LOGINตอนที่ 10 ไม่เป็นแล้วตัวประกอบ1
“หุบปากซะ!!! คุณหยางจางเหว่ย!!!”
หลี่เลี่ยงหลิงตวัดสายตาไปมองชายหนุ่มปากมากที่ไม่ช่วยอะไรแล้วยังโวยวายเหมือนแม่ค้าในตลาดไม่มีผิด ชอบตั้งตนเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่น่าโมโหจริงๆ
“ฮึ่ย!!!” หยางจางเหว่ยไม่สบอารมณ์แต่ก็ยินยอมจะเงียบลงเพื่อให้สหายของเขาได้คุยกับหญิงสาว
“ไม่แน่ว่ามันจะเกิด” ฟู่เหวินเหอได้แต่ภาวนาว่ามันจะไม่เกิดขึ้น เพราะเขาก็จนปัญญาจะรักษาเช่นกัน
“คุณหมอรู้จักการให้เลือดหรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงพูดพลางก็หยิบของบางอย่างออกมา มันคือชุดตรวจหมู่เลือดที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไปในมิติช่องว่างของเธอ ชายหนุ่มทั้งสามมองของที่อยู่ในมือหญิงสาวด้วยความสงสัย มีเพียงหมออย่างฟู่เหวินเหอเท่านั้นที่พอจะมองออกว่ามันเป็นชุดตรวจทางการแพทย์อะไรบางอย่าง เพราะมีภาษาอังกฤษของชาวตะวันตกกำกับเอาไว้
“เคยอ่านจากการศึกษาของหมอชาวตะวันตก แต่ทางการแพทย์ของเรายังไม่รับรองการรักษาแบบนี้” ฟู่เหวินเหอเองก็เคยศึกษาแต่ทางการยังไม่รับรอง เขาจึงยังไม่ใช้การรักษาแบบนี้กับคนไข้ แต่ในกรณีของหยางถิงเฟิงไม่แน่วิธีนี้อาจจะช่วยชีวิตเขาได้
“แต่คราวนี้คุณหมอจำเป็นต้องทำ การภาวนาให้เขาไม่ช็อกเพราะเสียเลือดมันไม่ได้ช่วยอะไร คุณหมอน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าร่างกายของเขาตอนนี้ไม่อาจรับไหว” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวใช้ความจริงตอกหน้าทุกคนที่มัวแต่ร้องขอความเมตตาโดยที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่มีโอกาสนั้นเลย
หยางจางเหว่ยเห็นท่าทางของหญิงสาวก็ไม่ขัดอีกต่อไป เหมือนสตรีผู้นี้จะมีความลับมากมายที่เขายังไม่รู้ และเธอดูไม่เหมือนเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว ราวกับหลี่เลี่ยงหลิงคนก่อนหายไป
“แต่การให้เลือดจะต้องทราบหมู่เลือด และเลือดแต่ละคนก็ใช่ว่าสามารถให้กันได้” ฟู่เหวินเหอยังคงไม่มั่นใจนัก เพราะยังมีข้อควรระวังอีกมากในการให้เลือด และเขาเองก็ยังศึกษามันไม่ถ่องแท้มากพอ
“นี่คือชุดตรวจหมู่เลือด” หลี่เลี่ยงหลิงพูดจบก็ใช้เข็มเจาะเลือดจากคนเจ็บบนเตียงใส่ชุดตรวจทันที หญิงสาวหันหลังโดยไม่สนใจว่าเบื้องหลังจะมีสีหน้าท่าทางเช่นไร เพราะตอนนี้เธออยากช่วยเหลือคนบนเตียงให้รอดชีวิตแม้เธอจะไม่ใช่หมอก็ตาม
“คะ...คุณได้มันมาจากไหน ละ...แล้ว” คุณหมอหนุ่มมองชุดตรวจในมือหญิงสาวอย่างสงสัย สารที่ใช้รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ มันช่างไม่เหมือนกับที่เขาเคยเห็นมาก่อน
“คุณหมอควรจะหยุดถาม เขาหมู่เลือด B ทีนี้ก็หาว่าใครมีหมู่เลือดเดียวกันกับเขาบ้าง” หลี่เลี่ยงหลิงเดินเข้าไปหาหยางจางเหว่ยคนแรก
