مشاركة

รู้จนได้

مؤلف: 橙花
last update تاريخ النشر: 2026-03-02 05:30:51

พ่อรู้แล้วน่า นี่เป็นหนทางทำมาหากินอย่างเดียวที่เรามีอยู่ พ่อจะกล้าปากมากได้ยังไงกันเล่า พวกเจ้าขึ้นเขาไปอย่างสบายใจเถอะ” ถานฟานกล่าวยืนยัน เขามีหรือจะกล้าทำให้ลูกหลานต้องลำบากอีก

เช่นนั้นพวกเรารีบไปก่อนนะขอรับ” ถานม่อจือบอกและชวนฟู่เหวยออกจากบ้านไปพร้อมกับพี่ชายพี่สะใภ้ของเขาซึ่งกำลังเดินนำหน้าอยู่

ทั้งสี่คนเดินตามกันไปโดยมีชาวบ้านสองสามคนพบเห็นและเอ่ยทักทายพวกเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น เพราะในหมู่บ้านมีเพียงคนบ้านถานเท่านั้นที่ขึ้นเขาบ่อย ๆ ทั้งที่บนภูเขาก็ไม่มีสิ่งใดให้พวกเขาเก็บมากินได้นานแล้ว

พวกเจ้าขึ้นเขากันอีกแล้วหรือ? ข้าไม่เห็นว่าพวกเจ้าจะได้อะไรดี ๆ ติดไม้ติดมือมาเลยสักครั้ง หรือว่าพวกเจ้ามีเรื่องปิดบังพวกเราอยู่” ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้นเสียงดัง

จะมีอะไรเล่า พวกข้าขึ้นเขาไปเก็บฟืนเท่านั้นแหละ ขอตัวก่อนนะ นี่ก็สายมากแล้ว พวกเรายังต้องกลับบ้านมาทำงานอีก” ถานจื่อตอบอย่างขอไปที

ชาวบ้านอีกสองสามคนได้ยินเข้าก็อดซุบซิบกันด้วยความสงสัยไม่ได้ ฉ่งฉิงซึ่งแอบอยู่อีกด้านหนึ่งก็ได้ยินเช่นเดียวกัน เขามั่นใจว่าคนบ้านถานจะต้องมีเรื่องปิดบังอย่างแน่นอน ฉ่งฉิงจึงตัดสินใจจะแอบติดตามพวกเขาขึ้นเขา

พวกถานจื่อไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังแอบตามพวกเขาอยู่เพราะความเร่งรีบที่จะเก็บลูกสนและนำกลับไปเผาบดเพื่อให้ถานเซียนเซียนเอาไว้ทำขนม หนึ่งชั่วยามกว่าที่พวกเขาจะพากันไปถึงดงสนขนาดใหญ่บนภูเขาสูง ทั้งสี่คนช่วยกันเก็บลูกสนใส่รถเข็นที่นำมาก่อนเป็นอันดับแรก ฉ่งฉิงที่แอบดูอยู่ปากทางเข้าดงสนอดสงสัยไม่ได้ว่าคนพวกนี้จะนำลูกสนไปทำอันใด ถึงเขาจะรู้จักดงสนนี้มานานแล้ว แต่ใครไม่รู้กันบ้างเล่าว่ามันนำไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย ด้วยความสงสัย ฉ่งฉิงแอบเดินขึ้นไปบนเขาอีกระยะทางหนึ่งและเก็บลูกสนใส่อกเสื้อไว้หลายลูก

ลองเอากลับไปดูก่อนดีกว่าว่าลูกสนพวกนี้ทำอะไรได้” ฉ่งฉิงพึมพำเบา ๆ และเลือกที่จะเดินลงจากเขาไปก่อนคนบ้านถาน

พวกถานจื่อใช้เวลาเก็บลูกสนจนเต็มรถเข็นและตะกร้าสะพายหลังในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม พวกเขายังใช้ไม้ฟืนบดบังลูกสนที่อยู่ในตะกร้าและรถเข็นด้วย ก่อนที่จะพากันเดินลงจากเขาอย่างไม่ช้าไม่เร็ว เพราะทุกคนต่างกลัวว่าลูกสนจะหล่นลงมาจากรถเข็นและตะกร้าสะพายหลัง

