Share

ตอนที่ 5 หลงทางมาหรือไง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-26 03:37:59

ตอนที่ 5 หลงทางมาหรือไง

แม้จะโกรธหรือน้อยใจลูกแค่ไหน แต่สุดท้ายสิรินภาก็ต้องส่งซันเดย์ขึ้นเครื่องไปพร้อมน้ำตาด้วยตัวเอง เพราะยังไงก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

“ที่นั่นแม่ไม่มีญาติที่ไหนที่พอจะฝากฝังได้ ซันต้องดูแลตัวเองรู้ไหมลูก? อย่าทำอะไรสุ่มเสี่ยงอีก แล้วก็ตั้งใจเรียนจบแล้วแม่จะหางานที่ดี ๆ ไว้รอ”

เสียงของสิรินภาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่แม่มีให้ลูกสาว แม้ใจจะไม่อยากปล่อยเธอไป แต่ซันเดย์ก็เด็ดเดี่ยวเมื่อตัดสินใจแล้วก็ยากที่จะห้ามปราม

ไม่ต่างจากการเอาเรือไปขวางน้ำที่กำลังเชี่ยว มีแต่จะทำให้แตกหักกันทั้งสองฝ่าย

“ค่ะแม่ แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องซันขนาดนั้นค่ะ ยังไงซันก็ดูแลตัวเองได้ แม่เองก็หาเวลาออกเที่ยวหาความสุขให้ตัวเองบ้าง อย่าเอาแต่คิดถึงคนอื่น”

ธอร์นก้าวมายืนเคียงข้างสิรินภา แม้ซันเดย์จะคิดยังไงกับเขาก็ตาม ทว่าก็จะไม่เก็บมาใส่ใจ และจะยังคงปฏิบัติต่อเธอและภรรยาเหมือนเดิม

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลแม่ของเธอเป็นอย่างดี ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกฉัน จะจัดการเรื่องที่ไทยให้”

“ขอบคุณค่ะ แต่หนูคงไม่มีเรื่องอะไรต้องรบกวนคุณอีก นอกจากฝากดูแลแม่หนูด้วย ส่วนนายก็อย่าเอาแต่ร้องไห้ โตได้แล้วนะ ฉันฝากแม่ด้วย”

น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น แม้กับธอร์นเธอจะไม่มีอะไรต้องพึ่งพา แต่กับแคลร์ที่โตมาด้วยกัน เขาเหมือนลูกชายของแม่อีกคน จะต้องทำหน้าที่นั้นในวันที่ไม่มีเธออยู่ข้างกายท่าน

“ครับพี่ซัน ผมจะไม่อ่อนแออีก จะดูแลแม่ให้ดี แล้วก็กลับมาเยี่ยมพวกเราบ้างนะครับ” แคลร์พูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามกลั้นความเสียใจไว้ แม้จะปาดน้ำตาที่คอยซึมออกมาตลอดเวลา

เขายิ้มรับคำของพี่สาวที่ให้ทำหน้าที่สำคัญนั้น แต่กลับไม่ได้คำตอบจากเธอ มีเพียงมือนุ่ม ๆ วางเหนือกลุ่มผมของเขาแทน

ทั้งสามมองแผ่นหลังของเรือนร่างระหงที่ค่อย ๆ ห่างออกไป จนกระทั่งไม่หลงเหลืออะไรในระยะสายตา มีเพียงความว่างเปล่าที่เจือปนไปด้วยความเจ็บปวดและความอาลัยอาวรณ์ต่อการจากลาในครั้งนี้

อีกมุมหนึ่งของห้องโดยสารริมหน้าต่างเครื่องบินลำใหญ่ ซันเดย์ทอดสายตาไปยังกลุ่มก้อนเมฆที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ไร้จุดหมาย ไร้ที่ยึดเหนี่ยว ล่องลอยไปตามกระแสลมราวกับไม่มีใครต้องการ เหมือนกับเธอในตอนนี้ที่กำลังห่างจากคำว่าบ้าน จากอ้อมกอดของแม่ที่เคยให้ความอบอุ่น โดยไม่รู้เลยว่าปลายทางที่ตนเองเลือกนั้นจะไปสุดอยู่ที่ใด

