Partager

ตอนที่ 4 ผลตอบรับ!

last update Date de publication: 2025-12-25 13:43:13

ตอนที่ 4 ผลตอบรับ!

สองเดือนต่อมา

แม้ว่าจะไม่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปเรียน ซันเดย์ก็ยังคงต้องตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อที่จะได้ออกไปทำงานที่ร้านของเกย์สัน

ผ่านมาสามเดือนกับวัยเฟรชชี่ของเธอ อีกแค่เดือนเดียวก็จะได้เป็นรุ่นพี่แล้ว แต่ความหวังที่ว่าจะได้ไปเรียนที่ประเทศไทยนั้นกลับริบหรี่ลงเรื่อย ๆ เมื่อเธอรออีเมลตอบรับจากมหาวิทยาลัยนั้นยังไร้วี่แวว

และเธอเองก็ไม่ได้เผื่อใจด้วยการยื่นสมัครที่อื่นไปด้วย คิดแล้วอยากจะเอาเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากกับความไม่รอบคอบของตัวเอง

“หรือเกย์สันจงใจให้มันออกมาเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก?” เธอดีดตัวนั่งจนเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งดีดชายขึ้นมารวมกันที่เอว พินิจพิเคราะห์ตั้งแต่เริ่มเปิดใจบอกเขาว่าอยากไปจากบ้านหลังนี้ อยากใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง

ซึ่งตอนนั้นรุ่นพี่ก็แค่รับฟังไม่ได้ออกความเห็นอะไรแม้แต่คำเดียว แล้วจู่ ๆ เอกสารนั่นก็โผล่มา นั่นไม่ใช่แผนของเขาเหรอ?

ถึงยังไงเกย์สันก็เป็นลูกชายของเพื่อนธอร์น!

“ขอร้องละ ให้ฉันเชื่อใจใครได้บ้างเถอะ” ซันเดย์ซุกใบหน้าลงระหว่างเข่าทั้งสอง ขณะที่น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

ช่วงเวลาที่ยากลำบากเกย์สันคือคนที่ดึงเธอออกมาจากการเป็นส่วนเกินของครอบครัว และยังคอยอยู่เคียงข้างในวันที่เธอเริ่มก้าวไปสู่โลกใหม่ แต่เมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้ มันทำให้เธอหมดกำลังใจจนไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น

แต่คนอย่างซันเดย์ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายความเชื่อใจได้ง่าย ๆ แน่ เธอกระโดดลงจากเตียงทันทีเมื่อคิดว่าต้องเคลียร์เรื่องนี้กับรุ่นพี่ให้คลายความข้องใจ

ไม่อยากให้ความรู้สึกที่ดีตลอดหลายปีต้องพังทลายลงแบบนี้ ทว่าก่อนที่เธอจะถึงหน้าห้องน้ำ เสียงแจ้งเตือนจากมือถือก็ดังขึ้นรั้งฝีเท้าที่กำลังเดินไปไว้ก่อน

ซันเดย์เปลี่ยนทิศทางทันที กระโจนไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนหัวเตียง!

หลังจากเปิดอ่านอีเมลที่พึ่งส่งมาก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ๆ ในหัวที่เคยเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มเหมือนมีไฟสุมกองใหญ่ กลับกลายเป็นความว่างเปล่าในทันที

เธอไม่สามารถตอบคำถามตัวเองได้ว่า ดีใจหรือตกใจกับผลตอบรับการเข้าเรียนที่ Mattip University

ซันเดย์มาถึงร้านของเกย์สันก่อนเวลาร่วมชั่วโมง และตอนนี้ทั้งสามก็นั่งจ้องหน้ากันอยู่ในห้องพักชั้นสอง ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากที่รู้ว่าผลของการตัดสินใจของรุ่นน้องกำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอครั้งใหญ่

“เฮ้อ! คิดจะบอกแม่เมื่อไหร่?” เกย์สันถามเสียงทุ้มเต็มไปด้วยความหนักแน่น

“มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะซันเดย์ โอเคตอนนี้เธอโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ แต่ที่นั่นไม่มีใครคอยถามเธอว่าอยากกินอะไร พาเธอออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อกลางดึก หรือช่วยให้เธอหลบในที่ที่ปลอดภัยได้เลยนะ”

เขาพูดออกมาด้วยความกังวล ถึงจะเป็นคนนอกแต่เขาก็รู้ว่าแม่และน้องชายห่วงใยรุ่นน้องมากแค่ไหน ถ้าเธอไปอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง ซ้ำยังเป็นผู้หญิง เขาก็อดห่วงไม่ได้จริง ๆ

“ก็ตั้งใจจะบอกหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จค่ะ”

“ทำไมถึงใจเด็ดขนาดนี้นะ? เธอจะไม่ให้พวกเขาเตรียมใจกันเลยเหรอ?” ฟาเร่ถามขึ้น สีหน้าของเธอเศร้าหมอง ใจหายที่วันนี้มาถึง แม้ว่าจะให้ความช่วยเหลือรุ่นน้องของแฟนหนุ่มมาตลอด

แต่ก็อย่างที่เกย์สันพูด ผู้หญิงตัวคนเดียวไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนั้นจะเป็นยังไง เธอยังนึกภาพไม่ออกเลย

“มีอะไรต้องเตรียมกันคะ? จะมีซันหรือไม่มีพวกเขาก็ไม่รู้สึกขาดอะไรไปหรอกค่ะ คิดว่าคงดีซะอีกที่ต่อไปก็ไม่ต้องมาคอยบ่นให้เหนื่อย”

น้ำเสียงของซันเดย์ราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันกับความคิดของตัวเอง ที่ผ่านมารู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินและแกะดำของครอบครัว ไม่มีทางที่พวกเขาจะรู้สึกแบบนั้นกับเธอแน่

เกย์สันกดสายตาลงไปหาแฟนสาว มันยากที่จะเปลี่ยนความคิดของรุ่นน้องให้กลับมามองถึงความรู้สึกของครอบครัว เรื่องราวในอดีตมันฝังลึกเข้าไปในหัวใจแล้ว ว่าสิ่งที่แม่เธอเลือกคือการผลักไสให้เธอกลายเป็นคนนอก

“งั้นฉันจะหาบ้านอย่างที่เธอต้องการให้ก็แล้วกัน เหลือเวลาอีกไม่กี่วันให้หาเองไม่ทันแน่”

“พี่ช่วยซันมาเยอะแล้ว ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวซันลองหาเองก็ได้ค่ะ”

“หาเองแล้วโดนหลอกเหรอ ซันเดย์? อย่าคิดแต่จะไปจนไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองนะ ฉันพึ่งช่วยเธอครั้งสองครั้งหรือไงถึงต้องมาเกรงใจกันขนาดนี้ ถ้ายังอยากจะไปเรียนที่นั่นก็ทำอย่างที่บอก ไม่งั้นมหา’ ลัยนั้นฉันจะยกเลิกมันซะ” เกย์สันพูดเสียงแข็งแต่ก็เต็มไปด้วยความกังวลเช่นกัน

“พี่เห็นด้วยกับเขานะซัน ให้เกรย์หาบ้านใกล้ ๆ มหา’ ลัยให้เถอะนะ แบบนี้พวกเราค่อยสบายใจหน่อย อย่าลืมว่ายังไงเธอก็เป็นผู้หญิง”

“ก็ได้ค่ะ แต่ซันจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเองนะคะ”

“มันแน่นอนอยู่แล้ว เธอไม่ใช่แฟนฉันนี่ ทำไมต้องออกให้ด้วย เปลือง!”

“ทำอย่างกับว่าซันอยากเป็นงั้นแหละ ฟาเร่คิดยังไงถึงมาคบกับคนปากแบบนี้กันคะ?”

