Share

ตอนที่ 9 ไปเยือนถิ่นโยโล

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-28 02:45:10

เย็นวันอาทิตย์

ซันเดย์ขับรถออกมารับไลลาที่หมู่บ้านกรีนวิลล์ ซึ่งวีด้าอาศัยอยู่ที่นี่เหมือนกัน ทว่าอยู่คนละซอยเท่านั้นทำให้ไม่ถูกจับได้ว่าแอบนัดแนะกันไปสนามแข่งของพี่ชายเธอ

“เอาจริงใช่ไหม ตื่นเต้นนะเนี่ย บอกตามตรง!” ไลลาหย่อนตัวลงนั่งข้างคนขับ ดึงเข็มขัดนิรภัยคาดลำตัว พลางหันหน้ามาถามเพื่อนด้วยสีหน้าเริงร่าอย่างที่พูดจริง

“ใครเขาล้อเล่นกันล่ะ ดูนั่นก่อน ฉันเตรียมมาหมดแล้ว ว่าแต่เราเข้าไปกันได้ใช่ไหม” ซันเดย์เอ่ยพร้อมกับถามกลับ ระหว่างมองกระจกหลังเพื่อถอยรถออกจากหน้าบ้าน ดีที่ซอยนี้ไม่แคบและแต่ละหลังมีพื้นที่พอให้ขยับรถได้

“ได้สิ แค่แลกบัตรแล้วบอกเขาว่าไปทำอะไรก็เข้าไปได้แล้ว โยโลเปิดกว้างมาก แต่ก็เคร่งขัดมากเหมือนกัน” ไลลาผู้ที่แอบเข้าไปบ่อย ๆ อธิบายอย่างละเอียด แต่ทว่ามุมมองของเธอก็เป็นเพียงผู้เข้าชม ไม่ใช่นักแข่งในสนามจึงไม่รู้ว่ากฎระเบียบก่อนเข้ามันต่างกัน

เจ้าของรถแลมโบกีนี่สีส้มดำ พาผู้โดยสารมาถึงที่หมายในครึ่งชั่วโมงต่อมา การขับที่ว่องไวหากทว่าแม่นยำในการตัดสินใจของซันเดย์เกือบทำให้ไลลาหยุดหายใจ ราวกับว่าได้ไปนั่งอยู่กับนักแข่งในสนามจริง ๆ

“ไหวไหมเนี่ย? ฉันคิดว่าตัวเองไม่ได้เหยียบเร็วขนาดนั้นนะ” ซันเดย์ยิ้มมุมปากหันมาถามคนข้าง ๆ ขณะที่เลี้ยวเข้ามายังเขตของสนามแข่ง ซึ่งมีอักษรตัวใหญ่เด่นหราอยู่ข้างหน้า

“ไหว” ไลลายกมือขึ้นส่งสัญญาณว่าโอเค แม้สีหน้าและหัวใจที่เต้นเร็วจะสวนทางกันโดยสิ้นเชิง

“นี่เธอขับแบบนี้มาตลอดเหรอ? มั่นใจขนาดนั้นว่าระยะห่างแค่นั้น... จะหลบพ้นได้?”

“ไม่มั่นใจ! แต่ฉันเชื่อในตัวเอง ขับรถมันไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่นใจหรอกนะ มันคือการเชื่อมต่อระหว่างสมองกับร่างกาย สมองสั่ง ร่างกายทำตาม แค่นี้เราก็ไปถึงจุดหมายได้แล้ว”

ซันเดย์พูดด้วยเสียงที่เต็มพลัง ทำให้ไลลาทึ่งจนไม่อยากเชื่อในความสามารถเฉพาะตัวของเพื่อน

ทางเข้าสนามแข่ง YOLO

“ขอโทษครับ เราขอนำรถของคุณไปเช็กและตรวจสภาพก่อน เพราะเป็นครั้งแรกที่เข้ามา ยังไงต้องขออภัยที่ไม่สามารถให้เข้าไปในพื้นที่ด้านในได้ครับ”

