Share

ตอนที่ 7 ปิ่นเงิน

last update Tanggal publikasi: 2024-11-22 14:03:58

“เปล่า ข้าแค่สงสัยว่าท่านเป็นใคร ถึงได้รู้ลึกขนาดนี้ ไม่รู้ว่าท่านแอบอยู่ใต้เตียงข้าหรือถึงรู้ว่าข้าถูกเฉียดหัวออกมา” เหวยผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พลางใช้มือปิดหูของอี้เหวินไว้ ไม่ให้ได้ยินคำที่นางเอ่ย

“นี้เจ้าจะหาว่าข้าชอบสอดเรื่องชาวบ้านใช่หรือไม่” ฟางซินที่ได้ยินหญิงสาวเอ่ยขึ้นมา ก็ปี้ดขึ้นมาทันที

“แล้วแต่ท่านจะคิด หากท่านไม่อยู่ใต้เตียงข้าจะรู้เรื่องของข้าได้อย่างไร อีกทั้งข้าเองก็ไม่รู้จักท่านอีกด้วย” 

“เจ้า…”

“ฮ่า…ฟางซินปกติมันก็เป็นนิสัยของเจ้าไม่ใช่หรือ” เสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้น ทำให้เหวยผิงหันไปมองเห็นเป็นหญิงสาววัยกลางคน นางมีไฝที่หางตาซ้าย

“เจ้าเกี่ยวอันใดด้วยไม่ทราบ” ฟางซินที่เห็นคู่อริของตนหัวเราะก็โกรธเกรี้ยวไม่น้อย

“นี้เหวยผิง เจ้าก็อย่าไปถือสานางเลย สามีนางไปทำหญิงสาวหมู่บ้านอื่นท้อง ทำให้เวลานางเจอสาวหม้ายที่ไหนก็ชอบไปต่อว่าอย่างนี้แหละ” เจี่ยวมี่เมินประโยคของฟางซิน แล้วหันมาคุยกับเหวยผิงเอง

เหวยผิงที่ได้ยินก็เหลือบสายตามองฟางซินที่ทำหน้าราวกับจะฆ่าคนตาย ดูเหมือนจะบ้านางไม่เกี่ยวกับสามีนางเสียหน่อย

“เจ้า…” ฟางซินที่ถูกเจี่ยวมี่พูดจี้จุดก็ง้างมือเตรียมตบเจี่ยวมี่

“หยุดได้แล้ว ไม่งั้นพวกเจ้าลงไปจากรถม้าข้า” ไป๋ซานที่ทนเสียงอันน่ารำคาญไม่ไว้ก็หันมาตวาดทำให้ฟางซินต้องเก็บมืออย่างจำใจ

“ ถึงแล้ว มาเจอกันตรงนี้ในยามอู่ หากใครช้าข้าจะไม่รอ” 

และก็เป็นเวลาที่มาถึงตัวอำเภอพอดี เหวยผิงอุ้มอี้เหวินลงจากเกวียน แล้วมุ่งหน้าไปตลาด ไม่สนสายตาของฟางซินที่มองมาด้วยความไม่พอใจ

“ท่านแม่ข้าอยากกินอันนั้น” เหวยผิงมองตามนิ้วของอี้เหวินก็เห็นเป็นร้านขายถังหูลู่จึงก้มลงบอก

“ได้เดี๋ยวแม่ซื้อให้ แต่แม่ต้องเอาของไปขายเสียก่อนเข้าใจหรือไม่” 

“เข้าใจขอรับ” อี้เหวินเอ่ยตอบรับอย่างเชื่อฟัง ท่านแม่ไม่เคยโกหกตน

เหวยผิงก็พาอี้เหวินเดินสำรวจทั่วตลาด ก็ทำให้ได้รู้ว่ามีร้านขายเครื่องประดับเพียงหนึ่งร้านเท่านั้นเนื่องจากเป็นอำเภอไม่ใหญ่มากจึงทำให้ของบางอย่างมีเพียงร้านสองร้านเท่านั้น

