Share

ตอนที่ 8 ได้ลูกรักคันใหม่

last update Last Updated: 2025-12-28 02:44:38

อาทิตย์ต่อมาชั่วโมงเรียนสื่อสารโฆษณา

“ไม่สบายหรือเปล่าซัน?” วีด้าเอาหลังมืออังหน้าผากเพื่อนที่เอาแต่นั่งเหม่อลอย และมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้

ซันเดย์ที่ถูกถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย เอียงหน้าพร้อมยิ้มให้เพื่อนตัวเล็กกว่า ทั้งริมฝีปากและดวงตาเผยความอ่อนโยน

“เปล่า... สบายดีแค่ช่วงนี้คิดถึงวีมากเลยทำให้ไม่มีสมาธิ”

“แหวะ! ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ คนไม่รู้จะคิดว่าพวกเธอสองคนคบกัน เดี๋ยวพวกหนุ่ม ๆ จะร้องไห้กันทั้งมหา’ลัย” ไลลาโพล่งขึ้นทันทีเมื่อเห็นซันเดย์ทำตัวหวานใส่วีด้าไปเรื่อย

“งั้นเราคบกันจริง ๆ ดีไหม?” ซันเดย์เล่นตามบทที่ไลลาชี้ทางให้ โดยการซบหน้ากับไหล่ของวีด้า พลางเหลือบมองไปทางอีกฝั่งเพื่อเพิ่มความสมจริง

“ไม่เอาน่า ซันอย่าบ้าจี้ตามไลลามันเลย รายนั้นปากเปราะไปเรื่อย”

เสียงหวานของวีด้าเอ่ยปราม ไม่ให้ความคิดพิเรนทร์ของเพื่อนทั้งสองพาไปไกลกว่านี้ ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดกลีบปากที่เริ่มขยับของไลลาที่เตรียมจะเปิดหัวข้อใหม่ขึ้นมาอีก

‘เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย’

“ไม่เป็นอะไรแน่นะ?” วีด้ายังคงไม่วางใจ ถามอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจหากเพื่อนเป็นอะไรจะได้พาไปหาหมอได้ทัน

“จริง ๆ ไม่เป็นอะไรสักนิด” แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจกลับว้าวุ่นจนไม่รู้จะเริ่มต้นคิดจากตรงไหน

นอนไม่หลับมาหลายคืนจนใต้ตาคล้ำไปหมดแล้ว คิดเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร? และทำไมถึงเอาเสื้อมาให้เธอ แล้วเขารู้เห็นอะไรเกี่ยวกับเธอบ้าง?

พยายามหาคำตอบต่าง ๆ นานา แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่

อีกทั้งสามคนนั้นก็ดูเหมือนจะหายสาบสูญไปเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ที่นี่ ทุกอย่างรอบตัวเธอดูแปลกประหลาดไปหมด!

เป๊าะ ~

ซันเดย์สะดุ้งโหย่งเมื่อเสียงดีดนิ้วของไลลาดังใกล้หู เธอสั่นหัวเพื่อขับไล่เรื่องราวที่เกิดขึ้นออกไปจากความคิดเหมือนมันเป็นแค่ความฝัน

และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ในเมื่อเธอไม่ต้องออกจากสถานศึกษานี้ ยังคงได้อยู่กับสองคนนี้ต่อไป ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเธอ

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน

“รถที่ฉันส่งไปทำเสร็จจะได้อาทิตย์หน้า เธออย่าลืมที่คุยกันไว้นะ”

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ หรือแค่เปลี่ยนบางส่วนไม่ได้แปลงโฉมทั้งคัน?”

“แปลงโฉมอะไรล่ะ ไม่มีหรอก แค่ตีโครงทั้งคันแล้วใส่ชุดแต่งให้แค่นั้นแหละ”

“แค่นั้น? นั่นแทบจะเรียกได้ว่าโมใหม่ทั้งคันเลยนะ! เธอคิดอะไรอยู่กันแน่?”

