Masukณ รีสอร์ทคิงส์ตัน กาญจนบุรี
“โซนไพรเวจถูกจัดเตรียมไว้สำหรับท่านประธานเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ...พวกคุณมีอะไรก็ไปทำกันเถอะ ทานนี้เดี๋ยวพวกเราจัดการกันเอง”
“ค่ะ”
ทั้ง 3 ครอบครัวพากันเดินทางมาจนถึงรีสอร์ทคิงส์ตัน ซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาในเขตของจังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มของเด็กๆ พากันเดินตรงไปยังลานกลางเต็นท์ที่อยู่อีกฝั่งของรีสอร์ ในขณะที่พ่อและแม่ของพวกเธอต่างก็แยกย้ายกันไปยังห้องรับรองที่อยู่เตรียมไว้ต้อนรับพวกเขา
“ตรงนี้ดีไหม?”
“ใกล้แม่น้ำเกินไปไม่ค่อยดีนะคะ” น้ำฟ้าเอ่ยห้ามพอใจขึ้นมาในทันที
“ทำไมเหรอ?” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“คือว่า...”
“ฟ้าเห็นเหรอ?”
“ฮือออ หรือว่า...” ฮาญาร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะกระโดดเข้าไปสวมกอดน้ำฟ้าเอาไว้ในทันทีที่นึกขึ้นมาได้ว่าความสามารถพิเศษอีกอย่างของน้ำฟ้าก็คือ...เธอสามารถรับรู้ได้ถึงสิ่งที่คนปกติทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนกับน้ำมนต์คุณแม่ของเธอ
“ว๊ายยยย!!!” พอใจร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกัน พร้อมกับกระชับกอดแขนเรียวของน้ำฟ้าเอาไว้แน่น
“หรือว่าพวกเราจะเปลี่ยนใจไปนอนเต็นท์กระโจมใหญ่กับคุณพ่อคุณแม่ดีคะ” พอใจเอ่ยถามออกมาก่อนจะมองไปยังกระโจมหลังใหญ่ทั้ง 3 กระโจมที่ถูกเตรียมไว้รอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว
“มีอะไรรึเปล่าครับ?” ไต้ฝุ่นวางของลงก่อนที่เขาจะรีบเดินเข้ามาหาน้องสาวทั้ง 3 คนของเขา ชายหนุ่มเอ่ยถามกลุ่มของเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรค่ะ...”
“ที่ฟ้าไม่อยากให้พวกเรากางเต็นท์ใกล้น้ำก็เพื่อความปลอดภัยค่ะ”
“ใช่ครับ ตอนกลางคืนบริเวณนี้ค่อยข้างมืดกว่าบริเวณอื่นทางที่ดีเราขึ้นไปนอนใกล้เต็นท์กระโจมของคุณพ่อคุณแม่ดีกว่านะครับ”
“พอใจเห็นด้วยค่ะ”
“บริเวณนี้เป็นไงครับ?” เฮคเตอร์ตะโกนดังมาแต่ไกล ก่อนที่เขาจะกวักมือเรียกทุกคนให้เดินขึ้นไปหาเขา
“ตรงนี้ทำเลดีนะคะ กลางคืนน่าจะค่อนข้างมืดแต่ก็ไม่ได้ใกล้น้ำเท่าไหร่นักถือว่าปลอดภัยหายห่วงค่ะ”
“พี่ญ่าคิดว่ายังไงคะ?”
