เข้าสู่ระบบหนึ่งเดือนต่อมา
รายได้จากการขายขนมของบ้านตระกูลถานในที่สุดก็สะสมมาได้มากถึงสิบตำลึงแล้ว ก่อนหน้านี้พวกเขาจ่ายดอกเบี้ยไปสามสิบอีแปะ และยังคงขายลูกสนเผากับขนมแป้งลูกสนมาตลอด ลูกค้ามากมายในเมืองรู้ดีว่าเด็ก ๆ บ้านถานขยันมากแค่ไหน พวกเขาจึงมักจะมาอุดหนุนของว่างและขนมอยู่เสมอ อีกทั้งราคาที่พวกเขาขายก็ไม่ได้แพงอะไร กระทั่งยังถูกกว่าราคาขนมจากร้านค้าอื่นครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ
“ท่านพี่ เงินเก็บในบ้านพวกเรามีมากกว่าสิบตำลึงแล้วนะเจ้าคะ ข้าคิดว่าท่านเอาเงินสามตำลึงไปใช้หนี้ให้หมดเลยดีไหม” ยี่ซินที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านเอ่ยขึ้น นางทำเสื้อผ้าให้ทุกคนในบ้านได้คนละสองชุดนานแล้ว หากว่าจ่ายหนี้ครั้งนี้หมด นางจะได้ให้พวกเขาสวมเสื้อผ้าใหม่ได้เสียที ชาวบ้านในหมู่บ้านเองก็รู้แล้วว่าบ้านของพวกนางขายขนมในเมือง แต่พวกเขาแค่ไม่รู้ว่าพวกนางใช้อะไรทำขนมเท่านั้น
“อืม… เช่นนั้นเจ้าก็เอาเงินมาเถอะ ข้าจะได้ไปเอาใบกู้เงินกลับมา” ถานจื่อบอกขณะที่เขากำลังเผาลูกสนเพื่อเตรียมนำไปบดเป็นแป้งลูกสนให้หลานสาว
“ได้เจ้าค่ะ” ยี่ซินพยักหน้ารับคำและเดินกลับเข้าบ้านไปนำเงินออกมาให้สามี
“พี่ใหญ่ ลูกสนบนเขาถูกเก็บไปมากกว่าครึ่งแล้วนะขอรับ พวกเราจะยังค้าขายได้อีกนานแค่ไหนกัน ข้ากลัวว่าถ้าลูกสนหมดไปแต่หน้าแล้งยังคงอยู่ พวกเราจะกลับไปทุกข์ยากอีกครั้งนะขอรับ” ถานม่อจืออดพูดไม่ได้ เขากลัวจริง ๆ ว่าหน้าแล้งจะยังคงดำเนินต่อไปอีก แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หน้าแล้ง ที่ดินของพวกเขาก็ใช่ว่าจะให้ผลผลิตดีอะไร เพราะดินในพื้นที่แถบนี้ล้วนเป็นดินปนทราย ทำให้การเกษตรในบริเวณนี้มักจะต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมากและต้องดูแลมากเป็นพิเศษเพื่อผลผลิตเพียงเล็กน้อย
“อืม… เรื่องนี้เราค่อยปรึกษากันอีกทีดีหรือไม่ ก่อนหน้านี้ผู้คนก็อพยพไปเมืองอื่นกันหลายครอบครัวแล้ว คนที่เหลืออยู่ในเมืองและหมู่บ้านก็เป็นพวกคนที่ไม่มีเงินทองมากพอจะย้ายถิ่นฐานอย่างพวกเราเท่านั้น” ถานจื่อเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
“ตกลงขอรับ พี่สะใภ้มาพอดี พี่ใหญ่ไปจ่ายหนี้ก่อนเถิด” ถานม่อจือเห็นยี่ซินเดินมาถึงก็รีบบอกพี่ชาย เขาเองก็อยากให้บ้านของพวกเขาใช้หนี้หมดเร็ว ๆ เช่นกัน หลังจากนี้พวกเขาจะได้หาเงินตั้งตัวและใช้ชีวิตให้ดี
“ได้ เจ้าทำงานต่อไปก่อนนะ ข้าไปไม่นานแล้วจะรีบกลับมาช่วย” ถานจื่อเดินไปหาภรรยาและรับเงินมาพร้อมรอยยิ้ม ในที่สุดบ้านเขาก็จะหมดหนี้เสียที
