Se connecterคนถูกย้อนชะงัก สีหน้าเครียดขึ้นทันที พยายามบิดเรียวแขนให้พ้นการเกาะกุม
“อย่ามาล้อเล่นกับฉันนะ!”
“เรื่องเมื่อคืนเราไม่ได้ล้อเล่น คุณกับผมเรานอนด้วยกันจริง!”
ผิวแก้มคนฟังแดงจัด เรื่องนี้จะถูกแพร่งพรายไม่ได้เด็ดขาด ลำพังพ่อคนรักก็เกลียดเธออยู่แล้ว ถ้าเกิดเรื่องนี้แดงขึ้นมา ตาแก่นั้นคงเป่าหูธัชให้เลิกรากับเธอแน่ คนสวยเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายแววตาจริงจัง ต้องจบทุกอย่างตรงนี้
“ฟังนะคุณพลรบ ฉันมีคนรักแล้ว และฉันก็รักเขามาก เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ คุณเข้าใจหรือยัง!”
“ลูกชายของเศรษฐีใหญ่ธเนศนะเหรอ หนุ่มเนื้อหอมสาวๆ รุมตอม คุณก็คงเป็นหนึ่งในนั้นสินะ” เขาเยาะ
คนถูกเยาะตวัดสายตามอง “ฉันไม่เหมือนคนอื่น ธัชยกย่องฉัน!”
“ยกย่องทำไมป่านนี้คุณถึงไม่ได้ออกหน้าออกตาว่าเป็นว่าที่สะใภ้ของตระกูลกันเล่า” พลรบหัวเราะในลำคอ ทำเอาคนฟังไม่สบอารมณ์
หญิงสาวกัดฟันแน่น เก็บความเจ็บช้ำไว้ในอก
“จะยกย่องหรือไม่ มันก็เป็นเรื่องของฉัน คุณไม่เกี่ยว ปล่อยฉันได้แล้ว!”
เขายอมปล่อยเรียวแขนเป็นอิสระ อย่างไรเสียพรรณเรศไม่มีทางพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้แน่ ตระกูลจีรวัตรสถิตย์ใช่จะยอมรับสะใภ้ง่ายๆ คนอย่างพรรณเรศไม่เหมาะกับตระกูลนี้หรอก
ประตูเปิดออก ร่างบางหันกลับมาสบตาเจ้าของห้อง
“กรุณาอย่าทำให้ฉันเดือดร้อน คุณคงเชื่อใจได้ใช่ไหมคุณพลรบ!”
เขากระตุกยิ้มมุมปาก “คนอย่างผมเชื่อใจได้แน่นอน ถ้าผมรับปากใครแล้วผมทำตามคำพูดไม่เคยบิดพลิ้ว”
“ดีแล้ว”
“แต่ผมไม่ได้รับปากอะไรคุณนะเรศ”
พรรณเรศชะงักกัดฟันแน่น
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ!”
เขากอดอกเอียงคอมอง “ก็ถ้าคุณว่านอนสอนง่าย เรื่องนี้ไม่แพร่งพรายแน่นอน”
“หมายความว่ายังไง”
“เวลาผมอยากให้คุณมาหา ก็แวะมาหน่อย เท่านั้นเอง” พลรบยักไหล่
คนสวยกำมือแน่น เก็บอารมณ์ไม่ให้อาละวาดออกมา
“มันจะไม่มีอีกแล้ว ฉันไม่มีวันทำตามคำพูดคนอย่างคุณ!”
“ก็แล้วแต่”
หญิงสาวเดินหันหลังกระแทกส้นเท้าออกไป ในใจหวั่นไหวและหวาดกลัว อย่าให้เรื่องนี้รู้ไปถึงหูธัชพลเลย
ซองสีน้ำตาลถูกวางตรงหน้า ชายชราหยิบมาแล้วเปิดด้านใน ก่อนกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความยินดี ไม่คิดว่าแผนการนี้จะสำเร็จด้วยดี เสียงประตูเปิดเข้ามาในห้อง ธัชพลกัดฟันแน่นสีหน้าเกรี้ยวกราดจ้องมองบิดาด้วยความเจ็บปวด
“เรศหายไปไหน พ่อทำอะไรเรสหรือเปล่า!” เขาถามลั่น สีหน้ากังวล
ชายชราหรี่ตามอง สีหน้าไม่พอใจ
“นี่แกหลงผู้หญิง จนสติแตกไปแล้วหรือไง ถึงได้มาอาละวาดกับพ่อแกแบบนี้!”