อาทิตย์ต่อมา คาซ่าการ์เด้น

บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นหลังสุดท้าย เงียบสงบและปลอดภัยสมกับเป็นบ้านของมหาเศรษฐี มีระบบป้องกันความปลอดภัยที่หลากหลายชั้น

ครั้งแรกที่เพื่อนรุ่นพี่พามาดู เธอนึกว่าถูกหลอกเข้ามา จนเขาต้องโทรหาเกย์สันเพื่อยืนยันว่านี่เป็นบ้านของเขาจริง ๆ

เธอถึงได้กล้ารากกระเป๋าเข้ามาอยู่ มันยากจะเชื่อนี่น่าว่าบ้านหรูหราขนาดนี้จะมีคนยอมให้ใครก็ไม่รู้มาอยู่ง่าย ๆ แค่เพราะเพื่อนฝากฝัง

แต่ดูเหมือนว่าเกย์สันคงจะอยากฝังเธอมากกว่า เพราะมาวันแรกก็สร้างเรื่องแล้ว แต่ใครจะสนกันล่ะ เพราะถึงยังไงรุ่นพี่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่สักหน่อย

หลังจากที่เธอศึกษาเส้นทางบริเวณโดยรอบเมืองนี้เรียบร้อยแล้ว คิดว่าช่วงแรกคงต้องใช้รถโดยสารไปเรียนก่อน เพื่อศึกษากฎระเบียบการจราจรอย่างละเอียด แล้วค่อยคิดอีกทีว่าจะทำยังไงต่อไป

“พรุ่งนี้ต้องไปรายงานตัวแต่เช้า เอกสารทั้งหมดอยู่ในนี้ มีอะไรต้องเตรียมไปอีกบ้างนะ?”

ซันเดย์เช็กความเรียบร้อยของเอกสารก่อนที่จะนำไปยื่นด้วยตัวเองอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องทำอะไรแบบนี้ แต่ที่นี่คือเมืองไทย ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องใช้เวลา

เธอไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดตั้งแต่วันแรก เพราะนั่นจะเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีเอาซะเลย

วันรุ่งขึ้น

เอาเข้าจริงที่เป็นกังวลจนนอนไม่หลับก็เป็นแค่ความวิตกกังวลของเธอเอง ฝ่ายวิชาการของที่นี่ไม่ได้เคร่งครัดเหมือนที่แคนาดาเลยสักนิด นอกจากถามถึงผู้ปกครองแล้ว ที่เหลือก็แค่ทำตามเงื่อนไขและกฎระเบียบของสถานศึกษา ที่นี่เน้นด้านวิชาการเป็นหลัก

และที่สำคัญที่สุดคือห้ามก่อเรื่อง ครั้งแรกจะได้รับเป็นการตักเตือน แต่หากมีครั้งต่อไปโทษคือการไล่ออกทันที

“เอ้... นี่ฉันอ่านแผนที่ถูกหรือเปล่าเนี่ย ทำไมเดินไม่ถึงตึกนิเทศฯ สักที?” เอ่ยพลางหมุนแผ่นพับในมือไปมาพร้อมกับเงยหน้ามองหาคนที่จะช่วยบอกทางไปตึกที่เธอต้องการจะไป

แต่กลับพบแค่ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและความเงียบสงบ ไม่มีนิสิตคนไหนเดินผ่านมาให้พอขอความช่วยเหลือเลย สมกับเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่เน้นการเรียนเป็นหลัก

จนกระทั่งเธอสะดุดตากับบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่

“นั่นอะไร? คนเหรอ? ใช่หรือเปล่า? คนหรือผี?”

เธอเอ่ยออกมาเบา ๆ ขณะที่ยังไม่มั่นใจว่าในครรลองสายตานั้นภาพที่เห็นเป็นอย่างที่คิดหรือไม่ ปลายเท้าก็หยุดอยู่ใต้ต้นจามจุรีแล้ว

ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเหนือศีรษะ เพ่งมองร่างใหญ่ที่นอนราบไปกับกิ่งไม้ที่สามารถรับน้ำหนักของเขาได้

ภายใต้เสื้อฮู้ดนั้น ซันเดย์ไม่แน่ใจว่าเขาหลับจริงหรือแค่ปิดเปลือกตาเฉย ๆ แล้วไม่กลัวตกลงมาหรือไง?