ทีมงานผู้รับผิดชอบกล่าวกับซันเดย์เมื่อเธอแจ้งความประสงค์ที่จะเข้ามาที่นี่

ซึ่งเธอเข้าใจขั้นตอนนี้ดี เพียงแต่ยังหันมามองไลลาด้วยความกังวลเพราะสนามนี้เป็นของพี่ชายวีด้า แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะใช้เส้นสายในการเข้าร่วมการแข่งขัน

ดังนั้นจึงเปลี่ยนแผนจากการลงแข่งมาเป็นการเดินดูรอบ ๆ เพื่อศึกษาพื้นที่ก่อน ก็ถือว่าไม่เลว

“ได้ค่ะ แล้วต้องไปทางไหนคะ?”  เธอถามด้วยท่าทางให้ความร่วมมือ พลางมองเส้นทางที่ต้องนำรถไปตรวจเช็ก โดยไม่รู้ว่าเขาจะตรวจละเอียดแค่ไหน

“ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย จะมีเจ้าหน้าที่ออกมารับ คุณสามารถตามพวกเขาไปได้เลยครับ” ทีมงานหนุ่มอธิบายอย่างนุ่มนวล

“ค่ะ” ซันเดย์ยิ้มรับแล้วขับตามเส้นทางที่เขาแนะนำ

“ไม่ต้องทำหน้าผิดหวังหรอกน่า ฉันก็ว่าแล้วอะไรจะง่ายขนาดนั้น”

เธอหัวเราะเบา ๆ เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นสีหน้าของเพื่อนที่ดูไม่ค่อยสบอารมณ์

“ฉันนึกว่าจะเป็นอย่างตอนนั้นนี่นา ใครจะรู้ล่ะ ว่าต้องเช็กนั่น ตรวจนี่ก่อนลงแข่งอีก” ไลลาห่อปากรู้สึกทั้งขายหน้าและแอบผิดหวังที่ไม่ได้เห็นเพื่อนลงแข่งบนสนามทันที

“งั้นก็ถือซะว่าเรามาเรียนรู้กฎเกณฑ์ของเจ้าถิ่นก่อนแล้วกัน” ซันเดย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูใจเย็นกว่าไลลาในสถานการณ์แบบนี้

“นั่นไง ทีมงานที่เขาว่า” ซันเดย์มุ่งหน้าตรงไปยังโซนฝั่งซ้าย เพื่อนำรถไปตามขั้นตอนที่ทีมงานกำหนด

ชั่วโมงต่อมา สนามแข่งแห่งนี้ดูเป็นมืออาชีพมากในความคิดของเธอ เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถอย่างละเอียด ตั้งแต่เครื่องยนต์ไปจนถึงอุปกรณ์ความปลอดภัยของนักแข่ง

โชคดีที่ได้ให้เพื่อนเกย์สันช่วยดูแลทุกอย่างให้ ทั้งระบบภายใน ติดตั้งอุปกรณ์และมาตรฐานด้านความปลอดภัย ทำให้รถของเธอผ่านการตรวจสอบในรอบเดียว โดยไม่มีอะไรต้องแก้ไข

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถลงแข่งในวันนี้ได้แล้ว

“เอาไงต่อดี?” ไลลาถามหลังจากที่พวกเธอเดินออกจากจุดตรวจสภาพรถ

“มาถึงนี่แล้ว ถ้าไม่ไปดูให้เห็นกับตาก็เหมือนกับว่ามาเสียเที่ยว” เธอตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“งั้นจะรออะไร?” ไลลาผู้เตรียมพร้อมอยู่แล้วถามกลับด้วยหน้ายิ้มระรื่น

“อืม นำไปสิ” เธอพยักหน้าให้คนที่ชำนาญทางนำไปก่อน เพราะคราวนี้มั่นใจว่าไลลาจะไม่พลาดแน่

สองสาวเดินไปตามทางเดินที่เริ่มเต็มไปด้วยผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการแข่งขันใกล้จะเริ่มในไม่กี่นาที

