Share

ตอนที่ 11 ได้ปลาตัวใหญ่

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-29 06:37:05

และมันได้ผล เมื่อเหยื่อที่เขาหย่อนลงไปได้ปลาตัวใหญ่...

ซันเดย์ก้าวขึ้นมายืนประจันหน้ากับไลก้า ใบหน้าของเธอไม่เหลือเค้าความตื่นกลัว

“งั้นก็มาดูกันว่า ‘ผู้หญิง’ ที่นายพูดถึง...” เธอกดน้ำเสียงให้ต่ำลงแต่หนักแน่นอย่างตั้งใจ “ฉันจะทำให้พวก ‘ผู้ชาย’ อย่างนายเลิกคิดเสียทีว่าความสามารถต้องวัดกันด้วยเพศ”

คำพูดสุดท้ายเธอเน้นชัดเจน ราวกับต้องการจะสลักลงในสมองของคนตรงหน้า ว่าเธอไม่มีความกลัว และไม่มีแม้ทางยอมถอยหลังแน่

“ดีเลย!” ไลก้ากดหน้าลง ก่อนจะกระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจ ขณะมองหญิงสาวตรงหน้า ที่ตอนนี้ไม่ต่างจากแม่เสือที่พร้อมจะตะปบเขาทุกเมื่อ “แบบนี้ค่อยน่าสนุกขึ้นมาหน่อย”

แล้วก็ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงยียวน “งั้นเจอกันในสนามหน้าก็แล้วกัน และหวังว่าเธอจะทำให้ฉัน ‘เปลี่ยนความคิดใหม่’ ได้นะ”

ไม่พอเขายังทิ้งท้ายด้วยการหมุนนิ้วชี้ข้างขมับเป็นวงกลม เสริมท่าทางกวนประสาทประหนึ่งว่า ‘ผู้หญิงมันก็แค่นั่นแหละ’

ทำให้ซันเดย์ยืนตัวแข็งทื่อ ไร้เสียงเพราะแรงโกรธมันมีมากจนหาทางระบายออกไม่เจอ มันติดอยู่แค่ตรงกลางลำคอ ยิ่งทำให้ข้างในร้อนรุ่ม หัวใจแทบระเบิดด้วยความเดือดดาลเมื่อถูกหยามจากผู้ชายที่ยังคงเป็นปริศนา!

กว่าจะปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติเพื่อเข้าสู่การแข่งขัน ก็กินเวลาไปหลายนาที ซ้ำเมื่อเข้ามายังจุดพักรถก็ถูกมองค้อนทั้งจากเพื่อนและทีมงาน เกือบจะเตรียมตัวไม่ทันกันแล้ว

เธอก้มหน้าขอโทษไปและจดความแค้นนี้เพิ่มเข้าไปในความทรงจำ ต้องเอาคืนผู้ชายคนนั้นอย่างสาสม!

ห้องรวม YOLO

“ไง! อารมณ์ดีอะไรมา?” เจฟฟ์เอ่ยขึ้นทันทีเมื่อไลก้าก้าวเข้ามาในห้อง แปลกใจกับท่าทางของเพื่อน เพราะเมื่อครู่ที่คุยกันยังจะกินหัวเขาอยู่แท้ ๆ

ไลก้าไม่ได้ตอบในทันทีเพียงเดินผ่านเพื่อนไปอย่างไม่ใส่ใจ แล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาตำแหน่งประจำ ปลายเท้าไขว้กัน สะบัดไปมาอารมณ์ดีอย่างที่เจฟฟ์ว่า แล้วค่อยหันมาตอบเสียงเรียบ

“ตกได้ปลาตัวใหญ่มา” พูดจบก็หันหน้าหนีไปอีกทาง ฮัมเพลงเบา ๆ ในลำคออย่างคนครึ้มใจ

ท่าทางนั้นทำเอาเจฟฟ์ถึงกับพูดไม่ออก นิ่งค้างไปพักหนึ่งกับภาพที่เห็น เพราะรู้จักไลก้าดี คนอย่างมันถึงจะดีใจแค่ไหนก็ไม่เคยแสดงออกทางสีหน้าให้ใครเห็นง่าย ๆ แบบนี้