“ฉันขอเลือดคุณหน่อย” หลี่เลี่ยงหลิงไม่รออนุญาต หญิงสาวจับมือของชายหนุ่มและเจาะเลือดใส่ชุดตรวจในทันที
หยางจางเหว่ยไม่ได้ขัดขืน เขาได้แต่มองการกระทำของหญิงสาวอย่างเงียบๆ เธอเดินพลิ้วไปอย่างกระฉับกระเฉงจนตอนนี้สามารถตรวจเลือดทุกคนได้แล้ว
“มีแต่คุณเท่านั้นที่ให้ได้” หลี่เลี่ยงหลิงชี้นิ้วไปที่หยางหลิงฉีที่ยืนกังวลนิ่งอยู่ในมุมของเต็นท์สนาม
“ของผมเหรอครับ ได้!!! เอาไปเลยครับ”หยางหลิงฉีรับคำทันทีอย่างไม่ลังเล อะไรที่ช่วยชีวิตคนบนเตียงได้เขาล้วนยินดีจะสละ
การเจาะเลือดผ่านไปอย่างเร่งรีบโดยมีหลี่เลี่ยงหลิงคอยช่วยคลึงถุงเลือดอยู่ตลอดเวลาจนสามารถให้เลือดแก่คนเจ็บที่นอนไร้สติได้ ซึ่งหญิงสาวเองก็ตัดสินใจให้เลือดของตัวเองด้วย เพราะดูแล้วว่าเลือดน่าจะไม่เพียงพอ และเธอก็มีเลือดกรุ๊ป O ซึ่งสามารถให้แทนได้อยู่แล้ว
เมื่อดึงมีดออกก็เป็นอย่างที่คิดเลือดมากมายกทะลักออกมาจากบาดแผล ทำเอาคนที่มองดูหน้าซีดเผือดไปตามๆกัน ยังดีที่มีการให้เลือดอยู่ก่อนหน้าแล้วจึงไม่ทำให้หยางถิงเฟิงช็อกจนเสียชีวิต ร่างกายของเขากระตุกเล็กน้อยแต่เพียงไม่ถึงนาทีก็สงบลง สร้างความโล่งอกให้ทุกคนเป็นอย่างมาก
“ถิงเฟิงปลอดภัยแล้ว” ฟู่เหวินเหอปาดเหงื่อที่ผุดพลายตามกรอบหน้าออกอย่างเบามือ เขาถอนหายใจก่อนจะบอกกับคนที่เฝ้ารอให้ลดความกังวลลง การเย็บบาดแผลเป็นไปอย่างราบรื่นแต่ช่างเป็นการเย็บที่ไม่ค่อยสวยเหมือนในอนาคตเอาเสียเลย
หลี่เลี่ยงหลิงเห็นทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ถอยออกไป และเริ่มจัดโต๊ะอาหารมื้อเย็นที่ค่ำมืดพอสมควรแล้ว ร่างบางตักข้าวขาวหอมกรุ่นออกจากหม้อใส่ในจานเซรามิกเนื้อละเอียดราวกับซื้อจากร้านค้าในเมืองใหญ่ กลิ่นหอมของข้าวที่หุงด้วยถ่านไฟอย่างดีกำลังส่งกลิ่นไปถึงในเต็นท์สนาม
“หอม” หยางหลิงฉีที่เสียเลือดไปถุงใหญ่ท้องร้องโครกด้วยความหิว เขาสูดกลิ่นข้าวหอมๆเต็มปอด แต่เมื่อเห็นใบหน้าของนายท่านรองก็ต้องหดหัวไม่กล้าออกไปขอข้าวกินจากหญิงสาวเจ้าของบ้าน
โครก..... ชายหนุ่มที่ไม่อาจระงับความหิวได้ส่งยิ้มแหยๆให้กับนายท่านรองของเขาที่ตอนนี้ใบหน้ามืดครึ้ม เพราะโดนหญิงสาวด้านนอกตวาดใส่แต่ก็ไม่อาจเถียงได้อยู่หลายครั้ง
‘เธอเป็นใครกันแน่...หลี่เลี่ยงหลิง’ ความสงสัยจุดประกายขึ้นในใจของหยางจางเหว่ย เขามองไปที่ลูกน้องคนสนิทที่สีหน้าเริ่มดีขึ้น ในใจก็ขอบคุณหญิงสาวเจ้าของบ้านที่ไม่เพิกเฉยยามเจอร่างที่บาดเจ็บของถิงเฟิง
“ถ้าหิวก็ออกมาทานข้าวนะคะ ส่วนใครไม่หิวก็แล้วแต่” หญิงสาวตะโกนเรียกแต่ก็ไม่วายกระแนะกระแหนชายหนุ่มหน้ายักษ์ที่ทำตัวเป็นจอมเผด็จการ
ฟู่เหวินเหอมองหน้าเพื่อนและส่ายหัวอย่างจนใจในความหยิ่งทระนงของอีกฝ่าย
“นายไม่กิน แต่ฉันเป็นหมอ...มือสั่นเพราะหิวไม่ได้หรอกนะ” คุณหมอหนุ่มพูดแค่นั้นก็หัวเราะเบาๆ และเดินออกไป เหลือเพียงเจ้านายกับลูกน้องที่มองตามแผ่นหลังหมอตาละห้อยอย่างน่าสงสาร
“นายท่าน...”