เธอลังเลอยู่ชั่วขณะว่าจะถามเขาหรือเดินหนีไปจากตรงนี้ แล้วไปหาความหวังข้างหน้าดีกว่า

ทว่าผู้ถูกบุกรุกความเป็นส่วนตัวกลับดันตัวขึ้น วาดท่อนขายาวหย่อนห้อยลง กดนัยน์ตาสีเทาเข้มลอดผ่านเสื้อฮู้ดลงไปด้านล่าง พลันคิ้วพาดเฉียงก็ขมวดยุ่ง ฝ่ามือใหญ่กำผิวหยาบกระด้างของเนื้อไม้แน่น!

“ไม่ได้ตั้งใจรบกวนนาย ฉันหาตึกนิเทศฯ ไม่เจอ” ซันเดย์ตอบเสียงสั่น กลิ่นอายบางอย่างจากคนด้านบนทำให้เธอรู้สึกถึงความกดดันรอบตัวที่หนาแน่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ความนิ่งสงบภายใต้ดวงตาคมคู่นั้นทำให้เธอรู้สึกตัวเล็กลงเหลือแค่คืบเดียว

“หึ!” มุมปากหยักได้รูปพลางเค้นเสียงต่ำแผ่วผ่านลำคอ “หลงเหรอถึงเดินมาไกลขนาดนี้? เลี้ยวซ้ายข้างหน้าแล้วเดินตรงไปก็ถึงแล้ว”

“ขอบคุณ!” เธอไม่ลืมมารยาทที่ควรมี แม้จะไม่อยากมีให้กับคนที่นั่งห้อยขาอยู่ด้านหลังก็ตาม

เขาทำเหมือนขำในความเซ่อซ่าของเธอที่เดินหลงเข้าไปตึกวิศวะฯ ทั้งที่พึ่งมาจะไปรู้ได้ยังไงว่าแต่ละตึกอยู่ตรงไหนของมหาวิทยาลัย

‘ฮึ่ย! อารมณ์เสียตั้งแต่ยังไม่เริ่มเป็นนักศึกษาที่นี่ เป็นลางที่ไม่ดีเอาซะเลย’

แต่ดูเหมือนว่าการต้อนรับเป็นน้องใหม่จะไม่จบแค่นั้น เมื่อนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่คนละฝั่งกำลังจะทำผิดกฎของมหา’ ลัย เธอพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

วันแรกที่มาเรียนเมืองไทยกลับเจอเรื่องกวนใจถึงสองครั้งติด ๆ น่าโมโหชะมัด

เธอตั้งใจจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น เพราะไม่อยากพัวพันกับเรื่องแบบนี้ตั้งแต่วันแรก แต่ทว่าปัญหาก็เหมือนจะอยากกระโจนเข้ามาหาเต็มทน จึงทำให้เธอดึงขาที่ควรจะก้าวไปอีกทาง ให้วิ่งเข้าไปหานักศึกษาหญิงกลุ่มนั้นแทน

สิ่งที่คนอย่างเธอไม่ชอบมากที่สุดก็คือพวกที่ชอบทำตัวหมาหมู่! สามต่อหนึ่งแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน? งั้นก็เปลี่ยนเป็นสองต่อสามดูบ้าง คิดว่ามันคงจะดูเข้าท่าขึ้นมาหน่อย

“โอ๊ย!” เสียงร้องดังขึ้น ทำให้ซันเดย์รู้สึกได้ว่ามันช่างน่าฟังเหลือเกินสำหรับพวกที่ชอบรังแกคนอื่น

ลองสัมผัสดูบ้างสิ จะได้เข้าใจว่าคนที่ถูกพวกหล่อนตบจนปากแตกก็เจ็บเป็นเหมือนกัน

แต่พอเห็นว่าพวกที่มีมากกว่านั้นกลับหนี หางจุกตูดไปก็ทำให้เธอรู้ว่ามันเป็นแค่การอาศัยจำนวนมากกว่าเท่านั้นแหละ

เธอหันกลับมาให้ความสนใจกับคนตัวเล็กกว่า ปากอวบสีส้มอิฐนี้ไม่ควรให้มีรอยช้ำเลยสักนิด ด้วยความที่ให้ความสนใจตรงจุดนั้นมากเกินไป จึงเผลอเช็ดเลือดออกให้คนตรงหน้าโดยไม่ขออนุญาตเจ้าตัวก่อน ก็เลยทำให้หล่อนถึงกับสะดุ้ง!