“ปลาตัวใหญ่บ้าอะไร? ก็เห็นเดินมามือเปล่า!” เขาพึมพำอย่างงุนงง ปลงใจกับเพื่อนร่วมทีมที่ช่วงนี้ดูเหมือนจะสติหลุด คงเพราะสนามแข่งคึกคักเป็นพิเศษจนไม่มีเวลาพักเลยเพี้ยนกันไปหมด

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาว่า ‘สติหลุด’ ยังคงจมอยู่ในห้วงความคิดจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ‘เธอยังเหมือนเดิม ขี้หงุดหงิด หัวร้อนง่าย’ จึงถูกยั่วยุได้ง่ายเหลือเกิน

พรึ่บ~

“เออ!” เขาดีดตัวขึ้นนั่งหันมาทางเจฟฟ์อย่างรวดเร็ว ทำเอาคนกำลังง่วนอยู่กับรูปในมือถือถึงกับสะดุ้งโหยง “ไอ้เตอร์มันส่งเรื่องแข่งนัดพิเศษเข้าระบบหรือยังวะ?”

เจฟฟ์ขมวดคิ้วเป็นปม

“อะไรของมึงวะก้า เป็นอะไรมากปะเนี่ย?” เขายังไม่เข้าใจอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเพื่อน แล้วยังมาถามเรื่องที่ไม่น่าจะยากอะไร แค่เปิดมือถือแล้วเช็กรายชื่อ สติหลุดไปแล้วจริงๆ “มึงกะ...”

“เออใช่! เปิดดูในระบบได้นี่หว่า” ไลก้าพูดเอง ตอบเองไม่สนใจเลยว่าได้ขัดเพื่อนที่กำลังจะตอบ

เจฟฟ์ดุนกระพุ้งแก้มอย่างพยายามไม่ให้สติหลุดไปอีกคน!

ปัง!

ประตูห้องถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนกระแทกผนังดังลั่น ดึงสายตาทั้งเจฟฟ์และไลก้าให้หันขวับไปทางต้นเสียงพร้อมกัน

ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนหอบตัวโยนต้องใช้ขอบประตูเป็นที่พักกาย จากนั้นก็ยืดตัวขึ้น สูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด ใบหน้าแดงก่ำจากการวิ่งสุดฝีเท้ามายังห้องรวม กวาดสายตามองไปโดยรอบเมื่อเห็นแค่ไลก้าและเจฟฟ์จึงก้าวเข้าไปนั่งขั้นกลางระหว่างเพื่อนทั้งสอง

“เป็นอะไรอีกคนล่ะ?” เจฟฟ์ขยับปากเอ่ยถามเสียงเรียบพร้อมเอนตัวพิงพนักตัวยาว

“ทำอย่างกับหนีใครมา”

ไลก้าลุกขึ้นจากที่นั่งเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ หลังจากกรอกข้อมูลเข้าระบบใหม่เสร็จสิ้น วอดก้าขวดเดิมถูกเทลงในแก้วคริสตัล เขาแกว่งมันด้วยความเคยชิน จากนั้นก็เหลือบตามองขึ้นมายังวิกเตอร์ที่ยังไม่ปริปากสักคำ

“ไม่ได้หนี แต่กูตื่นเต้น” เจ้าของนัยน์ตาสีเทาอ่อนบ่งบอกถึงความรู้สึกเหลือจะเชื่อกับสิ่งที่พึ่งสัมผัสมา

“อย่างมึงมีอะไรไม่ตื่นเต้นบ้างเตอร์” ร่างสูงกลับมานั่งที่เดิม หย่อนกายลงบนพื้นนุ่มจนมันยวบตามน้ำหนัก “เลิกทำตัวเหมือนแมวโดนน้ำสักที”