“ออกไปกินไป” หยางจางเหว่ยได้ยินเสียงเว้าวอนก็ทำหน้าตาขึงขังไล่ลูกน้องเสียงเข้ม หยางหลิงฉีลุกขึ้นฉับก่อนจะวิ่งเร็วจี๋ออกไป ทิ้งให้เจ้านายของเขายืนหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่เพียงลำพัง
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่2“นายกล้าหรือถิงเฟิง” หยางหลิงฉีทำหน้าแหยๆ ส่ายหัวไม่ยอมเป็นคนเข้าไปเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังเกิดสงคราม “ฉันหมายถึงนาย...ไป” คนเจ็บที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันรอบตัวเอ่ยขึ้น แต่นั่นทำให้ชายอีกคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไปทำข้าวเช้าในครัวดีกว่า” หยางหลิงฉีพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวไม่หันหลังกลับมาอีกเลย แม้เพื่อนจะส่งเสียงเรียกแค่ไหนก็ตาม หยางถิงเฟิงเองก็ไม่กล้าเข้าไปขัดเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีเรื่องรายงานเกี่ยวกับแผนการที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี คงได้แต่รอให้นายท่านออกมาจากห้องของ...เอ่อ... คุณหลี่เสียก่อน ภายในหมู่บ้านเช้านี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเช่นเดิมและก็ยังคงเป็นเรื่องของสตรีบนเขากับชายหนุ่มปัญญาชนแซ่หยางที่วันนี้หายหน้าหายตาลางานอีกเช่นเดิม จนทำให้เกิดกระแสขับไล่กันขึ้นในหมู่หญิงชาวบ้านทั้งวัยเยาว์และรุ่นใหญ่ เกิดจากการปลุกปั่นว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลี่เลี่ยงหลิงทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยแกนนำในครั้งนี้ค
ตอนที่ 14 แผนขับไล่1 เสียงสกุณาขับขานประสานเสียงใสดังก้องกังวานในยามที่แสงอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ร่างบางขาวผ่องในชุดนอนสีขาวพลิกกายคล้ายกำลังจะตื่นจากนิทราที่แสนหวาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ร่างบางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเบิกตาโพลงและไล่มองร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ผ้าห่มผืนไม่หนาไม่บางถูกเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสำรวจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “สงสัยจะฝันไป” หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจยาว ลูบอกบรรเทาอาการหัวใจเต้นเร็ว “ฝันอะไรของเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวเข้มของบุรุษดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากๆ หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปทางต้นเสียงก็สบเข้ากับดวงตาคมดุที่กำลังจ้องมาที่เธอ ร่างสูงเอนกายตะแคงข้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขาวางศีรษะไว้บนแขนและเลิกคิ้วเชิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นะ...นี่คุณ!!! งั้นเมื่อคืนก็...” ไม่ใช่ความฝัน หลี่เลี่ยงหลิงกรีดร้องไร้เสียงในใจ อับอายเหลือคณาที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไร้ยางอายไปกับชายหนุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย







