท์ถ่ายวีดีโอ พรรณเรศหันเผชิญหน้า“มามุงอะไรกัน ไปให้พ้น!” เธอตวาดไล่“มาดูคนหน้าด้านไร้ยางอาย คนอะไรเข้าคุกมาแล้ว แทนที่จะกลับตัวได้ ดันคิดแย่งสามีน้องสาวอีก ทั้งที่น้องสาวช่วยเหลือ!” หนึ่งในไทยมุงต่อว่า“พวกแกไม่รู้เรื่อง ก็อย่ามาเสือก!”“คนดีกับคนไม่ด
คำขู่ทำเอาคนถูกขู่จนลุกวาบ พยายามเก็บอารมณ์โกรธแค้นไว้ภายใน เรื่องทุกอย่างที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะตาแก่อย่างธเนศคนเดียว ที่ทำให้เธอต้องท้องไม่มีพ่อ“แกกลับไปเดี๋ยวนี้!” คนเป็นพ่อบอกธเนศเหลือบมองไปยังบอดี้การ์ด “นิรุตต์” เขาเรียกชื่อ“ครับคุณธเนศ”“พาตัวผู้หญิงคนนี้ออกไปจากงาน แล้วให้คนไปส่งที่บ้านใ
รถจอดลง ร่างสูงเปิดประตูเดินเข้าด้านในราวกับคนไร้เรี่ยวแรง จุดหมายคือห้องของบิดา ธัชพลยืนมองประตูไม้สักอย่างดี กลืนน้ำลายลงคอ เก็บกดความทรมานไว้ภายในก๊อก ก๊อกเขาเคาะประตู แล้วรอ“เข้ามาได้” เสียงตะโกนจากด้านในชายหนุ่มแง้มประตู แล้วหยุดยืนตรงหน้า เห็นพ่อกำลังดูรายการโทรทัศน์ท่าทางอารมณ์ดี ธเนศเหล
พิมพ์จันทร์หลับตาแล้วระบายลมหายใจ อยากแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่ในตอนนี้“พ่อก็แค่ปฏิเสธ พ่อน่าจะรู้ว่าพิมพ์ไม่มีวันแต่งงานกับนายธัชพล” พิมพ์จันทร์เอ่ยแทรกพรรณเรศตวัดสายตามองน้องสาว“พิมพ์มันพูดถูก พ่อก็แค่ปฏิเสธไม่ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้!”“ถ้าฉันปฏิเสธมันจะเอาเรื่องแกไปแฉ แกจะเอาแบบนั้นไหม!” คนเป็นพ่
พิมพ์จันทร์มองมือถือแล้วระบายลมหายใจ ตัดสินใจกดตัดสายแล้วเอนกายลงนอน เธอไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วเพื่อตัดปัญหายุ่งยาก ต่อให้การหนีไม่ใช่ทางออก แต่ตอนนี้เธอไม่พร้อมแก้ปัญหาอะไรทั้งนั้น เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นความเอาแต่ใจของผู้ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของเธอเลยแม้แต่น้อยเธอปิดเปลือกตาลง กลับเห็นใบหน้าขอ