“คิ ๆ เพราะว่าเขารักพี่ยังไงละ” ฟาเร่ตอบพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ต่อความรักที่เกย์สันมีให้

ซันเดย์กลอกตาไปมาหลังจากฟาเร่พูดจบ เกย์สันก็ตีหน้ายียวนใส่ ซ้ำยังหอมแก้มอวด ให้ดูอย่างน่าหมั่นไส้

ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ต่อจากวันนั้น

รวดเร็วทันใจสมกับเป็นลูกชายนักธุรกิจสายป่านกว้างขวาง เกย์สันหาบ้านให้ซันเดย์ได้ไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยมากนัก หากว่าเจ้าตัวไม่นอนกินบ้านกินเมืองจนไปแย่งพื้นที่บนท้องถนนกับเจ้าถิ่นเขาน่ะนะ

“นี่เป็นแผนที่คร่าว ๆ จากเพื่อนฉัน พวกกุญแจแล้วก็สัญญาเอาไว้เธอไปคุยกับเจ้าของเองแล้วกัน เขากำลังหาใครสักคนไปช่วยดูแลให้พอดี” เกย์สันพูดพร้อมยื่นกระดาษเอสี่ที่ขีดเขียนด้วยลายมือและมีภาษาไทยกำกับ

ซันเดย์รับกระดาษนั้นมา เธอสังเกตได้ว่ารุ่นพี่พยายามอย่างดีที่สุด ที่จะทำให้มันออกมาดีมาก ๆ แม้ว่าจะยังคล้ายกับเด็กที่พึ่งหัดเขียนก็ตาม

“ขอบคุณนะคะ ทั้งพี่และฟาเร่ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ อย่างที่ทำให้ซัน ทั้งเคยเห็นและในที่ที่ไม่เห็น” ซันเดย์เอ่ยพร้อมกับโผเข้าสวมกอดร่างสูงของเกย์สัน ก่อนจะหันไปมองแฟนสาวของเขา ความรู้สึกในใจของเธอขัดแย้งกันไม่น้อย

ตั้งแต่วันนี้ไปคงจะไม่ได้เห็นพวกเขาแอบพลอดรักกันต่อหน้าอีกไม่ได้หัวเราะจนสุดเสียงด้วยกันในเวลาที่ทำแก้วตกแตก หรือกระโดดจนตัวลอยเมื่อรถของรุ่นพี่พุ่งทะยานเข้าเส้นชัยก่อนคันอื่น!

“พูดเหมือนฉันเป็นพวกโรคจิต ถ้าเธอเข้าใจง่ายเหมือนคนอื่น ฉันกับฟาจะต้องซ่อนกันเอาไว้หรือไง?” เอยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

ฟาเร่พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะก้าวออกมายืนข้าง ๆ กันยังรู้สึกใจหายไม่เลิกที่ต้องส่งรุ่นน้องของแฟนหนุ่มไปที่ห่างไกลกันอีกฟากหนึ่ง

“สัญญาว่าจะติดต่อกลับมาหาพวกเราบ่อย ๆ หรือถ้าที่นั่นไม่โอเคต้องรีบกลับ อย่าหายไปไหน เข้าใจหรือเปล่า?” ฟาเร่กล่าวอย่างห่วงใย

“ซันรับปากค่ะว่าจะไม่ขาดการติดต่อ” ซันเดย์ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เธอรับปากเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ส่วนอีกเรื่องที่จะกลับมานั้น... คงยากเกินกว่าจะพูดออกมาในตอนนี้

อุ้งมือที่เพิ่มแรงบีบของฟาเร่ย้ำให้ต้องพยักหน้ารับว่าจะไม่เป็นอะไร

มันเป็นแค่บททดสอบอีกหนึ่งบทเท่านั้น

“ดูแลตัวเองด้วยนะ จำไว้ฉันกับฟารอเธออยู่ที่นี่เสมอ” เกย์สันทิ้งท้ายอย่างจริงจัง

“ค่ะ ซันไม่มีวันลืม”

ก่อนที่เธอจะต้องจากไปจริง ๆ ความรู้สึกในใจมันไม่มีวันหายไปพร้อมกับความห่างไกล คาเฟ่นี้ได้มอบอะไรให้เธอมากมาย มันจะคอยเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนเสมอว่าใครบ้างที่ไม่ทิ้งเธอไปไหน

ซันเดย์มองกรอบรูปในมือด้วยสายตาเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดาได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

จวบจนวันนี้เหลือเวลาอีกแค่สัปดาห์เดียวก็จะต้องจากบ้านหลังนี้ไปแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ได้บอกใครสักคน

ทำไมถึงมาถึงจุดนี้? จุดที่ไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวในใจให้กับคนในครอบครัวรับรู้ได้ นั่นก็เพราะว่าทุกครั้งที่บอกไป เสียงสะท้อนที่กลับมาก็มีแต่ความว่างเปล่า!