“ตกลงค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นยืนรออยู่นี่นะครับ เดี๋ยวพวกพี่ไปลากอุปกรณ์กลางเต็นท์มา”
“ค่ะ / ค่ะ”
ไต้ฝุ่นกับกำปั้นเดินออกไปพร้อมกับเฮคเตอร์ ก่อนที่พวกเขาจะเดินกลับมาพร้อมกับลากรถเข็นมากันคนละคัน จุดกางเต็นท์ที่พวกเขาเลือกอยู่ห่างจากกระโจมใหญ่ประมาณ 20 เมตร แต่จุดนี้กลับได้ยินเสียงน้ำในลำธารได้อย่างชัดเจน
“มีพี่ชายถึง 3 คนแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ”
“นั่นสิคะ พวกเราไม่ต้องทำอะไรเลย...พี่ชายก็ทำให้หมด”
“ว่าแต่เต็นท์ของพวกเราจะอยู่ฝั่งไหนดี”
“ฝั่งนี้ / ฝั่งนี้ / ฝั่งนี้” ทั้ง 3 สาวชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนที่เสียงหัวเราะจะดังขึ้นมาเป็นระยะๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มทั้ง 3 คนลากรถเข็นเข้ามาใกล้
“เรามาช่วยกันกางเต็นท์ของสาวๆ ก่อนนะครับ” กำปั้นเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะยกอุปกรณ์กางเต็นท์ลงจารถเข็น
“ฮาญาช่วยค่ะ”
“กางเป็นเหรอครับ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าออกมาเสียงอ่อน พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเธอ
“ไม่เป็นค่ะ พี่ฝุ่นสอนหน่อยสิคะ” ฮาญาเอ่ยตอบร่างสูงอย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้ริมฝีปากบางจะยกยิ้มหวานออกมา แต่ท่าทางที่ดูห่างเหินของเธอก็ยังคงทำให้เขารู้สึกไม่ดี
“มาครับเดี๋ยวพี่สอน...”
“ก่อนอื่นเราต้องปูแผ่นรองก่อนครับ...”
ทุกคนช่วยกันกลางเต็นท์กันอย่างขยันขันแข่งทำให้ใช้เวลาไม่นานเต็นท์ทั้งสองหลังก็ถูกกางขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างเรียบร้อย พร้อมกับประดับตะเกียงไฟตามจุดต่างๆ เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับบริเวณโดยรอบ
“เสร็จแล้ว....”
“เย้! / เย้! / เย้!”
“ถ้านี่ไม่ได้เป็นการแคมป์ปิ้งที่ไฮโซที่สุด...ญ่าก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ”
“พี่ฝุ่นเป็นคนเตรียมครับ...” เฮคเตอร์เอ่ยบอกกับพี่สาวของเขา ก่อนจะหันกลับไปยักคิ้วให้กับพี่ชายทั้งสองคนอย่างรู้กัน
“จริงเหรอคะ?” พอใจเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้า
“จริงๆ พวกเราก็ช่วยกันเตรียมนั่นแหละครับ”
“แต่ว่าพวกเรามานอนแคมป์มันต้องลำบากๆ ไม่ใช่เหรอคะ?” น้ำฟ้าที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะเงยหน้าไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างรอคำตอบ
“หึหึ”
“ถือซะว่าคืนนี้พวกเรามานอนแคมป์แบบติดแกลมแล้วกันน่ะครับ” กำปั้นเอ่ยขึ้น
“ติดแกลมจริงๆ นั่นแหละค่ะ แอร์ในเต็นท์เย็นเจี๊ยบ เย็นจนสัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติแทบไม่ได้เลยค่ะ แต่ว่า...”
“พี่ขอนอนกลางนะ...พี่กลัว” ฮาญารีบวิ่งไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะรีบเข้าไปในเต็นท์ของตัวเองในทันที
“ได้ไงคะพี่ญ่า พอใจเป็นน้องพอใจขอเลือกก่อนไม่ได้เหรอคะ?” พอใจรีบไปหยิบกระเป๋าผ้าของตัวเอง ก่อนจะรีบวิ่งตามฮาญาเข้าไปภายในเต็นท์ทันที
“หึหึ” ไต้ฝุ่นมองน้องสาวทั้งสองคนที่กำลังวิ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“ผมกับพี่ปั้นไปเอาของที่เหลือในรถก่อนนะครับ”
“ส่วนพี่จะเก็บของที่เหลือรออยู่ที่นี่”
ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับน้องชายทั้งสองคน ก่อนที่เขาจะเดินออกไปเก็บถุงพลาสติก และถุงเต็นท์ที่วางกระจัดกระจายอยู่บริเวณโดยรอบเข้าที่...
“พี่ฝุ่นขา”
“ขา” ฝุ่นขานรับเสียงเรียกของพอใจก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาใกล้เต็นท์ของสาวๆ เพื่อรอฟังว่าคนด้านในต้องการจะพูดอะไรกับเขา
“พวกเราขอไปเล่นน้ำที่ลำธารได้ไหมคะ?” เสียงของพอใจเอ่ยดังขึ้นมา
“ได้สิ แต่รอไปพร้อมกันนะคะ”
“รับทราบค่ะ / รับทราบค่ะ / ค่า...”
