Masuk05 เธอกับครอบครัวต้องชดใช้!
“จอดให้ฉันลงเดี๋ยวนะ!” “ฉันจอดแน่ ถ้าถึงที่หมาย” แต่แทนที่อคิราห์จะจอด กลับเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆจนปรางปรีญาแทบนั่งไม่ติด เอาแต่หลับตาปี๋ “ทำไม กลัวหรอ” “คุณก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้คุณขับรถเร็ว” “แล้วยังไง มันเป็นอดีตไปแล้ว ฉันไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเธอจะรู้สึกยังไง ในเมื่อเธอกับครอบครัวหักหลังฉันก่อน!” อคิราห์ตวัดตาดุจัดมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ปรางปรีญากลัวจนน้ำตาเอ่อคลอและกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูทั้งๆที่รถกำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ทำให้อคิราห์รีบหักพวงมาลัยจอดข้างทางกะทันหันแล้วเอื้อมมือไปกระชากต้นแขนเล็กเข้ามาหาตัวจนใบหน้าเนียนสวยทิ่มกับแผงหน้าอก “ทำบ้าอะไรของเธอ!!” “ฉันบอกให้คุณจอด ฉันไม่อยากไปกับคุณ” “อยากตายนักใช่ไหม ห้ะ!” อคิราห์ตะคอกเสียงดังลั่น พร้อมกับใช้มือตะปบเข้าที่ปลายคางมน ออกแรงบีบจนอีกฝ่ายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “ถ้าเธออยากตายนัก ฉันจะทำให้เธอได้ตายอย่างสมใจ” “ปล่อยนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้!” “ของมันเคยๆกันแล้วจะอายทำไม” “แต่เรายังไม่เคยมีอะไรกัน!” ปรางปรีญารวบรวมแรงทั้งหมดปัดมือของเขาออก รีบพาตัวเองลงไปจากรถ แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะก้าวลงไปเหยียบบนพื้น ร่างของเธอก็ลอยหวือกลับมาที่เดิมด้วยน้ำมือของอคิราห์ “ถ้างั้นก็มีสิ เพราะฉันจ่ายให้เธอไม่อั้น” “ปล่อยนะ….อื้อ! อุ๊บ!!” ประโยคนั้นกลืนหายเข้าไปในลำคอทันที อคิราห์กระแทกริมฝีปากเข้ามาแล้วดูดูดดื่มอย่างรุนแรง บดขยี้ริมฝีปากเล็กราวกับจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง แม้จะพยายามต่อสู้ขัดขืนแต่เธอก็ไม่อาจต้านทานแรงมหาศาลของชายร่างสูงได้ หนำซ้ำมือร้ายของเขายังเคลื่อนมาบีบขย้ำหน้าอกอวบอย่างรุนแรง ทำให้หยาดน้ำตาที่กักเก็บไว้ตั้งแต่อยู่ในงานไหลทะลักออกมาอย่างสุดจะกั้น เขาไม่มีทางรู้ว่าตอนนี้เธอเป็นห่วงน้าสาวมากแค่ไหน ถ้าเกิดว่าท่านเป็นอะไรไป ชีวิตของเธอก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว ผลัก! ในที่สุดเธอก็ผลักอคิราห์ออกจากร่างได้สำเร็จก่อนที่เขาจะเคลื่อนมือลงไปยังกลีบกุหลาบอันแสนหวงแหน “คนเลว!” เพี้ยะ!! เสียงฝ่ามือเรียวกระทบเข้าที่ใบหน้าของอคิราห์อย่างแรงจนหน้าหัน มันคือการบันดาลโทสะที่เขาเอาแต่ดูถูกเหยียดหยาม เหมือนที่เขาทำกับร่างกายของเธอเมื่อสักครู่ “นี่เธอกล้าตบหน้าฉันหรอปรางปรีญา!” เขาหันหน้ากลับมาด้วยความโกรธจัดพรางยกมือเช็ดเลือดออกจากมุมปาก ก่อนจะผลักร่างเล็กกลับไปที่เบาะเหมือนเดิม “รู้ไหม ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบหน้าฉัน” “ที่ฉันตบเพราะคุณกำลังทำร้ายฉันต่างหาก” ปรางปรีญายกมือปาดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวกๆ รสจูบของเขายังคงติดอยู่บนริมฝีปากอยู่เลย “ฉันเป็นลูกค้าของเธอนะ และฉันจ่ายเธอไม่อั้น” “ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว ถ้าหิวนักทำไมไม่ไปหาคุณแพรขวัญล่ะ” “ฉันก็แค่อยากลิ้มรสผู้หญิงต่ำๆดูว่าจะแน่สักแค่ไหน จะได้สักครึ่งของแพรขวัญหรือเปล่า” “…” ปรางปรีญานิ่ง ไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงเพราะตอนนี้อคิราห์ถือไพ่เหนือกว่า เถียงไปยังไงก็แพ้อยู่ดีในเมื่อเธอติดหนี้เขาอยู่ “เงียบทำไม หรือรู้ตัวว่าสู้แพรขวัญไม่ได้” “ฉันสู้ผู้หญิงมากมายในสต็อกของคุณไม่ได้หรอกค่ะ ฉันมันชั้นต่ำ ไม่ได้สูงส่ง เพราะฉะนั้นช่วยวนรถกลับไปส่งฉันด้วยค่ะ” “ฉันไม่เสียเวลาวนรถกลับไปส่งผู้หญิงต่ำๆอย่างเธอหรอก เว้นแต่....เธอจะเดินกลับไปเอง” เขาพูดห้วนๆเหมือนกำลังหงุดหงิดที่ถูกอีกฝ่ายตบจนเลือดกลบปาก “อยากกลับไม่ใช่หรอ ลงไปสิ!” เขาส่งเสียงไล่อีกครั้ง มือเล็กรีบเอื้อมไปเปิดประตูแล้วพาตัวเองออกไปจากตรงนี้โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายืนอยู่ที่ไหน ต่อให้ที่ตรงนี้จะมืดแค่ไหนก็ตาม แต่นั่นก็ยังไม่มืดดำเท่ากับหัวใจของอคิราห์ “อย่าคิดนะว่าประชดประชันแล้วฉันจะกลับมารับ เธอคิดผิดแล้วปรางปรีญา” สิ้นประโยคนั้นอคิราห์ก็พุ่งทยานรถผ่านหน้าไป ทิ้งให้เธอยืนอยู่คนเดียวบนถนนอันแสนเปลี่ยน ปรางปรีญาร่ำไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวรีบหยิบมือถือโทรเรียกแท็กซี่ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาหันไปมองไฟท้ายรถที่ค่อยๆหายลับไปท่ามกลางความมืดมิด แต่สิ่งที่อคิราห์โดนมันก็สาสมแล้วไม่ใช่หรอ ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายทำร้ายเธอก่อน “คนใจร้าย ฮึก…ฮรื้อ” ทางฝั่งอคิราห์หลังขับรถออกไปได้สักพักก็ต้องเลี้ยวจอดข้างทางอีกรอบ สองมือใหญ่กำพวงมาลัยแน่น แววตาแข็งกร้าวนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาจะไม่มีวันวนรถกลับไปเด็ดขาด จะไม่มีวันใจอ่อนให้กับผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว “ฉันเกลียดเธอปรางปรีญา!” มือใหญ่ทุบพวงมาลัยหลายครั้งราวกับกำลังระบายความเคียดแค้น ครั้งหนึ่งเขาเคยรักผู้หญิงคนนั้นมาก ให้เกียรติทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่เคยล่วงเกินแต่อย่างใด หลงใหลในความงดงามความน่ารักไร้เดียงสาของหญิงสาว ทั้งๆที่สิ่งนั้นมันก็แค่ภาพลวงตา ปรางปรีญาแกล้งทำตัวเป็นใสซื่อให้ครอบครัวของเขาเชื่อจนสนิทใจถึงขั้นอยากหมั้นหมายเอาไว้ โดยไม่มีใครรู้ว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะแค่อยากให้ทุกคนตายใจ ที่แท้ก็หวังยักยอกเงินในบริษัท หนำซ้ำคุณน้าของเธอยังแอบมาเป็นบ้านเล็กกับคุณลุงของเขาจนหลานๆต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือพ่อของปรางปรีญาแอบยักยอกเงินมาตลอดสามปีเต็ม ไม่คิดว่าคนที่รักและไว้ใจจะกล้าทำกันได้ถึงขนาดนี้ คำว่ารักที่เธอพร่ำบอกทุกวันมันคงเป็นแค่คำหลอกลวง เมื่อในใจของเธอเข้ามาหาเขาเพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น “ทั้งๆที่ครอบครัวของฉันหวังดีกับเธอขนาดนี้ แต่เธอก็ยังทำได้ลงคอ” จากความรักค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ใช่! ครั้งหนึ่งเขาเคยรักเธอ แต่ตอนนี้ไม่มีความรักหลงเหลืออีกต่อไปแล้ว เมื่อความไว้ใจถูกทำลายจนย่อยยับและเขาจะไม่มีวันหลงกลผู้หญิงหน้าใสใจทรามแบบนี้อีกแล้ว ในเมื่อเธอกับครอบครัวทำลายความรู้สึกของเขาก่อน เขานี่แหละจะเป็นคนตัดสินพวกมันเอง “เธอกับครอบครัวต้องชดใช้!” ----------------------ตอนพิเศษ 3 พิสูจน์โดยการบอกรักปรางทั้งคืนไงวันนี้อคิราห์พาปรางปรีญามาทำบุญเนื่องในวันครบรอบสามเดือนของการจากไปของรินรดา ทุดครั้งที่มาที่นี่เขารู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่เป็นต้นเหตุทำให้รินรดาจากไป เขาเอาแต่โทษตัวเอง เพราะถ้าวันนั้นไม่ใจร้อนขังปรางปรีญาไว้ในห้อง เธอก็คงได้ไปดูใจน้าสาวเป็นครั้งสุดท้าย เขาปรับความเข้าใจกับปรางปรีญาอยู่นานจนกว่าเธอจะทำใจได้ เพราะถึงอย่างไรรินรดาก็ต้องจากไปอยู่แล้ว เนื่องจากโรคที่นางเป็น ถือว่าคุณหมอยื้อชีวิตไว้ได้นานพอสมควร“เอาล่ะ อาตมาจะให้พรโยมทั้งสองคน ทำใจให้สงบ แล้วหลับตาลง” เสียงท่านเจ้าอาวาสเอ่ย ก่อนที่ปรางปรีญาและอคิราห์จะตั้งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ สองมือประนมขึ้นรอรับพรอคิราห์ตั้งจิตนึกถึงรินรดาผู้ที่เขาได้ล่วงเกินทางวาจา ได้แต่หวังว่าวิญญาณของท่านจะรับรู้ว่าเขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ และเขาก็พร้อมจะดูแลหลานสาวของท่านด้วยชีวิต …หวังว่าท่านจะยกโทษให้ผู้ชายเลวๆคนนี้ หลังท่านเจ้าอาวาสให้พรเสร็จ ทั้งสองก็ถวายสังฆทานให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งรินรดาและพ่อกับแม่ของปรางปรีญา อัฐิของทั้งสามคนตั้งอยู่ตรงหน้า ปรางปรีญารู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งที่มาที่น
ตอนพิเศษ 2 ดีใจที่มีเธอ@คฤหาสน์ของอคิราห์“ไม่รอให้ลูกโตก่อนล่ะ ค่อยพาหลานมาหาพ่อ” เสียงคุณปู่หมาดๆเอ่ยออกมาด้วยความน้อยอกน้อยใจ กว่าจะได้เจอหน้าหลาน นี่ก็ปาไปเกือบสองเดือนแล้ว“ขอโทษครับคุณพ่อ ผมยุ่งมากจนไม่มีเวลาพาเมียกับลูกมาหา ช่วงแรกน้องคิมยังต้องอยู่ใกล้ชิดคุณหมอ อีกอย่างผมเพิ่งปิดคดีของแพรขวัญไป อาจจะยุ่งๆบ้าง แต่ตอนนี้ว่างยาวเลยครับ”ปรางปรีญาที่เดินตามหลังเข้ามาโค้งศีรษะให้พีรพลซึ่งเป็นบิดาของอคิราห์ด้วยความเคารพ ครั้งหนึ่งท่านเคยมีพระคุณกับเธอและครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่พอพ่อของเธอแอบยักยอกเงินในบริษัท เธอก็ไม่กล้าสู้หน้าท่านอีกเลยไม่รู้ว่าท่านยังเคืองอยู่หรือเปล่า“เข้ามานี่สิหนูปราง” ปรางปรีญาส่งลูกชายตัวน้อยให้อคิราห์อุ้มแทน แล้วค่อยๆคลานไปหยุดอยู่ตรงหน้าพีรพลด้วยความรู้สึกประหม่าความจริงไม่ใช่อคิราห์ไม่ว่าง แต่เป็นเพราะเธอยังรู้สึกละอายใจจนไม่กล้ามาสู้หน้าคนในครอบครัวของเขาต่างหาก จึงขอเวลาทำใจเสียก่อน“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” พีรพลคลี่ยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะของปรางปรีญาอย่างเอ็นดู เหมือนที่เขาชอบทำบ่อยๆตอนที่เธอยังเด็ก ในสายตาของเขา ปรางปรีญาก็ยังน่ารักและเป็นเด็ก
ตอนพิเศษ 01 พี่สัญญานะครับคนดี@สองเดือนต่อมาปรางปรีญากำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงหลังห้องซึ่งเป็นห้องนอนส่วนตัว โดยมีเด็กชายตัวน้อยนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอด ลูกชายของเธอสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีและดูตัวโตกว่าเด็กที่คลอดออกมาพร้อมกันอย่างลูกชายของปรเมศ คงเป็นเพราะอคิราห์ตัวโตกว่าปรเมศ ลูกชายจึงถอดแบบออกมาจากเขาทุกกระเบียนนิ้ว“กลับมาแล้วครับ” เสียงใสของคุณพ่อหมาดๆ ดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูเข้ามาข้างใน เห็นร่างของแฟนสาวนั่งอยู่ที่ริมระเบียงหลังห้อง เธอกำลังนั่งคุยกับลูกน้อยด้วยน้ำเสียงไพรเราะ เป็นภาพที่ทำให้อคิราห์ถึงกับน้ำตาซึมนั่นเมียเขา…และเด็กชายตัวน้อยผิวขาวอมชมพูนั่นก็ลูกชายของเขาเอง“ทำอะไรอยู่”“นั่งกล่อมลูกค่ะ”“เหนื่อยหรือเปล่า” อคิราห์สวมกอดร่างของปรางปรีญาจากทางด้านหลัง เกยคางคมลงบนหัวไหล่มน ดวงตาคมกริบคู่นั้นเอาแต่จับจ้องอยู่ที่ร่างเหน่งน้อยของลูกชายไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน เพิ่งรู้ว่าชีวิตครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นกับปรางปรีญาจะทำให้เขาเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ทุกเช้าเขาตื่นมาทำงานอย่างมีความสุขเพราะรู้ว่ามีหัวใจสองดวงอันเป็นที่รักคอยอยู่ด้านหลังจากคาสโนว่าตัวพ่อ กลายเป็นผู้ชา
55 ดวงใจของอคิราห์ ‘คุณหมอครับช่วยเมียกับลูกของผมด้วยนะครับ ฮื้ออ!!’ ‘ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณผู้ชาย เข้าไม่ได้นะคะ’ ‘ปรางปรีญา…เธอต้องฟื้นนะ เราสองคนจะเลี้ยงลูกช่วยกัน อย่าทิ้งพี่ไปนะ!’‘คุณหมอครับ ช่วยลูกกับเมียผมด้วยนะครับ เท่าไหร่ผมก็ยอมจ่าย แต่ลูกกับเมียของผมต้องปลอดภัย!’ ‘ปรางปรีญาเธอจะตายไม่ได้นะ เอาชีวิตของพี่ไปแทน…แต่ปรางกับลูกต้องรอด!’@โรงพยาบาลปรางปรีญาและลูกปลอดภัย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คุณหมอต้องผ่าคลอดเป็นการด่วน ความจริงปรางปรีญามีนัดผ่าคลอดอีกสองอาทิตย์ ลูกชายจึงคลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย แต่เจ้าตัวเล็กก็ปลอดภัยและแข็งแรงดีแต่ก่อนที่เธอจะหลับไปในมโนภาพ เห็นแต่อคิราห์ร่ำไห้ใจจะขาด ปากก็เอาแต่พร่ำบอกให้คุณหมอช่วยลูกกับเมียให้ได้ …น้ำตาของเขา…เสียงร่ำไห้ของเขายังดังก้องอยู่ในหูและในขณะนี้ปรางปรีญากำลังยืนอยู่ที่ไหนซักแห่ง บนพื้นที่เธอเหยียบรายล้อมไปด้วยกลุ่มก้อนเมฆปุยสีขาว ดวงหน้างามหันหน้ามองซ้ายมองขวาแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า กับทิวเมฆยาวสุดลูกหูลูกตา ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ผู้คนหายไปไหนกันหมด? ในจังหวะนั้นเองหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นบิดา มารดาและรินรดา กำล
54 ดักทำร้ายดวงตาของแพรขวัญเป็นประกายวาวโรจน์หลังเห็นอคิราห์เดินออกไป และมันก็ทำให้หล่อนได้โอกาสเข้าถึงตัวผู้หญิงคนนั้นเสียทีคราวนี้แหละ อคิราห์จะต้องเจ็บเหมือนที่เคยทำกับหล่อน เขาหักอกผู้หญิงมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงเวลาที่จะต้องรับกรรมเสียทีดาราสาวเดินตรงเข้าไปหาร่างที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนม้านั่งอย่างไม่นึกเกรงกลัว ปรางปรีญาโง่เองที่ไล่ให้อคิราห์กลับไป ปรางปรีญาขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หมายจะเข้าบ้านเพราะฝนกำลังจะลงเม็ด แต่ในขณะนั้นแพรขวัญที่เดินมาถึงพอดี ก้าวเข้ามาขวางหน้าปรางปรีญาเอาไว้ สีหน้าและแววตาวาวโรจน์ มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ หล่อนเกลียดปรางปรีญา…เกลียดที่มันกลับมาแย่งอคิราห์ไป“คุณ!” หัวคิ้วของหญิงท้องแก่ย่นเข้าหากันทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับรางของดาราสาว ดวงตากลมโตทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอแพรขวัญที่นี่“แกยังจำฉันได้ใช่ไหม” แพรขวัญหลุบสายตาลงต่ำ มองไปที่หน้าท้องนูนของปรางปรีญา ทำให้สาวท้องแก่รีบยกมือกุมหน้าท้องเอาไว้ เพราะสายตาของแพรขวัญ ทำให้เธอรู้สึกกลัวและวิตกกังวล“คะ…คุณมาที่นี่ทำไม” ปรางปรีญาก้าวถอยหลังด้วยความกลัว หากไม่ต
53 แล้วพี่จะกลับมา….สักวันคืนนี้ปรางปรีญานอนไม่ค่อยหลับ ยังนึกถึงแต่ภาพที่อคิราห์ตกจากต้นไม้ แต่เธอก็นึกว่าเขาจะลดละความพยายามแล้ว ยังเล่นตามมาหาที่บ้านทุกวัน จนช่วงหลังๆเธอเอาแต่เก็บตัวเงียบ ปิดบ้านปิดช่อง ไม่ออกไปไหนเพราะไม่อยากเจออคิราห์ อีกอย่างช่วงนี้เธอก็ท้องแก่มากแล้ว ทำให้ไปไหนมาไหนลำบากเขาทำร้ายเธอเอาไว้มาก เกินกว่าจะให้อภัย คนอย่างเขาไม่สมควรเป็นพ่อของลูกใครหรอก และลูกคนนี้ก็ไม่ได้เกิดมาจากความตั้งใจของเขา แต่เกิดมาเพราะความรักของเธอ ดังนั้นเธอจะไม่มีวันให้อคิราห์มาพรากลูกไปเด็ดขาดมือเล็กหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าอคิราห์จะพยายามทำดีแค่ไหน บางวันก็ซื้อข้าว ซื้อผลไม้ ซื้อของบำรุงสุขภาพมาให้ บางครั้งซื้อผ้าที่กองอยู่หลังบ้านอคิราห์ก็เป็นคนซักให้ แถมยังมาทำความสะอาดบ้านให้เธอแทบทุกวัน แต่ปฏิกิริยาของปรางปรีญาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังคงทำเหมือนอคิราห์เป็นแค่ธาตุอากาศปรางปรีญากำลังหนังอ่านหนังสืออย่างอารมณ์ดีอยู่ในสวนดอกไม้ อคิราห์ก้าวเข้ามาในสวนแห่งนั้น ตอนนี้ปรเมศพาศรุตากลับกรุงเทพเพื่อเตรียมตัวคลอด เ