โซนที่พวกเธอได้รับในวันนี้ค่อนข้างห่างจากขอบสนาม เพราะที่นั่งดี ๆ ถูกซื้อไปหมดตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีที่ยังมีบัตรเหลือให้พวกเธอได้ลุ้น ก็ยังถือว่าไม่โชคร้ายเกินไปนัก

ซันเดย์หรี่ตามองอย่างตั้งใจ รถสปอร์ตแต่งซิ่งหลายสิบคันกำลังพุ่งทะยานไปตามรันเวย์สีดำด้วยความเร็วเต็มพิกัด การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด คันนำหน้าไม่ยอมให้ใครเบียดขึ้นมาได้ง่าย ๆ เขาคุมเกมได้อย่างเหนือชั้น และเห็นได้ชัดว่าบนถนนเส้นนี้ เขาคือคนที่รู้ทางและควบคุมทุกจังหวะได้อย่างช่ำชองที่สุด

เวลา 21:35 นาฬิกา

ซันเดย์มาส่งไลลาที่บ้านไม่ดึกเกินไปนัก พรุ่งนี้ทั้งคู่ต่างมีเรียนกันตอนเช้า เธอไม่อยากให้เพื่อนอนดึก เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นอาจได้เห็นไลลางอแง และตามมาด้วยเสียงบ่นยาวเหยียดจากวีด้าสาวสวยประจำกลุ่ม จนหูชาไปเลย

“ขับรถกลับดี ๆ นะ” ไลลายืนโบกมือพร้อมกับย้ำเตือนผู้หลงใหลในความเร็วอีกครั้ง

“รับทราบค่ะคุณหญิง เข้าบ้านไปได้แล้ว” ซันเดย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่พลางหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ยะ” ไลลาทำหน้าบู้กลับ ก่อนจะหมุนตัวเปิดประตูเข้าบ้านไป

ซันเดย์รอกระทั่งแน่ใจว่าไฟในบ้านของเพื่อนเปิดแล้วจึงค่อย ๆ เคลื่อนรถออกจากหน้าบ้านอย่างใจเย็น พร้อมกับความรู้สึกอุ่นใจลึก ๆ ว่าการมีเพื่อนที่เข้าใจคอยอยู่เคียงข้าง และสามารถพูดคุยในเรื่องที่รักได้อย่างหมดใจ มันดีขนาดนี้

หลังจากผ่านวันนั้นมา ซันเดย์ก็เริ่มแอบมายังสนามแข่งโยโลเพียงลำพังบ่อยครั้ง การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ฝึกซ้อมให้สมาธิอยู่ในสนามทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง

ห่างออกไปจากจุด Pit lane ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสีเข้มยืนซ่อนตัวอยู่ภายใต้อัฒจันทร์ เขาสวมฮู้ดคลุมปิดใบหน้าไว้ ถึงอย่างนั้นก็ยังดูโดดเด่น ร่างสูงดูนิ่งสงบราวกับรูปปั้นที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด

ดวงตาสีเทาเข้มฉายแววสุขุมยากจะคาดเดาความคิด ทว่าลึก ๆ กลับแฝงไว้ด้วยความสนใจที่ซ่อนไม่มิด ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่น คล้ายกำลังควบคุมอารมณ์ไม่ให้เผยความรู้สึก ‘สนใจ’ อย่างท่วมท้นออกมามากเกินไป จมูกโด่งคมรับกับแนวกรามแข็งแกร่งทำให้ใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มกลับดูอบอุ่นและน่าค้นหาอย่างน่าประหลาด

ไลก้ายืนนิ่งสายตาไม่ละไปจากภาพรถสปอร์ตสีส้มดำ ที่ขับเคลื่อนอย่างพลิ้วไหวเหมือนมีจิตวิญญาณ จังหวะการควบคุมที่สมูททำให้เขายิ่ง ‘หลงใหล’ มากขึ้น