“โดยเฉพาะญ่า น้องว่ายน้ำไม่เป็นห้ามดื้อนะคะ”
“ชิ! น้องไม่เคยดื้อสักหน่อย”
“หึหึ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับน้องสาวทั้งสาม ก่อนที่เขาจะหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองที่วางอยู่ไม่ไกลขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเดินไปยังห้องน้ำรวมที่อยู่ไม่ไกลในทันที
“พี่ไต้ฝุ่นนี่อบอุ่นจังเลยเนอะ ถ้าใครได้ไปเป็นสามีคงจะมีความสุขน่าดู”
“ฟ้าเห็นด้วยค่ะ พี่ญ่าล่ะคะ?”
“...”
“พี่ญ่าคะ / พี่ญ่า”
“คะ?”
“เรียกพี่มีอะไรรึเปล่า?” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองคนออกมาด้วยความสงสัย
“พี่ญ่าใจลอยอีกแล้ว...คิดอะไรอยู่คะเนี่ยถึงได้ไม่ได้ยินเสียงของพวกเรา”
“อะ อ่อ พี่ก็คิดอะไรไปเรื่อยน่ะ”
“เมื่อกี้ว่าอะไรนะคะ?” ฮาญายกยิ้มหวานออกมาก่อนจะเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองของเธอออกมาอีกครั้ง
“พอใจพูดว่า...พี่ไต้ฝุ่นเป็นคนอบอุ่นแบบนี้ ถ้าใครได้ไปเป็นสามีคงจะมีความสุขน่าดู”
“พี่ญ่าคิดเหมือนกันไหมคะ?” น้ำฟ้าเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าออกมาอีกครั้ง
“อะ เอ่อ...ไม่รู้สิ”
“พี่ว่าพวกเราอย่าเสียเวลาเลย เปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนดีกว่า”
“จริงด้วย”
“หันหลังให้กันเหมือนเด็กๆ ตกลงไหมค่ะ” น้ำฟ้าเอ่ยบอกกับพี่สาวทั้งสองคนตรงหน้าเสียงใส
“หันหน้าก็ได้นะพี่ไม่ถือ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ไม่เอาค่ะพอใจอาย อ๊ายยยยย!! อย่าพึงถอดนะคะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
เด็กสาวทั้ง 3 คนหัวเราะใส่กันก่อนที่พวกเธอจะหันหลังชนกันอีกครั้ง ในขณะที่ต่างคนต่างเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองเช่นเดียวกับตอนเด็กๆ ที่พวกเธอชอบทำกัน
“นานๆ ทีจะได้ออกมาเที่ยวธรรมชาติแบบนี้...ดีเหมือนกันนะคะ”
ทั้ง 3 สาวเดินออกมาจากเต็นท์ของตัวเอง ก่อนที่พอใจจะเอ่ยขึ้นมาในขณะที่สายตาของเธอมองไปรอบๆ บริเวณ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติตรงหน้าได้อย่างเต็มที่
“พอใจพูดเหมือนเราไม่เคยออกไปเที่ยวด้วยกันอย่างนั้นแหละ”
“นั่นสิ เมื่อสองเดือนก่อนก็พึ่งไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันน้องจำได้ไหมคะ?” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวออกมาเสียงอ่อน มือบางลูบลงที่หัวของพอใจอย่างเอ็นดู
“จำได้ค่ะ...”
“พวกเราไปเที่ยวด้วยกันก็จริง แต่ไม่เคยได้มาทำอะไรด้วยกันแบบนี้เลยนะคะ” พอใจอธิบายให้พี่สาวของเธอฟังพร้อมกับชี้ไปที่ต้นไม้ ใบหญ้า และแม่น้ำตรงหน้าให้พี่ๆ ของเธอได้ดู
“ก็ใครใช้ให้คุณพ่อของพวกเราติดแกลมซะขนาดนี้ล่ะคะ” น้ำฟ้าที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น
“นินทาคุณพ่อเหรอคะ”
“เรื่องจริงนี่คะพี่ญ่า ขนาดมาแคมป์ปิ้งกับพวกเรายังให้คนมาสร้างกระโจมไว้ให้เลย ไหนจะโซนครัว โซนรับประทานอาหาร โซนอาบน้ำมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่างเลย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
“คุณพ่อกลัวว่าคุณแม่จะลำบากน่ะสิ ถึงให้คนมาเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้ขนาดนี้” ฮาญาหัวเราะออกมาอย่างชอบใจให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องสาว ภาพที่พวกเธอวาดฝันไว้ในวันนั้น ความลำบากต่างๆ นาๆ กลับพังทลายลงไปหมด เพราะความรักเมีย กลัวเมียจะลำบากของคุณพ่อของพวกเธอนั่นเอง...