ด้านฉ่งฉิงที่กลับถึงบ้านพักใหญ่แล้วก็นำลูกสนออกมานั่งดูอยู่นาน เขาตัดสินใจลองเอามีดมาฟันผ่าลูกสนออกอย่างสงสัยใคร่รู้ ปรากฏว่าภายในลูกสนที่ถูกผ่าออกมานั้นมีเนื้อในสีขาวนวลซ่อนอยู่ ฉ่งฉิงใช้มีดแงะเนื้อออกมาลองชิมดูก็พบว่ารสชาติพอใช้ได้ เขาไม่รู้วิธีการกินที่ง่ายกว่านี้ เมื่อเห็นว่าลูกสนนี้กินได้ ฉ่งฉิงก็ใช้มีดผ่าเอาเนื้อด้านในออกมาทั้งหมด เรื่องนี้เขาต้องเก็บเป็นความลับเพราะกลัวว่าถ้าชาวบ้านคนอื่นรู้เข้าแล้ว ลูกสนบนภูเขาอาจจะถูกเก็บไปจนหมดก็ได้ ฉ่งฉิงตั้งใจจะลอบขึ้นเขาคนเดียวเพื่อเก็บลูกสนในยามค่ำคืน เขารู้ดีว่าไม่มีใครกล้าขึ้นเขาในช่วงนั้นอย่างแน่นอน และเมื่อเขามีลูกสนพวกนี้แล้ว เขาก็ไม่ต้องไปขออาหารจากชาวบ้านคนอื่นให้เสียเวลาอีกต่อไป

ถานจื่อกับคนอื่น ๆ กลับถึงบ้านแล้วก็รีบแยกย้ายกันทำงานทันที พวกเขาก่อไฟในเตาหลุมทั้งหมดและนำลูกสนมาเผาเพื่อนำไปบดเป็นแป้งทำขนม

พวกถานเซียนเซียนที่เข้าเมืองไปขายขนมและลูกสนเผานั้นก็ยังคงขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเช่นวันก่อน ๆ ยิ่งวันนี้ถานเซียนเซียนทำขนมมาขายมากกว่าเมื่อวานก็ยิ่งทำให้รายได้ของพวกเขาเพิ่มมากขึ้นถึงสองเท่า ส่วนลูกสนเผาที่นำมาจำนวนน้อยกว่าที่เคยก็ถูกขายหมดไปในเวลาไล่เลี่ยกัน

น้องสาว วันนี้เจ้าจะซื้ออะไรกลับบ้านบ้าง” ถานจงหยางถามระหว่างเก็บข้าวของเพื่อเดินทางกลับบ้าน วันนี้พวกเขาไปยืมรถเข็นจากชาวบ้านมาใช้งานแทนหนึ่งวัน

ข้าออกไปซื้อมาไว้แล้วเจ้าค่ะพี่ใหญ่ พวกเรากลับบ้านกันได้เลย” ถานเซียนเซียนใช้เวลาที่ทุกคนกำลังยุ่งแลกเปลี่ยนของจากระบบออกมาไว้เป็นจำนวนมากแล้ว นางจึงใช้ข้ออ้างว่าไปห้องน้ำเพื่อนำของเหล่านั้นกลับมาให้ทุกคน ถานเซียนเซียนไม่ต้องการใช้เงินที่หาได้อย่างยากลำบากอีก นางอยากให้ครอบครัวใช้หนี้สินหมดโดยเร็วที่สุดเพื่อหลังจากนี้ชีวิตพวกนางจะได้ดีขึ้นบ้าง

อืม… เช่นนั้นพวกเราก็กลับบ้านกันเถอะ” ถานจงหยางกับถานจงซิงช่วยกันยกของที่ถานเซียนเซียนชี้บอกขึ้นรถเข็นหลังพูดจบ พวกเขาไม่คิดว่าน้องสาวจะแอบไปซื้อของมามากมายถึงเพียงนี้ พวกเขายังเห็นผ้าใหม่มากถึงสี่พับด้วย