ไลลาถามด้วยความตกใจเมื่อซันเดย์พูดเหมือนกับว่า แค่ทำการเช็กเครื่องและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไม่ได้ทำใหม่ทั้งคันเลยอย่างที่พูด

สรุปแล้วเพื่อนคนนี้เป็นคนยังไงกันแน่ ทำไมถึงดูลึกลับขนาดนี้

“เอาไว้เธอพาฉันไปที่สนามนั้นแล้วจะรู้เอง แต่ก่อนที่รถจะเสร็จ เธอห้ามพูดเรื่องนี้ต่อหน้าวีเชียวนะ ไม่งั้นโดนบ่นหูชาแน่”

“กลัวเป็นด้วยเหรอ? มันจะทำอะไรเธอได้? ออกจะสปอยล์กันขนาดนั้น”

ไลลาแบะปากเมื่อพูดถึงวิธีการปฏิบัติของวีด้าที่แตกต่างไปจากเธอ ที่ดูเหมือนจะเอาใจใส่ซันเดย์เป็นพิเศษ

ไม่เหมือนกับตนเองที่เพื่อนกล้าใช้เสียงแข็งใส่ ดุจนบางครั้งเหมือนทะเลาะกัน

“กลัวสิ กลัวว่าวีจะไม่เห็นฉันในสายตาแล้วก็ไม่ยิ้มให้เหมือนทุกวัน”

“ฮ่าฮ่าฮ่า... นี่อายุเท่าไหร่ถึงกลัวเพื่อนไม่รัก ไม่เล่นด้วยเนี่ย ฮึ?”

“.....”

“ซันเดย์!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า... แค่ฉันเงียบเธอก็หน้าเสียแล้วเหรอ เอาเป็นว่าอย่าพูดไปแล้วกัน เดี๋ยวฉันค่อยบอกวีทีหลัง”

“เธอนี่มันร้ายเกินไปแล้วซันเดย์” ไลลาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะกลัวว่าจะทำให้เพื่อนรู้สึกไม่ดี

และแล้ววันที่ซันเดย์รอคอยก็มาถึง เธอไหว้ขอบคุณเพื่อนเกย์สันที่ช่วยเป็นธุระเรื่องนี้ให้ และยังไม่ลืมกำชับให้ระวังในการใช้งาน แนะนำให้คุ้นเคยกับมันก่อนที่จะนำไปใช้บนท้องถนน

สำหรับซันเดย์แล้ว นั่นคือสิ่งที่เธอคาดหวังไว้ และสถานที่ที่เธอเลือกจะนำลูกรักออกมาซ้อมมือก็คือถนนเขตชานเมือง ที่ซึ่งไม่ค่อยมีการสัญจรหลังจากสองทุ่มไปแล้ว ถนนที่มีเลนชัดเจนทำให้เธอสามารถควบคุมสมาธิได้ง่ายขึ้น

แลมโบกีนี่สีส้มดำพุ่งทะยานไปบนรันเวย์ โดยมีผู้ควบคุมหลังพวงมาลัยคือ นักแข่งอันดับต้นแห่ง Laurentian สนามแข่งรถชื่อดังของแคนาดา ที่เหล่าทายาทมหาเศรษฐีต่างหมายตาเพื่อพิสูจน์ความเร็วในทุกแมตช์สำคัญ

ซันเดย์จับพวงมาลัยอย่างมั่นคงราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย การเคลื่อนไหวของเธอลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ เพราะการฝึกฝนมาด้วยความชำนาญท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่ม

เธอขับเคลื่อนไปอย่างไม่รีบร้อน หากแต่เฉียบคม เยือกเย็นและแม่นยำในทุกอิริยาบถ

ดวงตาสีน้ำตาลหม่นคู่นั้นนิ่งสงบ เปี่ยมไปด้วยความมั่นคงในจุดหมายปลายทาง เธอหมุนพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียวอย่างเชี่ยวชาญ

ขณะที่มืออีกข้างเปลี่ยนเกียร์อย่างรวดเร็ว ราวกับว่ารถที่พุ่งทะยานไปข้างหน้า คือลมหายใจของชีวิตเธอเอง

.