“แต่ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่มีแฟน แต่ก็ยังมีพี่ชายที่รักและดูแลเราได้ดีมากๆ จนใครๆ ต่างก็พากันอิจฉานะคะ...”
“แบบนี้พอใจคิดว่าดีกว่ามีแฟนอีกนะคะ”
“แต่พี่คิดว่ามีแฟนที่อบอุ่นยังไงก็ต้องดีกว่าค่ะ” ฮาญาเอ่ยแย้งน้องสาวของเธอ พร้อมกับส่งยิ้มกรุ่มกริ่มไปให้กับน้องสาวทั้งสองคนตรงหน้า
“ฮาญา...?”
“พี่ฝุ่นตื่นเช้าจังเลยค่ะ” ฮาญาเอ่ยถามสามีของตัวเองออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งโดยมือแขนแกร่งของสามีคอยประคองอยู่ไม่ห่าง“วันนี้เป็นวันสำคัญของเรานี่คะ พี่ยังนอนไม่หลับเลยตั้งแต่เมื่อคืน”“จริงเหรอคะ”“พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับนี่ค่ะ” ไต้ฝุ่นตอบภรรยาของเขากลับไป ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงนอนของเธอ มือหนาประคองหน้าท้องที่ขยายใหญ่เพราะอุ้มท้องเด็กแฝดเอาไว้อย่างอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ โน้มลงไปใกล้หน้าท้องของภรรยาก่อนที่เขาจะเอ่ยทักทายลูกๆ ของเขาอย่างเช่นทุกวัน“อรุณสวัสดิ์ครับ พ่อดีใจมากเลยนะรู้ไหมที่ลูกๆ เกิดมา”“ดูสิคะ” ฮาญาชี้ให้สามีของเธอดูท้องทีนูนขึ้นมาทางซ้ายทีขวาที ราวกับว่าแฝนน้อยรับรู้ได้ถึงเสียงของคุณพ่อของพวกเขาจุ๊บ!!!“เมียพ่อตัวเล็กนิดเดียวลูกๆ ช่วยใจดีกับแม่หน่อยนะครับ ช่วยคลอดง่ายๆ แม่ของลูกจะได้ไม่ต้องเจ็บมาก” ไต้ฝุ่นจุ๊บลงที่หน้าท้องของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง“พูดมาตั้งเยอะสุดท้าย แค่ห่วงเมียเหรอครับพี่ฝุ่น” เฮคเตอร์เดินเข้ามาพร้อมกับประคองภรรยาของเขาที่กำลังอุ้มท้องอ่อนๆ เข
“น้องคะ”“คะ” ฮาญาละสายตาจากวิวทิวทัศน์ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองหน้าสามีของตัวเองอีกครั้ง“เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนานน้องตกหลุมรักพี่ตอนไหนเหรอคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางที่นอนอยู่ข้างกายของเขาออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่ฮาญาจะมาสารภาพรักกับเขา เขาก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเธอกำลังตกหลุมรักเขาอยู่“พี่ฝุ่นจำงานกีฬาสีได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ” ไต้ฝุ่นพยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับคำถามของเธอ ก่อนที่เธอจะเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นที่เธอประทับใจในตัวเขาให้กับเขาได้ฟังอีก...“มีคำพูดหนึ่งที่พี่ฝุ่นบอกกับอชิ...”‘ถ้ามึงแตะต้องน้องกูแม้แต่เพียงปลายเส้นผม กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่’“น้องตกหลุมรักพี่ตอนนั้นแหละค่ะ” ฮาญายกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขากลับไปเสียงหวาน มือบางลูบลงที่ใบหน้าหล่อเหลาของสามีของตัวเองอย่างอ่อนโยน“ถ้าอย่างนั้นก็ทีหลังพี่สินะคะ”“คะ” ฮาญาหันกลับหน้ามามองสามีของตัวเองแทบจะทันทีที่เขาเอ่ยจบ ร่างบางขยับตัวลุกนั่งในขณะที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังคนตรงหน้าอย่างรอคำตอบ“พี่ตกหลุมน้องตั้งแต่ตอนนั้น...”เมื่อ 10 ปีก่อน...ฮาญาในวัน 15 ปี เดินเข้ามาภายในเรือนกระจกที่ตั้งอยู่หลังคฤหาส