พี่สาว ข้าอยากกินขนมขอรับ” ถานเหยาจื่ออดพูดไม่ได้เมื่อเขาขายขนมช่วยพี่สาวตั้งแต่เช้าแล้วแต่ยังไม่ได้กินเลยสักชิ้น ขนมกลับหมดเสียแล้ว

เจ้ารอถึงบ้านก่อน พี่สาวจะทำให้เจ้ากินดีหรือไม่” ถานเซียนเซียนลูบหัวน้องชายที่ตัวเล็กกว่านางหนึ่งช่วงศรีษะ ต้องโทษที่บ้านนางยากจน ร่างกายของทุกคนจึงดูเล็กบางกว่าเด็กปกติทั่วไปหลายเท่านัก หากคนไม่รู้คงคิดว่าพวกนางอายุไม่ถึงสิบสาม

ตกลงขอรับ ข้าจะช่วยพี่สาวทำด้วย” ถานเหยาจื่อยิ้มกว้างออกมา เขาไม่กล้ากินขนมพวกนั้นตอนพี่สาวทำแต่แรก พอได้รับอนุญาต เขาจึงรู้สึกดีใจมากเป็นพิเศษ

เด็ก ๆ ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็กลับถึงบ้าน พวกเขาช่วยกันขนของลงจากรถเข็นเสร็จก็แยกย้ายกันไปช่วยงานในบ้าน มีเพียงถานจงซิงที่นำรถเข็นไปคืนชาวบ้านเท่านั้นที่ไม่อยู่ พวกเขายังใช้ลูกสนเผาที่มีอยู่ในบ้านไปให้เจ้าของรถเข็นเพื่อตอบแทนที่เขาให้ยืมรถเข็นในวันนี้ด้วย แน่นอนว่าถานจงซิงจะบอกว่าเขาซื้อมันมาจากในเมืองแทนการบอกว่าบ้านพวกเขาทำมันออกมาเอง

การทำขนมวันนี้ถานเซียนเซียนมีป้าสะใภ้กับแม่ของนางมาช่วยทำด้วย ทำให้พวกเขาสามารถทำขนมได้มากกว่าที่เคยเกือบสามเท่าเลยทีเดียว เด็กผู้ชายในบ้านเองก็เปลี่ยนจากช่วยนางทำขนมเป็นไปช่วยกันบดลูกสนเผา แป้งที่ได้จากลูกสนเผาในวันนี้จึงมีมากกว่าทุกวันด้วย

เซียนเซียน เย็นนี้ลูกจะทำอะไรให้พวกเรากิน แม่กับป้าช่วยทำด้วยดีไหม” ฟู่เหมยสงสารลูกสาวที่ต้องไปขายของแล้วยังต้องกลับมาทำงานที่บ้านอีก

อืม… ท่านแม่ไปดูวัตถุดิบบนโต๊ะก่อนก็ได้เจ้าค่ะ ข้าซื้อของมาเยอะเลย ท่านกับท่านป้าค่อยเลือกดูว่าจะทำอะไรกินเป็นมื้อเย็น” ถานเซียนเซียนที่ทำอาหารมาหลายวันชักจะคิดไม่ออกว่าจะทำเมนูไหนให้พวกเขากินเหมือนกัน

ตกลง แม่ไปดูก่อนนะ” ฟู่เหมยพยักหน้ารับคำและหันหลังเดินไปยังโต๊ะในห้องครัวซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง นางเห็นเนื้อ ปลา ผักและเครื่องปรุงหลายอย่างวางอยู่ก็อดทอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ ไม่รู้ว่ากี่ปีแล้วที่นางไม่ได้เห็นของดี ๆ แบบนี้

โอ้โห เซียนเซียนซื้ออะไรมาเยอะแยะเนี่ย ไม่รู้ว่าต้องใช้เงินไปเท่าไหร่” ยี่ซินที่เดินมาดูอีกคนอดอุทานออกมาเสียงดังไม่ได้ บ้านนางยังต้องใช้หนี้ให้พ่อสามีอีก นางจึงกลัวว่าเงินที่หามาได้จะไม่พอตัดเงินต้นที่ค้างอยู่ถึงสามตำลึงเงิน