“ไม่ทราบว่าแม่นางต้องการเครื่องดับแบบใดขอรับ ร้านเรามีทั้งปิ่น กำไลและอีกมากมายขอรับ” เสี่ยวเอ้อที่เห็นสองแม่ลูกเข้ามาในร้านก็ต้อนรับอย่างดี

“ข้าอยากจะขายปิ่นไม่ทราบว่า ที่นี่รับซื้อหรือไม่” เหวยผิงรู้สึกถูกใจเสี่ยวเอ้อไม่น้อย ไม่ดูถูกนางที่แต่งตัวซอมซ่อ

“รับขอรับ ไม่ทราบว่าแม่นางต้องการจะขายสิ่งใด” 

เหวยผิงหยิบปิ่นเงินออกมาให้เสี่ยวเอ้อได้ดู

“เอ่อ…เดี๋ยวข้าจะได้ตามเถ้าแก่มาตรวจสอบให้นะขอรับ” เสี่ยวเอ้อที่เห็นตัวปิ่นเงินก็ไปเรียกเถ้าแก่ร้านทันที เพราะดูจากตัวปิ่นคงเป็นของดีไม่น้อย

เหวยผิงพยักหน้าตกลง ก่อนจะนั่งรอเสี่ยวเอ้อไปตามเถ้าแก่มา รอไม่นานชายชราก็เดินออกมา

“แม่นาง ไม่ทราบว่าข้าขอดูตัวปิ่นเงินได้หรือไม่” 

เหวยผิงส่งปิ่นเงินให้ชายชราโดยไม่คิดอะไร เพราะไม่ว่าอย่างไรนางก็จะขายอยู่แล้ว ขอแค่ให้ได้ราคาที่นางพอใจก็พอ

“หกสิบตำลึง ข้าให้ปิ่นนี้หกสิบตำลึง” ชายชราที่เห็นความประณีตบนตัวปิ่นก็รู้ได้ว่าจะต้องมาจากร้านในตัวเมืองหลวง แต่ชายชราก็สงสัยว่าเหตุใดหญิงสาวชาวบ้านที่แต่งตัวซอมซ่อจะมีปิ่นราคาเพียงขนาดนี้

ดูจากผิวพรรณบางที่อาจจะเป็นคุณหนูตกอับสักตระกูลที่นำปิ่นมาขายเพื่อประทังชีวิต

“ตกลงข้าขายปิ่นชิ้นนี้” เหวยผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ในใจกลับดีใจไม่น้อยเดิมทีนางคิดว่าจะขายได้สักยี่สิบตำลึงก็มากแล้ว หลังจากตกลงขายเป็นที่เรียบร้อย นางก็รับตั๋วเงิน ตั๋วละสิบตำลึงมาหกตั๋ว

เมื่อออกมาจากร้านเหวยผิงก็พาอี้เหวินเข้าไปหลบตรงซอกตึก ที่ไม่มีผู้คนเอาถ้วยน้ำผึ้งออกมาจากมิติ แล้วมุ่งตรงไปยังร้านขายสมุนไพรทันที

อี้เหวินที่เห็นถ้วยน้ำผึ้งปรากฏบนมือท่านแม่ ก็มองอย่างงงๆ ว่ามันมาจากไหน เพราะตั้งแต่ที่พวกเขามาท่านแม่ก็ไม่ได้ถือถ้วยน้ำผึ้งมานี้เลย แต่ก็เลิกสนใจไป

เหตุที่เหวยผิงนำน้ำผึ้งมาขายที่ร้านขายยาก็เพราะตัวน้ำผึ้งเองก็มีสรรพคุณทางยา

“ไม่ทราบว่าที่นี่ รับซื้อน้ำผึ้งหรือไม่” เหวยผิงเอ่ยถามเสี่ยวเอ้อที่นั่งจัดยาอยู่ในร้าน

“ร้านเรารับซื้อน้ำผึ้งแท้เท่านั้น” เสี่ยวเอ้อเอ่ยตอบหญิงสาว เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมามันมีชาวบ้านมาขายน้ำผึ้ง แต่พอตรวจแล้วกับพบว่ามีน้ำเป็นส่วนมาก ซึ่งต้องรู้ว่าน้ำผึ้งค่อนข้างมีราคาสูง ยามที่ชาวบ้านหาน้ำผึ้งมาได้เพียงให้น้อยนิดก็จะใส่น้ำลงไปเพื่อให้มีปริมาณที่มากขึ้น