3 ปีต่อมา...ณ คฤหาสน์หลังงามของฮันเตอร์“เจ้าของวันเกิดมาแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยบอกกับทุกคนทันทีที่เห็นไต้ฝุ่นเดินจูงมือบางของฮาญาเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังงามที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หลายชนิดจนฮาญาเริ่มแปลกใจ“พี่ฝุ่นว่าคุณพ่อกับคุณแม่เล่นใหญ่เกินไปไหมคะ”“ทำไมน้องถึงคิดแบบนั้นละคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามหญิงคนรักออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับจูงมือเธอเดินตรงไปตามเส้นทางเล็กๆ บริเวณสสวนหลังบ้างที่บัดนี้มีเพียงไฟในสวนที่ยังคงส่องแสงสว่างนำทางเขาและเธอเท่านั้น“เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรากลับมาบ้าน ยังไม่ดีเลยนะคะ”เมื่อ 2 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจเข้ามาขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ของพวกเขา โดยไต้ฝุ่นเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอพาฮาญาออกไปทดลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน หลังจากที่เพนเฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ด้วยเงินน้ำพักน้ำแรงของตัวเองตกแต่งเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าฮันเตอร์ไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่พอเขาตระหนักได้ว่า...ทั้งสองไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว พวกเขามีความคิด และมีชีวิตเป็นของตัวเอง สักวันก็ต้องมีวันนี้สู้ปล่อยให้พวกเขาออกไปในตอนนี้เลยยังดีเสียกว่า“อย่างนั้นเหรอคะ พี่ไม่เห็นจะจำได้เลย” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาให้กับความช่างสังเกตุของหญิงสาว ก
“พี่ฝุ่นคะ” ฮาญาเอ่ยเรียกร่างสูงตรงหน้าเสียงอ่อนเสียงหวาน มือบางบรรจงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มออกที่ละเม็ดจนกระทั่งเม็ดสุดท้าย ก่อนที่เธอจะถอดเสื้อของเขาออกอย่างเบามือ“ขา...” มือบางลูบไล้อกแกร่งเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าอย่างหลงใหล พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเขา“ถ้าพี่ฝุ่นอยากจะลงโทษน้อง ก็ปล่อยให้น้องเป็นคนปรนนิบัติพี่ดีไหมคะ”“หึหึ”“ถ้าน้องต้องการอย่างนั้น...พี่ก็ยินดีครับ” ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มร้ายออกมา ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายถูกมือบางของหญิงสาวผลักล้มลงไปนอนอยู่บนเตียงกว้างแทนที่ของหญิงสาว“พร้อมแล้วใช่ไหมคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับขยับตัวขึ้นไปคล่อมกายแกร่งของคนตรงหน้าเอาไว้ริมฝีปากจุ๊บลงที่อกข้างซ้ายของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ลิ้นร้อนของหญิงสาวจะโลมเลียอกแกร่งของคนตรงหน้าอย่างจงใจจะยั่วยวนเขา“คิดจะทรมานพี่เหรอครับ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาเสียงกระเส่า มือหนาลูบลงที่หัวน้อยๆ ของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน“...” ริมฝีปากบางค่อยๆ ยกยิ้มออกมา พร้อมที่ลิ้นร้อนของเธอจะโลมเลียลงมายังมัดกล้ามบริเวณหน้าท้องแกร่งของชายหนุ่ม“อืมมมมม เด็กดี” ไต้ฝุ่นร้องครางออกมาเสียงหลงทันทีที่ลิ้น
