登入เกิดอะไรขึ้น? ที่นี่ที่ไหน? แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ความทรงจำสุดท้ายก็คือตอนที่เธอกำลังวิ่งหนีลงมาจากตึกที่กำลังสั่นไหวรุนแรง แผ่นดินไหว? หัวใจลลิตาคล้ายจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ มองไปที่ใบหน้าทุกใบที่หันมามอง พวกนางยิ้ม ทุกอย่างรอบตัวคืออะไรกัน? เธออยู่ที่ไหน?
ห้องพักนี้… เสื้อผ้า... ท่าทางของพวกนาง… ทุกอย่างดูโบราณ โบราณแต่ไม่เก่าโทรม เป็นโลกโบราณที่มีชีวิตจริงๆ ทุกสิ่งมันต่างไปจากชีวิตที่เธอรู้จักทั้งนั้น...
“ทะ... ที่นี่... ที่ไหนกัน?” ลลิตาถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง พวกนางทำหน้าประหลาดใจ และบางคนก็หัวเราะเบาๆ ลลิตาพยายามตั้งสติ แล้วรู้สึกถึงน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น เธอไม่ได้อยู่ในโลกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ความกลัวเข้ามาแทนที่ ความสับสนและความกลัวท่วมท้นจนทำให้ลลิตารู้สึกเหมือนจะสูญเสียทุกสิ่งในชีวิต...
นางคนหนึ่งยิ้มให้ ยื่นมือออกมาอย่างอ่อนโยนแล้วพูดอะไรบางอย่างที่ลลิตาไม่เข้าใจ…
“ไม่ต้องกลัว เจ้าปลอดภัยแล้ว”
ลลิตาค่อยๆ ยิ้มตอบเป็นการขอบคุณ… พวกนางดูเหมือนจะไม่ทำร้ายอะไร... แต่ดูเหมือนจะแย่งกันพูดกันจนลลิตาตื่นตกใจ
“เจ้าชื่ออะไร มาจากที่ไหน”
“นั่นสิๆ จู่ๆ เจ้าก็หล่นตุบลงมาจากอากาศ เจ้าเป็นใครกัน”
“คงไม่ใช่ผีใช่มั้ย”
“เจ้าแต่งตัวดูแปลกๆ” พี่สาวคนหนึ่งสนใจบราเซียร์กับชุดนอนบางๆ ที่ลลิตาสวมติดตัว “การตัดเย็บแปลกแต่สวยดี ข้าจะลองตัดเย็บดูบ้าง”
“นางแต่งกายอวดเรือนร่างแบบนี้ คงจะอาชีพเดียวกันสินะ” เหล่าพี่สาวต่างหัวเราะคิกคัก ลลิตานั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกผ้านวมเนื้อนิ่ม ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบตัวด้วยความงุนงงสุดขีด รายล้อมรอบตัวเธอคือหญิงสาวสวยในชุดแพรพรรณบางเบา บ้างก็มีปิ่นทองปักผม บ้างก็มีพัดลายงดงามอยู่ในมือ อย่าบอกนะว่า... ที่นี่คือ...
“ที่นี่คือหอหยกเขียว หอนางโลมอันดับหนึ่งของเมืองหลวง” หญิงชราแต่งกายหรูหราเดินแหวกทางเข้ามา นางหลุบตาจ้องมองลลิตาอย่างประเมินราคา เชยคางพลิกซ้ายพลิกขวาและพยักหน้าเบาๆ
“มอมแมมไปหน่อย แต่หน้าตาจิ้มลิ้มไม่น้อย มาจากสังกัดไหนล่ะนี่”
“โธ่ ท่านแม่ นางกำลังขวัญผวาอยู่นะ ข้าว่านางคงจะหนีมาแน่ สั่นเป็นลูกนกขนาดนี้ เราให้นางอยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะนะ”
“ไม่ได้ๆ ถึงจะค้าขายเนื้อหนังของผู้หญิง แต่ข้าก็มีจรรยาบรรณ จะไปยึดตัวเด็กของสังกัดอื่นไว้ไม่ได้ หากมีคนมาตาม ข้าก็ต้องคืนนางไป”
“ไม่มีคนมาตามหรอกเจ้าค่ะ ข้าเห็นกับตาว่านางหล่นลงมาจากอากาศ ไม่มีใครเชื่อข้าสักคน”