“ข้าให้ท่านพี่เผื่อไปด้วยห้าร้อยอีแปะนะเจ้าคะ ไม่รู้ว่าลุงเหลียงจะเล่นแง่อะไรอีกไหม ข้ากลัวเขาจะไม่ยอมคืนสัญญากู้ให้ง่าย ๆ” ยี่ซินบอกพร้อมสีหน้าไม่สู้ดี ใครไม่รู้บ้างเล่าว่าเงินกู้ของลุงเหลียงคืนยากมากแค่ไหน
“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะไปหาผู้ใหญ่บ้านก่อนแล้วค่อยให้เขาไปเป็นพยานในการคืนเงินก้อนนี้ ยังไงลุงเหลียงก็คงไม่กล้าเรื่องมากนักหรอก” ถานจื่อบอก เขามั่นใจว่าถ้ามีผู้ใหญ่บ้านไปด้วย ลุงเหลียงเจ้าหนี้ของบ้านพวกเขาต้องไม่กล้าก่อเรื่องแน่
“แบบนั้นก็ดีเจ้าค่ะ ท่านพี่รีบไปเถอะ” ยี่ซินพยักหน้ารับคำ
ถานจื่อยิ้มบางส่งให้ภรรยาแล้วจึงหันหลังเดินออกจากหลังบ้านเพื่อไปหาผู้ใหญ่บ้านเสียก่อน เขาคิดเอาไว้นานแล้วว่าต้องคืนเงินยังไง ชื่อเสียงของลุงเหลียงเกี่ยวกับการกู้เงินดอกเบี้ยโหดมีมาหลายสิบปีแล้ว ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเขาคงไม่ติดค้างหนี้เงินจำนวนนี้มานานถึงขนาดนี้ ทั้งที่พวกเขาก็จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน แต่เงินต้นที่เคยกู้ยืมก็ไม่เคยลดลงไปเลย
“ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านขอรับ” ถานจื่อตะโกนเรียกเมื่อไปถึงหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน
“โอ้ ใครมากันล่ะนั่น รอก่อน ๆ” ตงถิงร้องตอบคำเรียกหาจากในบ้าน เขากำลังยุ่งอยู่กับการตรวจสอบเสบียงจากทางการที่เพิ่งนำมาส่งให้หมู่บ้านพอดี
“ข้าถานจื่อเองขอรับ” ถานจื่อตะโกนบอกอีกครั้งหลังได้ยินเสียงชราดังออกมา
“อ้อ ถานจื่อเองหรอกหรือ มีอะไรถึงมาหาข้าได้เล่า” ตงถิงเดินออกมาหาที่หน้ารั้ว
“ข้าจะนำเงินไปคืนลุงเหลียงขอรับ รบกวนลุงผู้ใหญ่ช่วยไปเป็นพยานให้ข้าด้วยได้หรือไม่ขอรับ” ถานจื่อบอกเหตุผลไปตามตรง
“ได้สิ เจ้ารอก่อนนะ ข้าจะไปบอกเมียก่อน นางกำลังตรวจนับเสบียงของทางการที่เพิ่งส่งมาพอดี ช่วงเย็นเจ้าอย่าลืมมารับเสบียงด้วยล่ะ” ตงถิงบอกก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปบ้านไปคุยกับฮูหยินของตน
ไม่นานนักถานจื่อกับตงถิงก็เดินไปยังบ้านเหลียงเถาซึ่งอยู่ด้านหน้าหมู่บ้านพร้อมกัน ระหว่างทางตงถิงยังถามถึงการค้าของบ้านตระกูลถานว่าเป็นอย่างไร เมื่อเห็นกว่ากิจการของพวกเขายังไปได้ดีอยู่ เขาก็อดดีใจกับถานจื่อไม่ได้
“ลุงเหลียง ลุงเหลียงขอรับ” ถานจื่อตะโกนเรียกเหลียงเถาเสียงดังเมื่อมาถึงหน้าบ้าน
“รอเดี๋ยว ๆ ใครมากันล่ะนั่น” เหลียงเถาตะโกนถามจากในบ้าน เขากำลังตรวจดูว่ามีเสบียงในบ้านเหลืออยู่มากแค่ไหน เพราะเขารู้ข่าวแล้วว่าทางการนำเสบียงมาแจกให้กับผู้ใหญ่บ้านเมื่อตอนเช้าหลังจากไม่ได้แจกมานานถึงสามเดือน
“ข้าถานจื่อเองขอรับ รบกวนลุงเหลียงนำสัญญาเงินกู้ออกมาด้วยขอรับ” ถานจื่อไม่อยากเข้าบ้านเหลียงเถา เขากลัวว่าเหลียงเถาจะเล่นแง่กับบ้านเขาอีก
“ได้ ๆ รอข้าไปหาก่อน” ลุงเหลียงแปลกใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าถานจื่อจะนำเงินที่เคยกู้มาคืนในวันนี้ ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าบ้านถานขายขนมในเมือง เพียงแต่เขาไม่คิดว่าคนบ้านถานจะเก็บออมเงินมาคืนได้เร็วถึงขนาดนี้
เหลียงเถาเข้าห้องนอนไปหาสัญญาเงินกู้อยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะเดินออกมาพร้อมใบสัญญา พอเห็นผู้ใหญ่บ้านยืนอยู่กับถานจื่อ ลุงเหลียงที่คิดจะเล่นแง่เรื่องคืนเงินก็ต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้าอย่างยุ่งยากใจ เขาปล่อยเงินกู้มานานหลายปี มีเพียงคนบ้านถานเท่านั้นที่ติดค้างหนี้บ้านเขาอยู่ ส่วนชาวบ้านคนอื่นคืนหนี้หมดแล้ว เขากับเมียใช้เงินดอกเบี้ยจากบ้านถานกินอยู่อย่างสุขสบายมาหลายปี เหลียงเถาจึงไม่อยากให้คนบ้านถานจ่ายหนี้คืนเร็วเกินไปนัก
“ลุงเหลียง นี่เงินที่บ้านข้าเคยกู้ยืมมาสามตำลึงขอรับ ตอนนี้ยังไม่ถึงกำหนดจ่ายดอกเบี้ย บ้านข้าเลยนำเงินมาจ่ายคืนก่อน หวังว่าลุงเหลียงจะคืนสัญญามาให้ข้านะขอรับ ข้ายังไปขอให้ผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยานด้วย ท่านคิดว่าอย่างไร” ถานจื่อบอก
“อีกไม่กี่วันก็จะถึงกำหนดจ่ายดอกเบี้ยแล้ว ถ้าเจ้าอยากคืนเงินก็ต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้ข้าด้วย ข้าจึงจะคืนสัญญากู้ยืมให้กับเจ้า” เหลียงเถายังคงเสียดายดอกเบี้ยสามสิบอีแปะอยู่ เงินจำนวนนี้สามารถซื้อข้าวให้เขาได้ถึงสามจิน
“เพ้ย! ถานจื่อมาใช้หนี้เจ้าแท้ ๆ นี่ก็ยังไม่ถึงกำหนดจ่ายดอกเบี้ย เจ้ายังจะกล้าคิดดอกเบี้ยก่อนกำหนดอีกหรือเฒ่าเหลียง นี่เจ้าเห็นข้าโง่นักหรือยังไง” ตงถิงเอ่ยขึ้นเสียงดังอย่างไม่พอใจ เขาสงสารบ้านถานมานานแล้วที่ต้องทนทำงานหาเงินมาคืนเหลียงเถาหลายสิบปีก็ใช้หนี้ไม่หมดสักที
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าถานจื่อไม่จ่ายพร้อมดอกเบี้ย ข้าก็ไม่คืนสัญญาให้ พวกเจ้ากลับไปเถอะ ข้าไม่สนใจเงินต้นเล็กน้อยนั่นหรอก” เหลียงเถาพูดอย่างไม่สนใจผู้ใหญ่บ้าน
“ตกลง ข้าจะจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้ท่าน ทั้งหมดสามตำลึงสามสิบอีแปะใช่หรือไม่ขอรับ” ถานจื่อก้มหน้านับเงินที่นำมาด้วยเสร็จก็ยื่นส่งให้ผู้ใหญ่บ้านตรวจ
“อืม… สามตำลึงสามสิบอีแปะพอดี เอาไปเฒ่าเหลียง เอาสัญญาส่งมาให้ข้า” ผู้ใหญ่บ้านนับเสร็จก็ยื่นมือไปเพื่อแลกสัญญาในมือเหลียงเถา