“น้ำผึ้งข้าเป็นของแท้ เชิญเจ้าตรวจสอบได้เลย” เหวยผิงส่งน้ำผึ้งกับเสี่ยวเอ้อตรวจสอบ เสี่ยวเอ้อที่เห็นน้ำผึ้งในถ้วยส่งกลิ่นหอม มีความเหนียวข้นตามหลักของน้ำผึ้ง จึงถือด้วยเข้าไปในร้าน

“ข้าจะเอาไปให้เถ้าแก่ร้านตรวจสอบ” เสี่ยวเอ้อที่เห็นเหวยผิงกำลังจะเดินตามเข้ามาก็เอ่ยขึ้น

เหวยผิงเองก็หยุดชะงักอยู่กับที่ นางรู้แล้วว่าเสี่ยวเอ้อคนนี้น่าจะดูน้ำผึ้งของนางออก นางก็กลัวเหมือนกันนะ นั้นมันเงินของนาง เกิดเสี่ยวเอ้อเอาน้ำผึ้งของนางไปเปลี่ยนจะทำอย่างไร

จะว่านางระแวงเกินเหตุก็ไม่ได้ จิตใจคนใช่ว่าจะรู้ได้

เพียงไม่กี่ลมหายใจ ชายวัยกลางคนก็เดินออกมาตามหลังมาด้วยเสี่ยวเอ้อ คนนี้ดูเหมือนจะเป็นเถ้าแก่ตามที่เสี่ยวเอ้อได้บอกไว้

“น้ำผึ้งถ้วยนี้เป็นของแม่นางใช่หรือไม่” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้น

“ก็ต้องใช่นะสิ น้ำผึ้งถ้วยนี้เป็นของข้า ข้าเป็นคนหามา ว่าจะมันขายได้ราคาเท่าไหร่หรือ” เหวยผิงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ นางเป็นคนเอามาก็ต้องเป็นของนางสิ คงไม่คิดว่านางไปขโมยมาหรอกนะพลางนึกถึงเฟยฮวาที่รออยู่ที่บ้าน ตอนที่เฟยฮวาจะตามนางมา แต่นางก็ได้ห้ามเอาไว้

“น้ำผึ้งของเจ้าเป็นน้ำผึ้งที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่ข้ารับซื้อมา ข้ารับซื้อขวดละสามตำลึง” เถ้าแก่ก็แปลกใจไม่น้อย ที่หญิงสาวจะสามารถหาน้ำผึ้งมาได้ด้วยไม่มีร่องรอยผึ้งต่อย

“ตกลง” เหวยผิงเอ่ยตกลงทันที นางเองก็ได้สอบถามจากหลายๆ คนมาแล้วว่าน้ำผึ้งราคาอยู่ช่วงสองตำลึงห้าร้อยอีแปะจนไปถึงสองตำลึงเก้าร้อยอีแปะ

เมื่อตกลงเรียบร้อยเสี่ยวเอ้อถึงไปเอาขวดกระเบื้องมาตวง

“หนึ่งขวด กับอีกครึ่งขวดทั้งหมดห้าตำลึง” ตามประมาณที่ได้เหวยผิงพอใจอย่างมาก

“แม่นาง…ถ้าหากเจ้ามีน้ำผึ้งแบบนี้อีกก็นำมาขายให้ข้าได้อีกข้าจะให้ราคาอย่างงาม” นานแล้วที่ไม่มีน้ำผึ้งแบบนี้ ทั้งกลิ่นหอมหวาน มันเป็นที่ต้องการอย่างมากในตระกูลใหญ่ๆ

“เจ้าค่ะ ครั้งหน้าข้าจะนำมันมาขายอีก ว่าแต่ข้าขอซื้อขวดกระเบื้องของท่านได้หรือไม่ รอบหน้าข้าจะได้ใส่ขวดกระเบื้องมาเลย” 

“ได้สิ เจ้าไปเอาขวดกระเบื้องมาสิบขวด” เถ้าแก่หันไปบอกเสี่ยวเอ้อที่อยู่ข้าง

“ราคาเท่าไหร่หรือ”