ว่าพลางกระดกวอดก้าเข้าปาก ความร้อนแล่นวาบลงคอราวกับกลืนไฟ

“จิ๊” วิกเตอร์ชักสีหน้าเมื่อถูกเปรียบเทียบให้ดูอ่อนหัดขนาดนั้น อย่างเขามันต้องเป็นสิงห์เท่านั้น มามงแมวอะไร? ‘มันนั่นแหละแมวขี้เซาตัวจริง’

“ก็มึงเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนี้ ไม่ลงไปดูบ้างว่าวันนี้ข้างล่างเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

ไลก้าพอได้ยินอย่างนั้นก็กระตุกยิ้มมุมปาก หมั่นไส้แต่ก็ขำ อยากจะตอกหน้าเพื่อนกลับไปว่าเขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เว้นแต่...

“ถ้าบอกว่านักแข่งหญิงชนะขาดลอย ค่อยมาบอกให้กูเนื้อตัวสั่นเหมือนมึง”

เพี้ยะ!!

เสียงฝ่ามือตบเข้าต้นขาดังฉาดใหญ่ด้วยความถูกใจสุดขีด จากนั้นวิกเตอร์ก็กระโดดเข้าไปขยายความทันที

“ไอ้ก้า! มึงต้องเนื้อเต้นแล้วเว้ย นักแข่งวันนี้มีผู้หญิงลง แล้วแซงพวกนักแข่งมือโปรไปแบบขาดลอย” น้ำเสียงตื่นเต้นของวิกเตอร์ทำเอาไลก้าเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง...

นัยน์ตาสีเทาเข้มเปล่งประกายวาววับ กระหายในแรงปรารถนาบางอย่าง มันวูบไหวเหมือนเกลียวคลื่นรุนแรงแล้วก็หายไปชั่วพริบตา เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สองวันต่อมา

ราวกับว่าทั้งสองวันที่ผ่านมาเนิ่นนานเกินไป ทั้งที่ความจริงมันก็แค่ไม่กี่สิบชั่วโมงเท่านั้น แต่สำหรับเธอมันคือช่วงเวลาที่สมองไม่เคยได้พักเลยสักนาที

เอาแต่ครุ่นคิดถึงคำพูดของชายปริศนาคนนั้น ความสับสนและความรู้สึกที่ร้อนรุ่มปะทะกันในหัวจนไม่อาจหาคำตอบได้

‘เขาเป็นใครกันแน่?’

แม้จะบอกว่าเป็นแค่นักแข่งธรรมดา แต่เธอกลับไม่เชื่อเลยสักนิดเขาดูลึกลับราวกับไม่มีตัวตนอยู่จริง!

“ใกล้ได้เวลาแล้ว แกพร้อมยัง?” ซันเดย์สะดุ้งเฮือกเมื่อความคิดถูกรบกวนด้วยเพื่อน ไลลาเลิกคิ้วเมื่อเห็นท่าทางนั้น

“เป็นอะไร?” ไลลาเอ่ยถามด้วยความสงสัย ไม่อยากให้เพื่อนต้องเสียสมาธิในนาทีสำคัญ

“เปล่า กำลังคิดว่าฉันต้องชนะอีกแน่นอน” เธอคลี่ยิ้มเมื่อเห็นสายตาห่วงใยนั้น ตอนนี้พวกเราทั้งสี่คนถือว่าเป็นเพื่อนสนิทที่จริงใจต่อกันมากที่สุด เห็นได้จากสรรพนามที่เราใช้กันมันไม่เหมือนเมื่อก่อน

“เชื่อมั่นในตัวเองก็ดี แต่รู้อะไรไหมวันนี้มีใครลงแข่งสนามนี้บ้าง” ไลลาถามอย่างยั้งเชิง ไม่รู้ว่าเพื่อนรู้เกี่ยวกับสนามแข่งนี้ดีมากน้อยแค่ไหน

“ทีมเดิม ทำไมเหรอ?” คิ้วสวยขมวดเป็นปมเมื่อได้ฟังคำถามนั้น แล้วทำไมต้องทำเหมือนว่าเธอมีความผิดแบบนั้นด้วย? หรือว่ามีอะไรที่เข้าใจผิด? นัดก่อนหน้านี้ก็แค่ลองเชิงกันไป

นัดนี้คือวันที่จะชิงชัยชนะ เธอเข้าใจอะไรผิดตรงไหน?