“ก็เจ้าชอบเพ้อเจ้อน่ะสิ ฮิๆ” พวกสาวสวยต่างหยอกล้อกัน ส่งเสียงวี้ดว้าย แม่เล้าจึงต้องปราม
“อย่ามัวแต่เล่นกัน อีกประเดี๋ยวก็จะมีลูกค้าเข้ามาแล้ว รีบแยกย้ายไปเตรียมตัวซะ”
แม่เล้าดุใส่ เอาไม้เท้าตีสะโพกสาวๆ ให้แยกย้าย อย่าเอาแต่มุงดูเด็กหลง แต่พอแม่เล้าเดินออกไป พวกพี่สาวก็กลับมารวมตัวมุงที่เตียงของลลิตาตามเดิม
กระทั่งวันเวลาผ่านไปสามปีจะว่าเร็วก็เร็ว จะว่าช้าก็ช้า... ลลิตานั่งมองมือของตนเองที่เปื้อนกลิ่นสมุนไพรและน้ำมันหอม พลางหลับตาลงอย่างเงียบงัน มีจดหมายที่ท่านชายอวิ๋นหลงเขียนมาอวดว่าลูกชายคนที่สองจากเมียคนที่สามคลอดแล้ว จดหมายนั้นเต็มไปด้วยมิตรภาพถึงน้องสาวอย่างลลิตา ทำให้เธอหลุดยิ้มได้ทุกครั้งที่ได้อ่านจดหมายของท่านชายส่วนเซียวอ๋อง...ตั้งแต่วันนั้น... ทั้งเธอและเซียวอ๋องต่างก็ไม่เคยพบหน้ากันอีก แต่ก็พอได้ยินข่าวคราวของพระองค์อยู่เนืองๆ ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางที่ไม่มีวันบรรจบ ลลิตาเข้าใจดีหลายวันต่อมาเซียวอ๋องนั่งบนชั้นสองของภัตตาคาร อยู่ห่างจากร้านชิงเหอฟางที่ลลิตาเปิดสาขาอยู่ในย่านพลุกพล่านของเมืองหลวง เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีดำ นั่งมองร้านเครื่องสำอางของลลิตาอย่างเหม่อลอยลลิตาสวยโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนที่เดินไปมาผ่านหน้าร้านเสมอ เธอดูสุขสบายดี ทำงานคล่องแคล่ว ค้าขายจนกลายเป็นมหาเศรษฐีนีที่แม้แต่ขุนนางยังต้องเกรงใจ และเป็นแม่หญิงที่เผยแพร่ความรู้จนการทำเครื่องสำอางแพร่หลาย กลายเป็นสิน
ลลิตาเห็นแววตาที่กลับมามีประกายเหล่านั้น เธอจึงเริ่มต่อยอดธุรกิจ ให้พวกอดีตคณิกาสามารถนำสินค้าไปขายต่อได้ โดยแบ่งกำไรจากยอดขายอย่างเป็นธรรม หลายคนเริ่มเก็บเงินได้พอที่จะกลับบ้านเกิด ไปตั้งตัวใหม่ในฐานะแม่ค้าบางคนขายเก่งจนร่ำรวย เปิดร้านของตนเอง และกลายเป็นเครือข่ายกระจายสินค้าของลลิตาทั่วทั้งแคว้นจากห้องเล็กๆ หลังร้าน กลายเป็นศูนย์ส่งสินค้าจากพี่สาวไม่กี่คน กลายเป็นชุมชนของหญิงสาวที่ลุกขึ้นยืนด้วยสองเท้าชื่อของ “หลันลี่ฮวา” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของหญิงคณิกาที่เคยงดงามในหอหยกเขียวอีกต่อไปแต่มันกลายเป็น สัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ถูกกล่าวถึงสินค้าเธอโด่งดังไปถึงต่างแคว้นลลิตาไม่เพียงขายเครื่องสำอาง แต่เธอขายความหวัง และศักดิ์ศรีที่ถูกพรากไปจากผู้หญิงจำนวนมาก ให้กลับคืนมาในรูปแบบที่ไม่มีใครกล้าลบล้างได้อีกต่อไป---------------ซิงซิงได้เป็นคนโปรดของท่านขุนนางอยู่ประมาณครึ่งปี ความรุ่งโรจน์ของนางก็อยู่ได้ไม่นาน ขุนนางคนนั้นมีความเบื่อหน่ายเร็วพอๆ ก