จนกระทั่งหญิงสาวประคองรถเข้าจอดเทียบฟุตบาท เปิดประตูลงมาแล้วหันหน้าภายใต้หมวกนิรภัยมาทางทิศที่เขายืนอยู่ ราวกับรู้ตัวว่ามีใครบางคนกำลังเฝ้ามอง เขาจึงก้าวถอยออกมาจากจุดนั้นทันที

“ตาฝาดไปแล้วมั้ง! สงสัยจะกดดันมากเกินไปหน่อย” ซันเดย์ถอดหมวกนิรภัยออกจากใบหน้า พลางสะบัดให้ผมสยายไปทั่วทั้งแผ่นหลังของตัวเอง

“คงต้องพอแค่นี้ก่อน ไม่งั้นแย่แน่” ซันเดย์เอ่ยกับตัวเองเสียงนุ่ม ขณะที่วางหมวกไว้ที่เบาะข้างคนขับ เธอเริ่มติดใจสนามแข่งแห่งนี้แล้ว เพราะมันไม่ได้มีแค่พื้นที่สำหรับแข่งรถเท่านั้น

แต่ยังมีจุดสำหรับซ้อมก่อนลงแข่งจริงอีกด้วย และที่น่าประทับใจคือไม่ได้มีแค่จุดเดียว เรียกได้ว่าครบครันในสถานที่แห่งนี้ สมกับที่ไลลาว่าไว้ไม่มีผิดสักคำ

ห้องครัวขนาดใหญ่ในต่างแดนเงียบสงบในยามค่ำคืน มีเพียงแสงไฟจากโคมเล็กในครัวที่ส่องสว่าง เสียงเครื่องไมโครเวฟที่พึ่งหยุดทำงาน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเตือนอันคุ้นเคย

ซันเดย์เดินมาพร้อมกับกล่องอาหารร้อนๆ ในมือ

“อ๊ะ!” เธอสะบัดปลายนิ้วก่อนจะนาบมันกับใบหูอย่างเคยชิน ดวงตาของเธอกึ่งล้าแต่ยังคงมีประกายของชีวิตที่ไม่ยอมให้ความเหงาในเมืองใหญ่เอาชนะได้

กลิ่นอาหารที่ทำง่ายและเร่งด่วนแบบไม่ต้องคิดมากลอยฟุ้งไปทั่วห้อง เธอวางกล่องข้าวลงบนเคาน์เตอร์ในมุมครัว แล้วลากเก้าอี้ทรงขายาวมานั่ง

ฝ่ามือประคองกล่องเล็ก ๆ ตักคำแรกที่ยังมีไอร้อนลอยขึ้นมาเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ้ย หลับตาพริ้มด้วยความพอใจกับรสชาตินั้น

ชีวิตในเมืองไกลบ้านที่แสนธรรมดา ไม่มีใครคอยถามว่าเธอกลับบ้านดึกไหม หรือวันนี้เหนื่อยหรือเปล่า แต่กลับใช้ความเงียบนี้เป็นที่พักใจได้ดีอย่างน่าประหลาด

มันเป็นความโดดเดี่ยวที่เธอเลือกเอง และกำลังค่อย ๆ เติบโตท่ามกลางมันอย่างสง่างาม

แตกต่างจากอีกคน ที่ถูกฝึกสอนมาตั้งแต่เล็กท่ามกลางความมีระเบียบวินัย รับผิดชอบต่อหน้าที่แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม

ไลก้ายืนอยู่หน้าเตากลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัวสะอาด เมนูง่าย ๆ อย่างข้าวผัดถูกตักใส่จาน

เขาจัดการมันลงท้องอย่างรวดเร็วแล้วล้างทุกอย่างเก็บเข้าที่เหมือนเดิม

ทันใดนั้นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งก็ลอยเข้ามาในความทรงจำ

“ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก... ‘เด็กน้อย’!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 17 ถ้าไม่รักชีวิต เวลาที่เหลือฉันขอนะ