“ว่าแล้วต้องออกมาแบบนี้” ไลลาถอดถอนใจออกมาหนัก ๆ แล้วดึงเพื่อนออกจากห้องเก็บของที่ใช้สำหรับนักแข่ง กดไหล่ให้ซันเดย์นั่งลงที่ม้านั่งตัวยาว ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งข้างกัน

“ฟังฉันให้ดีนะ วันนี้ไม่ได้มีแค่นักแข่งมือโปรธรรมดา แต่ยังมีนักแข่งระดับท็อปอย่างพี่ไลก้าลงสนามด้วย”

‘ทำไมถึงรู้สึกคุ้นชื่อนี้? ...’

“นักแข่งอันดับสองของแก๊งสิงห์?”

ความทรงจำเก่าผุดขึ้นมาในหัว และชื่อที่ได้ยินทำให้หัวใจของเธอสั่นแปลก ๆ รู้สึกเหมือนกับว่าทางข้างหน้ากำลังจะเกิดคลื่นพายุลูกใหญ่ยังไงยังงั้น

“ใช่ ซึ่งมันผิดปกติมาก เพราะมีแค่เขาคนเดียวที่ลงแข่งในนัดนี้”

“.....”

จุดสตาร์ท

เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องไปทั่วทั้งสนาม นักแข่งพร้อมที่จะออกล่าด้วยความเร็ว ทว่าซันเดย์กลับนิ่งงันอยู่หลังพวงมาลัย สายตาจ้องไปข้างหน้า แต่ความคิดของเธอกลับล่องลอยไม่อยู่กับร่องกับรอย

ไลก้า ชื่อนี้วนเวียนอยู่ในหัวไม่รู้จบ เขาคือใครกันแน่? เท่าที่พอจะขุดออกมาจากความทรงจำได้ ก็คือหนึ่งในสมาชิกแก๊งสิงห์ เป็นคนดังที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก

แต่แล้วไง? เธอไม่เคยคิดจะสนใจคนดังเลยสักนิด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นปริศนาที่ใหญ่ขึ้น

ไม่ต่างจากอีกคน พบกันถึงสามครั้งแต่ก็ไม่เคยได้เห็นใบหน้าที่อยู่ภายใต้เสื้อฮู้ดสีเข้มนั้น รับรู้เพียงน้ำเสียงที่เย็นเยียบและทรงพลัง

สองมือเรียวกำพวงมาลัยแน่น ความกดดันพุ่งเข้ามาเหมือนคลื่นซัด ลมหายใจเริ่มหอบหนักรุนแรง พลันหางตาก็เหลือบไปเห็นแลมโบกีนี่สีเทาจอดเคียงข้าง ผู้นั่งตำแหน่งนักขับสวมหมวกนิรภัย ดวงตาสีเทาเข้มจ้องมองมาราวกับปีศาจร้ายจ้องเหยื่อผู้ไร้ทางหนี

ซันเดย์ใจสะท้านขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความกลัว หากแต่เป็นอะไรบางอย่างในแววตานั้นที่ทำให้เธอ ‘ใจสั่น’

ปัง~

.

.

.