“ข้าไม่คิดเงิน ขวดกระเบื้องพวกนี้เจ้าเอาไปได้เลย ขอแค่ครั้งหน้าเจ้าเอาน้ำผึ้งมาขายให้ข้าก็พอ” เถ้าแก่ให้ขวดกระเบื้องโดยไม่คิดเงิน ดีไม่น้อยที่มีคนหาน้ำผึ้งแบบนี้มาขายได้ ซึ่งเถ้าแก่ก็ไม่อยากจะเอ่ยถามเเหล่งน้ำผึ้งแต่อย่างใด เพราะหญิงสาวที่หาน้ำผึ้งมาได้อย่างปลอดภัย ไร้รอยผึ้งต่อยถือว่าเก่งไม่น้อย ขนาดนักหาน้ำผึ้งเก่งกาจที่เคยว่าจ้างยังมีรอยผึ้งต่อยเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 44 จบบริบูรณ์

    เช้าวันรุ่งขึ้น…ในตำหนักของหนิงเซียนต่างวุ่นวายตามหาหมอหลวงอย่างเร่งรีบ เมื่อพบว่าหนิงเซียนโดนทำลายร้ายตอนนี้ทั้งวังหลวงต่างอยู่ในความตื่นตระหนก เหตุใดเมื่อคืนถึงบังอาจมีผู้ลักลอบเข้ามาทำลายว่าที่ฮองเฮาได้“ฝ่าบาทหมอหลวงมาแล้วเจ้าค่ะ” เข่อซิงวิ่งมาพร้อมกับหมอหลวง เข้ามาในห้องของที่มีร่างของหนิงเซียนนอนเจ็บอยู่ที่แขนของนางนั้นยังมีเลือดซึมอยู่ตลอดหมอหลวงเข้ามาแล้วก็รีบจัดการกับแผลของหนิงเซียน “ฝ่าบาทพระองค์โปรดออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้าต้องใช้สมาธิอย่างมากในการรักษาคุณหนูหนิงเซียน” หมอหลวงหันมาบอกจางหมิงที่ยังยืนอยู่ในห้องดู“ข้า…” ทีแรกจางหมิงมีท่าทียึกยัก แต่พอคิดว่าจะต้องรีบรักษาหนิงเซียนให้เร็วที่สุดจึงตัดสินใจออกจากห้องไปพอหมองหลวงเห็นว่าฝ่าบาทออกไปแล้วก็หันมารักษาให้กับหนิงเซียน หยิบยาขึ้นมาก่อนจะป้อนให้กับหนิงเซียน ดวงตาที่หลับอยู่ของหนิงเซียนเปิดขึ้นทันทีคว้ายาในมือของหมอหลวงก่อนจะป้อนใส่ปากของหมอหลวงอย่างรวดเร็วนางตวัดร่างขึ้นก่อนจะล็อกร่างของหมอหลวงไว้ให้กลืนยาเม็ดนั้นลงไป ด้วยความที่ร่างหมอหลวงบอบบางเกือบเท่านางทำให้หมอหลวงไม่สามารถขัดขืนได้เลยทำใจต้องกลืนยาเม็ดนั้นลงไป“เจ

