Masukช่วงค่ำของวัน...
“เด็กๆ มากันแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ
“เชิญนั่งได้เลยครับ” สกายที่ยืนดูเมียรักจัดโต๊ะอาหารอยู่นานหันไปมองยังทางเดินเล็กๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกเด็กๆ ให้เข้ามาจับจองที่นั่งของตัวเอง
“คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรกันเยอะแยะเลยคะเนี่ย?” พอใจมองไปยังจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ยังมีหมูย่างกับเนื้อย่างอีกนะคะ”
“มาแล้วครับ” ฮันเตอร์กับเพิร์ชเดินตรงมาที่โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมกับถือถาดเนื้อย่างถาดใหญ่เข้ามาด้วย ก่อนที่พวกเขาจะวางมันลงตรงหน้าของลูกๆ อย่างเบามือ
“หู้ยยยยย~~ น่าทานจังเลยค่ะ”
“ใช่ค่ะ กลิ่นก็ห๊อมหอม...”
“ถ้าอย่างนั้น...ก็เชิญเลยครับ”
“ทานแล้วนะคะ / ทานแล้วนะครับ”
ทุกคนบนโต๊ะทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่จะมีอยู่สองคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารอยู่เงียบๆ ไม่เอ่ยคำใดออกมาผิดแปลกไปจากทุกครั้ง
“ฮาญา”
“ขา” ฮาญาขานรับเสียงเรียกของคุณพ่อของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเงยหน้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับเขา
“อาหารไม่ถูกปากเหรอครับ” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสยั
“เปล่าค่ะ...อาหารอร่อยมากค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นลูกมีเรื่องอะไรไม่สบายใจอยู่รึเปล่าครับ” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวของเขาออกมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง
“...” ไต้ฝุ่นจ้องมองไปยังน้องสาวของเขาด้วยสายตาที่เรียบเฉยยากที่จะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มหน้าลงเล็กน้องเพื่อซ่อนสีหน้าของตัวเองจากทุกคน
“คือญ่ามีเรื่องจากบอกกับทุกคนค่ะ...” ฮาญาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง พร้อมกับวางช้อนซ้อมในมือลงอย่างช้าๆ การกระทำของหญิงสาวที่เปลี่ยนไปสร้างความแปลกใจให้กับทุกคนที่อยู่บนโต๊ะอาหารเป็นอย่างมากโดยเฉพาะชายหนุ่มที่นั่งห่างจากเธอไปไม่ไกล เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธออีกครั้งพร้อมกับตั้งใจฟังในสิ่งที่อาญากำลังจะเอ่ยออกมา
“.../...”
“ลูกมีอะไรจะพูดก็พูดมาได้เลยค่ะ คุณคนรอฟังลูกอยู่นะคะ” ตะวันยกยิ้มออกมา ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู
“คือว่า...”
“ญ่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศค่ะ”
“.../...”
เพล้ง!!!
“...” ช้อนซ้อมในมือของไต้ฝุ่นล่วงลงบนจานตรงหน้าในทันทีที่หญิงสาวเอ่ยจบ ก่อนที่ประโยคต่อมาของเธอจะทำให้หัวใจของเขาสั่นระรัวราวกับว่ามันจะระเบิดออกมาเสียให้ได้
“ฮาญาสอบติดที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดค่ะ”
“ลอนดอนเหรอคะ?” น้ำฟ้ายกยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยถามพี่สาวที่นั่งอยู่ข้างกายออกมาด้วยความดีใจ
“ใช่ค่ะ”
“แม่ดีใจด้วยนะคะ ฮาญาของแม่เก่งมากๆ เลยค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“พ่อภูมิใจในตัวลูกมาก ว่าแต่นางฟ้าของพ่อไปแอบสอบมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับทำไมพ่อกับแม่ไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะครับ?” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวคนเล็กของเขาออกมาด้วยความสงสัย
“นานแล้วค่ะ นานแล้วค่ะแต่ผลสอบพึ่งออกเมื่อคืนนี้เองค่ะ”
“มีเรื่องน่ายินดีแบบนี้คืนนี้ไม่เมาไปกลับนะครับเพื่อนๆ” สกายที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยบอกกับฮันเตอร์และเพิร์ชเพื่อนรักของเขาออกมาเสียงดังฟังชัก ก่อนที่เขาจะหันไปสั่งให้พนักงานของเขาให้ยกเครื่องดื่มที่เขาสั่งเอาไว้อยู่ก่อนแล้วเข้ามา
“ใจไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าครั้งหนึ่งคุณพ่อเคยเลิกดื่มแอล...แล้วตอนนี้เป็นไงมาไงถึงได้กลับมาดื่มอีกละคะ” พอใจเอ่ยถามคุณพ่อของเธอออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะหันไปมองคุณแม่ที่นั่งอยู่ข้างกายของคุณพ่ออย่างรอคำตอบ
“นั่นสิคะ”
“นานๆ ทีน่ะครับ แค่จิบๆ พ่อจะไม่เมาแน่นอนครับ และอีกอย่างถึงพี่จะไม่ดื่มแต่คนอื่นดื่มนี่ครับ”
“ชิ!!”