.

.

อีกฝั่งถนนเรียบชานเมืองเวลาสี่ทุ่มไร้ซึ่งรถสัญจร แลมโบกีนี่สีเทาพุ่งทะยานกลับบ้านพัก หลังจากผู้เป็นเจ้าของได้นำมันออกมาขับรับลมเล่น ยังลานกว้างของพื้นที่การขนส่งทางเรือ

วันต่อมา สนามแข่ง YOLO เวลาหนึ่งทุ่มเศษ ๆ

ทันทีที่เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มก้าวเข้ามายังห้องทำงานรวมของแก๊งสิงห์ สายตาของวิกเตอร์ที่จ้องมองมาอย่างเขม็งก็ทำให้บรรยากาศอึมครึม แต่เจ้าของร่างสูงนั้นกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด

เขายังคงเดินไปที่เคาน์เตอร์หยิบวอดก้ามาเทใส่แก้ว ก่อนที่จะก้าวไปนั่งบนโซฟาประจำตัว พลางกระดกน้ำสีอำพันนั้นขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เดี๋ยวนี้มึงกล้าทำตัวเกเรเหมือนไอ้อชิแล้วเหรอวะ ไอ้ก้า?”

เมื่อเพื่อนทำตัวไม่สะทกสะท้านต่อสายตา วิกเตอร์จึงเลือกใช้คำพูดสะกิดเอา เพราะระยะที่เขานั่งอยู่นั้นห่างจากไลก้ามาก แต่ถ้าเป็นแก้วในมือนั้นลอยมาแทนละก็... หลบไม่ทันแน่!

ไลก้ากระดกวอดก้าที่เหลือจนหมด ก่อนวางแก้วกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง ดังพอจะสะเทือนไปถึงไอ้คนปากมากตรงหน้า

นัยน์ตาเรียวคมแฝงความดุดัน จ้องเข้าไปอย่างจงใจเพื่อให้วิกเตอร์นิ่งเหมือนถูกสะกด

มุมปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นแววสั่นไหวในดวงตาของเพื่อน จากนั้นเขาก็เอนตัว วาดขาทั้งสองข้างขึ้นบนโซฟา ก่อนจะทิ้งตัวนอนราบไปกับความยาวของมันที่รองรับร่างของเขาได้พอดี

“ถ้ากูจะทำอย่างไอ้อชิจริง พวกมึงไม่มีทางจับได้หรอก” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่คมกริบและทิ่มแทง “แค่ไปสูดอากาศข้างนอก อย่าทำตัวเป็นเมียกูได้ไหมเตอร์ เอาเวลาไปฝึกดีกว่าคราวหน้าจะได้ไม่ต้องไล่ตามตูดกูแบบนั้นอีก”

แม้เปลือกตาจะปิดสนิท ทว่าริมฝีปากหยักได้รูปกลับเชือดเฉือนจนวิกเตอร์ชะงัก เขากระชากลมหายใจเข้าลึกแล้วก็หุบลงอย่างกับคนใบ้ สมองประมวลผลไม่ทัน ไม่รู้จะหาคำไหนมาตอบกลับคนปากร้ายอย่างไลก้าดี

“ฮ่าฮ่าฮ่า... ชนะน็อกไปหนึ่ง!” อาเชอร์หัวเราะออกมาอย่างสะใจ “มึงก็รู้ว่ามันไม่มีทางยอมให้จับผิดได้หรอก ยังเสือกเอานิ้วไปแหย่ให้มันกัด เจ็บไหมล่ะ ต้องทำแผลไหม?”

วิกเตอร์ไม่พอใจเพราะโดนทิ่มแทงเข้าอย่างจัง เลยหันมาเอาคืนเพื่อนบ้าง

“เงียบไปเลยมึง เมื่อกี้ยังผสมโรงกับกูอยู่เลยเรื่องมัน ไอ้นกสอง อย่าให้ถึงตากูนะ!”