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 43 ยามวิกาล

    “เจ้าหัวเราะอันใด” ซูเม่ยมองไปที่หนิงเซียนอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดมันจึงไม่เป็นไปตามที่นางคาดไว้“ข้าแค่เพียงชื่นชมในบทละครที่คุณหนูซูเม่ยตั้งใจเล่นเป็นอย่างมาก แต่เพียงคุณหนูบทของท่านกลับไม่เป็นจริงสักเรื่อง”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”“ท่านยังต้องถามข้าอีกหรือ ข้าอยากจะรู้นักว่าคนที่ไปสืบเรื่องนี้มาเหตุใดจึงสืบมาได้เพียงแค่นี้ เรื่องราวที่เหตุขึ้นที่ซีฉินออกจะใหญ่โต งั้นตัวข้าหนิงเซียนจะเล่าให้ทุกคนฟังในเรื่องที่ถูกต้อง จะได้เล่าเรื่องของตระกูลข้าได้อย่างตรงไปตรงมาไม่บิดเบือน” หนิงเซียนไล่สายตาไปหาผู้คนในงานนี้ ผู้ที่เผลอสบสายตากับนางก็รีบหลบสายตาหนีทันที“เรื่องที่ตระกูลหม่าของข้าถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏนั้นเป็นความจริง แต่มันก็เป็นสิ่งที่ตระกูลข้าถูกใส่ร้ายเท่านั้น พวกบ้าหลงระเริงอยู่ในอำนาจหวาดกลัวต่อตระกูลของข้าที่ย่อมสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดิน คุณหนูซูเม่ยต่อจากนี้ท่านจงตั้งใจฟังให้ดี… “หนิงเซียนจ้องเข้าไปในดวงตาของซูเม่ยที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก” ตัวข้ากองทัพทมิฬของท่านพ่อข้าและยังมีกองทัพหนันเหลียงร่วมจัดการโค่นบัลลังก์ตระกูลราชวงศ์องค์ก่อนนั้นคือสิ่งที่คุณหนูซูเม่ยขาดหายไป” หลังจาก

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 42 คณะทูตจากซีฉิน

    ภายในท้องพระโรง“ฝ่าบาทมีม้าเร็วจากซีฉินส่งสารมาว่าเหล่าคณะขุนนางของซีฉินจะมาเยี่ยมเยือนหนันเหลียงในอีกห้าวันข้างหน้าขอรับ” สิ้นสุดเสียงของนางกองทำให้เหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างถกเถียงกันกับการมาเยือนของคณะซีฉินในครั้งนี้ เพราะทั้งสองแคว้นนั้นก็นับว่าไม่ได้ปรองดองกันถึงขนาดที่ว่าจะไปมาหาสู่กันได้แต่ข้อถกเถียงก็ข้อถกเถียงเมื่อจางหมิงสั่งให้ขุนนางทุกคนเตรียมความพร้อมให้ดีในการมาเยือนของคณะซีฉินอีกห้าวันข้างหน้า“คุณหนูเจ้าคะ คณะจากซีฉินจะมาเยี่ยมเยือนที่นี่ในอีกห้าวันข้างหน้า” เหมยฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ท่านลุงจะมาที่นี่หรือ” หนิงเซียนแปลกใจเหตุใดนางถึงไม่รู้ข่าวเกี่ยวกับซีฮัน“ใช่เจ้าค่ะ ตอนนี้ฝ่าบาทสั่งให้เหล่าขุนนางเตรียมความพร้อมต่างๆ ท่านซ่งเสี่ยนเองก็เริ่มสั่งให้นางกำนัลเตรียมการสถานที่วังหลวงรอแล้วเจ้าค่ะ”หนิงเซียนพยักหน้าเข้าใจ นางก็อยากรู้ว่าที่ซีฮันมาเยือนหนันเหลียงครั้งนี้ด้วยเหตุอันใด “คงจะมีเรื่องให้ตื่นเต้นอีกแล้ว”ห้าวันผ่านไปตลอดเวลาที่ซีฉินส่งมาแล้วมาว่าจะมาเยี่ยมเยือนให้อีกห้าวันข้างหน้า คนในวังหลวงต่างมีหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ให้พร้อม และวันนี้เป็นวันที่คณะของ

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 41 ราชโองการ

    “คุณหนูเกิดเรื่องใหญ่เข้าเจ้าค่ะ” เสียงของเข่อซิงดังมาตั้งแต่หน้าตำหนัก ทำให้หนิงเซียนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องยาต้องออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น“เกิดอะไรขึ้นหรือเข่อซิง” ท่าทีของเข่อซิงดูร้อนรนไม่น้อย“ข่าวเกี่ยวกับท่านเจ้าค่ะ ตอนนี้ในเมืองต่างกล่าวถึงตัวท่านอย่างสนุกเลยเจ้าค่ะ เกี่ยวกับที่ตระกูลหม่าของท่านเป็นตระกูลแม่ทัพที่ก่อกบฏร้ายแรงสังหารชาวบ้านไม่เว้น แต่ดีที่ราชวงศ์ของตงหยางสั่งประหารได้ทัน พวกเขายังเล่นกันอีกกว่าเป็นท่านที่หนีรอดมาได้” เข่อซิงที่ออกไปซื้อของให้กับลี่หลิน นางจึงบังเอิญได้ยินเข้าหนิงเซียนได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนแปลงไปมากนัก” งั้นหรือเจ้าจะตกใจไม่ใย “ทำให้เข่อซิงสงสัยไม่น้อยตอนนี้ตระกูลของท่านกำลังถูกมองไม่ดีอยู่นะเจ้าคะ” แต่… “” มันไม่ใช่ความจริง เหตุใดข้าต้องเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องพวกนั้นด้วยล่ะ“เรื่องที่กล่าวมาไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น เหตุใดจึงไม่บอกไปด้วยละว่านางคนนี้ที่เป็นคนล้มราชวงศ์ซีฉินกับมือเอง” เจ้าค่ะ “เข่อซิงพยักหน้าตอบรับ ในเมื่อหนิงเซียนไม่ดูเดือดร้อนกับข่าวที่เกิดขึ้นเลยนางก็หาได้เดือดร้อนไม่“ขบวนองค์หญิงสามเสด็จ” เสียงของใครบางคนดัง

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 40 ข่าวลือ

    หนิงเซียนที่ได้ฟังเรื่องราวของก็รู้สึกสงสารจางหมิงไม่น้อย เป็นถึงเชื่อราชวงศ์ใช่ว่าจะสุขสบาย ต้องคอยระวังภัยกันเอง“แล้วฝ่าบาทจะตื่นจากบรรทมเมื่อใด”“หากไม่มีดอกไม้นั้นแล้ว กว่าพิษที่อยู่ในร่างกายของจางหมิงจะหายหมด ข้าคิดว่าอย่างต่ำสี่ถึงห้าวัน”ซ่งเสี่ยนพยักหน้าอย่างโล่งใจ คิดว่าจางหมิงจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้เสียอีกเมื่อจัดการตรงนี้เสร็จรีบร้อยนางจึงลาซ่งเสี่ยนกลับตำหนักวันนี้นางคิดที่จะไปเยี่ยมพวกเสี่ยวเปาเสียหน่อย นางเดินมาถึงทางออกเห็นว่ามู่เฉินยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้านิ่งเรียบ” มีอันใดหรือมู่เฉิน “” คุณหนูท่านจะกลับตำหนักแล้วหรือขอรับ “” ใช่ ว่าแต่เกิดอันใดขึ้น “” ตอนนี้เหล่าขุนนางต่างหมายจะเข้ามาเยี่ยมฝ่าบาทขอรับ “ตอนนี้มีเหล่าขุนนางประมาณหกเจ็ดคนยืนรออยู่หน้าตำหนักของจางหมิงเพื่อหวังจะเข้ามาดูอาการ” มีทางออกอื่นหรือไม่ “หนิงเซียนเองก็ไม่อยากปะทะขุนนางพวกนั้นในตอนนี้หรอกมู่เฉินได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้า ทางลับของตำหนักของฝ่าบาทย่อมมีอยู่แล้ว” ตามข้ามาขอรับ “หนิงเซียนเดินตามมู่เฉินออกไปทางลับที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของตำหนัก” ทางเดินไปทางนี้แล้วเลี้ยวซ้าย ท่านจะไปออกหลังน้ำตกใ