และท่าทีนั้น ‘โคตรน่ารักเลย!’ ซันเดย์คิดในใจขณะที่มองไปที่อีกฝ่าย

อย่างน้อยในวันที่แสนวุ่นวายและน่าเบื่อ ก็ยังมีเรื่องดี ๆ เข้ามาบ้าง เพราะคนสวยที่เธอช่วยไว้ก็อยู่คณะนิเทศฯ

ในเมื่อพระเจ้าดึงเราทั้งสองให้มาพบกันในสถานการณ์แบบนี้ ก็จะถือว่านี่คือโชคชะตา และนับจากนี้วีด้าคือเพื่อนที่เธอต้องปกป้องตลอดไป

เหมือนอย่างที่เกย์สันเคยยื่นมิตรภาพอย่างนี้ให้กับเธอ

ไม่แค่วีด้าเท่านั้น แต่ยังมีไลลาแม่สาวขี้ระแวงที่ชอบทำท่าเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเธอเวลาที่อยู่กับวีด้า และยิ่งน่าแกล้งตอนที่เห็นปากจิ้มลิ้มนั่นงอง้ำเหมือนเด็กหวงของเล่น มันทำให้เธอนึกถึงแคลร์!

“นี่! ยืนเหม่ออะไรอยู่? เดี๋ยวของอร่อยก็หมดก่อนหรอก! ตามฉันมานี่ จะพาไปเลือก” ไลลาสะกิดพลางหยุดอยู่ข้างเพื่อนใหม่ ซึ่งวีด้าพามาให้รู้จักเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ตอนแรกก็ไม่เห็นด้วยกับเพื่อนเท่าไหร่

เพราะอย่างวีด้าคนเข้าหาก็เพราะความโดดเด่นและมักใช้ให้เป็นสะพานในการก้าวข้ามไปหาพี่เจฟฟ์เท่านั้น ทว่ากับซันเดย์แล้วเธอมองไม่เห็นนัยแอบแฝงเหล่านั้น จึงเปิดใจรับเป็นเพื่อนอีกคน

“เธอคบกับวีนานแค่ไหน?” ซันเดย์เอ่ยถามเมื่อก้าวมายืนเสมอกันหน้าร้านสปาเกตตี อยากรู้ระยะเวลาของการเป็นเพื่อนกันระหว่างสองคนนี้ ว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่

“ตั้งแต่ขึ้นมอปลาย เราเรียนที่เดียวกันแล้วก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน เวลาแม่ ๆ ของพวกเราไม่อยู่ก็จะฝากฝังแม่อีกคนช่วยดูแลให้” ไลลาเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวให้คนช่างสงสัย ก่อนจะชี้ให้แม่ครัวตักสปาเกตตีให้

“เธอจะกินเหมือนกันไหม? ร้านนี้อร่อยนะ”

“อืม... แล้วนี่วีทำไมไปเข้าห้องน้ำนานจัง? ฉันไปตามดีกว่า”

“ปล่อยมันห่างตัวบ้างเถอะ ตามติดยิ่งกว่าเงามันแล้ว”

“เป็นได้ก็จะเป็นให้นะ”

“ชิ! เอาไปสปาเกตตีของเธอ นั่นเดินมาแล้ว ไปกันเถอะ” ไลลาบ่นเบา ๆ พร้อมกับยื่นสปาเกตตีให้ เธอบู้หน้าให้กับความห่วงใยของซันเดย์ที่มีต่อเพื่อนอีกคน ถึงวีด้าจะดูบอบบางแต่ฝีมือการต่อสู้ของก็ไม่แพ้ใครเลย

ยกเว้นวันที่ได้เจอกับแม่สาวผมทองนัยน์ตาสวยคนนี้แหละที่พลาด!

พลาดได้ยังไงกันนะ?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 17 ถ้าไม่รักชีวิต เวลาที่เหลือฉันขอนะ

    เธอยืนขึ้น หมุนหน้าไปยังผนังห้อง แล้วรูดซิปจากต้นคอลงมาจนถึงช่วงเอว ค่อย ๆ ถอดแขนเสื้อออกทีละข้างอย่างระมัดระวัง รวบแขนเสื้อทั้งสองมัดไว้ที่เอว ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อเห็นว่าไลก้าไม่ได้สนใจจึงหันกลับมาเต็มตัวแล้วก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา“นายทำเป็นใช่ไหม”“มาถึงขั้นนี้เธอจะปฏิเสธได้เหรอ?” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกจากลำคอ ขณะถามคนที่เข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว และยังถอดเสื้อจนเหลือแค่เสื้อกล้ามกับชุดนักแข่งครึ่งตัว แล้วมาถามคำนี้?เธอแค่อยากจะอธิบาย เพราะร่างกายมันไม่เหมือนที่เขาคิดไว้“ฉัน…”“หันหลังมา” ไลก้าขัดขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดจบ“อืม” ซันเดย์ตอบรับแล้วหมุนตัวหันหลังให้เขา ยอมทำตามแต่โดยง่าย เพราะส่วนที่เจ็บที่สุดคือไหล่ข้างขวาที่ตึงมาก ๆเธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาคงยกกล่องสีขุ่นนั้นไปวางที่อื่นแล้ว ในขณะที่เธอก็เงยหน้ามองผนังห้องที่ประดับด้วยภาพวาดบอดี้รถจากมุมต่าง ๆ มีทั้งด้านหลัง ด้านข้าง และแม้แต่แค่ล้อเขาคงจะชอบพวกมันมาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ในเมื่อสนามแข่งรถก็สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของเขานี่นาแต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่จะทายาให้ไม่ใช

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 16 พาไปทายา!

    “จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อนทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดียกเว้นแค่วิกเ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 15 ล็อกที่ของเธอ

    อาทิตย์ต่อมาครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแข่ง ซันเดย์ก็ไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบอีกว่ามีอะไรที่เธอชอบอีกไหม เพราะได้เลือกแล้วว่าการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำให้ความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเธอสลัดสิ่งรบกวนที่ทำให้ไขว้เขวทิ้ง และกลับมายืนอยู่ในสนามแข่งขันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังอีกครั้งดังนั้นก่อนวันแข่งรอบพิเศษเธอจึงขอให้อชิตาลงชื่อเพื่อกลับมาพิสูจน์จุดยืนของตัวเองอีกครั้งต่อให้ไม่มีใครมาเป็นเครื่องยืนยัน เธอก็ยังคงเป็นซันเดย์ เป็นนักแข่งแบบนี้ต่อไปหลังจากทีมงานตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ซึ่งก็พิเศษมากจริง ๆ พวกเขาทำเหมือนกับว่าลูกรักของเธอเป็นรถ VVIP ที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันขนาดนั้นระหว่างที่รอเวลาลงสนาม เธอเฝ้ารอเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่พอคิดถึง... ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“โชคดีที่มาทัน” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาคือวีด้านั่นเอง แม้ว่าหลายวันมานี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีแค่เจ้าของใบหน้าสวยตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปสู่รั

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 14 มีแผนการในใจ

    กลิ่นไหม้ฉุนจนแสบจมูกฟุ้งกระจาย กลิ่นน้ำมันตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ และประกายไฟที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รถที่คว่ำจนไม่เหลือเค้าเดิมเขากับฟาเร่วิ่งสุดฝีเท้าจากริมสนามอีกฝั่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองเท้าสับถี่จนเหมือนจะลอยได้ แต่กลับยิ่งทำให้พวกเราหายใจไม่ออก เมื่อเห็นภาพในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อยู่ตรงหน้าร่างที่โชกไปด้วยน้ำสีแดงถูกลากออกมาจากซากรถซันเดย์ในเวลานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจที่รวยรินกับเสียงไอเป็นระยะทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ ร้อนรนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดีฟาเร่ที่นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกันยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น เขาเรียกสติของซันเดย์ตลอดเวลา ไม่แตะต้องในส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเธอ และยังปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง ไม่ข้ามไปแม้แต่จุดเดียวใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่แสดงความตื่นกลัวต่อบาดแผลที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นที่ยืนยันว่าเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งกระทั่งทีมแพทย์มาถึงและยกซันเดย์ขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอขึ้นรถเพื่อย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาล พวกเราจึงได้เห็นใบ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 13 หาทางเอาคืน

    “เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วน่า”ไลลาพูดขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ หลังจากการแข่งขันจบลง แต่เพื่อนก็ยังทำหน้าเครียดไม่เปลี่ยน เธอเตือนไปแล้วว่าไลก้าไม่เหมือนคนอื่น ให้เผื่อใจไว้บ้าง เวลาผลมันออกมาเป็นแบบนี้จะได้ไม่ผิดหวังมาก“ไม่ได้ไม่ยอมรับอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกไม่ดี... นิดหน่อย” ซันเดย์ตอบเสียงเรียบขณะเดินเคียงกัน ตอนนี้เธอเปลี่ยนกลับมาอยู่ในชุดลำลองเหมือนเดิม พวกเรากำลังเดินกลับไปยังรถที่ทีมงานเอามาจอดไว้รอด้านนอกสนามหลังจากเขาหลบไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไลลาก็พูดคำนี้เป็นครั้งที่ร้อย (ออกจะดูเว่อร์ไปหน่อย)และไม่ใช่แค่ไลลา ยังมีอชิตาที่เข้ามาร่วมผสมโรงตอกย้ำความจริงที่ว่า... ไม่มีอะไรต้องเสียใจถ้าคนที่แพ้ให้เป็นไลก้า!“เข้าใจได้ ไม่มีใครจะยินดีที่ตัวเองแพ้หรอก”กึก!มันจะรู้สึกไม่ดีก็ตอนนี้ ซันเดย์คิดในใจ พลางหยุดมองเพื่อนที่หันมายิ้มแหย่ให้ แล้วก็เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่น“ฉันขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ฉันแค่ไม่อยากให้แกไม่สบายใจแล้วเก็บไปคิดมาก” ไลลาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นซันเดย์พยักหน้ารับรู้ถึงความห่วงใยนั้น และไม่รู้จะบอกกับไลลาว่ายังไงดี เพราะเรื่องราวที่มันพัวพัน

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 12 พลาดท่า

    เสียงปืนส่งสัญญาณการออกตัว ซันเดย์ดึงสติกลับมาแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนลูกศรที่ไม่มีวันหวนย้อนกลับ เมื่อเข้าสู่รันเวย์แห่งศักดิ์ศรีของความเร็วความฮึกเหิมก็เข้ามาแทนที่ แรงกดดันที่เคยเกาะกุมจิตใจถูกสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง เธอมีเพียงเป้าหมายเดียวคือเส้นทางสีดำที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ความกังวลถูกบดขยี้ภายใต้แรงเหยียบของฝ่าเท้าอีกด้านหนึ่งของสนาม ไลก้านักแข่งเท้าไวผู้ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้! ปลายเท้าใหญ่เหยียบคันเร่งจนมิด ตามสไตล์ดุดันเมื่อเสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้น นั่นคือการประกาศว่าไม่มีใครสามารถขึ้นนำเขาได้แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น...แลมโบกีนี่สีส้มดำของซันเดย์แซงเขาไปเพียงเสี้ยววินาทีราวกับพายุที่ซัดผ่านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทิ้งไว้เพียงภาพท้ายรถที่ค่อย ๆ ห่างออกไป“ยังเร็วไปเด็กน้อย!” เสียงทุ้มเย็นยะเยือกลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปภายใต้หมวกนิรภัย น้ำเสียงของเขาไร้ความตื่นเต้น ในขณะที่มีความขบขันมากกว่าความกังวลหรือเสียใจอีกฝั่งหนึ่ง...“หึ! ก็แค่นี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นทอดมองผ่านกระจกด้านข้าง สะท้อนเงาของรถสีเทาที่ค่อย ๆ เลือนหายไปนอกครรลองสายตา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นโดยไม่รู้ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status