“เอ้า! ใครสองหัว คว..” อาเชอร์ถามกลับเสียงแข็ง

ซอลที่นั่งเงียบอยู่นานเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม

“เถียงกันก็ไม่ได้อะไร ยังไงก็ไม่จบหรอก มาดูงานนี่ซอลยังเช็กของไม่เสร็จเลย” เธอคว้าต้นแขนของอาเชอร์ เพื่อหยุดคำหยาบที่กำลังจะเปล่งออกมา

นี่แหละตัวช่วยของวิกเตอร์ ซอลคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่พวกเขาทุกคนยอมให้ขึ้นเสียงใส่ได้อย่างไม่มีข้อแม้

วิกเตอร์ยิ้มกว้าง ยักคิ้วใส่อาเชอร์อย่างผู้ชนะ

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!”

เป็นอันจบเพียงเท่านั้น กลับเข้าสู่วงโคจรเดิม เพราะสิงห์ที่ไม่ว่าจะคำรามใส่กันแรงแค่ไหน กัดกันจนสุดเคี้ยวเท่าใด

แต่ท้ายที่สุดก็ยังยืนอยู่ข้างกัน ไม่หันหลัง ไม่ว่าจะถูกผลักจนสุดขอบสนาม ก็ยังกลับมายืนหยัดเคียงข้างกันเหมือนเดิม

วิกเตอร์มองดูตารางการแข่งขันในมือถือ พลางถามคนที่นอนสบายมือสอดใต้หัว

“เออ! เรากำลังจะจัดแข่งรอบพิเศษใช่ไหม? มึงจะลงด้วยรึเปล่า? น่าจะมีหลายทีมมาแข่งนะนัดนี้”

“ไม่ ยังไงก็กลุ่มเดิม ถึงแม้จะมีทีมใหม่มา ก็น่าจะสูสีกันอยู่ดี มึงตัดชื่อกูออกได้เลย” น้ำเสียงแหบต่ำเอ่ยขึ้น เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

ตั้งแต่เห็นประกาศและเช็กแล้วว่า ไม่มีใครที่ทำให้เขาต้องลงไปเล่นด้วยเลยสักคน

“อืม แล้วไอ้อชิมันจะลงด้วยไหม?” วิกเตอร์ถามหาอีกคน ที่ดูเหมือนจะขยันหนีไปจากห้องรวมบ่อยเสียเหลือเกิน

“ไม่รีบไม่ใช่รึไง? เอาไว้มันมาค่อยถามก็ได้ แล้วนี่ไอ้เจฟฟ์ล่ะอยู่ห้องมันเหรอ?” อาเชอร์หันหลังกลับมาให้ความเห็น และมองหาเพื่อนอีกคนที่ยังไม่โผล่หัวมา

“มันลงไปดูงานข้างล่างตั้งนานแล้ว รายนั้นมึงคิดว่าจะปล่อยอะไรให้รอดสายตาไปได้เหรอ ‘ยิ่งคนเยอะยิ่งต้องระมัดระวัง’” วิกเตอร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น และในช่วงท้ายยังเลียนเสียงคนที่เอ่ยถึงอีกด้วย

“หึ! ฟังจนจำคำพูดมันได้แล้วใช่ปะ? แต่ก็อย่างมันพูด ยิ่งคนเยอะยิ่งต้องระวัง แล้วก็เชื่อว่าพวกเราทำมันออกมาได้ดีแน่” ไลก้าทอดเสียงออกมาเนิบนาบ

“อันนี้มันใช่อยู่แล้ว พวกเรามันสิงห์ผงาดนี่หว่า!” อาเชอร์พูดออกมาอย่างมั่นใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 17 ถ้าไม่รักชีวิต เวลาที่เหลือฉันขอนะ