“พี่ฝุ่นรู้ไหมค่ะว่าน้องกลัวคุณพ่อมากแค่ไหน...”“...คิดว่าพ่อจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างนั้นเหรอ...ฮ่าฮ่าฮ่า” ฮาญาเลียนแบบเสียงของคุณพ่อของเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง“หัวเราะได้แบบนี้ไม่เจ็บแผลแล้วเหรอคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามออกมาก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาหาร่างบางที่นั่งรอเขาอยู่บนเตียง พร้อมกับจานผลไม้ที่ชายหนุ่มเป็นคนปอกเองกับมือ“เจ็บนิดหน่อย สงสัยยาแก้ปวดยังไม่หมดฤทธิ์ค่ะ”“ทานผลไม้แล้วก็นอนพักผ่อนนะคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“แล้วพี่ฝุ่นไม่กลับไปพักที่บ้านเหรอคะ”“พี่จะอยู่กับน้องค่ะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับคนรักเสียงอ่อนเสียงหวาน มือหนาลูบลงที่แก้มขาวเนียนของคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน“พี่ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“พี่ฝุ่นยังรู้สึกผิดอยู่รึเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าออกมาอย่างรู้ทัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา แต่กับฮาญาที่อยู่ข้างกายของเขาเกือบทั้งชีวิตแค่มองนิดเดียวเธอก็รู้แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไร“ดูสิคะตอนนี้น้องไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”“ผิวสวยๆ ของน้องต้องเป็นรอยเพราะพี่”“ถ้าพี่ฝุ่นเข้ามาหาน้องช้ากว่านี้น้องอาจจะไม
“ลูกสองคนเป็นพี่น้องกัน ถึงแม้จะคนละสายเลือดก็ตาม”“พ่อไม่เห็นด้วย” ฮันเตอร์เอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้ากลับไปเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะหันหน้าหนีไปอีกทาง“ฝุ่นเข้าใจครับ” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง“วันนี้ฝุ่นขออนุญาตทวงสัญญาที่ให้ไว้กับคุณพ่อครับ”“.../.../...” ฮันเตอร์ชะงักไปทันทีที่ได้ยินเด็กหนุ่มเอ่ยทวงสัญญาของเขาขึ้นมาในสถานการณ์เช่นนี้ มุมปากหนากระตุกยิ้มออกมาก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับมานิ่งขรึมดังเดิม ในขณะที่ตะวันและฮาญาได้แต่มองมาที่ร่างสูงทั้งสองคนอย่างรอฟังคำมั่นสัญญาที่พวกเขาทั้งสองเคยทำไว้ต่อกัน‘ฝุ่นมีเรื่องอยากจะขออีกเรื่องนึงครับ’ ‘มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ?’‘ฝุ่นเดิมพันโปรเจคนี้ด้วยชีวิตของฝุ่น’‘...’‘หากฝุ่นทำสำเร็จฝุ่นมีเรื่องอยากจะขอคุณพ่อครับ’ ‘หึหึ จริงๆ ลูกไม่ต้องทำอะไร’ ‘ถ้าอยากได้อะไรก็บอกพ่อมาได้เลยครับ’ ‘ไม่ได้หรอกครับคุณพ่อ...ของที่ฝุ่นจะขอมีค่ามากครับ’‘หึหึ’‘ได้สิครับ แต่พ่อขอเพิ่มเงื่อนไขสักขอนึงนะครับ’‘ครับ’‘ลูกต้องจะต้องทำกำไรจากโปรเจคนี้ให้ได้ 130 เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลา 1 ปี หาก
“นี่พี่จะอยู่อังกฤษเป็นปีเลย จริงๆ เหรอคะ”“พี่ฝุ่น...”“หายไปไหนของเขา” ฮาญาเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองยังตำแหน่งที่เขาเคยนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ แต่เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวจึงหันกลับมาสนใจโทรทัศน์ตรงหน้าอีกครั้ง“ฮาญา”“คะ...” ฮาญาหันกลับไปมองร่างสูงตามเสียงเรียกของเขา ก่อ
3 ปีต่อมา...ณ ประเทศอังกฤษ“Be yourself in the best version” “เป็นตัวเองของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด”ฮาญายืนมองเงาสะท้อนของตัวเองที่อยู่บนกระจกบานใหญ่ตรงหน้าอย่างภาคภูมิใจ ก่
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อ
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลัง