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 17 ถ้าไม่รักชีวิต เวลาที่เหลือฉันขอนะ

    เธอยืนขึ้น หมุนหน้าไปยังผนังห้อง แล้วรูดซิปจากต้นคอลงมาจนถึงช่วงเอว ค่อย ๆ ถอดแขนเสื้อออกทีละข้างอย่างระมัดระวัง รวบแขนเสื้อทั้งสองมัดไว้ที่เอว ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อเห็นว่าไลก้าไม่ได้สนใจจึงหันกลับมาเต็มตัวแล้วก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา“นายทำเป็นใช่ไหม”“มาถึงขั้นนี้เธอจะปฏิเสธได้เหรอ?” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกจากลำคอ ขณะถามคนที่เข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว และยังถอดเสื้อจนเหลือแค่เสื้อกล้ามกับชุดนักแข่งครึ่งตัว แล้วมาถามคำนี้?เธอแค่อยากจะอธิบาย เพราะร่างกายมันไม่เหมือนที่เขาคิดไว้“ฉัน…”“หันหลังมา” ไลก้าขัดขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดจบ“อืม” ซันเดย์ตอบรับแล้วหมุนตัวหันหลังให้เขา ยอมทำตามแต่โดยง่าย เพราะส่วนที่เจ็บที่สุดคือไหล่ข้างขวาที่ตึงมาก ๆเธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาคงยกกล่องสีขุ่นนั้นไปวางที่อื่นแล้ว ในขณะที่เธอก็เงยหน้ามองผนังห้องที่ประดับด้วยภาพวาดบอดี้รถจากมุมต่าง ๆ มีทั้งด้านหลัง ด้านข้าง และแม้แต่แค่ล้อเขาคงจะชอบพวกมันมาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ในเมื่อสนามแข่งรถก็สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของเขานี่นาแต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่จะทายาให้ไม่ใช

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 16 พาไปทายา!

    “จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อนทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดียกเว้นแค่วิกเ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 15 ล็อกที่ของเธอ

    อาทิตย์ต่อมาครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแข่ง ซันเดย์ก็ไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบอีกว่ามีอะไรที่เธอชอบอีกไหม เพราะได้เลือกแล้วว่าการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำให้ความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเธอสลัดสิ่งรบกวนที่ทำให้ไขว้เขวทิ้ง และกลับมายืนอยู่ในสนามแข่งขันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังอีกครั้งดังนั้นก่อนวันแข่งรอบพิเศษเธอจึงขอให้อชิตาลงชื่อเพื่อกลับมาพิสูจน์จุดยืนของตัวเองอีกครั้งต่อให้ไม่มีใครมาเป็นเครื่องยืนยัน เธอก็ยังคงเป็นซันเดย์ เป็นนักแข่งแบบนี้ต่อไปหลังจากทีมงานตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ซึ่งก็พิเศษมากจริง ๆ พวกเขาทำเหมือนกับว่าลูกรักของเธอเป็นรถ VVIP ที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันขนาดนั้นระหว่างที่รอเวลาลงสนาม เธอเฝ้ารอเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่พอคิดถึง... ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“โชคดีที่มาทัน” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาคือวีด้านั่นเอง แม้ว่าหลายวันมานี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีแค่เจ้าของใบหน้าสวยตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปสู่รั

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 14 มีแผนการในใจ

    กลิ่นไหม้ฉุนจนแสบจมูกฟุ้งกระจาย กลิ่นน้ำมันตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ และประกายไฟที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รถที่คว่ำจนไม่เหลือเค้าเดิมเขากับฟาเร่วิ่งสุดฝีเท้าจากริมสนามอีกฝั่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองเท้าสับถี่จนเหมือนจะลอยได้ แต่กลับยิ่งทำให้พวกเราหายใจไม่ออก เมื่อเห็นภาพในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อยู่ตรงหน้าร่างที่โชกไปด้วยน้ำสีแดงถูกลากออกมาจากซากรถซันเดย์ในเวลานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจที่รวยรินกับเสียงไอเป็นระยะทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ ร้อนรนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดีฟาเร่ที่นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกันยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น เขาเรียกสติของซันเดย์ตลอดเวลา ไม่แตะต้องในส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเธอ และยังปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง ไม่ข้ามไปแม้แต่จุดเดียวใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่แสดงความตื่นกลัวต่อบาดแผลที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นที่ยืนยันว่าเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งกระทั่งทีมแพทย์มาถึงและยกซันเดย์ขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอขึ้นรถเพื่อย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาล พวกเราจึงได้เห็นใบ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 13 หาทางเอาคืน

    “เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วน่า”ไลลาพูดขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ หลังจากการแข่งขันจบลง แต่เพื่อนก็ยังทำหน้าเครียดไม่เปลี่ยน เธอเตือนไปแล้วว่าไลก้าไม่เหมือนคนอื่น ให้เผื่อใจไว้บ้าง เวลาผลมันออกมาเป็นแบบนี้จะได้ไม่ผิดหวังมาก“ไม่ได้ไม่ยอมรับอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกไม่ดี... นิดหน่อย” ซันเดย์ตอบเสียงเรียบขณะเดินเคียงกัน ตอนนี้เธอเปลี่ยนกลับมาอยู่ในชุดลำลองเหมือนเดิม พวกเรากำลังเดินกลับไปยังรถที่ทีมงานเอามาจอดไว้รอด้านนอกสนามหลังจากเขาหลบไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไลลาก็พูดคำนี้เป็นครั้งที่ร้อย (ออกจะดูเว่อร์ไปหน่อย)และไม่ใช่แค่ไลลา ยังมีอชิตาที่เข้ามาร่วมผสมโรงตอกย้ำความจริงที่ว่า... ไม่มีอะไรต้องเสียใจถ้าคนที่แพ้ให้เป็นไลก้า!“เข้าใจได้ ไม่มีใครจะยินดีที่ตัวเองแพ้หรอก”กึก!มันจะรู้สึกไม่ดีก็ตอนนี้ ซันเดย์คิดในใจ พลางหยุดมองเพื่อนที่หันมายิ้มแหย่ให้ แล้วก็เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่น“ฉันขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ฉันแค่ไม่อยากให้แกไม่สบายใจแล้วเก็บไปคิดมาก” ไลลาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นซันเดย์พยักหน้ารับรู้ถึงความห่วงใยนั้น และไม่รู้จะบอกกับไลลาว่ายังไงดี เพราะเรื่องราวที่มันพัวพัน

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 12 พลาดท่า

    เสียงปืนส่งสัญญาณการออกตัว ซันเดย์ดึงสติกลับมาแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนลูกศรที่ไม่มีวันหวนย้อนกลับ เมื่อเข้าสู่รันเวย์แห่งศักดิ์ศรีของความเร็วความฮึกเหิมก็เข้ามาแทนที่ แรงกดดันที่เคยเกาะกุมจิตใจถูกสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง เธอมีเพียงเป้าหมายเดียวคือเส้นทางสีดำที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ความกังวลถูกบดขยี้ภายใต้แรงเหยียบของฝ่าเท้าอีกด้านหนึ่งของสนาม ไลก้านักแข่งเท้าไวผู้ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้! ปลายเท้าใหญ่เหยียบคันเร่งจนมิด ตามสไตล์ดุดันเมื่อเสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้น นั่นคือการประกาศว่าไม่มีใครสามารถขึ้นนำเขาได้แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น...แลมโบกีนี่สีส้มดำของซันเดย์แซงเขาไปเพียงเสี้ยววินาทีราวกับพายุที่ซัดผ่านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทิ้งไว้เพียงภาพท้ายรถที่ค่อย ๆ ห่างออกไป“ยังเร็วไปเด็กน้อย!” เสียงทุ้มเย็นยะเยือกลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปภายใต้หมวกนิรภัย น้ำเสียงของเขาไร้ความตื่นเต้น ในขณะที่มีความขบขันมากกว่าความกังวลหรือเสียใจอีกฝั่งหนึ่ง...“หึ! ก็แค่นี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นทอดมองผ่านกระจกด้านข้าง สะท้อนเงาของรถสีเทาที่ค่อย ๆ เลือนหายไปนอกครรลองสายตา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นโดยไม่รู้ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status