พี่สะใภ้อย่าเสียงดังไปสิเจ้าคะ ข้ากลัวพวกชาวบ้านจะได้ยิน” ฟู่เหมยส่ายหัวและหันไปมองนอกรั้วบ้านอย่างระแวดระวัง

อ่า… ข้าขอโทษ ข้าแค่ตกใจมากไปหน่อยน่ะ” ยี่ซินกล่าวเสียงเบาลงทันที

ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ รอให้ลูกเอาเงินมาให้เราก็รู้แล้วว่านางเหลือเงินกลับบ้านมาเท่าไหร่ ท่านพี่ไม่ต้องกังวลไปมากหรอกนะเจ้าคะ ข้าเชื่อว่าเซียนเซียนต้องรู้ดีว่าครอบครัวเรายังต้องมีเรื่องใช้เงินอีกมาก” ฟู่เหมยยิ้มบางเมื่อเอ่ยถึงลูกสาว

อืม… ข้าเข้าใจแล้ว ผ้าสี่พับนั่นเราค่อยช่วยกันตัดเย็บเสื้อผ้าให้ทุกคนยามว่างก็แล้วกันนะ รอให้ใช้หนี้สินหมดเสียก่อน เสื้อผ้าพวกนี้ถึงจะนำออกมาใส่ได้” ยี่ซินเห็นผ้าทั้งสี่พับที่ลูกชายนำเข้าไปเก็บในบ้านก่อนหน้านี้แล้ว

เจ้าค่ะพี่สะใภ้ เรามาช่วยกันทำกับข้าวดีกว่าเจ้าค่ะ นี่ก็ใกล้ถึงเวลาอาหารแล้ว” ฟู่เหมยชวนเสียงเบา นางไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาวุ่นวายทำอาหารให้คนทั้งบ้านอีก

ยี่ซินพยักหน้ารับคำและไปนำหม้อมาตักข้าวสารขาวมากกว่าครึ่งหม้อ ก่อนจะนำไปใส่น้ำเพื่อหุงสำหรับให้คนทั้งบ้านได้กินในมื้อค่ำนี้ จากนั้นทั้งสองคนก็ช่วยกันทำอาหารคนละไม้คนละมืออย่างรวดเร็ว

ถานเซียนเซียนที่ยังคงทำขนมเพิ่มอยู่มองแม่กับป้าสะใภ้พร้อมรอยยิ้ม นางยังหวังว่าวันพรุ่งนี้จะมีรายได้มากขึ้นจากขนมที่นำไปขาย โชคดีที่นางแลกเปลี่ยนของกับระบบ ทำให้ไม่ต้องแวะซื้อกานเฉ่าจากในเมืองอีก ถานเซียนเซียนต้องการประหยัดเงินให้มากที่สุด เป้าหมายแรกของนางคือการปลอดหนี้

ถานฟานมองดูลูกหลานช่วยกันทำงานอยู่ข้างหน้าต่างในบ้าน เขาเองก็อดยิ้มที่เห็นทุกคนสามัคคีกันทำงานไม่ได้ ถานฟานคิดว่าครอบครัวเขาคงต้องตายจากความอดอยากก่อนหน้านี้เสียแล้ว โชคดีที่หลานสาวเขาฉลาดเลยทำให้ตอนนี้ทุกคนได้กินอิ่มทุกวัน อีกทั้งการค้าของบ้านเขายังเป็นไปด้วยดี ถานฟานยังหวังว่าพวกเขาจะสามารถใช้หนี้ทั้งหมดคืนได้ในเร็ววัน เพื่อที่หลานชายทั้งสองของเขาซึ่งถึงวัยออกเรือนจะได้เก็บเงินเพื่อสู่ขอหญิงสาวเข้าบ้านได้เสียที