เขาไม่รู้จะทำยังไง ไปตามหาที่คอนโดก็ไม่เจอ เรศเตลิดหนีหายไปไหนกันแน่ โทรหาก็ไม่รับสาย ติดต่อไม่ได้ทั้งคืน เข้าอีกวันก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ ป่านนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง
“ผมไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยพ่อ” เขากัดฟันเข่นเขี้ยว “แต่เรศหายไปผมติดต่อไม่ได้เลย พ่อไม่เข้าใจหรือไงว่าในท้องเรศเป็นลูกของผม ถ้าเรศเป็นอะไรไปผมจะทำยังไง!”
ชายชรามองลูกชายสีหน้าเย็นชา มีอะไรมารับประกันได้ว่าเด็กในท้องคือหลานของเขา เพราะสุดท้ายแล้ว พรรณเรศก็ไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่น
“แกมั่นใจเหรอว่าพรรณเรศมีแกแค่คนเดียว”
“ผมมั่นใจ!”
“อะไรที่ทำให้แกมั่นใจในตัวผู้หญิงอย่างพรรณเรศ แกอย่าลืมนะธัช ว่าพรรณเรศเป็นดาราต้องพบผู้ชายมากหน้าหลายตา”
“เพราะเรศรักผมไงพ่อ และเรศก็รู้ว่าถ้านอกใจจผมเมื่อไหร่ ผมไม่มีวันยอมแน่!”
คนเป็นพ่อหัวเราะในลำคอ แล้วช้อนสายตามองบุตรชาย
“ถ้าอย่างนั้นแกรอดูก็แล้วกัน ฉันจะทำให้แกตาสว่างเอง!”
ธัชพลขบกรามแน่น จ้องมองบิดาอีกครั้งแล้วหุนหันออกจากห้อง คนเป็นพ่อระบายลมหายใจ แล้วหยิบรูปถ่ายในซองสีน้ำตาลออกมาดูอีกครั้ง คราวนี้ตาเฒ่าอย่างพิชัย คงไม่กล้าปฏิเสธคำขอของเขาเป็นแน่
เที่ยงคืนพิมพ์จันทร์ทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วถอนหายใจออกมา ก่อนเดินเข้าสู่ด้านในที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟด้านนอกส่องสว่าง เธอมาหยุดยืนหน้าห้องตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าข้างใน วางกระเป๋า เปิดไฟ แล้วปลดกระดุมเสื้อด้วยความเหนื่อยอ่อน สาบเสื้อแยกออกจากกัน ร่างบางหันมาทางเตียงกว้างดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง“คุณธัช!” เธอร้องลั่น รีบดึงสาบเสื้อปกปิดร่างกายตนเองเขายิ้มเย็น แล้วเลิ่กคิ้วมองคนตรงหน้า“ทำไมกลับดึก!”“คุณเข้ามาทำไม ออกไปเลยนะ!” หญิงสาวร้อง สีหน้าซีดเผือด“ผัวเข้าห้องเมียผิดตรงไหน ความจริงเราต้องนอนด้วยกัน ด้วยซ้ำไป” เขาย้อนเจ้าของห้องหวั่นวิตก เธอพยายามรักษาระยะห่าง มือบางกำสาบเสื้อไว้แน่น อย่างไรเสียต้องเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้เสียก่อน“ฉันขอร้องคุณดีๆ คุณธัช ฉันไม่เคยต้องการสร้างปัญหาให้คุณ ต่อให้คุณจะเกลียดฉันแค่ไหน คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้!”เขายิ้มเย็น แล้วหัวเราะในลำคอ“ผมทำอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยพิมพ์!”คนฟังกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด เพราะกลัวจะถูกลวนลามเหมือนที่ผ่านมา“ถ้าอย่างนั้นคุณเข้ามาทำไม ต้องการอะไร!”เขาชะงัก แล้วครุ่นคิด“ผมมีเรื่องอยาก