“หนูรักแม่นะคะ แต่ที่ตรงนี้ไม่มีหนูน่าจะดีกว่า” เอ่ยกับตัวเองก่อนจะวางกรอบรูปใบนั้นลง มันเป็นกรอบรูปใบเดียวที่แม่เคยกอดเธอไว้แน่นที่สุด

วันเสาร์ต้นเดือน สมาชิกในครอบครัวจะอยู่กันพร้อมหน้า แม่ไม่ต้องออกไปช่วยธอร์นดูงาน แคลร์ไม่ต้องไปเรียนพิเศษเพราะใกล้เปิดเทอม ทุกอย่างเหมือนวันปกติธรรมดา

เป็นวันที่ทุกคนจะได้กินข้าวพร้อมกัน และมีบทสนทนาอะไรสักอย่างที่เด็กหนุ่มผู้อารมณ์ดีที่สุดในบ้าน มักจะนำมาเล่าให้ฟังจนทำให้เกิดเสียงหัวเราะ

แต่ซันเดย์กลับเลือกวันนี้ วันที่ไม่มีใครระแคะระคายว่าทำไมเธอถึงอยู่ติดบ้านผิดปกติ

ผู้เป็นแม่ที่ไม่คาดคิด และเตรียมใจว่าจะได้ยินคำพูดนั้นออกจากปากลูกสาว

“ว่าไงนะ ย้ายไปเรียนที่ประเทศไทยอย่างนั้นเหรอ?” สิรินภาถามย้ำ เสียงสั่นพร่าเบาหวิวเหมือนจะล่องลอยหายไปกับลมหายใจที่รัดจนแน่น

หัวใจของผู้เป็นแม่เจ็บปวดจนแทบขาดใจเมื่อได้ยินประโยคที่ลูกสาวของเธอ ซึ่งเลี้ยงดูมาด้วยความรัก เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ กำลังจะเดินทางไปอยู่ที่อื่น... อีกวันเดียวเท่านั้น

ดวงตาสวยที่ครั้งหนึ่งเคยยิ้มและหัวเราะเมื่อซันเดย์ยังไม่ประสา พึ่งหัดเดินและล้ม แต่ก็ยังลุกขึ้นมาวิ่งต่อ ทว่าตอนนี้กลับถูกบดบังด้วยม่านน้ำตาเอ่อล้นไปด้วยความเสียใจ

เธอมองใบหน้าละม้ายคล้ายตนเองราวกับมีกระจกสะท้อนตั้งอยู่ตรงหน้า ทว่ายิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเราห่างไกลกันขึ้นทุกที ที่ผ่านมาเธออาจจะผิดพลาดในบางจุด และไม่สามารถเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปนั้นของลูกสาวได้ แต่ไม่เห็นต้องตัดสินใจแบบนี้เลย

“ค่ะ หนูยื่นเรื่องผ่านหมดแล้ว ส่วนที่พักก็อยู่ใกล้ ๆ มหา’ ลัยไม่มาก แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้” ซันเดย์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าภายในเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“เพราะแบบนี้ถึงพึ่งมาบอกใช่ไหม?”

“.....”