“แล้วนี่ญ่าจะบินไปเรียนต่อเมื่อไหร่เหรอคะ?” น้ำมนต์ที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามหลานสาวออกมาเสียงอ่อน พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู
“เร็วที่สุด...น่าจะเป็นต้นเดือนหน้าค่ะ”
“คะ / ครับ”
“ทำไมถึงรีบไปจังเลยล่ะคะ” ริมฝีปากของใต้ฝุ่นเม้นแน่นเข้าหากัน ชายหนุ่มพยายามกดกลั้นความรู้สึกของตัวเอง ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
สีหน้าของชายหนุ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้รู้สึกยินดีเลยสักนิดที่น้องสาวของเขาจะไปเรียนต่อเมืองนอก แต่เขาก็จำเป็นต้องฝืนยิ้มและร่วมแสดงความยินดีไปกับเธอ ที่สำคัญช่วงที่จะบินไปเรียนต่อเป็นช่วงเดียวกับที่เขาสอบจบภาคการศึกษาพอดี
“คะ คือว่า...น้องอยากไปเรียนภาษาเพิ่มเติม และก็อยากไปลองใช้ชีวิตดูก่อนเปิดเทอมน่ะค่ะ”
“...” ไต่ฝุ่นมองไปยังใบหน้าสวยของน้องสาวต่างสายเลือดของเขา พร้อมกับความคิดมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขา ก่อนที่มุมปากหนาจะค่อยๆ แสยะยิ้มออกมา
‘ฮาญาคงคิดมาอย่างดีแล้ว หึหึ เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน...’
“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ญ่าสอบติดพร้อมกับเพื่อนๆ ญ่าไม่เหงาแน่นอนค่ะ”
“ถึงอย่างนั้นพ่อกับแม่ก็อดห่วงไม่ได้หรอกนะครับ แต่ก็เอาเถอะลูกสาวของพ่อเก่งขนาดนี้ พ่อเชื่อว่าลูกจะเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน”
“แม่ก็เชื่ออย่างคุณพ่อค่ะ”
“ญ่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังค่ะ”
“พี่ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ”
“...ขอบคุณค่ะ” ฮาญาชะงักไปทันทีก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบชายหนุ่มกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
‘พี่เขาคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับเราจริงๆ ด้วยสินะ’
‘เจ็บจังเลย’
“หนูเก่งมากเลยนะฮาญา พวกเราทุกคนภูมิใจในตัวของหนูมากๆ ค่ะ” พอใจเอ่ยขึ้นมาก่อนที่เธอจะเทน้ำหวานลงไปในแก้วของฮาญาจนเต็ม ก่อนที่เธอจะวางขวดแก้วในมือลงที่เดิม
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาฉลองกันดีกว่าครับ” กำปั้นยกแก้วเหล้าในมือของตัวเองขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะยกแก้วขึ้นมาตามที่เขาบอก
เพล้ง!! เพล้ง!!
“แก้วนี้เพื่อฉลองให้กับพี่ญ่า หมดแก้วครับ...”
“เชียร์ส!! / เชียร์ส!! / เชียร์ช!!”
“อ๊ายยยยย!!! น้ำผลไม้ของญ่าทำไมมันแรงบาดคอขนาดนี้ล่ะคะ” ฮาญาร้องออกมาเสียงหลงก่อนที่เธอจะวางแก้วเปล่าในมือลง พร้อมกับลูบลงที่คอของตัวเองเบาๆ ด้วยความรู้สึกร้อนวูบวาบราวกับว่าลำคอของเธอกำลังถูกแผดเผาอยู่อย่างไงอย่างงั้น
“ว๊ายยยย!!! ชูใจหยิบเหล้ารัมเติมให้หลานค่ะ”
“แฮร่...รู้สึกดีจังเลยค่ะ” แก้มขาวเนียนทั้งสองข้างของฮาญาแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได่ชัด หญิงสาวยกยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยบอกกับทุกคนเสียงอ่อนเสียงหวานกว่าทุกครั้ง
“ฮาญาลูก...”
“ญ่าชอบจริงๆ นะคะ น้าชูใจสบายใจได้เลยค่ะ”
“แม่พาหนูไปล้างหน้าหน่อยดีกว่านะคะ” ตะวันเอ่ยบอกกับลูกสาว ก่อนที่ไต้ฝุ่นที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเธอจะเอ่ยสมทบขึ้น
“ผมไปด้วยครับ”
“อื้ออออ น้องเดินเองได้ค่ะ...” ฮาญาที่เดินเสไปมาพยายามผลักไต้ฝุ่นออก แต่แรงที่มีอันน้อยนิดของเธอไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มสะทกสะท้านได้เลยแม้แต่น้อย
“แม่ว่าฝุ่นอุ้มน้องไปเลยดีกว่าลูก ขืนมัวแต่เดินเซไปมาแบบนี้ไม่รู้ว่าจะไปถึงห้องน้ำกี่โมง...”
“ครับ” ไต้ฝุ่นอุ้มฮาญาไว้แนบอกก่อนที่เขาจะพาเธอเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ห่างจากกระโจมใหญ่ไปเกือบ 50 เมตร
“ปล่อยน้องลงเดี๋ยวนี้เลยนะ” ฮาญาพยายามดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากวงแขนแกร่งของพี่ชาย แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามออกแรงมากแค่ไหนเธอก็ไม่สามารถสู้แรงเขาไม่ได้เลย
“อย่าดินสิคะ เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอกค่ะ”
“ไม่รักไม่ต้องมาแค่ไม่ต้องมาดีกับฉัน ไม่รักไม่ต้องมาหวงไม่ต้องมาห่วงใยฉัน~~”
“...” ไต้ฝุ่นมองไปยังร่างบางในวงแขนของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ลูกสาวแม่น่ารักจังเลย” ตะวันหัวเราะออกมาเบาๆ ให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของลูกสาว พร้อมกับลูบลงที่หัวน้อยๆ ของเธออย่างเอ็นดู
“คุณแม่เข้าไปกับน้องนะครับ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะวางหญิงสาวในอ้อมกอดลงหน้าห้องน้ำ
“ครับ...” ตะวันยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะพยุงลูกสาวเข้าไปในห้องน้ำตรงหน้าอย่างยากลำบาก
“มีอะไรก็เรียกฝุ่นได้เลยนะครับคุณแม่ ฝุ่นจะรออยู่ตรงนี้...”