“ชิ เอามา! จากนี้ไปอย่ามาขอยืมข้าอีกเล่า” เหลียงเถารับเงินและส่งสัญญาให้ผู้ใหญ่บ้านอย่างไม่ค่อยพอใจ เขาไม่คิดว่าถานจื่อจะรอบคอบขนาดนี้
“เอาล่ะ ในเมื่อจ่ายหนี้กันหมดแล้ว สัญญานี้ข้าจะทำลายทิ้งให้เองนะถานจื่อ เจ้ากลับบ้านไปก่อนเถอะ เย็นนี้อย่าลืมมารับเสบียงเล่า” ผู้ใหญ่บ้านไม่อยากให้ถานจื่อต้องเก็บสัญญาหนี้นี้เอาไว้ เขาจึงอาสาจะทำลายทิ้งให้เองเพื่อป้องกันเหลียงเถาจะไปเล่นแง่กับคนบ้านถานอีก
“ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านมากขอรับ” ถานจื่อพยักหน้ารับความหวังดี เขาเองก็ไม่อยากรับสัญญาหนี้นี้มาไว้ในมือนักหลังจากต้องทนทุกข์กับหนี้ก้อนนี้มานาน
“ไปเถอะ ๆ” ผู้ใหญ่บ้านยิ้มบางตอบ เขาหันหลังเดินกลับไปบ้านของตนเองแยกกับถานจื่อที่เดินกลับบ้านไปอีกทางหนึ่ง
เหลียงเถาทำได้แค่เดินฮึดฮัดเข้าบ้านไปเท่านั้น เขากำลังคิดจะไปก่อเรื่องที่บ้านถานตอนเย็นเพื่อรีดไถเสบียงอยู่พอดี แต่กลับถูกผู้ใหญ่บ้านทำให้เสียแผนอีก
ถานจื่อกลับไปถึงบ้านก็ส่งเงินที่เหลือให้ยี่ซินนำไปเก็บ เขายังเล่าเรื่องที่ไปคืนเงินแล้วถูกเหลียงเถาเล่นแง่ให้ทุกคนฟัง ทำเอาคนอื่น ๆ ได้แต่ทอดถอนใจที่พวกเขายังมีผู้ใหญ่บ้านคอยช่วยเป็นพยานอยู่ ไม่เช่นนั้นการคืนเงินก้อนนี้คงยากยิ่งแล้ว
พวกถานเซียนเซียนที่ขายของในเมืองกำลังเดินทางกลับบ้านพอดี วันนี้พวกเขาขายของหมดช้ากว่าปกติ อาจเพราะชาวบ้านช่วงนี้ไม่ค่อยมีเงิน ยังดีที่พวกเขาได้ข่าวเรื่องเสบียงจากทางการ ทั้งสี่คนจึงรีบกลับบ้านเพื่อดูว่าบ้านพวกเขาได้รับเสบียงเหล่านั้นหรือยัง ถานเซียนเซียนยังคงแลกของจากระบบอยู่บ่อย ๆ นางโชคดีที่ได้ขึ้นเขาไปแลกลูกสนกับระบบเอาไว้มากถึงหนึ่งหมื่นแต้ม หลังจากที่ใช้แต้มก่อนหน้านี้ไปจนหมด ทำให้เงินที่ขายของได้นั้นเหลือเก็บเป็นกอบเป็นกำ ถานเซียนเซียนยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะขายลูกสนได้อีกนานแค่ไหน ใช่ว่านางไม่รู้ว่าลูกสนบนภูเขาลดน้อยลงไปทุกที ถานเซียนเซียนต้องหาวิธีทำเงินใหม่ในเร็ววันแล้ว
หลังมื้อเช้าวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนก็ออกเดินทางกันอีกครั้งอย่างไม่เร่งร้อน ถานเซียนเซียนที่เพิ่งกินอิ่ม พอขึ้นรถม้าได้ไม่นานก็หลับไปสิบห้าวันต่อมา การเดินทางดั่งหอยทากของถานเซียนเซียนในที่สุดก็จบลงเสียที นางไปส่งครอบครัวลุงใหญ่กับท่านปู่ไว้ที่จ้วงจื่อก่อน จากนั้นนางกับต้วนหยูก็กลับจวนโหวเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกเขาส่งคนไปแจ้งกำหนดการมาถึงให้คนในวังทราบแล้วตั้งแต่สองวันก่อน“พี่ใหญ่ ไม่ได้พบกันเสียนาน พวกท่านสบายดีนะขอรับ” ถานม่อจือถามพี่ชายที่เพิ่งเดินออกจากเรือนที่พวกเขาเลือกเอาไว้ให้มายังห้องโถงรับแขก“สบายดีมากเลยล่ะ พวกเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง” ถานจื่อเองก็นึกห่วงน้องชายไม่น้อยไปกว่าถานม่อจือเช่นเดียวกัน“พวกเราก็สบายดีขอรับ ตั้งแต่ได้ทำน้ำหอมขาย พวกเราก็ไม่ได้ทำงานสวนอีกเลยขอรับท่านพี่ อ้อ รอพวกท่านหายเหนื่อยก่อน ข้ากับฟู่เหมยจะพาท่านไปดูเครื่องทำน้ำหอมนะขอรับ ในนั้นพวกเราเก็บน้ำหอมที่ผสมแล้วไว้ให้พวกท่านด้วยคนละขวด ข้าคิดว่าพวกท่านต้องชอบแน่ขอรับ” ถานม่อจือกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขากับเมียใช้เวลาว่างผสมน้ำหอมให้เป็นกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกของคนในครอบคร
“คารวะท่านปู่ขอรับ/เจ้าค่ะ” ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนเห็นถานฟานมาถึงก็รีบลุกขึ้นค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม พวกเขาเห็นถานฟานดูสบายดีก็อดยกยิ้มไม่ได้“ไฮ้ ตามสบาย ๆ จะมากพิธีไปทำไมกัน พวกเจ้ามาได้อย่างไร ปู่ได้ข่าวว่าพวกเจ้ามีภารกิจที่ฝ่าบาทมอบให้มิใช่หรือ” ถานฟานรู้ข่าวลูกหลานจากจดหมายที่ถานม่อจือให้คนส่งมายังหมู่บ้านทุกเดือน“พวกเราเสร็จงานแล้วขอรับ เซียนเซียนเลยอยากแวะมาเยี่ยมทุกคนที่นี่ก่อนจะเดินทางกลับเมืองหลวงน่ะขอรับ” ต้วนหยูตอบแทนถานเซียนเซียนที่เอาแต่เล่นกับหลานชายของนางซึ่งพี่สะใภ้พามาหาก่อนหน้านี้“อ้อ มาถึงกันตั้งแต่เมื่อใดเล่า เดินทางเหนื่อยหรือไม่” ถานฟานกลัวหลาน ๆ จะเหนื่อยล้าเกินไปจากการเดินทางไกล“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ พวกเราไม่ได้เร่งร้อนเดินทางนัก” ต้วนหยูบอกยิ้ม ๆ เขาเห็นท่าทางสดใสของถานเซียนเซียนก็อดคิดถึงตอนที่นางให้กำเนิดบุตรไม่ได้ หากว่าเป็นลูกของพวกเขาเอง ถานเซียนเซียนจะอารมณ์ดีมากสักแค่ไหนกันที่ได้เล่นกับลูก“อืม… เที่ยงนี้อยู่กินข้าวกับปู่นะ เดี๋ยวปู่จะให้คนไปตักปลามาทำอาหารให้พวกเจ้ากินกัน ปลาในสระบ้านเราออกลูกออกหลานมาจนกินไม่ทันแล้ว” ถานฟานที่มักจะกินปลาแทบทุกวันเ
ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนพักผ่อนอยู่ที่เมืองถิงสือเพียงสามวัน ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางออกจากเมืองถิงสือไปยังด่านเมฆาโดยใช้เวลามากถึงสองวัน“น้องหญิง พักกันที่ด่านก่อนดีกว่านะ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ” ต้วนหยูเห็นว่าใกล้จะถึงยามพระอาทิตย์ตกดินแล้ว“ก็ได้เจ้าค่ะ ท่านพี่ให้คนตั้งค่ายเถอะ” ถานเซียนเซียนความจริงอยากเดินทางผ่านช่องแคบก่อนค่อยหยุดพัก เพียงแต่การเดินทางยามค่ำคืนบนเส้นทางนี้ยังอันตรายเกินไป เพราะตลอดเส้นทางเป็นทางแคบยาวไปมากกว่าสามสิบลี้ นางจึงไม่อยากขัดใจต้วนหยูที่ให้หยุดพักบริเวณด่านตรวจ เมื่อก่อน ด้านหน้าด่านตรวจนี้จะมีผู้อพยพจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่ตั้งแต่ทางการเกณฑ์ผู้อพยพไปสร้างคลองส่งน้ำ ที่นี่ก็ไม่มีผู้อพยพเหลืออยู่อีกต่อไป พวกเขาต่างช่วยกันขุดคลองส่งน้ำไปยังถิ่นฐานของตนเองจนทำให้พวกเขาได้กลับไปอยู่ที่บ้านเดิมกันแทบจะหมดแล้ว มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองอื่นแต่ก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเดิมของพวกเขามากนัก“ท่านพี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านปู่ที่หมู่บ้านก่อนกลับเมืองหลวงได้ไหมเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเอ่ยถามก่อนเข้านอนบนรถม้าคืนนั้น นางคิดมาพักใหญ่แล้วแต่ไม่กล้าถามต้วน
“น้องหญิงไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็น ๆ รับรองว่าเราไปถึงถิงสือตรงเวลาแน่นอน” ต้วนหยูได้แต่ต้องให้คำมั่นกับถานเซียนเซียน เขาไม่อยากให้นางอารมณ์เสีย ถานเซียนเซียนเห็นสีหน้าจริงจังของต้วนหยูเข้าก็ไม่อยากงอแงอีก นางกลัวว่าเขาจะรำคาญที่นางงี่เง่าเอาแต่ใจมากเกินไป เมื่อสามเดือนก่อน ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนทราบข่าวจากองครักษ์ลับว่าฝ่าบาทส่งขุนนางกรมเกษตรมาเรียนรู้วิธีการปลูกดอกบัวที่เมืองถิงสือ พระองค์ยังมีรับสั่งให้ขุนนางเหล่านั้นตรวจสอบที่ดินในเมืองอื่นเพื่อหาดินที่เหมือนกับเมืองถิงสือด้วย เนื่องจากฝ่าบาทเห็นว่าการทำสวนบัวนี้สามารถช่วยเหลือราษฎรที่มีที่ดินซึ่งไม่สามารถปลูกพืชได้มาก พระองค์จึงคิดจะส่งเสริมราษฎรให้ทำสวนบัวเพิ่มขึ้นสิบเจ็ดวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนมาถึงหน้าประตูเมืองถิงสือที่ตอนนี้มีชาวบ้านมากมายมานั่งรอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก เสียงถวายพระพรดังก้องไปทั่วบริเวณเมื่อรถม้าของนางเคลื่อนผ่าน ทำเอาถานเซียนเซียนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านพี่ เหตุใดชาวบ้านจึงมากันมากมายเช่นนี้” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางกลัวว่าพวกเขาจะมีสิ่งใดให้นางช่วยหรือไม่จึงได้พากันมาเช่นนี้
ถานเซียนเซียนเดินดูที่ดินต่ออีกพักใหญ่ ก่อนที่นางจะชวนพวกเขากลับเข้าเมืองถิงสือเพื่อเขียนแผนผังการทำฟาร์มบัวของนาง“น้องหญิงมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” ต้วนหยูเห็นนางเขียนหนังสืออยู่นานตั้งแต่กลับมาถึงจวนจึงอดเป็นห่วงไม่ได้“ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าค่ะ ท่านพี่ไปตรวจสอบเสบียงเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนต่อทั้งที่เพิ่งถามสามีเสร็จ“อืม… ตรวจได้กว่าครึ่งแล้วล่ะ เจ้าเมืองจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ พี่เลยตรวจได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้น่ะ” ต้วนหยูนั่งลงช่วยฝนหมึกให้ถานเซียนเซียน“อา… เช่นนั้นงานของท่านพี่ก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดสิเจ้าคะ แบบนี้สวนบัวของข้าคงจัดการไม่ทันเวลาที่เราต้องออกเดินทางไปซานหลางสิเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางยังต้องสอนคนงานที่เจ้าเมืองถิงสือหาให้ก่อนจึงจะวางใจได้“เจ้าไม่ต้องรีบ พี่จะรอจนกว่าเจ้าจัดการที่ดินผืนนั้นเสร็จค่อยออกเดินทาง อย่างไรเสียก็ยังเหลือเมืองทางตะวันตกที่ต้องตรวจสอบอีกแค่สี่เมืองเท่านั้น” ต้วนหยูไม่ได้เร่งร้อนที่จะตรวจงานมากนัก เขาแค่อยากตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจากไป“ขอบคุณท่านพี่ที่เข้าใจข้านะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนหันไปหอมแก้มข
[ ระบบ ดินที่นี่เหมาะสมที่จะปลูกแตงโมหรือเปล่า ] ถานเซียนเซียนคิดว่าที่นี่น่าจะสามารถส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกแตงโมขายได้บ้าง[ หากเปลี่ยนดินใหม่ก็จะปลูกได้ผลผลิตดีมากขอรับ เจ้านายต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ขอรับ ] ระบบในที่สุดก็หาเรื่องแลกเปลี่ยนกับถานเซียนเซียนได้เสียที[ อืม… รอก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะสำรวจดูว่าตรงไหนที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ ข้าจะจ้างชาวบ้านปลูกแตงโมเพิ่มในที่ดินสามร้อยหมู่นั่นเอง ] ถานเซียนเซียนยังไม่รู้เลยว่าที่ดินในเมืองนี้ของนางอยู่ที่ใด หากว่ามีคลองน้ำไหลผ่าน นางก็จะให้คนขุดทางน้ำเพิ่มในที่ดินผืนนั้นแล้วจึงมอบเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขานำไปปลูกเลี้ยงชีพ[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบเองก็หวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อที่มันจะได้สะสมคะแนนสำหรับการอัพเกรดครั้งที่สี่ซึ่งยังเหลืออีกหลายคะแนนกว่าจะครบ ขบวนของถานเซียนเซียนเดินทางตรงไปยังที่ว่าการเมืองซึ่งตั้งอยู่ด้านในเมืองถิงสือโดยที่สองข้างทางมีทหารคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ชาวเมืองที่เห็นเข้าต่างสงสัยว่าพวกนางเป็นคนใหญ่คนโตจากที่ใด เพียงแต่พอเห็นทหารหน้าตาขึงขังจำนวนมาก พวกเขาจึงทำได้แค่เดินตามไปดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น“ถวายพระพรท่าน