คำถามนั้นไร้คำตอบ มีเพียงความเงียบสะท้อนกลับมาเท่านั้น ซึ่งเป็นความเงียบที่ทำให้สิรินภาได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่ค่อย ๆ แตกสลายไป

“ฉันไม่คิดว่าเธอจะตัดสินใจแบบนี้เลยนะซันเดย์ พวกเราทำอะไรผิดงั้นเหรอ ถึงต้องถูกลงโทษแบบนี้?” ธอร์นถามเสียงอ่อน พร้อมกับโอบไหล่ภรรยาเพื่อปลอบใจ เพราะเห็นลูกสาวแสดงความเฉยชาใส่พวกเขามาตลอด

แต่ครั้งนี้มันหนักหนาที่สุด เพราะถึงขั้นเลือกจะทิ้งพวกเขาไปอยู่ที่อื่นแล้ว

“ไม่ไปได้ไหมครับพี่ซัน? ผมสัญญาว่าจะไม่กวนใจอะไรพี่อีก จะตั้งใจเรียนให้ได้อย่างพี่นะครับ” แคลร์พูดเสียงอ้อนวอนด้วยความรักที่มีต่อพี่สาวต่างสายเลือด ที่เปรียบเสมือนคนที่คลานตามกันมา เขาคิดว่าซันเดย์คงรู้สึกไม่ต่างกัน ถึงได้ใจดีมาตลอด

แต่แล้วกลับเป็นเขาที่ทึกทักไปเอง ไม่อย่างนั้นเธอจะเลือกจากพวกเขาไปแบบนี้ทำไม

“เพราะไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยเพราะหนูอีกค่ะ” เธอตอบเสียงนุ่ม

“คุณเองก็จะได้มีเวลากับแม่มากขึ้น” สายตาของเธอเต็มไปด้วยความว่างเปล่า

“ส่วนนายก็จะได้ไม่ถูกดุที่เอาแต่ไล่ตามฉัน” เธอพูดพร้อมกับยิ้มบาง ๆ เพื่อให้ความรู้สึกที่แสนอ้างว้างนั้นเบาบางลง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 4 ใจเชื่อมโยงผูกพัน

    “หอมจังเลยค่ะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยพลางมองตามถ้วยข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ ที่ควันลอยฟุ้งอย่างน่ากิน ดวงตาเธอเปล่งประกายด้วยความสุข กลิ่นหอมของอาหารเช้าเรียกน้ำย่อยจนแทบรอไม่ไหว“ก็พี่ใส่ความรักลงไปด้วยไง ถึงได้หอมขนาดนี้” ไลก้ายิ้มก่อนจะวางถ้วยตรงหน้าเธออย่างระมัดระวัง“งั้นซันว่าความรักคงล้นหม้อแน่เลยค่ะ... ขอทานก่อนนะคะ”“ค่อย ๆ นะยังร้อนอยู่เดี๋ยวลวกปาก”“อ้า... ร้อนจริงด้วยแต่ก็อร่อยมากเลยค่ะ” เธอยิ้มกว้างอย่างเอ็นจอยเต็มที่“ระวังหน่อยสิ จะเป็นแม่คนอยู่แล้วยังดื้อไม่เลิก”“ก็คนมันหิวนี่คะ... มาทานด้วยกันสิ” เธอเป่าข้าวต้มก่อนจะตักขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา“ฟู่ว~ ฟู่ว~ อ้าปากสิคะ คุณพ่อ”“อ้า...” ไลก้ายอมตามคำสั่งอย่างว่าง่ายพร้อมกับยิ้มอบอุ่นที่ระบายทั่วใบหน้า“อร่อยไหมคะ?”“อร่อยครับ” เขาตอบทั้งที่ยังเคี้ยวไม่หมดด้วยความพอใจเป็นความสุขที่เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ แต่ค่อย ๆ เติบโตขึ้น จนเติมเต็มทุกพื้นที่ในบ้าน ทั้งไลก้าและซันเดย์ต่างเรียนรู้ที่จะปรับตัว ใช้ชีวิตร่วมกันในบทบาทใหม่ ว่าที่พ่อและแม่ของชีวิตเล็ก ๆ ที่กำลังจะถือกำเนิด พวกเขาก้าวไปทีละก้าวอย่างระมัดระวังอย่างมั่นคง และเต็มเปี่ยมด้วยความร