“ครับลูก”
หลายวันต่อมา...“วันนี้ไปสอบมาเหนื่อยไหมคะลูกสาว” ตะวันเดินออกมาต้อนรับฮาญาที่หน้าประตูบ้าน ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แต่ฮาญาง่วงนอนมากกว่า”“เมื่อคืนคงจะอ่านหนังสือดึกสินะคะ”“...” ฮาญาเลือกที่จะส่งยิ้มหวานกลับไปให้กับคนตรงหน้าแทนที่จะตอบคำถามกลับไป“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปพักก่อนนะคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะให้คนขึ้นไปตามค่ะ”“ค่ะ”ฮาญาเดินขึ้นมายังห้องนอนของตัวเองก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาจนต้องจับราวบันไดเอาไว้ ก่อนหน้านี้เธอก็มีอาการเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลม และรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ราวกับว่ากำลังจะเป็นไข้คุณหมอที่ห้องพยาบาลวัดความดัน และแจ้งว่าความดันของเธอต่ำสาเหตุน่าจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และมีความเครียดสะสมมากเกินไป คุณหมอท่านให้ยามาพร้อมกับย้ำนักย้ำหนาว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอ“เฮ่ออออ!!” ฮาญาพาร่างกายและหัวที่หนักอึ้งของตัวเองมายังห้องนอนของตัวเองได้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะรีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ในทันทีเผื่อว่าอาการที่เธอเป็นอยู่มันจะทุเลาขึ้นบ้าง“กินยานอนแล้วกันไม่ได้นอนหลับสนิทมาหลายวันแล้ว” ฮาญากินยาที่คุณหมอให
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อนที่เขาจะดึงมันออกมาเพื่อใส่ให้กับเธออีกครั้ง“น้องใส่เองค่ะ”“ค่ะ” มุมปากของไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถบัคกี้ของตัวเองในทันที เสียงรถบัคกี้ที่ถูกสตาร์ทขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถทุกคันจะถูกขับออกไปตามลำดับ“กรี๊ดดดดด! / กรี๊ดดดดดดด!”“กรี๊ดดดดดด!! พวกเราไม่ได้ไปขับรถเล่นชิวๆ เหรอคะ” ฮาญาร้องถามออกมาเสียงหลง พร้อมกับหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่คันหลังด้วยความตกใจทันทีที่เธอได้ยินเสียงกรี๊ดของคุณแม่และน้องสาวของเธอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกันกับเธอ“ชิวๆ เหรอคะ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วเพื่อให้ตามรถของคุณพ่อของเขาได้ทัน“ชิวไม่ชิวเดี๋ยวน้องก็รู้”“กรี๊ดดดด! พี่ฝุ่น”“นี่แค่พึ่งเริ่มเองนะคะ จับไว้ให้แน่นๆ ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลังคาเต็นท์ ก่อนที่หญิงสาวกระพริบตาถี่รั่วเพื่อพยายามปรับภาพตรงหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น“รู้สึกยังไงบ้างคะ” พอใจเอ่ยถามพี่สาวออกมาด้วยความเป็นห่วง“ตาลาย เวียนหัวคล้ายจะเป็นลมค่ะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยไหมคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงพี่สาวไม่ต่างกัน“ไม่อยากแล้วค่ะ ว่าแต่พี่มานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองคนออกมาด้วยความสงสัย ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือ...“อุ๊บ! ไม่ได้นะ...” มือบางรีบยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ทันทีที่เธอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนขึ้นมาได้ ฮาญาจำได้รางๆ ว่าเธอแพ้เสียงในหัวของตัวเองที่ต้องการจะระบายความรู้สึกอึดอัดออกมา‘นี่ฉันแพ้เสียงในหัวของตัวเองอย่างนั้นเหรอเนี่ย’‘น้องสาวก็น้องสาวสิไม่เห็นต้องย้ำให้ตรงนี้มันเจ็บเลย’“...”‘ฮึกกกก น้อง
“คุณแม่คะ”“ขาลูก...” ตะวันยกยิ้มหวานออกมา ก่อนที่เธอจะขานรับเสียงเรียกของเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนอย่างเช่นทุกครั้ง“ทำไมคุณแม่ถึงรักคุณพ่อล่ะคะ”“ทั้งๆ ที่คุณแม่เลือกที่จะหนีคุณพ่อไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังยอมให้คุณพ่อเข้ามาในชีวิตอีกล่ะคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“หึหึ”“คุณแม่หัวเราะทำไมคะ หรือเพราะฮาญากับเฮคเตอร์เหรอคะ”“เรื่องของหนูก็มีส่วน แต่ที่สำคัญ...คือ แม่รักคุณพ่อของหนู รักมาก มากจนไว้ว่าจะห่างกันไกลแค่ไหน หรือห่างกันนานเพียงใดแม่ก็ยังรักพ่อของหนูอยู่”“แล้วถ้าคุณพ่อยังคงทำไม่ดีกับคุณแม่อยู่ล่ะคะ คุณแม่จะกลับมาไหม”“ไม่กลับค่ะ ถึงแม่จะรักพ่อของหนูมาก แต่แม่ก็รักตัวเองมากเหมือนกัน หากวันนั้นพ่อของหนูปรับปรุงตัวไม่ได้แม่ก็จะไม่เลือกรักเขาอีกเป็นครั้งที่ 2”“แต่คุณพ่อทำได้ใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ เขาทำได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้”“...” ฮาญามองไปยังหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก แก้มแดงทั้งสองข้างของเธอป๋องขึ้นมาอย่างเขินอาย หญิงสาวพ้นลมหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้กับคุณแม่ของเธอ“โรแมนติกจัง...เอิ่บ!!”“ไหวไหมคะ”“รู้สึกอยากอาเจียนรึเปล่าคะ”“อยาก
ช่วงค่ำของวัน...“เด็กๆ มากันแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ“เชิญนั่งได้เลยครับ” สกายที่ยืนดูเมียรักจัดโต๊ะอาหารอยู่นานหันไปมองยังทางเดินเล็กๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกเด็กๆ ให้เข้ามาจับจองที่นั่งของตัวเอง“คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรกันเยอะแยะเลยคะเนี่ย?” พอใจมองไปยังจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“ยังมีหมูย่างกับเนื้อย่างอีกนะคะ”“มาแล้วครับ” ฮันเตอร์กับเพิร์ชเดินตรงมาที่โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมกับถือถาดเนื้อย่างถาดใหญ่เข้ามาด้วย ก่อนที่พวกเขาจะวางมันลงตรงหน้าของลูกๆ อย่างเบามือ“หู้ยยยยย~~ น่าทานจังเลยค่ะ”“ใช่ค่ะ กลิ่นก็ห๊อมหอม...”“ถ้าอย่างนั้น...ก็เชิญเลยครับ”“ทานแล้วนะคะ / ทานแล้วนะครับ”ทุกคนบนโต๊ะทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่จะมีอยู่สองคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารอยู่เงียบๆ ไม่เอ่ยคำใดออกมาผิดแปลกไปจากทุกครั้ง“ฮาญา”“ขา” ฮาญาขานรับเสียงเรียกของคุณพ่อของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเงยหน้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับเขา“อาหารไม่ถูกปากเหรอครับ” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสยั“เปล่าค่ะ...อาหารอร่อยมากค่ะ”
“ฮาญา...”“พี่ฝุ่น!” ฮาญาร้องเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างบางชะงักนิ่งงันไปในทันทีเธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอเลยแม้แต่น้อย“เมื่อสักครู่น้องพูดว่าอะไรนะคะ พอดีพี่ฟังไม่ค่อยถนัด”“มีแฟนที่อบอุ่นยังไงก็ดีกว่าค่ะ” ฮาญาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา หญิงตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง“น้องจะรู้ได้ยังไงว่าคนคนนั้นรักน้องจริง รักมากจนสามารถทำทุกอย่างเพื่อน้องได้...”“คงเป็นการกระทำของล่ะมั้งคะ”“...”“พูดแบบนี้แสดงว่าพี่ญ่ามีคนนั้นแล้วเหรอครับ?” เฮคเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามพี่สาวของเขาขึ้นมาด้วยความสงสัย“มี เมอ ที่ไหนกันล่ะคะ พี่ก็แค่หมายถึงเฉยๆ”“มองหน้าน้องแบบนี้หมายความว่าไงคะ?” ฮาญาตอบคำถามของน้องชายกลับไป ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามไต้ฝุ่นออกมาด้วยความสงสัย“น้องไม่รู้หรอกค่ะว่าความรักของคนอื่นจะเป็นอย่างไง แต่ความรักของน้องคงจะเป็นการกระทำที่ทั้งสองคนแสดงออกมาค่ะ”“.../.../.../...”“เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ของพวกเราแสดงออกมาไงคะ”“ฟ้าเห็นด้วยค่ะ”“พอใจก็คิดเหมือนพี่ญ่าค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ของ