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 39 ดอกนิดนิรันดร์

    ทันทีที่นางเข้ามาในห้องบรรทมของจางหมิง สิ่งที่ทำให้นางขมวดคิ้วอย่างแรกก็คือกลิ่นของกำยานนางรู้สึกว่าในกลิ่นของกำยานนี้มีบางอย่างแอบแฝงอยู่ แต่นางปล่อยผ่านมองไปที่เตียงก็เห็นร่างอันคุ้นเคยนอนแน่นิ่งอยู่กับเตียง ผิวกายซีดขาวราวกับคนตายระหว่างนั้นนางก็ยืนรอเพราะตอนนี้กำลังมีหมอหลวงคอยตรวจอาการของจางหมิงอยู่“หมอหลวงอาการของฝ่าบาทเป็นเช่นไรบ้าง” หลังจากที่หมอหวังเหว่ยตรวจเสร็จแล้วก็เข้าไปถามหมอหลวงหันมาพบว่ามีหญิงสาวผู้หญิงยื่นจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาเรียบนิ่งก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบหวังเหว่ย “อาการฝ่าบาทคล้ายคนปกติ ชีพจรเต้นมั่นคงดูเหมือนคนแข็งแรงทั่วไปแต่ที่ข้าสงสัยคือผิวที่ซีดราวกับคนตายของฝ่าบาท ข้าคงต้องขอไปปรึกษาหารือกลับหมอหลวงคนอื่นๆเสียก่อน ท่านองครักษ์หวังเหว่ยท่านโปรดวางใจ” หมองหลวงเอ่ยตอบพลางเหลือบตาไปมองหญิงสาวที่ยืมอยู่ในห้องนี้อีกคน“เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านมาก คุณหนูเชิญท่านตรวจดูอาการของฝ่าบาทได้เลย” หวังเหว่ยเอ่ยขอบคุณหมอก่อนจะหันมาบอกกับหนิงเซียน“ไม่ได้ ท่านหวังเหว่ยนางเป็นใครกล้าดีอย่างไรถึงให้นางมาจับตัวฝ่าบาทท่านไม่รู้หรือว่าตอนนี้ฝ่าบาทกำลังจะประชวรอยู่” หมอหลวง

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 38 เกิดเรื่องกับฝ่าบาท

    ขบวนรถม้าของหนิงเซียนมาจอดอยู่หน้าเรือนขนาดใหญ่ ทำให้เด็กต่างมองด้วยความตื่นเต้น“พี่หนิงเซียนพวกเราจะอยู่ที่นี่กันหรือเจ้าคะ” เปาซานเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น มองไปภายในเรือนด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางไม่เคยเห็นเรือนที่มีขนาดใหญ่เท่านี้มาก่อนเลยหนิงเซียนพยักหน้าตอบลง” ใช่นับตั้งแต่วันนี้ไปพวกเจ้าจะต้อง

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 3 คำทำนาย

    แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องปลุกให้หนิงเซียนตื่นขึ้น“ท่านแม่!!” หนิงเซียนสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย ดวงตาสวยคลอไปด้วยน้ำตา ภาพเมื่อวานที่ท่านแม่ส่งยิ้มให้นาง ภาพที่ท่านแม่ถูกประหารยังคงเก็บมาฝัน หนิงเซียนซบลงหมอนแล้วร้องไห้ออกมา มันอยากเสียเหลือเกินอยากที่จะทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น“คุณหนู…คุณหนูเป็

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 2 ภาพจำครั้งสุดท้าย

    “ดีเสียอีกที่จัดการคนเช่นนี้ได้ แคว้นของเราคงจะสงบสุขขึ้นไปอีกหลายสิบปี”“ใช่ข้าก็ว่าอย่างนั้น ตระกูลหม่าพวกมันช่างกล้านักที่ทำเช่นนี้ “” ข้าก็ว่าอย่างนั้น “ระหว่างทางที่เดินไปลานประหาร หนิงเซียนกับลี่หลินก็ยังได้ยินคำสาปแช่งของชาวบ้านไม่ขาดสาย หนิงเซียนมองไปที่เหล่าชาวบ้านพวกนั้นด้วยสายตาที่โกรธ

  • ทระนงแค้นสีเลือด   ตอนที่ 1 ชีวิตไม่อาจหวนคืน

    ตั้งแต่จำความได้ “หม่าหนิงเซียน” ก็ถูกเลี้ยงมาโดยแม่นมในหมู่บ้านทุรกันดารห่างจากเมืองหลวงประมาณห้าสิบลี้ ตัวนางนั้นไม่เคยพบผู้เป็นบิดามารดา พี่ชายและน้องชายของนางที่รับรู้ผ่านแม่นมตั้งแต่เล็กจนถึงบัดนี้นางอายุครบยี่สิบหนาว นางไม่เคยสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว ไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรักจากพ่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status