ถานจงหยางกับถานจงซางไม่รู้ความคิดปู่ของพวกเขา จริงอยู่ว่าพวกเขานั้นถึงวัยออกเรือนแล้ว แต่ทั้งสองคนรู้ดีว่าที่บ้านยากจน การจะรับคนนอกเข้ามาในบ้านย่อมเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ และหญิงสาวบ้านอื่นก็รังเกียจว่าบ้านพวกเขาจน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   ข้าคือเกษตรกร

    หลังมื้อเช้าวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนก็ออกเดินทางกันอีกครั้งอย่างไม่เร่งร้อน ถานเซียนเซียนที่เพิ่งกินอิ่ม พอขึ้นรถม้าได้ไม่นานก็หลับไปสิบห้าวันต่อมา การเดินทางดั่งหอยทากของถานเซียนเซียนในที่สุดก็จบลงเสียที นางไปส่งครอบครัวลุงใหญ่กับท่านปู่ไว้ที่จ้วงจื่อก่อน จากนั้นนางกับต้วนหยูก็กลับจวนโหวเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกเขาส่งคนไปแจ้งกำหนดการมาถึงให้คนในวังทราบแล้วตั้งแต่สองวันก่อน“พี่ใหญ่ ไม่ได้พบกันเสียนาน พวกท่านสบายดีนะขอรับ” ถานม่อจือถามพี่ชายที่เพิ่งเดินออกจากเรือนที่พวกเขาเลือกเอาไว้ให้มายังห้องโถงรับแขก“สบายดีมากเลยล่ะ พวกเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง” ถานจื่อเองก็นึกห่วงน้องชายไม่น้อยไปกว่าถานม่อจือเช่นเดียวกัน“พวกเราก็สบายดีขอรับ ตั้งแต่ได้ทำน้ำหอมขาย พวกเราก็ไม่ได้ทำงานสวนอีกเลยขอรับท่านพี่ อ้อ รอพวกท่านหายเหนื่อยก่อน ข้ากับฟู่เหมยจะพาท่านไปดูเครื่องทำน้ำหอมนะขอรับ ในนั้นพวกเราเก็บน้ำหอมที่ผสมแล้วไว้ให้พวกท่านด้วยคนละขวด ข้าคิดว่าพวกท่านต้องชอบแน่ขอรับ” ถานม่อจือกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขากับเมียใช้เวลาว่างผสมน้ำหอมให้เป็นกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกของคนในครอบคร

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   ชวนไปเมืองหลวง

    “คารวะท่านปู่ขอรับ/เจ้าค่ะ” ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนเห็นถานฟานมาถึงก็รีบลุกขึ้นค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม พวกเขาเห็นถานฟานดูสบายดีก็อดยกยิ้มไม่ได้“ไฮ้ ตามสบาย ๆ จะมากพิธีไปทำไมกัน พวกเจ้ามาได้อย่างไร ปู่ได้ข่าวว่าพวกเจ้ามีภารกิจที่ฝ่าบาทมอบให้มิใช่หรือ” ถานฟานรู้ข่าวลูกหลานจากจดหมายที่ถานม่อจือให้คนส่งมายังหมู่บ้านทุกเดือน“พวกเราเสร็จงานแล้วขอรับ เซียนเซียนเลยอยากแวะมาเยี่ยมทุกคนที่นี่ก่อนจะเดินทางกลับเมืองหลวงน่ะขอรับ” ต้วนหยูตอบแทนถานเซียนเซียนที่เอาแต่เล่นกับหลานชายของนางซึ่งพี่สะใภ้พามาหาก่อนหน้านี้“อ้อ มาถึงกันตั้งแต่เมื่อใดเล่า เดินทางเหนื่อยหรือไม่” ถานฟานกลัวหลาน ๆ จะเหนื่อยล้าเกินไปจากการเดินทางไกล“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ พวกเราไม่ได้เร่งร้อนเดินทางนัก” ต้วนหยูบอกยิ้ม ๆ เขาเห็นท่าทางสดใสของถานเซียนเซียนก็อดคิดถึงตอนที่นางให้กำเนิดบุตรไม่ได้ หากว่าเป็นลูกของพวกเขาเอง ถานเซียนเซียนจะอารมณ์ดีมากสักแค่ไหนกันที่ได้เล่นกับลูก“อืม… เที่ยงนี้อยู่กินข้าวกับปู่นะ เดี๋ยวปู่จะให้คนไปตักปลามาทำอาหารให้พวกเจ้ากินกัน ปลาในสระบ้านเราออกลูกออกหลานมาจนกินไม่ทันแล้ว” ถานฟานที่มักจะกินปลาแทบทุกวันเ