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 3 เบบี๋มาแล้ว

    หนึ่งปีผ่านไปซันเดย์ก้าวลงจากชั้นบนด้วยอาการงัวเงีย เปลือกตาปรือปรอยทั้งง่วงทั้งกระหายน้ำยามเช้า ทว่าเพียงปลายเท้าแตะพื้นชั้นล่างความมึนงงก็ถาโถมจนเธอต้องคว้าราวบันไดไว้แน่น“เฮ้อ คงต้องหาเวลานอนให้มากกว่านี้เสียแล้ว” เธอบ่นกับตัวเองเสียงเบานับตั้งแต่ซันเดย์กับไลก้าตัดสินใจสร้างครอบครัวร่วมกัน เธอก็ย้ายมาอยู่บ้านของเขา ส่วนบ้านเดิมนั้นเธอฝากให้แคลร์ดูแลแทนชีวิตคู่พาเอารอยยิ้มอันอบอุ่นมาพร้อมช่วงเวลาพ่อแง่แม่งอนเป็นระยะ ยิ่งเมื่อแต่ละคนต่างรับผิดชอบงานของตัวเอง ซึ่งเธอ วีด้า และไลลาพึ่งร่วมกันก่อตั้งบริษัทโฆษณาได้ครึ่งปี และทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นยกเว้นสามีผู้คอยเร่งให้เธอกลับบ้านเร็วขึ้น เลิกหมกมุ่นอยู่แต่กับงานราวกับลืมไปว่าเมื่อก่อนเขาเองก็เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน“เป็นอะไรหรือเปล่า? พี่ก็บอกให้รอก่อนแล้วนี่” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูเข้มผิดปกติ ตามมาด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบก้าวลงบันไดมาอย่างร้อนรนเธอหันมายิ้มอ่อนให้กับสามีที่พอดีลงมายืนในระดับเดียวกัน แม้จะสบเข้ากับดวงตาคมที่มองมาด้วยสายตาดุ ทว่าก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นใจเท่าไรนัก เพราะแววตานั้นแม้จ้องเขม็ง หากแต่ก็เต็มไปด้วยความเป

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 2 เธอคือโลกทั้งใบ

    หนึ่งปีต่อมาเช้าตรู่ในเมือง Dragmouth ประเทศอังกฤษ บรรยากาศสดชื่นยามเช้าปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ ทว่าในบ้านใหญ่หลังหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความคึกคักของสองสามีภรรยาวัยกลางคนที่กำลังเตรียมตัวออกไปทำงานให้ ‘นายใหญ่’ ของพวกเขาอีกวัน ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศไทยในอีกสามวันข้างหน้าจอมพล มือขวาคนสนิทของไรอัน ฟลานดีส กำลังง่วนกับการตรวจความเรียบร้อยของเอกสารและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ขณะเดียวกัน เขาก็หันไปมองภรรยาที่ยังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจก พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม“ที่รัก... คุณช่วยรีบกว่านี้อีกหน่อยได้ไหม ไม่งั้นเราคงไม่ทันแน่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกล้งหยอก แม้ในใจจะรู้ดีว่ายังมีเวลาเหลือเฟือ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อหญิงคนรัก เพียงเพื่อจะได้เห็นใบหน้ายิ้มของเธอ“พี่ลองยกนาฬิกาดูหน่อยสิคะ ยังเหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาประชุมเช้านี้เสียอีก” สุ้มเสียงหวานแต่หนักแน่นของเธอดังขึ้นก่อนที่จะเดินมาถึงตัวสามีเสียด้วยซ้ำเกรซ มือขวาอีกคนของไรอัน ฟลานดีส และยังเป็นภรรยาสุดที่รักของจอมพล ใบหน้าราบเรียบแต่แฝงแววตำหนิในแววตาสีเทาอ่อนคู่นั้น เมื่อถูกเร่งเร้าโดยไม่มีเหตุอันควรเธอมองเขาด้วยสายตานิ่งขรึม ขณะ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 1 คลี่คลายปมในใจ

