LOGINณ รีสอร์ทคิงส์ตัน กาญจนบุรี
“โซนไพรเวจถูกจัดเตรียมไว้สำหรับท่านประธานเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ...พวกคุณมีอะไรก็ไปทำกันเถอะ ทานนี้เดี๋ยวพวกเราจัดการกันเอง”
“ค่ะ”
ทั้ง 3 ครอบครัวพากันเดินทางมาจนถึงรีสอร์ทคิงส์ตัน ซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาในเขตของจังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มของเด็กๆ พากันเดินตรงไปยังลานกลางเต็นท์ที่อยู่อีกฝั่งของรีสอร์ ในขณะที่พ่อและแม่ของพวกเธอต่างก็แยกย้ายกันไปยังห้องรับรองที่อยู่เตรียมไว้ต้อนรับพวกเขา
“ตรงนี้ดีไหม?”
“ใกล้แม่น้ำเกินไปไม่ค่อยดีนะคะ” น้ำฟ้าเอ่ยห้ามพอใจขึ้นมาในทันที
“ทำไมเหรอ?” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“คือว่า...”
“ฟ้าเห็นเหรอ?”
“ฮือออ หรือว่า...” ฮาญาร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะกระโดดเข้าไปสวมกอดน้ำฟ้าเอาไว้ในทันทีที่นึกขึ้นมาได้ว่าความสามารถพิเศษอีกอย่างของน้ำฟ้าก็คือ...เธอสามารถรับรู้ได้ถึงสิ่งที่คนปกติทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนกับน้ำมนต์คุณแม่ของเธอ
“ว๊ายยยย!!!” พอใจร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกัน พร้อมกับกระชับกอดแขนเรียวของน้ำฟ้าเอาไว้แน่น
“หรือว่าพวกเราจะเปลี่ยนใจไปนอนเต็นท์กระโจมใหญ่กับคุณพ่อคุณแม่ดีคะ” พอใจเอ่ยถามออกมาก่อนจะมองไปยังกระโจมหลังใหญ่ทั้ง 3 กระโจมที่ถูกเตรียมไว้รอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว
“มีอะไรรึเปล่าครับ?” ไต้ฝุ่นวางของลงก่อนที่เขาจะรีบเดินเข้ามาหาน้องสาวทั้ง 3 คนของเขา ชายหนุ่มเอ่ยถามกลุ่มของเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรค่ะ...”
“ที่ฟ้าไม่อยากให้พวกเรากางเต็นท์ใกล้น้ำก็เพื่อความปลอดภัยค่ะ”
“ใช่ครับ ตอนกลางคืนบริเวณนี้ค่อยข้างมืดกว่าบริเวณอื่นทางที่ดีเราขึ้นไปนอนใกล้เต็นท์กระโจมของคุณพ่อคุณแม่ดีกว่านะครับ”
“พอใจเห็นด้วยค่ะ”
“บริเวณนี้เป็นไงครับ?” เฮคเตอร์ตะโกนดังมาแต่ไกล ก่อนที่เขาจะกวักมือเรียกทุกคนให้เดินขึ้นไปหาเขา
“ตรงนี้ทำเลดีนะคะ กลางคืนน่าจะค่อนข้างมืดแต่ก็ไม่ได้ใกล้น้ำเท่าไหร่นักถือว่าปลอดภัยหายห่วงค่ะ”
“พี่ญ่าคิดว่ายังไงคะ?”
“ตกลงค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นยืนรออยู่นี่นะครับ เดี๋ยวพวกพี่ไปลากอุปกรณ์กลางเต็นท์มา”
“ค่ะ / ค่ะ”
ไต้ฝุ่นกับกำปั้นเดินออกไปพร้อมกับเฮคเตอร์ ก่อนที่พวกเขาจะเดินกลับมาพร้อมกับลากรถเข็นมากันคนละคัน จุดกางเต็นท์ที่พวกเขาเลือกอยู่ห่างจากกระโจมใหญ่ประมาณ 20 เมตร แต่จุดนี้กลับได้ยินเสียงน้ำในลำธารได้อย่างชัดเจน
“มีพี่ชายถึง 3 คนแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ”
“นั่นสิคะ พวกเราไม่ต้องทำอะไรเลย...พี่ชายก็ทำให้หมด”
“ว่าแต่เต็นท์ของพวกเราจะอยู่ฝั่งไหนดี”
“ฝั่งนี้ / ฝั่งนี้ / ฝั่งนี้” ทั้ง 3 สาวชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนที่เสียงหัวเราะจะดังขึ้นมาเป็นระยะๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มทั้ง 3 คนลากรถเข็นเข้ามาใกล้
“เรามาช่วยกันกางเต็นท์ของสาวๆ ก่อนนะครับ” กำปั้นเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะยกอุปกรณ์กางเต็นท์ลงจารถเข็น
“ฮาญาช่วยค่ะ”
“กางเป็นเหรอครับ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าออกมาเสียงอ่อน พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเธอ
“ไม่เป็นค่ะ พี่ฝุ่นสอนหน่อยสิคะ” ฮาญาเอ่ยตอบร่างสูงอย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้ริมฝีปากบางจะยกยิ้มหวานออกมา แต่ท่าทางที่ดูห่างเหินของเธอก็ยังคงทำให้เขารู้สึกไม่ดี
“มาครับเดี๋ยวพี่สอน...”
“ก่อนอื่นเราต้องปูแผ่นรองก่อนครับ...”
ทุกคนช่วยกันกลางเต็นท์กันอย่างขยันขันแข่งทำให้ใช้เวลาไม่นานเต็นท์ทั้งสองหลังก็ถูกกางขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างเรียบร้อย พร้อมกับประดับตะเกียงไฟตามจุดต่างๆ เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับบริเวณโดยรอบ
“เสร็จแล้ว....”
“เย้! / เย้! / เย้!”
“ถ้านี่ไม่ได้เป็นการแคมป์ปิ้งที่ไฮโซที่สุด...ญ่าก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ”
“พี่ฝุ่นเป็นคนเตรียมครับ...” เฮคเตอร์เอ่ยบอกกับพี่สาวของเขา ก่อนจะหันกลับไปยักคิ้วให้กับพี่ชายทั้งสองคนอย่างรู้กัน
“จริงเหรอคะ?” พอใจเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้า
“จริงๆ พวกเราก็ช่วยกันเตรียมนั่นแหละครับ”
“แต่ว่าพวกเรามานอนแคมป์มันต้องลำบากๆ ไม่ใช่เหรอคะ?” น้ำฟ้าที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะเงยหน้าไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างรอคำตอบ
“หึหึ”
“ถือซะว่าคืนนี้พวกเรามานอนแคมป์แบบติดแกลมแล้วกันน่ะครับ” กำปั้นเอ่ยขึ้น
“ติดแกลมจริงๆ นั่นแหละค่ะ แอร์ในเต็นท์เย็นเจี๊ยบ เย็นจนสัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติแทบไม่ได้เลยค่ะ แต่ว่า...”
“พี่ขอนอนกลางนะ...พี่กลัว” ฮาญารีบวิ่งไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะรีบเข้าไปในเต็นท์ของตัวเองในทันที
“ได้ไงคะพี่ญ่า พอใจเป็นน้องพอใจขอเลือกก่อนไม่ได้เหรอคะ?” พอใจรีบไปหยิบกระเป๋าผ้าของตัวเอง ก่อนจะรีบวิ่งตามฮาญาเข้าไปภายในเต็นท์ทันที
“หึหึ” ไต้ฝุ่นมองน้องสาวทั้งสองคนที่กำลังวิ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“ผมกับพี่ปั้นไปเอาของที่เหลือในรถก่อนนะครับ”
“ส่วนพี่จะเก็บของที่เหลือรออยู่ที่นี่”
ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับน้องชายทั้งสองคน ก่อนที่เขาจะเดินออกไปเก็บถุงพลาสติก และถุงเต็นท์ที่วางกระจัดกระจายอยู่บริเวณโดยรอบเข้าที่...
“พี่ฝุ่นขา”
“ขา” ฝุ่นขานรับเสียงเรียกของพอใจก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาใกล้เต็นท์ของสาวๆ เพื่อรอฟังว่าคนด้านในต้องการจะพูดอะไรกับเขา
“พวกเราขอไปเล่นน้ำที่ลำธารได้ไหมคะ?” เสียงของพอใจเอ่ยดังขึ้นมา
“ได้สิ แต่รอไปพร้อมกันนะคะ”
“รับทราบค่ะ / รับทราบค่ะ / ค่า...”
“โดยเฉพาะญ่า น้องว่ายน้ำไม่เป็นห้ามดื้อนะคะ”
“ชิ! น้องไม่เคยดื้อสักหน่อย”
“หึหึ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับน้องสาวทั้งสาม ก่อนที่เขาจะหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองที่วางอยู่ไม่ไกลขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเดินไปยังห้องน้ำรวมที่อยู่ไม่ไกลในทันที
“พี่ไต้ฝุ่นนี่อบอุ่นจังเลยเนอะ ถ้าใครได้ไปเป็นสามีคงจะมีความสุขน่าดู”
“ฟ้าเห็นด้วยค่ะ พี่ญ่าล่ะคะ?”
“...”
“พี่ญ่าคะ / พี่ญ่า”
“คะ?”
“เรียกพี่มีอะไรรึเปล่า?” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองคนออกมาด้วยความสงสัย
“พี่ญ่าใจลอยอีกแล้ว...คิดอะไรอยู่คะเนี่ยถึงได้ไม่ได้ยินเสียงของพวกเรา”
“อะ อ่อ พี่ก็คิดอะไรไปเรื่อยน่ะ”
“เมื่อกี้ว่าอะไรนะคะ?” ฮาญายกยิ้มหวานออกมาก่อนจะเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองของเธอออกมาอีกครั้ง
“พอใจพูดว่า...พี่ไต้ฝุ่นเป็นคนอบอุ่นแบบนี้ ถ้าใครได้ไปเป็นสามีคงจะมีความสุขน่าดู”
“พี่ญ่าคิดเหมือนกันไหมคะ?” น้ำฟ้าเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าออกมาอีกครั้ง
“อะ เอ่อ...ไม่รู้สิ”
“พี่ว่าพวกเราอย่าเสียเวลาเลย เปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนดีกว่า”
“จริงด้วย”
“หันหลังให้กันเหมือนเด็กๆ ตกลงไหมค่ะ” น้ำฟ้าเอ่ยบอกกับพี่สาวทั้งสองคนตรงหน้าเสียงใส
“หันหน้าก็ได้นะพี่ไม่ถือ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ไม่เอาค่ะพอใจอาย อ๊ายยยยย!! อย่าพึงถอดนะคะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
เด็กสาวทั้ง 3 คนหัวเราะใส่กันก่อนที่พวกเธอจะหันหลังชนกันอีกครั้ง ในขณะที่ต่างคนต่างเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองเช่นเดียวกับตอนเด็กๆ ที่พวกเธอชอบทำกัน
“นานๆ ทีจะได้ออกมาเที่ยวธรรมชาติแบบนี้...ดีเหมือนกันนะคะ”
ทั้ง 3 สาวเดินออกมาจากเต็นท์ของตัวเอง ก่อนที่พอใจจะเอ่ยขึ้นมาในขณะที่สายตาของเธอมองไปรอบๆ บริเวณ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติตรงหน้าได้อย่างเต็มที่
“พอใจพูดเหมือนเราไม่เคยออกไปเที่ยวด้วยกันอย่างนั้นแหละ”
“นั่นสิ เมื่อสองเดือนก่อนก็พึ่งไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันน้องจำได้ไหมคะ?” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวออกมาเสียงอ่อน มือบางลูบลงที่หัวของพอใจอย่างเอ็นดู
“จำได้ค่ะ...”
“พวกเราไปเที่ยวด้วยกันก็จริง แต่ไม่เคยได้มาทำอะไรด้วยกันแบบนี้เลยนะคะ” พอใจอธิบายให้พี่สาวของเธอฟังพร้อมกับชี้ไปที่ต้นไม้ ใบหญ้า และแม่น้ำตรงหน้าให้พี่ๆ ของเธอได้ดู
“ก็ใครใช้ให้คุณพ่อของพวกเราติดแกลมซะขนาดนี้ล่ะคะ” น้ำฟ้าที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น
“นินทาคุณพ่อเหรอคะ”
“เรื่องจริงนี่คะพี่ญ่า ขนาดมาแคมป์ปิ้งกับพวกเรายังให้คนมาสร้างกระโจมไว้ให้เลย ไหนจะโซนครัว โซนรับประทานอาหาร โซนอาบน้ำมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่างเลย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
“คุณพ่อกลัวว่าคุณแม่จะลำบากน่ะสิ ถึงให้คนมาเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้ขนาดนี้” ฮาญาหัวเราะออกมาอย่างชอบใจให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องสาว ภาพที่พวกเธอวาดฝันไว้ในวันนั้น ความลำบากต่างๆ นาๆ กลับพังทลายลงไปหมด เพราะความรักเมีย กลัวเมียจะลำบากของคุณพ่อของพวกเธอนั่นเอง...
“แต่ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่มีแฟน แต่ก็ยังมีพี่ชายที่รักและดูแลเราได้ดีมากๆ จนใครๆ ต่างก็พากันอิจฉานะคะ...”
“แบบนี้พอใจคิดว่าดีกว่ามีแฟนอีกนะคะ”
“แต่พี่คิดว่ามีแฟนที่อบอุ่นยังไงก็ต้องดีกว่าค่ะ” ฮาญาเอ่ยแย้งน้องสาวของเธอ พร้อมกับส่งยิ้มกรุ่มกริ่มไปให้กับน้องสาวทั้งสองคนตรงหน้า
“ฮาญา...?”
หลายวันต่อมา...“วันนี้ไปสอบมาเหนื่อยไหมคะลูกสาว” ตะวันเดินออกมาต้อนรับฮาญาที่หน้าประตูบ้าน ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แต่ฮาญาง่วงนอนมากกว่า”“เมื่อคืนคงจะอ่านหนังสือดึกสินะคะ”“...” ฮาญาเลือกที่จะส่งยิ้มหวานกลับไปให้กับคนตรงหน้าแทนที่จะตอบคำถามกลับไป“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปพักก่อนนะคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะให้คนขึ้นไปตามค่ะ”“ค่ะ”ฮาญาเดินขึ้นมายังห้องนอนของตัวเองก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาจนต้องจับราวบันไดเอาไว้ ก่อนหน้านี้เธอก็มีอาการเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลม และรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ราวกับว่ากำลังจะเป็นไข้คุณหมอที่ห้องพยาบาลวัดความดัน และแจ้งว่าความดันของเธอต่ำสาเหตุน่าจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และมีความเครียดสะสมมากเกินไป คุณหมอท่านให้ยามาพร้อมกับย้ำนักย้ำหนาว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอ“เฮ่ออออ!!” ฮาญาพาร่างกายและหัวที่หนักอึ้งของตัวเองมายังห้องนอนของตัวเองได้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะรีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ในทันทีเผื่อว่าอาการที่เธอเป็นอยู่มันจะทุเลาขึ้นบ้าง“กินยานอนแล้วกันไม่ได้นอนหลับสนิทมาหลายวันแล้ว” ฮาญากินยาที่คุณหมอให
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อนที่เขาจะดึงมันออกมาเพื่อใส่ให้กับเธออีกครั้ง“น้องใส่เองค่ะ”“ค่ะ” มุมปากของไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถบัคกี้ของตัวเองในทันที เสียงรถบัคกี้ที่ถูกสตาร์ทขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถทุกคันจะถูกขับออกไปตามลำดับ“กรี๊ดดดดด! / กรี๊ดดดดดดด!”“กรี๊ดดดดดด!! พวกเราไม่ได้ไปขับรถเล่นชิวๆ เหรอคะ” ฮาญาร้องถามออกมาเสียงหลง พร้อมกับหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่คันหลังด้วยความตกใจทันทีที่เธอได้ยินเสียงกรี๊ดของคุณแม่และน้องสาวของเธอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกันกับเธอ“ชิวๆ เหรอคะ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วเพื่อให้ตามรถของคุณพ่อของเขาได้ทัน“ชิวไม่ชิวเดี๋ยวน้องก็รู้”“กรี๊ดดดด! พี่ฝุ่น”“นี่แค่พึ่งเริ่มเองนะคะ จับไว้ให้แน่นๆ ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลังคาเต็นท์ ก่อนที่หญิงสาวกระพริบตาถี่รั่วเพื่อพยายามปรับภาพตรงหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น“รู้สึกยังไงบ้างคะ” พอใจเอ่ยถามพี่สาวออกมาด้วยความเป็นห่วง“ตาลาย เวียนหัวคล้ายจะเป็นลมค่ะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยไหมคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงพี่สาวไม่ต่างกัน“ไม่อยากแล้วค่ะ ว่าแต่พี่มานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองคนออกมาด้วยความสงสัย ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือ...“อุ๊บ! ไม่ได้นะ...” มือบางรีบยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ทันทีที่เธอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนขึ้นมาได้ ฮาญาจำได้รางๆ ว่าเธอแพ้เสียงในหัวของตัวเองที่ต้องการจะระบายความรู้สึกอึดอัดออกมา‘นี่ฉันแพ้เสียงในหัวของตัวเองอย่างนั้นเหรอเนี่ย’‘น้องสาวก็น้องสาวสิไม่เห็นต้องย้ำให้ตรงนี้มันเจ็บเลย’“...”‘ฮึกกกก น้อง
“คุณแม่คะ”“ขาลูก...” ตะวันยกยิ้มหวานออกมา ก่อนที่เธอจะขานรับเสียงเรียกของเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนอย่างเช่นทุกครั้ง“ทำไมคุณแม่ถึงรักคุณพ่อล่ะคะ”“ทั้งๆ ที่คุณแม่เลือกที่จะหนีคุณพ่อไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังยอมให้คุณพ่อเข้ามาในชีวิตอีกล่ะคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“หึหึ”“คุณแม่หัวเราะทำไมคะ หรือเพราะฮาญากับเฮคเตอร์เหรอคะ”“เรื่องของหนูก็มีส่วน แต่ที่สำคัญ...คือ แม่รักคุณพ่อของหนู รักมาก มากจนไว้ว่าจะห่างกันไกลแค่ไหน หรือห่างกันนานเพียงใดแม่ก็ยังรักพ่อของหนูอยู่”“แล้วถ้าคุณพ่อยังคงทำไม่ดีกับคุณแม่อยู่ล่ะคะ คุณแม่จะกลับมาไหม”“ไม่กลับค่ะ ถึงแม่จะรักพ่อของหนูมาก แต่แม่ก็รักตัวเองมากเหมือนกัน หากวันนั้นพ่อของหนูปรับปรุงตัวไม่ได้แม่ก็จะไม่เลือกรักเขาอีกเป็นครั้งที่ 2”“แต่คุณพ่อทำได้ใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ เขาทำได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้”“...” ฮาญามองไปยังหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก แก้มแดงทั้งสองข้างของเธอป๋องขึ้นมาอย่างเขินอาย หญิงสาวพ้นลมหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้กับคุณแม่ของเธอ“โรแมนติกจัง...เอิ่บ!!”“ไหวไหมคะ”“รู้สึกอยากอาเจียนรึเปล่าคะ”“อยาก
ช่วงค่ำของวัน...“เด็กๆ มากันแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ“เชิญนั่งได้เลยครับ” สกายที่ยืนดูเมียรักจัดโต๊ะอาหารอยู่นานหันไปมองยังทางเดินเล็กๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกเด็กๆ ให้เข้ามาจับจองที่นั่งของตัวเอง“คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรกันเยอะแยะเลยคะเนี่ย?” พอใจมองไปยังจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“ยังมีหมูย่างกับเนื้อย่างอีกนะคะ”“มาแล้วครับ” ฮันเตอร์กับเพิร์ชเดินตรงมาที่โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมกับถือถาดเนื้อย่างถาดใหญ่เข้ามาด้วย ก่อนที่พวกเขาจะวางมันลงตรงหน้าของลูกๆ อย่างเบามือ“หู้ยยยยย~~ น่าทานจังเลยค่ะ”“ใช่ค่ะ กลิ่นก็ห๊อมหอม...”“ถ้าอย่างนั้น...ก็เชิญเลยครับ”“ทานแล้วนะคะ / ทานแล้วนะครับ”ทุกคนบนโต๊ะทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่จะมีอยู่สองคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารอยู่เงียบๆ ไม่เอ่ยคำใดออกมาผิดแปลกไปจากทุกครั้ง“ฮาญา”“ขา” ฮาญาขานรับเสียงเรียกของคุณพ่อของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเงยหน้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับเขา“อาหารไม่ถูกปากเหรอครับ” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสยั“เปล่าค่ะ...อาหารอร่อยมากค่ะ”
“ฮาญา...”“พี่ฝุ่น!” ฮาญาร้องเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างบางชะงักนิ่งงันไปในทันทีเธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอเลยแม้แต่น้อย“เมื่อสักครู่น้องพูดว่าอะไรนะคะ พอดีพี่ฟังไม่ค่อยถนัด”“มีแฟนที่อบอุ่นยังไงก็ดีกว่าค่ะ” ฮาญาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา หญิงตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง“น้องจะรู้ได้ยังไงว่าคนคนนั้นรักน้องจริง รักมากจนสามารถทำทุกอย่างเพื่อน้องได้...”“คงเป็นการกระทำของล่ะมั้งคะ”“...”“พูดแบบนี้แสดงว่าพี่ญ่ามีคนนั้นแล้วเหรอครับ?” เฮคเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามพี่สาวของเขาขึ้นมาด้วยความสงสัย“มี เมอ ที่ไหนกันล่ะคะ พี่ก็แค่หมายถึงเฉยๆ”“มองหน้าน้องแบบนี้หมายความว่าไงคะ?” ฮาญาตอบคำถามของน้องชายกลับไป ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามไต้ฝุ่นออกมาด้วยความสงสัย“น้องไม่รู้หรอกค่ะว่าความรักของคนอื่นจะเป็นอย่างไง แต่ความรักของน้องคงจะเป็นการกระทำที่ทั้งสองคนแสดงออกมาค่ะ”“.../.../.../...”“เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ของพวกเราแสดงออกมาไงคะ”“ฟ้าเห็นด้วยค่ะ”“พอใจก็คิดเหมือนพี่ญ่าค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ของ