    เธอยืนขึ้น หมุนหน้าไปยังผนังห้อง แล้วรูดซิปจากต้นคอลงมาจนถึงช่วงเอว ค่อย ๆ ถอดแขนเสื้อออกทีละข้างอย่างระมัดระวัง รวบแขนเสื้อทั้งสองมัดไว้ที่เอว ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อเห็นว่าไลก้าไม่ได้สนใจจึงหันกลับมาเต็มตัวแล้วก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา“นายทำเป็นใช่ไหม”“มาถึงขั้นนี้เธอจะปฏิเสธได้เหรอ?” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกจากลำคอ ขณะถามคนที่เข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว และยังถอดเสื้อจนเหลือแค่เสื้อกล้ามกับชุดนักแข่งครึ่งตัว แล้วมาถามคำนี้?เธอแค่อยากจะอธิบาย เพราะร่างกายมันไม่เหมือนที่เขาคิดไว้“ฉัน…”“หันหลังมา” ไลก้าขัดขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดจบ“อืม” ซันเดย์ตอบรับแล้วหมุนตัวหันหลังให้เขา ยอมทำตามแต่โดยง่าย เพราะส่วนที่เจ็บที่สุดคือไหล่ข้างขวาที่ตึงมาก ๆเธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาคงยกกล่องสีขุ่นนั้นไปวางที่อื่นแล้ว ในขณะที่เธอก็เงยหน้ามองผนังห้องที่ประดับด้วยภาพวาดบอดี้รถจากมุมต่าง ๆ มีทั้งด้านหลัง ด้านข้าง และแม้แต่แค่ล้อเขาคงจะชอบพวกมันมาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ในเมื่อสนามแข่งรถก็สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของเขานี่นาแต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่จะทายาให้ไม่ใช

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 16 พาไปทายา!

    “จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อนทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดียกเว้นแค่วิกเ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 15 ล็อกที่ของเธอ

    อาทิตย์ต่อมาครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแข่ง ซันเดย์ก็ไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบอีกว่ามีอะไรที่เธอชอบอีกไหม เพราะได้เลือกแล้วว่าการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำให้ความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเธอสลัดสิ่งรบกวนที่ทำให้ไขว้เขวทิ้ง และกลับมายืนอยู่ในสนามแข่งขันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังอีกครั้งดังนั้นก่อนวันแข่งรอบพิเศษเธอจึงขอให้อชิตาลงชื่อเพื่อกลับมาพิสูจน์จุดยืนของตัวเองอีกครั้งต่อให้ไม่มีใครมาเป็นเครื่องยืนยัน เธอก็ยังคงเป็นซันเดย์ เป็นนักแข่งแบบนี้ต่อไปหลังจากทีมงานตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ซึ่งก็พิเศษมากจริง ๆ พวกเขาทำเหมือนกับว่าลูกรักของเธอเป็นรถ VVIP ที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันขนาดนั้นระหว่างที่รอเวลาลงสนาม เธอเฝ้ารอเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่พอคิดถึง... ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“โชคดีที่มาทัน” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาคือวีด้านั่นเอง แม้ว่าหลายวันมานี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีแค่เจ้าของใบหน้าสวยตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปสู่รั

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 14 มีแผนการในใจ

    กลิ่นไหม้ฉุนจนแสบจมูกฟุ้งกระจาย กลิ่นน้ำมันตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ และประกายไฟที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รถที่คว่ำจนไม่เหลือเค้าเดิมเขากับฟาเร่วิ่งสุดฝีเท้าจากริมสนามอีกฝั่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองเท้าสับถี่จนเหมือนจะลอยได้ แต่กลับยิ่งทำให้พวกเราหายใจไม่ออก เมื่อเห็นภาพในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อยู่ตรงหน้าร่างที่โชกไปด้วยน้ำสีแดงถูกลากออกมาจากซากรถซันเดย์ในเวลานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจที่รวยรินกับเสียงไอเป็นระยะทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ ร้อนรนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดีฟาเร่ที่นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกันยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น เขาเรียกสติของซันเดย์ตลอดเวลา ไม่แตะต้องในส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเธอ และยังปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง ไม่ข้ามไปแม้แต่จุดเดียวใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่แสดงความตื่นกลัวต่อบาดแผลที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นที่ยืนยันว่าเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งกระทั่งทีมแพทย์มาถึงและยกซันเดย์ขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอขึ้นรถเพื่อย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาล พวกเราจึงได้เห็นใบ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 13 หาทางเอาคืน