“ข้าทำให้ท่านอ๋องผิดหวังแล้ว... ตั้งแต่วันนั้น ข้าก็ไม่ได้พบท่านอ๋องอีกเลยเจ้าค่ะ”“เอาเถอะ ข้าเชื่อว่าเขาเองก็คิดถึงเจ้าไม่แพ้ข้าแน่นอน หากมีโอกาสข้าจะแวะมาเยี่ยมเจ้า ขอให้เจ้าโชคดี ลี่ฮวา หากฟ้าลิขิตให้เราพบกันอีกครั้ง ข้าหวังว่าจะได้เห็นเจ้าที่ยิ้มจากหัวใจให้ข้า ไม่ใช่เพราะต้องฝืน”“ฮิๆ นั่นเขาเรียกว่ายิ้มการค้าเจ้าค่ะ ริจะเป็นแม่ค้าแล้วจะไม่ยิ้มได้อย่างไร”“เถียงเก่งนัก หากต้องการให้ข้าช่วยเหลือก็จงติดต่อไป อย่าได้ลังเล”“ข้าจะพยายามไม่ให้มีวันนั้นเจ้าค่ะ”“เขียนจดหมายหาข้าบ้าง อย่าได้เงียบหายไป อย่างน้อยข้าได้สบายใจว่าเจ้าสุขสบายดี” เขาดีดนิ้วใส่หน้าผาก ก่อนจะหันหลังจากไปอย่างเงียบงัน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของชา และคำพูดสุดท้ายที่ยังอ้อยอิ่งในอากาศ ลลิตาออกไปโบกมือส่งหลังจากไถ่ตัวเองออกจากหอหยกเขียว ลลิตารู้ดีว่าผู้หญิงอย่างเธอในยุคนี้ไม่มีทางรอด หากไม่ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเมื่อเริ่มจากร้านเสริมสวยเล็กๆ ข้างตลาดในย่านกลางเมือง
บทส่งท้ายหลังจากตัดสินใจแน่วแน่ ลลิตาก็ไถ่ตัวเองออกจากหอหยกเขียวด้วยเงินที่สะสมมาในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา พวกรุ่นพี่ในหอหยกเขียวต่างร้องห่มร้องไห้ อวยพรให้เธอโชคดี จะมีก็แต่ซิงซิงที่ปรบมือดีใจลลิตาเลือกเช่าห้องเล็กๆ ริมถนนสายหนึ่งในเมือง และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นร้านเสริมสวยสำหรับสตรี ไม่ใช่แค่แต่งหน้าแต่งผม แต่เป็นสถานที่ที่ผู้หญิงธรรมดาจะได้รู้สึกว่างาม งดงามอย่างที่พวกเธอเป็นร้านเล็กๆ บนถนนรองซึ่งเคยเงียบเหงา บัดนี้กลับกลายเป็นที่สะดุดตาของผู้คน ป้ายไม้ที่เขียนว่า “ชิงเหอฟาง” หรือ ห้องงามสงบ แขวนไว้หน้าร้าน มีภาพดอกเหมยเบ่งบานเคียงคำว่า “เสริมงามให้ใจ งามได้ไม่ว่าชนชั้น”ลลิตาในชุดผ้าฝ้ายเรียบแต่สะอาดสะอ้าน ผูกผมขึ้นสูงอย่างคล่องแคล่ว กำลังใช้แปรงถ่านไม้แต่งคิ้วให้หญิงชราเจ้าของร้านเย็บผ้าข้างๆ“เพียงปรับปลายคิ้วขึ้นหน่อย ท่านก็จะดูสดใสขึ้นแล้วเจ้าค่ะ”หญิงชราส่องกระจกทองเหลืองก่อนจะหัวเราะเสียงใส &
รูเสียวบีบรัดแน่น กระตุกรัดเป็นจังหวะอย่างเสียวซ่าน ทำเอาท่านชายอวิ๋นหลงแหงนศีรษะผงะหงาย กล้ามเนื้อทุกมัดเครียดเกร็งถี่ร้อน การเคลื่อนไหวเร่งร้อนเมามันส์“จะแตกแล้ว อ๊าๆๆ”“อ๊าๆๆ อะโอ้ววว ตะ...แตกแล้ว อา... น้ำแตกออกมาเต็มเลย”พรวดดดด....น้ำกามพุ่งออกมาพร้อมๆ กันทั้งสองคน ราดรดเปรอะเต็มเนื้อตัวร้อนระอุ ลลิตาหอบหายใจแรงและร้องครางกระเส่าออกมาอีกครั้งเมื่อแท่งหยกร้อนๆ ทั้งสองแท่งนั้นค่อยๆ ถอนออกไป แต่อึดใจต่อมารูแฉะๆ ก็โดนสอดใส่เข้ามาซ้ำอีก“อา... เสียวดีจังเลย” ร่างบางกอดรัดเซียวอ๋องไว้พร้อมเงยหน้ารับจุมพิตจากท่านชายอวิ๋นหลง ขยับโยกไหวไปตามจังหวะเร่าร้อน จะเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ จวบจนฟ้าใกล้สาง...ลลิตานอนมองชายหนุ่มทั้งสองที่ต่างก็รอคำตอบจากปากเธอ ราวกับเธอเป็นของรางวัล แต่เธอ…ไม่ใช่ของรางวัลใครทั้งนั้น“เจ้าต้องให้คำตอบพวกเราได้แล้ว เจ้าจะเลือกใคร”พวกเขาต่างเต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่ดวงตาของหญิงสาวกลับสงบนิ่ง ลลิตาลุกขึ้นช้าๆ ก้าวมายืนระหว่างคนทั้งคู่ พลางกวาดตามองพวกเขาด้ว
“ซี้ดด อา... อูวว ปี้แรงๆ ซี้ดด อา... ซี้ดดดด เสียวจังเลย”รูเสียวแน่นปั๋งดูดกลืนแท่งหยกอวบๆ จนปลิ้น คายน้ำหวานอาบเยิ้ม กระแทกเข้าหากัน ช่างร้อนแรงจนท่านชายอวิ๋นหลงไม่อาจละสายตา ลลิตาน้อยครวญครางเสียงกระเส่า แอ่นกลีบให้ปี้อย่างร้อนแรง หัวนมสีชมพูพุ่งเสียดอากาศสั่นระริก“อ๊ะ อ๊าๆๆ อร๊างง ท่านอ๋อง ข้าเสียว”“อา... ปี้อร่อยดีจัง ตอดแรงกว่าเดิมอีก”“อ๊าๆๆ เสียวอ่า...”“แหน่ะ!”แม่เล้าสะดุ้งสุดตัว ยกมือปิดอกแล้วหันขวับไปด้านหลัง เจอเซียงฮวาและเหม่ยเหม่ยยืนยิ้มแป้น ราวกับกำลังจับได้คาหนังคาเขา“ท่านแม่ก็อยากรู้นี่นา~” เหม่ยเหม่ยว่าเสียงหวานยานคาง เซียงฮวาหัวเราะพรืดแม่เล้าหรี่ตาแล้วสะบัดพัดในมือปิดปาก ส่งสายตาค้อนปะหลับปะเหลือก “เงียบเลย! ข้าฟังเพราะต้องดูความปลอดภัยของลูกสาวในสังกัดต่างหาก!”“แน่ใจนะเจ้าคะว่าไม่ใช่เพราะอยากรู้ว่าลี่ฮวาจะเลือกใคร?”“ยังเลือกไม่ได้หรอก ดูเอาเองก็แล้วกัน”สอ
“เห็นหรือไม่? ถ้ายังเล่นผิดอีก ก็เตรียมใจถูกลงโทษได้เลย”“ชาติก่อนท่านเป็นมารใจยักษ์แน่ๆ ส่วนชาตินี้เป็นยักษ์ใจมาร!” ลลิตาพึมพำกับตัวเองเบาๆ เพราะเขาทำร้ายจิตใจนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนให้คณิกาคนอื่น แต่กับนางกลับดุจังว้อย! ตีเอาตีเอาเซียวอ๋องชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นราวกับกำลังสนุก
ลลิตามองพิณในมืออย่างสิ้นหวัง เธอต้องเล่นอีกแล้วหรือ? ช่างแม่ง เธอก็แค่ดีดมั่วไปเรื่อยก็แล้วกัน… ลลิตาเค้นพลัง ยืนโซโล่พิณตะแหง่วๆ แต่วๆๆ ควงพิณแกว่งๆๆ คนเล่นมันส์ แต่คนฟังหูดับไปแล้วผ่านไปไม่นาน มือของเธอก็เริ่มรู้สึกชา ปลายนิ้วเริ่มแดงและปวดแสบ แต่เซียวอ๋องกลับยังไม่ละสายตาไปจากเธอ“ท่านอ๋อง หนว
“ท่านอ๋อง~ จะให้หม่อมฉันรินสุราให้หรือไม่เพคะ?” ซิงซิงที่เห็นสายตาของเซียวอ๋องเหม่อไปทางอื่นก็รีบเข้าประชิดตัวเขา พลางส่งเสียงหวานเชิญชวน“ไม่ต้อง” เซียวอ๋องตอบเสียงเรียบ ดวงตายังจับจ้องไปที่ลลิตาในขณะนั้นเอง ชายร่างใหญ่ผู้หนึ่งเดินเซมาทางเวที มีกลิ่นเหล้าคลุ้งเต็มตัว เขามองลลิตาด้วยสายตากระหาย “เ
ลลิตาเริ่มทำงานตั้งแต่หัวค่ำ บรรยากาศเริ่มคึกคักเมื่อมีวงดนตรีเล่นบรรเลงและผู้คนสนุกสนานจากฤทธิ์สุราและเธอก็โดนแขกลามกลวนลามไม่หยุด“นังหนูชื่ออะไรจ๊ะ มาใหม่เหรอ” พวกลูกค้าลูบไล้แขนเปลือยเปล่าของเด็กใหม่ ไม่ก็หาเรื่องจับก้นจับนม ยิ่งเด็กใหม่เอ๊าะๆ นมเพิ่งตั้งเต้าสวยแถมเสื้อเอี๊ยมบางจนเห็นหัวนมดุนด