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   เยี่ยมท่านปู่

    ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนพักผ่อนอยู่ที่เมืองถิงสือเพียงสามวัน ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางออกจากเมืองถิงสือไปยังด่านเมฆาโดยใช้เวลามากถึงสองวัน“น้องหญิง พักกันที่ด่านก่อนดีกว่านะ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ” ต้วนหยูเห็นว่าใกล้จะถึงยามพระอาทิตย์ตกดินแล้ว“ก็ได้เจ้าค่ะ ท่านพี่ให้คนตั้งค่ายเถอะ” ถานเซียนเซียนความจริงอยากเดินทางผ่านช่องแคบก่อนค่อยหยุดพัก เพียงแต่การเดินทางยามค่ำคืนบนเส้นทางนี้ยังอันตรายเกินไป เพราะตลอดเส้นทางเป็นทางแคบยาวไปมากกว่าสามสิบลี้ นางจึงไม่อยากขัดใจต้วนหยูที่ให้หยุดพักบริเวณด่านตรวจ เมื่อก่อน ด้านหน้าด่านตรวจนี้จะมีผู้อพยพจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่ตั้งแต่ทางการเกณฑ์ผู้อพยพไปสร้างคลองส่งน้ำ ที่นี่ก็ไม่มีผู้อพยพเหลืออยู่อีกต่อไป พวกเขาต่างช่วยกันขุดคลองส่งน้ำไปยังถิ่นฐานของตนเองจนทำให้พวกเขาได้กลับไปอยู่ที่บ้านเดิมกันแทบจะหมดแล้ว มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองอื่นแต่ก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเดิมของพวกเขามากนัก“ท่านพี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านปู่ที่หมู่บ้านก่อนกลับเมืองหลวงได้ไหมเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเอ่ยถามก่อนเข้านอนบนรถม้าคืนนั้น นางคิดมาพักใหญ่แล้วแต่ไม่กล้าถามต้วน

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   ผู้มีพระคุณ

    “น้องหญิงไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็น ๆ รับรองว่าเราไปถึงถิงสือตรงเวลาแน่นอน” ต้วนหยูได้แต่ต้องให้คำมั่นกับถานเซียนเซียน เขาไม่อยากให้นางอารมณ์เสีย ถานเซียนเซียนเห็นสีหน้าจริงจังของต้วนหยูเข้าก็ไม่อยากงอแงอีก นางกลัวว่าเขาจะรำคาญที่นางงี่เง่าเอาแต่ใจมากเกินไป เมื่อสามเดือนก่อน ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนทราบข่าวจากองครักษ์ลับว่าฝ่าบาทส่งขุนนางกรมเกษตรมาเรียนรู้วิธีการปลูกดอกบัวที่เมืองถิงสือ พระองค์ยังมีรับสั่งให้ขุนนางเหล่านั้นตรวจสอบที่ดินในเมืองอื่นเพื่อหาดินที่เหมือนกับเมืองถิงสือด้วย เนื่องจากฝ่าบาทเห็นว่าการทำสวนบัวนี้สามารถช่วยเหลือราษฎรที่มีที่ดินซึ่งไม่สามารถปลูกพืชได้มาก พระองค์จึงคิดจะส่งเสริมราษฎรให้ทำสวนบัวเพิ่มขึ้นสิบเจ็ดวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนมาถึงหน้าประตูเมืองถิงสือที่ตอนนี้มีชาวบ้านมากมายมานั่งรอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก เสียงถวายพระพรดังก้องไปทั่วบริเวณเมื่อรถม้าของนางเคลื่อนผ่าน ทำเอาถานเซียนเซียนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านพี่ เหตุใดชาวบ้านจึงมากันมากมายเช่นนี้” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางกลัวว่าพวกเขาจะมีสิ่งใดให้นางช่วยหรือไม่จึงได้พากันมาเช่นนี้