    คาซ่าการ์เด้น ต้นเดือนมกราคม ปี 25xxในช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตนักศึกษา ทุกอย่างดูจะราบรื่นสำหรับ "ซันเดย์" คนหัวกะทิผู้ไม่เคยต้องวิตกกับเรื่องผลการเรียน ยกเว้นเสียก็แต่...ตืด... ตืด... ตืด...เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลหม่นเต็มไปด้วยความพะว้าพะวัง เมื่อตัดสินใจกดโทรกลับไปหามารดา เกือบหนึ่งเดือนเต็มที่เธอครุ่นคิด ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะมีกล้าพอเปิดบทสนทนาเคลียร์ความรู้สึกที่คั่งค้างระหว่างกัน(ฮัลโหล... แม่อยู่ในครัวนะลูก)เสียงสิรินภาเล็ดลอดผ่านสายมาอย่างกระหืดกระหอบด้วยเพราะเธอวางโทรศัพท์ไว้ห่างตัว และยิ่งรู้ว่าคนที่โทรเข้ามาคือลูกสาว น้ำเสียงที่เคยเร่งรีบก็พลันอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แทบจะละมือจากสิ่งที่ทำอยู่ในทันทีซันเดย์เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ระบายยิ้มอ่อน ๆ ออกมา เธอจินตนาการภาพของท่านกำลังหั่นผัก เตรียมอาหารอย่างกระตือรือร้น ด้วยแววตาเปี่ยมสุข เพื่อเธอหรือไม่ก็สองพ่อลูก แต่ทำไมในอดีตเธอถึงเคยมองว่าแม่เอาใจแค่สามี หลงลืมไปว่าลูกสาวคนนี้ แม่เคยอุ้มท้องอย่างยากลำบากถึงเก้าเดือน และเลี้ยงดูเพียงลำพังมาตลอดแปดปี‘แกมันโง่มากจริง ๆ ซันเดย์’“ไม่เห็นต้องรีบเลย หนูรอได้อยู่แล้วค่ะ”(ทำไมเสียงเป

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 52 เขาคือเจ้าชีวิตของเธอที่แท้จริง THE END

    ในค่ำคืนที่มีดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าเหนือเมืองใหญ่ สายลมเย็นบางเบาพัดความเย็นกระทบกาย ขณะทั้งสองนั่งเคียงกันบนดาดฟ้าของโรงแรม The Lush Nest ที่เปิดมุมมองสู่ทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันงดงามราวภาพฝันไลก้าเตรียมมื้อดินเนอร์ไว้ด้วยความใส่ใจ เขาจองพื้นที่ทั้งดาดฟ้าไว้เพื่อเธอเพียงคนเดียว บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าที่เปล่งประกายเป็นฉากหลังตัดกับความเงียบสงบ และความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งสองเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ไปกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับอยู่บนใบหน้าของไลก้าและซันเดย์ อาหารรสเลิศถูกจัดวางอย่างประณีต และเครื่องดื่มในแก้วคริสตัลก็ช่วยเติมเต็มค่ำคืนให้ยิ่งโรแมนติกยิ่งขึ้น“น่าจะบอกซันก่อน ดูสิ... ชุดที่ซันใส่มันไม่เข้ากับบรรยากาศเลยสักนิด” เธอก้มมองเสื้อยืดตัวบางที่คลุมทับด้วยแจ็กเกตยีน และกางเกงยีนสีซีดคู่ใจ“เธอแต่งแบบนี้แหละดีแล้ว” เขาตอบพร้อมสบตาเธอด้วยแววตาอ่อนโยน “เพราะถ้าเธอแต่งตัวเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ แต่ต้องแลกกับความไม่สบายตัว มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”หลังจากปลอบโยนเธอเรื่องครอบครัวจนถึงเวลานัดหมายที่วางแผนไว้กับอาเชอร์และซอล เขาก็พาเธอออกมาทานอาหารตาม