    “เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วน่า”ไลลาพูดขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ หลังจากการแข่งขันจบลง แต่เพื่อนก็ยังทำหน้าเครียดไม่เปลี่ยน เธอเตือนไปแล้วว่าไลก้าไม่เหมือนคนอื่น ให้เผื่อใจไว้บ้าง เวลาผลมันออกมาเป็นแบบนี้จะได้ไม่ผิดหวังมาก“ไม่ได้ไม่ยอมรับอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกไม่ดี... นิดหน่อย” ซันเดย์ตอบเสียงเรียบขณะเดินเคียงกัน ตอนนี้เธอเปลี่ยนกลับมาอยู่ในชุดลำลองเหมือนเดิม พวกเรากำลังเดินกลับไปยังรถที่ทีมงานเอามาจอดไว้รอด้านนอกสนามหลังจากเขาหลบไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไลลาก็พูดคำนี้เป็นครั้งที่ร้อย (ออกจะดูเว่อร์ไปหน่อย)และไม่ใช่แค่ไลลา ยังมีอชิตาที่เข้ามาร่วมผสมโรงตอกย้ำความจริงที่ว่า... ไม่มีอะไรต้องเสียใจถ้าคนที่แพ้ให้เป็นไลก้า!“เข้าใจได้ ไม่มีใครจะยินดีที่ตัวเองแพ้หรอก”กึก!มันจะรู้สึกไม่ดีก็ตอนนี้ ซันเดย์คิดในใจ พลางหยุดมองเพื่อนที่หันมายิ้มแหย่ให้ แล้วก็เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่น“ฉันขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ฉันแค่ไม่อยากให้แกไม่สบายใจแล้วเก็บไปคิดมาก” ไลลาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นซันเดย์พยักหน้ารับรู้ถึงความห่วงใยนั้น และไม่รู้จะบอกกับไลลาว่ายังไงดี เพราะเรื่องราวที่มันพัวพัน

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 12 พลาดท่า

    เสียงปืนส่งสัญญาณการออกตัว ซันเดย์ดึงสติกลับมาแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนลูกศรที่ไม่มีวันหวนย้อนกลับ เมื่อเข้าสู่รันเวย์แห่งศักดิ์ศรีของความเร็วความฮึกเหิมก็เข้ามาแทนที่ แรงกดดันที่เคยเกาะกุมจิตใจถูกสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง เธอมีเพียงเป้าหมายเดียวคือเส้นทางสีดำที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ความกังวลถูกบดขยี้ภายใต้แรงเหยียบของฝ่าเท้าอีกด้านหนึ่งของสนาม ไลก้านักแข่งเท้าไวผู้ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้! ปลายเท้าใหญ่เหยียบคันเร่งจนมิด ตามสไตล์ดุดันเมื่อเสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้น นั่นคือการประกาศว่าไม่มีใครสามารถขึ้นนำเขาได้แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น...แลมโบกีนี่สีส้มดำของซันเดย์แซงเขาไปเพียงเสี้ยววินาทีราวกับพายุที่ซัดผ่านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทิ้งไว้เพียงภาพท้ายรถที่ค่อย ๆ ห่างออกไป“ยังเร็วไปเด็กน้อย!” เสียงทุ้มเย็นยะเยือกลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปภายใต้หมวกนิรภัย น้ำเสียงของเขาไร้ความตื่นเต้น ในขณะที่มีความขบขันมากกว่าความกังวลหรือเสียใจอีกฝั่งหนึ่ง...“หึ! ก็แค่นี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นทอดมองผ่านกระจกด้านข้าง สะท้อนเงาของรถสีเทาที่ค่อย ๆ เลือนหายไปนอกครรลองสายตา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นโดยไม่รู้ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status