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   สวนบัว

    ถานเซียนเซียนเดินดูที่ดินต่ออีกพักใหญ่ ก่อนที่นางจะชวนพวกเขากลับเข้าเมืองถิงสือเพื่อเขียนแผนผังการทำฟาร์มบัวของนาง“น้องหญิงมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” ต้วนหยูเห็นนางเขียนหนังสืออยู่นานตั้งแต่กลับมาถึงจวนจึงอดเป็นห่วงไม่ได้“ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าค่ะ ท่านพี่ไปตรวจสอบเสบียงเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนต่อทั้งที่เพิ่งถามสามีเสร็จ“อืม… ตรวจได้กว่าครึ่งแล้วล่ะ เจ้าเมืองจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ พี่เลยตรวจได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้น่ะ” ต้วนหยูนั่งลงช่วยฝนหมึกให้ถานเซียนเซียน“อา… เช่นนั้นงานของท่านพี่ก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดสิเจ้าคะ แบบนี้สวนบัวของข้าคงจัดการไม่ทันเวลาที่เราต้องออกเดินทางไปซานหลางสิเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางยังต้องสอนคนงานที่เจ้าเมืองถิงสือหาให้ก่อนจึงจะวางใจได้“เจ้าไม่ต้องรีบ พี่จะรอจนกว่าเจ้าจัดการที่ดินผืนนั้นเสร็จค่อยออกเดินทาง อย่างไรเสียก็ยังเหลือเมืองทางตะวันตกที่ต้องตรวจสอบอีกแค่สี่เมืองเท่านั้น” ต้วนหยูไม่ได้เร่งร้อนที่จะตรวจงานมากนัก เขาแค่อยากตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจากไป“ขอบคุณท่านพี่ที่เข้าใจข้านะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนหันไปหอมแก้มข

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   พัฒนาอย่างลับ ๆ

    [ ระบบ ดินที่นี่เหมาะสมที่จะปลูกแตงโมหรือเปล่า ] ถานเซียนเซียนคิดว่าที่นี่น่าจะสามารถส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกแตงโมขายได้บ้าง[ หากเปลี่ยนดินใหม่ก็จะปลูกได้ผลผลิตดีมากขอรับ เจ้านายต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ขอรับ ] ระบบในที่สุดก็หาเรื่องแลกเปลี่ยนกับถานเซียนเซียนได้เสียที[ อืม… รอก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะสำรวจดูว่าตรงไหนที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ ข้าจะจ้างชาวบ้านปลูกแตงโมเพิ่มในที่ดินสามร้อยหมู่นั่นเอง ] ถานเซียนเซียนยังไม่รู้เลยว่าที่ดินในเมืองนี้ของนางอยู่ที่ใด หากว่ามีคลองน้ำไหลผ่าน นางก็จะให้คนขุดทางน้ำเพิ่มในที่ดินผืนนั้นแล้วจึงมอบเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขานำไปปลูกเลี้ยงชีพ[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบเองก็หวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อที่มันจะได้สะสมคะแนนสำหรับการอัพเกรดครั้งที่สี่ซึ่งยังเหลืออีกหลายคะแนนกว่าจะครบ ขบวนของถานเซียนเซียนเดินทางตรงไปยังที่ว่าการเมืองซึ่งตั้งอยู่ด้านในเมืองถิงสือโดยที่สองข้างทางมีทหารคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ชาวเมืองที่เห็นเข้าต่างสงสัยว่าพวกนางเป็นคนใหญ่คนโตจากที่ใด เพียงแต่พอเห็นทหารหน้าตาขึงขังจำนวนมาก พวกเขาจึงทำได้แค่เดินตามไปดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น“ถวายพระพรท่าน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status