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 51 คลายปมในใจ

    “พี่มักจะคิดว่าพวกเราพยายามกันพี่ออกไป แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยสักนิด แด๊ดรักพี่เหมือนลูกคนหนึ่ง ผมเองก็รักพี่เหมือนพี่สาว แล้วทำไมพี่ถึงพยายามผลักเราออกจากความหวังดีนั้นล่ะครับ” แคลร์พยายามหาคำตอบเรื่องนี้มานาน แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบสักที“พี่ไม่...” จะบอกว่า ไม่เคยรู้สึกแบบนั้น เหรอ? ทั้งที่ความรู้สึกเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นจริง“ธอร์นมีพร้อมทุกอย่าง นายก็เป็นลูกชายของเขา จะคิดแบบนั้นมันก็ไม่แปลก แต่สำหรับพี่... พี่ก็เป็นแค่ลูกของผู้หญิงที่พ่อของนายอยากใช้ชีวิตด้วย เท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ”“ไม่จริงเลย แด๊ดไม่เคยมองพี่เป็นคนนอก ท่านรักพี่จริง ๆ ผมยืนยันได้”“ก็นายเป็นลูกเขานี่”“ก็จริงครับ แต่พี่รู้อะไรไหม เด็กพวกนั้นที่เคยล้อพี่ตอนเด็ก พวกเขาเจอกับอะไรบ้างรู้ไหม? แด๊ดจัดการเรื่องนั้นเอง พ่อแม่ของเด็กพวกนั้นถูกตำหนิอย่างหนักที่ไม่อบรมลูก จนต้องย้ายโรงเรียนไปเลยนะครับ”แคลร์พูดยาว สีหน้าและน้ำเสียงจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“แล้วยังเรื่องที่พี่เข้ารับการรักษาอีก... พี่รู้ไหมว่าแด๊ดตามหาคนที่ช่วยพี่ไปทุกที่ ท่านอยากขอบคุณเขาอย่างมาก เพราะถ้าไม่ได้คนคนนั้นช่วยไว้... พวกเราอาจต้องเสียใจไปตลอดชี

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 33 ไม่ได้นอน NC++

    “อื้อ~”“อย่าพึ่งครางสิเด็กน้อย พี่แค่เล่นกับเธอแค่นั้น” คำว่าเล่นของเขาคือกำลังลากก้านนิ้วถูไถติ่งเนื้อน้อย ขณะที่ท้องนิ้วสากระคายเสียดสีกับจุดอ่อนไหวซันเดย์ก็สะท้านเฮือก ปลายเท้าหดเกร็ง มือเล็กปัดป่ายเพื่อหาที่ยึดกระทั่งคว้าหมอนใบใหญ่ถึงได้กำมันไว้จนแน่น“เสียว... อย่าทรมานกันแบบนี้ อื้อ...” สะโ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 31 ทวงสัญญา

    เคยได้ยินคำนี้ไหม... ‘ความลับไม่มีในโลก!’ และตอนนี้สิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้นจริงตรงหน้า เพราะความลับที่พวกเราคิดว่าปิดได้อย่างแนบเนียน กลับถูกเปิดเผยในวินาทีสุดท้าย... และเมื่อมันหลุดออกมาแล้ว ความสัมพันธ์ก็แตกร้าว ความเชื่อใจก็สูญสิ้น และหายนะก็เกิดขึ้น!เธอไม่เคยเห็นความสัมพันธ์แบบนี้ คนที่ยอมเจ็บเพื

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 30  หาทางหลบเลี่ยง

    อาทิตย์ต่อมา... เชียงรายหลังจากที่แผนทุกอย่างดำเนินไปตามที่วางไว้ สมาชิกทุกคนต่างพยายามตีเนียนให้แนบเนียนที่สุด ยกเว้นเพียงวีด้าและเจฟฟ์ที่ยังไม่รู้ความจริงแต่ยังมีอีกคนหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ นั่นคือ ควีน สาวน้อยผู้บอบบางแต่เปี่ยมด้วยหัวใจนักสู้ เธอกลายมาเป็นฟันเฟืองสำคัญใน

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 26 ก็มันดี NC นิด ๆ

    “ฮ่าห์~ พี่เสียวจริง ๆ ว่ะเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวกระเส่าแฝงแรงอารมณ์จนสั่นพร่า ร่างหนาเอนกายยันตัวด้วยข้อศอก ดันตัวขึ้นให้กึ่งนั่งกึ่งนอนนัยน์ตาคมสีเทาเข้มทอดมองภาพเบื้องล่างอย่างลุ่มหลง“ซี้ด... อื้ม” เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนลมร้อนออกเชื่องช้า ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างกักเก็บเอาไว้ไม่อยู่ รู้สึกเสียว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status