    เธอยืนขึ้น หมุนหน้าไปยังผนังห้อง แล้วรูดซิปจากต้นคอลงมาจนถึงช่วงเอว ค่อย ๆ ถอดแขนเสื้อออกทีละข้างอย่างระมัดระวัง รวบแขนเสื้อทั้งสองมัดไว้ที่เอว ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อเห็นว่าไลก้าไม่ได้สนใจจึงหันกลับมาเต็มตัวแล้วก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา“นายทำเป็นใช่ไหม”“มาถึงขั้นนี้เธอจะปฏิเสธได้เหรอ?” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกจากลำคอ ขณะถามคนที่เข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว และยังถอดเสื้อจนเหลือแค่เสื้อกล้ามกับชุดนักแข่งครึ่งตัว แล้วมาถามคำนี้?เธอแค่อยากจะอธิบาย เพราะร่างกายมันไม่เหมือนที่เขาคิดไว้“ฉัน…”“หันหลังมา” ไลก้าขัดขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดจบ“อืม” ซันเดย์ตอบรับแล้วหมุนตัวหันหลังให้เขา ยอมทำตามแต่โดยง่าย เพราะส่วนที่เจ็บที่สุดคือไหล่ข้างขวาที่ตึงมาก ๆเธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาคงยกกล่องสีขุ่นนั้นไปวางที่อื่นแล้ว ในขณะที่เธอก็เงยหน้ามองผนังห้องที่ประดับด้วยภาพวาดบอดี้รถจากมุมต่าง ๆ มีทั้งด้านหลัง ด้านข้าง และแม้แต่แค่ล้อเขาคงจะชอบพวกมันมาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ในเมื่อสนามแข่งรถก็สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของเขานี่นาแต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่จะทายาให้ไม่ใช

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 16 พาไปทายา!

    “จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อนทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดียกเว้นแค่วิกเ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 15 ล็อกที่ของเธอ

    อาทิตย์ต่อมาครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแข่ง ซันเดย์ก็ไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบอีกว่ามีอะไรที่เธอชอบอีกไหม เพราะได้เลือกแล้วว่าการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำให้ความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเธอสลัดสิ่งรบกวนที่ทำให้ไขว้เขวทิ้ง และกลับมายืนอยู่ในสนามแข่งขันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังอีกครั้งดังนั้นก่อนวันแข่งรอบพิเศษเธอจึงขอให้อชิตาลงชื่อเพื่อกลับมาพิสูจน์จุดยืนของตัวเองอีกครั้งต่อให้ไม่มีใครมาเป็นเครื่องยืนยัน เธอก็ยังคงเป็นซันเดย์ เป็นนักแข่งแบบนี้ต่อไปหลังจากทีมงานตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ซึ่งก็พิเศษมากจริง ๆ พวกเขาทำเหมือนกับว่าลูกรักของเธอเป็นรถ VVIP ที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันขนาดนั้นระหว่างที่รอเวลาลงสนาม เธอเฝ้ารอเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่พอคิดถึง... ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“โชคดีที่มาทัน” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาคือวีด้านั่นเอง แม้ว่าหลายวันมานี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีแค่เจ้าของใบหน้าสวยตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปสู่รั

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 14 มีแผนการในใจ

    กลิ่นไหม้ฉุนจนแสบจมูกฟุ้งกระจาย กลิ่นน้ำมันตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ และประกายไฟที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รถที่คว่ำจนไม่เหลือเค้าเดิมเขากับฟาเร่วิ่งสุดฝีเท้าจากริมสนามอีกฝั่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองเท้าสับถี่จนเหมือนจะลอยได้ แต่กลับยิ่งทำให้พวกเราหายใจไม่ออก เมื่อเห็นภาพในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อยู่ตรงหน้าร่างที่โชกไปด้วยน้ำสีแดงถูกลากออกมาจากซากรถซันเดย์ในเวลานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจที่รวยรินกับเสียงไอเป็นระยะทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ ร้อนรนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดีฟาเร่ที่นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกันยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น เขาเรียกสติของซันเดย์ตลอดเวลา ไม่แตะต้องในส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเธอ และยังปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง ไม่ข้ามไปแม้แต่จุดเดียวใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่แสดงความตื่นกลัวต่อบาดแผลที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นที่ยืนยันว่าเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งกระทั่งทีมแพทย์มาถึงและยกซันเดย์ขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอขึ้นรถเพื่อย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาล พวกเราจึงได้เห็นใบ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 13 หาทางเอาคืน