เขาโน้มกายเข้าหาบดเบียดร่างกับช่วงขาเรียว คนถูกกระทำดวงตาเบิกกว้าง“ปล่อยฉันนะได้ยินไหม ที่นี่มันบริษัทคุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” พิมพ์จันทร์เริ่มกรีดร้อง“ร้องไปเลย ให้คนอื่นเข้ามาเห็นเรา เพราะผมไม่ได้รู้สึกอายเลย!” เขาเข่นเขี้ยว แล้วยิ้มเยาะ เธอรับรู้ในทันทีว่าการกลับมาครั้งนี้ของเขาไม่ใช่เรื่องดีแน่คนสวยเก็บความคับแค้นไว้ในอก ครุ่นคิดว่าตนเองควรเอาตัวรอดอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ไม่ทันได้ตั้งสติ ร่างกายเธอกลับถูกบดเบียดมากขึ้น จนนอนราบไปบนโต๊ะทำงาน กลิ่นโคโลจญ์ไม่คุ้นเคยลอยแตะจมูก หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง“ฉันบอกให้คุณหยุดไม่ได้ยินหรือไงคุณธัช หรือคุณจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยรักพี่สาวฉันมากแค่ไหน!” เมื่อหมดหนทาง เธอเลยเลือกรื้อฟื้นความหลัง เพื่อให้อีกฝ่ายได้ฉุกคิดคนฟังขบกรามกัดฟันกรอด จ้องมองแววตาวาวโรจน์“เธอไม่ควรพูดเรื่องพี่สาวออกมาเลยพิมพ์จันทร์!”“ฉันจำเป็นต้องพูดเพราะมันจะได้ไปกระตุ้นต่อมผิดชอบชั่วดีของคุณไงคะ!” หญิงสาวย้อนแววตาแข็งกร้าว เมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย“ฉันทำผิดตรงไหนอยากจะรู้นัก ฉักกับพี่สาวเธอไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว!”พิมพ์จันทร์ชะงัก เห็นรอยรวดร้าวในดวงตา“ถึงคุณไม่คิดอ
เธอเลือกเมินใส่ แล้วบอกเส้นทางรถแท็กซี่ จนกระทั่งรถจอดเทียบหน้าบริษัท หญิงสาวก้าวลงแล้วเร่งฝีเท้าไปยังห้องประธาน พนักงานต่างจ้องมองสีหน้าตื่นเต้น ระคนแปลกใจกับการปรากฏตัวของเจ้านายคนเก่าซึ่งหายหน้าหายตาไปหลายปีหญิงสาวเปิดห้องทำงานของพ่อสามีแล้วก้าวเข้าด้านใน โดยมีคนตัวใหญ่ตามมาติดๆ เธอหงุดหงิดจนกระทั่งหันหลังกลับมาเพื่อเผชิญหน้า แต่เขากลับก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง เธอชะงักผงะถอยหลังจนแทบล้มดีที่ถูกเขารวบเอวบางเพื่อประคองเอาไว้ มือบางยกขึ้นผลักดันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ แต่ธัชพลกลับไม่พอใจที่ถูกทำเหมือนตัวเชื้อโรค เลยโอบรัดเอวบางกระชากเข้ามาหาตนเองแล้วยิ้มยียวน“นี่คุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ที่ไหน!” เธอร้องบอก สีหน้าตระหนก“ทำไมผมจะไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน”“แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะคุณธัช!”“ก็ผมพอใจ”คนฟังกัดฟันแน่น ตั้งแต่กลับมาทำไมเขาถึงได้ทำตัววุ่นวายกับเธอนัก หรือต้องการกลั่นแกล้งกัน“ปล่อยฉันนะคุณธัช คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” เธอบอกเสียงแข็ง แล้วพยายามขัดขืนดิ้นรนทว่าคนตัวใหญ่กลับไม่ฟังเสียง กอดรัดร่างบางแน่นขึ้นอีก ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งท
รถจอดเทียบหน้าบ้าน พิมพ์จันทร์เดินไปตรงประตู แต่ทว่ามันกลับถูกเปิดออก พร้อมด้วยคนเปิดนั่งลงตรงเบาะหลังเรียบร้อย หญิงสาวชะงักจ้องมองไปยังลูกน้องพ่อสามีด้วยความไม่เข้าใจ“ยืนทำอะไร เข้ามานั่งซะสิ!” ธัชพลตะโกนออกมา พิมพ์จันทร์ขมวดคิ้ว“เอ่อ คุณธัชจะเดินทางไปเยี่ยมท่านกับเราครับ”หญิงสาวกัดริมฝีปากชักสีหน้าไม่พอใจ ตอนแรกทำเป็นไม่สนใจพ่อตัวเอง ทีนี้ดันอยากไปรับขึ้นมาเชียว พิมพ์จันทร์ไม่มีทางเลือก นอกจากหย่อนกายลง เคียงข้างสามีทางนิตินัย รถเคลื่อนออกจากบริเวณบ้าน ระหว่างเส้นทางเขาเหลือบมอง แต่เธอแสร้งดูวิวด้านนอกรถแทน“ไปทำคะแนนเหรอ กลัวพ่อผมไม่ยกสมบัติให้หรือไง” เขาแกล้งเย้าเพื่อทำลายความเงียบเธอหันขวับจ้องมองสีหน้าไม่พอใจ“ทำไมฉันต้องอยากได้สมบัติของท่านด้วย ฉันมีปัญญาหาเอง!”เขายักไหล่ “อ้าว ใครจะรู้ก็ผมเห็นว่าคุณทำงานแทนพ่อ แทนผัว จนได้นั่งตำแหน่งประธานแล้วไม่ใช่เหรอ”“ฉันแค่ทำหน้าที่แทนระหว่างคุณพ่อป่วย ฉันไม่เคยต้องการตำแหน่งประธานเลยสักนิด แล้วอีกอย่างคุณไม่ใช่ผัวฉัน!”“แล้วทะเบียนสมรสที่ลงชื่อคุณด้วย มันไม่ได้บอกว่าผมเป็นผัวหรือไง!”หญิงสาวสะอึกกัดฟันเก็บความฉุนเฉียวเอาไว้ คุณท่านห
พิมพ์จันทร์เดินลงจากรถเมื่อจอดสนิทแล้ว ท่าทางอ่อนแรงทำเอาสุรชัยรู้สึกสงสาร เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอแล้วยิ้มให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ได้เรื่องหรือเปล่าคะ หรือว่าเขาไม่คิดจะกลับมา”“คุณธัชบอกว่าขอคิดดูก่อนครับ”“ใจคอเขาจะไม่กลับมาเจอพ่อตัวเองเลยเหรอ ท่านแย่มากนะคะตอนนี้!” พิมพ์จันทร์ตำหนิด้วยความไม่พอใจ“คุณธัชคงโกรธท่านมาก ที่ทำลายความรักน่ะครับ”คนฟังหน้างอ “พิมพ์เองก็ถูกกระทำเหมือนกัน พิมพ์ยังไม่โกรธพ่อตัวเองเท่าเขาเลยค่ะ” เธอประชดสุรชัยหัวเราะออกมา แล้วระบายลมหายใจ“ผมคิดว่าคุณธัชคงกลับมาแน่นอนครับ เพียงแต่ไว้ฟอร์มเท่านั้นเอง”“พิมพ์ขอให้เขากลับมาเร็วๆ เถอะค่ะ พิมพ์มีเรื่องอยากตกลงกับเขาสักหน่อย”พูดเรื่องนี้ออกมาสุรชัยได้แต่ยิ้มเจือนๆ เพราะรู้ว่าทางนั้นคงอยากแก้แค้น ตอนนี้เขาควรหาเรื่องอื่นมาพูดคุยกันให้หลงลืมเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่า“คุณพิมพ์จะไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”“ฉันจะไปเฝ้าคุณพ่อค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นผมขับรถไปให้ดีกว่านะครับ ผมเองก็จะไปเฝ้าคุณท่านอยู่เหมือนกัน”เธอคลี่ยิ้มบางๆ ตอนนี้อยากพักผ่อน แต่เพราะหน้าที่เลยจำต้องทำ แท้จริงแล้วเขาต่างหากที่ควรทำหน้าที่ของลูก“ขอบคุณมากเลยค่ะ เดี๋ยว
ตีสอง...เสียงเคาะประตูทำเอาเจ้าของห้องสะดุ้ง รีบรุดมาเปิด เห็นสาวใช้กำลังยืนสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทางราวกับเจอเรื่องหนักหนาอะไรมา“มีอะไรคะป้าสมศรี!” หญิงสาวร้องถาม“คุณท่านค่ะ คุณท่านไม่รู้เป็นอะไร สมศรีเรียกมาทานยาแต่ท่านก็ไม่ยอมตอบ!”พิมพ์จันทร์รีบวิ่งไปยังห้องของพ่อสามีทันที เปิดประตูออก เห็นท่านกำลังนอนหอบหายใจไม่รู้สึกตัว“ป้าสมศรีให้น้าพินิจเอารถออกเร็วเข้า!”“ได้ค่ะ” สมศรีรับคำแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างสุรชัยเดินเข้ามา “ให้ผมแบกท่านลงไปดีกว่าครับ”“ค่ะ”รถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน พิมพ์จันทร์เฝ้าดูแลพ่อสามีอย่างดีจนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลพาธเนศเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน เธอเลยต้องนั่งรอด้านนอกอย่างกังวล หวังว่าคงไม่เป็นอะไร ไม่เช่นนั้นเธอคงเคว้งคว้างและไม่รู้ควรเดินไปทางไหน ระยะเวลาสี่ปีที่อยู่ดูแลกันมา เธอรู้สึกเหมือนเขาเป็นพ่อคนหนึ่งไปแล้วหนึ่งชั่วโมงถัดมา หมอเจ้าของไข้เดินออกมาด้านนอก พิมพ์จันทร์รีบเดินไปหาสีหน้ากังวล“ไม่ทราบว่าคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังต้องเฝ้าดูอาหาร ตอนนี้อาการของคุณธเนศไม่สู้ดีนัก อาจทรุดลงอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หมอจะพยายามเต็มท