    “เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วน่า”ไลลาพูดขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ หลังจากการแข่งขันจบลง แต่เพื่อนก็ยังทำหน้าเครียดไม่เปลี่ยน เธอเตือนไปแล้วว่าไลก้าไม่เหมือนคนอื่น ให้เผื่อใจไว้บ้าง เวลาผลมันออกมาเป็นแบบนี้จะได้ไม่ผิดหวังมาก“ไม่ได้ไม่ยอมรับอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกไม่ดี... นิดหน่อย” ซันเดย์ตอบเสียงเรียบขณะเดินเคียงกัน ตอนนี้เธอเปลี่ยนกลับมาอยู่ในชุดลำลองเหมือนเดิม พวกเรากำลังเดินกลับไปยังรถที่ทีมงานเอามาจอดไว้รอด้านนอกสนามหลังจากเขาหลบไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไลลาก็พูดคำนี้เป็นครั้งที่ร้อย (ออกจะดูเว่อร์ไปหน่อย)และไม่ใช่แค่ไลลา ยังมีอชิตาที่เข้ามาร่วมผสมโรงตอกย้ำความจริงที่ว่า... ไม่มีอะไรต้องเสียใจถ้าคนที่แพ้ให้เป็นไลก้า!“เข้าใจได้ ไม่มีใครจะยินดีที่ตัวเองแพ้หรอก”กึก!มันจะรู้สึกไม่ดีก็ตอนนี้ ซันเดย์คิดในใจ พลางหยุดมองเพื่อนที่หันมายิ้มแหย่ให้ แล้วก็เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่น“ฉันขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ฉันแค่ไม่อยากให้แกไม่สบายใจแล้วเก็บไปคิดมาก” ไลลาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นซันเดย์พยักหน้ารับรู้ถึงความห่วงใยนั้น และไม่รู้จะบอกกับไลลาว่ายังไงดี เพราะเรื่องราวที่มันพัวพัน

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 12 พลาดท่า

    เสียงปืนส่งสัญญาณการออกตัว ซันเดย์ดึงสติกลับมาแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนลูกศรที่ไม่มีวันหวนย้อนกลับ เมื่อเข้าสู่รันเวย์แห่งศักดิ์ศรีของความเร็วความฮึกเหิมก็เข้ามาแทนที่ แรงกดดันที่เคยเกาะกุมจิตใจถูกสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง เธอมีเพียงเป้าหมายเดียวคือเส้นทางสีดำที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ความกังวลถูกบดขยี้ภายใต้แรงเหยียบของฝ่าเท้าอีกด้านหนึ่งของสนาม ไลก้านักแข่งเท้าไวผู้ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้! ปลายเท้าใหญ่เหยียบคันเร่งจนมิด ตามสไตล์ดุดันเมื่อเสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้น นั่นคือการประกาศว่าไม่มีใครสามารถขึ้นนำเขาได้แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น...แลมโบกีนี่สีส้มดำของซันเดย์แซงเขาไปเพียงเสี้ยววินาทีราวกับพายุที่ซัดผ่านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทิ้งไว้เพียงภาพท้ายรถที่ค่อย ๆ ห่างออกไป“ยังเร็วไปเด็กน้อย!” เสียงทุ้มเย็นยะเยือกลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปภายใต้หมวกนิรภัย น้ำเสียงของเขาไร้ความตื่นเต้น ในขณะที่มีความขบขันมากกว่าความกังวลหรือเสียใจอีกฝั่งหนึ่ง...“หึ! ก็แค่นี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นทอดมองผ่านกระจกด้านข้าง สะท้อนเงาของรถสีเทาที่ค่อย ๆ เลือนหายไปนอกครรลองสายตา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นโดยไม่รู้ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status